“เฮ้อ...”
คุณวิยดาถอนใจเฮือกใหญ่พร้อมกับเดินเข้าไปกระแทกตัวลงนั่งบนโซฟาหนังหนานุ่มภายในห้องนั่งเล่นส่วนตัวด้วยท่าทางขัดใจ จนคุณธนาผู้เป็สามีซึ่งกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ไม่ไกลต้องหันมามอง
“เป็อะไรไปอีกละคุณวิ”
“ ก็ตาก้างนะสิคะ พาเพื่อนตุ๊ดเพื่อนแต๋วของเขามาที่บ้านอีกแล้ว อยู่เต็มห้องรับแขกไปหมด ฉันทนดูไม่ได้ถึงต้องหลบมานี่”
คุณวิยดาบอกเล่าอย่างกลัดกลุ้มในพฤติกรรมของบุตรชายคนเล็กซึ่งเป็ความหวังในทุกๆด้านของพ่อกับแม่ แต่ดูเหมือนว่าเขากำลังมีบางอย่างที่เธอไม่พอใจเอามากๆ
ไม่ใช่แต่เธอหรอก คุณธนาเองก็เหมือนกันเพราะเขาวางหนังสือลงแล้วถอนใจบ้าง ก่อนรำพึงออกมาอย่างหาทางออกไม่เจอ
“แล้วนี้เราจะทำยังไงดีนะ...”
“ฉันกลุ้มจนอกจะแตกตายแล้วละคุณพี่”
แล้วทั้งสองก็ถอนใจออกมาพร้อมๆกันอีกครั้งอย่างไม่ต้องบอกก็รู้ว่าหนักอกหนักใจแค่ไหน
“คุณแม่ขาคุณแม่”
เสียงห้าวที่พยายามดัดให้ฟังอ่อนหวานดังแทรกขึ้นมาเมื่อหันไปมองก็เห็นร่างสูงและผอมบางจนดูเก้งก้างในชุดแซคสายเดี่ยวสีเขียวตองอ่อนเดินกระบิดกระบวนเข้ามาหาทั้งสองสามีภรรยามองหน้าที่แต่งเข้มกับผมยาวสยายสีน้ำตาลแดงนั้นอย่างอยากจะร้องไห้ก็เขาหรือหล่อนคนนี้คือหนึ่งในเพื่อนสนิทของบุตรชาย
“เอ่อมีอะไรจ๊ะ พ่อ เอ๊ย หนู”
คุณวิยดาไม่รู้ว่าควรจะใช้คำไหนกับเพื่อนของลูกคนนี้ดี
“คือฟ้าเป็ตัวแทนของเพื่อนๆมาขออนุญาตคุณพ่อกับคุณแม่จัดปาร์ตี้ที่ริมสระว่ายน้ำนะค่ะ”
เ้าตัวดัดจริตเต็มที่เพื่อจะให้ดูเหมือนผู้หญิงมากที่สุด แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังดูขัดๆตาอยู่ดี
“จัดปาร์ตี้เลยหรือจ๊ะ”
คุณวิยดาทำสีหน้าแหยงๆ แม้ไม่ค่อยชอบแต่ก็คงปฏิเสธออกไปไม่ได้เสียทีเดียวเพราะยังเห็นแก่หน้าบุตรชาย
“ใช่ค่ะคุณแม่พอดีวันนี้เป็วันเกิดของยัยเจเค้านะค่ะ”
น้องฟ้าหรือนายศักดิ์ชัยตอบ
คุณวิยดาหันไปมองหน้าสามีอย่างจะถามความเห็นแต่คุณธนาก็รีบเอนตัวพิงพนักเก้าอี้แล้วยกหนังสือขึ้นบังหน้าอย่างจะงดออกความคิดเห็นทันทีหน้าที่ตัดสินใจจึงตกเป็ของคุณวิยดาคนเดียวสุภาพสตรีสูงวัยต้องหันไปยิ้มเจื่อนๆให้กับเพื่อนของบุตรชายก่อนกล่าวออกไปอย่างไม่มีทางเลือก
“เชิญตามสบายจ๊ะหนู”
“ขอบคุณค่ะคุณแม่คุณพ่อด้วยนะคะ”
นายเอ๊ย นางสาวฟ้ากระพุ่มมือไหว้อย่างอ่อนช้อย ก่อนลุกขึ้นเดินบิดสะโพกแห้งๆกลับไป
“คุณพี่นะคุณพี่ ไม่ช่วยกันบ้างเลย”
คุณวิยดาต่อว่าสามีเมื่อได้อยู่ด้วยกันตามลำพังอีกครั้ง
“เอาน่าตัดสินใจยังไงไปผมก็ไม่เคยกล่าวโทษคุณเลยนี่ อีกอย่างจะให้ทำอย่างไรได้ในเมื่อลูกชายของเราได้พาพวกเขาเข้ามาอยู่ในบ้านของเราแล้วเราจะไล่พวกเขาออกไปก็คงไม่ได้”
คุณธนาอธิบายกับผู้เป็ภรรยาและคุณวิยดาก็เห็นด้วย รู้ว่ายังไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ในตอนนี้....
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
“งานที่บริษัทเป็ยังไงบ้างละลูก”
คุณธนาถามบุตรชายเมื่อเดินมานั่งลงใกล้ๆเขาภายในห้องห้องนั่งเล่นส่วนตัวของครอบครัวหลังมื้ออาหารเย็น และบรรดาเพื่อนๆของชายหนุ่มกลับกันไปหมดแล้ว
“ก็เรื่อยๆครับ”
ธนวินท์ชายหนุ่มร่างสูง ผิวขาวจัดแต่สีผม คิ้วและั์ตาสีดำสนิท จมูกโด่งเป็สัน ริมฝีปากบางสวยได้รูปและมีสีแดงระเรื่ออยู่ตามธรรมชาติ เขาจัดได้ว่าเป็ชายหนุ่มที่มีรูปร่างหน้าตาหล่อเหลาเอาการตอบผู้เป็บิดาด้วยน้ำเสียงและท่าทางเรียบๆขรึมๆตามปกตินิสัยของเขา
“แล้วเื่เลขาของลูกละ ว่าไง”
คุณวิยดาถามบ้างเพราะรู้ว่าเลขาของเขาซึ่งทำงานร่วมกันมาหลายปีแล้วกำลังจะลาออกเพราะต้องตามไปอยู่กับสามีซึ่งเป็ข้าราชการและได้รับการย้ายไปประจำการที่ต่างจังหวัด
“ก้างว่าจะเลื่อนเอาคุณวิศิทธ์ขึ้นมาทำแทนครับ”
ชายหนุ่มตอบ เขาเรียกแทนตัวเองด้วยชื่อเล่นเวลาที่พูดกับพ่อแม่หรือญาติผู้ใหญ่ที่สนิทๆมาั้แ่เล็กแล้วซึ่งเมื่อก่อนคุณวิยดาก็เห็นว่าเป็การน่ารักดีแม้มันจะฟังขัดๆกับรูปร่างสูงใหญ่ของเขาไปบ้างก็ตามแต่ตอนนี้คุณวิยดาอยากให้ลูกแทนตัวเองด้วยคำที่ฟังแมนๆอย่างชายหนุ่มทั่วไปส่วนใหญ่มากกว่าซึ่งมันคงจะทำให้เธอรู้สึกอุ่นใจมากกว่านี้ว่าเขายังมีความเป็ชายชาตรีอยู่เต็มตัว