สาวชาวนาผู้ชั่วร้ายกับระบบวิเศษ 【 农门坏丫头 】[แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 47 ไร้ซึ่งการเปรียบเทียบย่อมไม่เกิดการทำร้าย

            “พ่อมั่นใจได้เลยว่า มีมากพอที่ครอบครัวของเราจะกินได้”

            นางยังไม่ได้ออกจากบ้าน และอยู่กินเป็นเพื่อนหลิวซานกุ้ยจนอิ่ม ได้ยินหลิวชิวเซียงเรียกให้กินข้าวจากด้านบนบ้าน

            หลิวซานกุ้ยเหลือบมองหลิวเต้าเซียงที่พูดอย่างมีความสุขว่า “พ่อรีบทําความสะอาดเร็วเข้า ถ้าย่ารู้เข้า บ้านเราคงไม่มีทางหลุดพ้นมลทินแน่นอน”

            ทั้งสองคนกลบ ‘หลักฐาน’ ทั้งหมดเงียบๆ ราวกับโจร

            หลังจากตรวจสอบอย่างรอบคอบว่าไม่มีการทิ้งร่องรอยใดๆนางจึงอุ้มเด็กทารกตัวหอมขึ้นมาแล้วค่อยๆ เดินขึ้นตัวบ้าน

            เหตุใดนางจึงเป็นคนอุ้มน่ะหรือ? หลิวต้าฟู่ไม่อนุญาตให้หลิวซานกุ้ยอุ้มเพราะอำเภอถู่หนิวนั้นมีธรรมเนียมอุ้มหลานไม่อุ้มบุตร

            หลิวเต้าเซียงเห็นครอบครัวของหลิวเหรินกุ้ยปรากฏตัวในบ้านใหญ่อย่างไม่คาดคิดไหนบอกว่าฟ้ายังไม่สางก็จะกลับเข้าไปในตำบลไม่ใช่หรือ?

            “แม่ เดิมทีลูกต้องการกลับเข้าตำบลเร็วหน่อย เพียงแต่คิดว่าในเมื่อกลับมาแล้วก็อยากใช้เวลาอยู่กับแม่ให้มาก จึงอยู่รอกินข้าวเช้า แล้วกลับไปก่อนเที่ยงมิเช่นนั้นทางเถ้าแก่คงไม่พอใจ”

            หลิวฉีซื่อพอใจมากกับความตั้งใจเล็กๆ น้อยๆ ของหลิวเหรินกุ้ยพยักหน้าและกล่าวว่า “อืม สมควรแล้ว รับเงินจากผู้อื่นก็ต้องทำงานให้ดี ยังมีอีกเรื่อง ให้ลูกกับสะใภ้ของเจ้าอยู่ต่ออีกไม่กี่วันสิ”

            คิ้วของหลิวซุนซื่อขมวดขึ้น ร่องรอยของความไม่พอใจฉายออกมาที่แววตา แล้วนึกบ่นในใจนางเฒ่าตัวดีจะมาไม้ไหนอีก

            ขณะที่นางกําลังจะอ้าปากปฏิเสธ หลิวเหรินกุ้ยก็ยิ้มและตอบว่า “เพราะลูกต้องทําสิ่งต่างๆจึงไม่สามารถทำหน้าที่ลูกที่กตัญญูได้ แต่จะให้ลูกๆกับซุนซื่ออยู่ต่อย่อมเป็นการสมควรเพียงแต่อาจารย์ของจือเอ๋อร์นั้นเข้มงวดกับผลการเรียนของเขามากเป่าเอ๋อร์เองก็เพิ่งเข้าเรียน เกรงว่าคงไม่เหมาะสมหากปล่อยให้เขามัวแต่เล่น”

            หลิวฉีซื่อชักสีหน้า “นี่อะไรกระทั่งคำพูดของแม่ก็ไม่มีประโยชน์หรือ?”

            นางจําได้ว่าหลิวซุนซื่อคนขี้คร้านสนใจแต่เรื่องกิน เมื่อนึกได้จึงเอ่ยต่อ “ต่อไปหากพวกเจ้าต้องการเสบียง รอให้สีเสร็จแล้วค่อยลากไปที่ตำบล”

            “แม่ ลูกก็ไม่ได้บอกว่าไม่ให้พวกนางอยู่ต่อเพียงแต่อย่างมากก็คงได้สองสามวัน คงพอลากับอาจารย์ได้ หากยาวนานกว่านั้นเกรงว่าอาจารย์จะไม่พอใจ ถึงตอนนั้น หากอาจารย์ไม่ชอบใจจะสั่งสอนจือเอ๋อร์ด้วยความเต็มใจได้อย่างไร”

            หลิวเหรินกุ้ยได้เห็นผู้คนมากมายที่เดินทางมาจากทางใต้ไปทางทิศเหนือและฝีปากนี้ได้รับการฝึกฝนมาอย่างยาวนานจนสามารถทำให้คนตายฟื้นคืนชีพได้น้ำเสียงท่าทางนี้ ความโมโหในใจของหลิวฉีซื่อเองก็หายไปหมดสิ้น เพียงแต่ยังนึกถึงเรื่องที่ต้องสั่งสอนหลิวซุนซื่อ

            “ใช่ๆๆ แม่พูดได้ถูก ปากของซุนซื่อเองก็โง่เขลา เอาใจแม่ไม่เป็นคราวก่อนนางกลับบ้าน ลูกก็ตำหนินางไปอย่างหนัก แม่ ท่านก็คลายความโมโหได้แล้ว” ขณะที่หลิวเหรินกุ้ยพูดก็แอบขยิบตามองหลิวซุนซื่อ

            หลิวซุนซื่อรีบเค้นรอยยิ้มออกมาตอบรับ “นั่นสิแม่ เหรินกุ้ยด่าข้าหนักมาก สะใภ้เองก็รู้สำนึกแล้ว ใช่แล้ว แม่หากมีเวลาว่างแม่จะเข้าเมืองหลวงใช่หรือไม่? สะใภ้ได้ยินมาตอนเช้ากำลังคิดว่าแม่กับอาเล็กจะเข้าเมือง ผ้าที่ใช้ตัดชุดมีแล้ว แต่น่าจะยังขาดแคลนรองเท้าปักสวยๆสักสองคู่ใช่หรือไม่? สะใภ้คิดอยู่ว่า รอกลับไปที่ตำบลจะไปปรนนิบัติถามไถ่จากเถ้าแก่เนี้ย จะได้ขอแบบสวยงามของเมืองหลวงมาแล้วปักให้กับแม่และอาเล็ก ถึงตอนนั้นแม่กับอาเล็กก็จะได้สวมไปเมืองหลวงพอดี”

            คำพูดนี้สะกิดเข้าที่หัวใจของหลิวฉีซื่อ แม้ว่าบุตรชายจะโตจนสามสิบปีแล้วแต่ตัวของนางเองแต่งงานมาเป็นสะใภ้ขาเปื้อนโคลน นี่คือหนามที่ทิ่มแทงใจมาตลอดยากที่จะสงบได้

            “เอาเถิด ฝีมือปักที่หละหลวมของเจ้า ไหนเลยจะสู้ฝีมือของข้ากับอาเล็กได้” หลิวฉีซื่อภูมิใจเป็นที่สุดกับฝีมือการปักที่เก่งกาจ ตอนนั้นกระทั่งหวงฮูหยินก็พอใจยิ่งนัก

            “ใช่ๆๆ การปักเย็บของสะใภ้นั้นช่างน่าอับอายเห็นผ้าเช็ดหน้าที่อาเล็กใช้แล้ว เทียบกับครั้งก่อนเหมือนว่าจะก้าวหน้าขึ้นไม่น้อยแม่ อาเล็กผ่านการฝึกฝนร่ำเรียนมานับว่าไปได้ไกลทีเดียว”

            หลิวซุนซื่อใช่ว่าจะเย็บปักไม่เป็นหลิวฉีซื่อเองก็เคยสั่งให้นางเย็บหลายหน แต่ทุกครั้งที่ปักก็ออกมาหลวมทั้งนั้นเสื้อผ้าที่เย็บออกมาเมื่อสวมใส่ กระชากแรงหน่อยก็หลุดออกราวกับกระดาษ

            ในตอนแรกหลิวซุนซื่อถูกดุไม่น้อย พอโดนมากเข้านางก็เถียงกลับ “หรือไม่แม่ก็สอนข้าเถิด สะใภ้เรียนรู้แล้ว จะได้ช่วยงานเย็บปักในบ้านบ้าง”

            หลิวฉีซื่อไม่เต็มใจ หากมีเวลาสอนคนที่ขี้คร้านเก่งแต่กินเช่นนี้สู้ไปสอนตามบ้านที่เขาส่งคำเชิญดีกว่า ทั้งยังหาเงินได้และงานสบายอีกอย่างหนึ่งก็คือไม่มีใครมาแข่งขันเรื่องขายงานปักกับนางได้

            กล่าวได้ว่าหลิวฉีซื่อค่อนข้างมีหัวด้านการค้าขายรู้ว่าการสอนคนยากจนอาจจะทำให้คนรวยอย่างนางต้องอดอยาก

            โดยปกติแล้วหลิวต้าฟู่ไม่ค่อยชอบฟังผู้หญิงถกกันเรื่องเหล่านี้เมื่อเห็นชิวเซียงกับเต้าเซียงยกกับข้าวมา ก็หยิบตะเกียบบนโต๊ะแล้วเคาะสองที “กินข้าว”

            หลิวซานกุ้ยเคยรู้สึกว่าตนเองนั้นไร้ความสามารถ มีบุตรสาวสามคนดังนั้นจึงทำงานให้มาก กินให้น้อยเป็นเรื่องสมควร

            แต่เช้านี้โจ๊กสองชามใหญ่ที่ทั้งนุ่มและหอมไหลลงท้องแล้วมากินข้าวต้มมันเทศ จนเริ่มรู้สึกจุก

            แล้วมองอย่างเงียบๆ ในชามของบุตรสาวสองคนกับภรรยานั้น นั่นใช่โจ๊กที่ไหนเห็นเพียงน้ำแกงใสๆ ที่สะท้อนเงาคนได้แล้ว พอมองไปที่หลิวจือไฉ่กับหลิวจือเป่าเห็นแต่โจ๊กข้าวขาวเม็ดโตๆ

            มีโจ๊กข้าวนี้เพียงห้าชุด สำหรับเด็กสองคนนี้ และที่เหลือเป็นส่วนของหลิวต้าฟู่กับหลิวเหรินกุ้ยรวมถึงตัวหลิวฉีซื่อเอง

            ในฐานะของสะใภ้ หลิวฉีซื่อมองว่าเป็นลูกของบ้านอื่นไม่ใช่ลูกแท้ๆ หลิวซุนซื่อเอาตะเกียบคนข้าวต้มในชามพลันอยากหาข้ออ้างกลับไปแอบกินของว่างในห้อง แต่หลิวจูเอ๋อร์ที่อยู่ข้างๆกลับทนไม่ไหวแล้วโยนตะเกียบ “แม่ ข้ากินไม่ลงข้าอยากกินซาลาเปาไส้เนื้อ”

            หลิวจือเป่ายังเด็กอยู่ และเมื่อได้ยินถ้อยคํานั้น เขาก็ผลักชาม“ใครอยากกินแบบนี้ แม่ เราไปกินบ้านยายเถอะ ยายบอกว่า หากครั้งหน้าข้าไปนางจะทำเนื้อตุ๋นหอมๆ ให้ข้า”

            หลิวเหรินกุ้ยเห็นว่าใบหน้าของพ่อแม่ดูไม่ดีจึงรีบยื่นมือไปตบหลังของหลิวจือเป่าแล้วด่า “เจ้าคิดว่าอยู่ในตำบลหรือที่เถ้าแก่มีความสุขแล้วจะเพิ่มกับข้าวให้เจ้าสักสองอย่าง?”

            เขายิ้มและพูดกับหลิวฉีซื่อว่า “แม่อย่าโกรธเลย ที่เถ้าแก่ให้มาล้วนเป็นของที่แขกเหรื่อสั่งแล้วไม่ค่อยกิน แต่หากเททิ้งก็สิ้นเปลืองจึงให้ลูกเอากลับบ้าน”

            หลิวเต้าเซียงแอบยักคิ้วขึ้นเมื่อได้ยินถ้อยคําและเหตุผลที่เหมาะสม

            เมื่อหันมองย้อนกลับไปและเห็นพ่อผู้แสนดีขมวดคิ้วจ้องชามในมือมนุษย์จิ๋วในใจของนางกำลังโบกผ้าเช็ดหน้าร้องเพลงมือคีย์บอร์ดสวรรค์ไม่ได้รังแกนาง จริงตามคาด ไร้ซึ่งการเปรียบเทียบย่อมไม่เกิดการทำร้าย

            สำหรับเรื่องของการเบี่ยงเบนความคิดพ่อผู้แสนดีหลิวเต้าเซียงนั้นตั้งใจอย่างมาก

            หลิวชิวเซียงได้สัญญาณจากน้องรองของตน จึงวางชามลงบนโต๊ะ “เจ้าเป่าอ้วน ไม่กินจริงหรือ?”

            “ใครจะไปกิน เนื้อก็ไม่มี ไก่ปลาก็ไม่มี กินยากจะตาย?” หลิวจือเป่ายังเป็นเด็กไม่ประสีประสา จิตใจจึงไม่อ้อมค้อม

            หลิวชิวเซียงนั่งข้างเขาแล้วถามซ้ำ “ไม่กินจริงหรือ?”

            “ไม่กิน ข้าไม่กิน ใครใคร่กินก็กิน” พูดจบเขาก็ลงจากโต๊ะ แล้ววิ่งไปทางห้องปีกตะวันออก

            ไม่ต้องคิดก็รู้ ในห้องต้องมีของที่เขาชอบกินซ่อนอยู่เป็นแน่

            หลิวชิวเซียงเพิกเฉย เมื่อเห็นเขาวิ่งหนีก็รีบนําชามโจ๊กขาวมาที่หน้าของหลิวซานกุ้ยแล้วเอ่ยว่า “พ่อ กินสิเดี๋ยวต้องไปทำนาอีก หากไม่กินให้อิ่มเดี๋ยวไม่มีแรง ไม่มีแรงก็ไม่อาจทำนาได้ดีงานนาทำได้ไม่ดี จะส่งผลต่อเรื่องการเก็บเกี่ยว”

            “พ่อ พี่ใหญ่พูดถูก พ่อกินเร็วเข้า” อย่างไรก็ตาม หลิวเต้าเซียงแอบกินจนอิ่มแล้วทว่านางไม่ถือสาที่จะให้หลิวซานกุ้ยกินอีกหนึ่งถ้วย

            จากนั้นหันหลังกลับและยิ้มให้หลิวเหรินกุ้ยว่า “ลุงรอง เราไม่ได้พูดผิดใช่หรือไม่ คนทั้งบ้านยังรอให้พ่อทำนาให้ดีมิเช่นนั้น จะไปมีเสบียงพอให้บ้านลุงใหญ่กับลุงรองหรือ”

            คำพูดของนางมีความหมายแฝง อ้อมไปมาแต่เอาหลิวสี่กุ้ยและหลิวเหรินกุ้ยเข้ามาพัวพันด้วย

            หลิวฉีซื่อเป็นคนฉลาด ไหนเลยจะฟังคำพูดของนางไม่ออก ได้แต่ตกใจเงียบๆและคิดว่า นางเด็กคนนี้ไปเรียนลูกไม้นี้มาจากไหน ไม่ได้นางต้องรีบคิดหาวิธีแยกนางเด็กคนนี้ออกไป ความคิดของนาง แม้บุตรสาวตนเองก็คงไม่สามารถเป็นคู่ต่อกรด้วยได้

            การต่อสู้ระยะยาวในบ้านทำให้หลิวฉีซื่อนั้นหูตาแหลมคม

            นางระมัดระวังตัวแล้วเอ่ย “กินข้าว กินข้าวบ้านเจ้ารอง พอกินข้าวเสร็จก็จัดการล้างถ้วยชามแล้วเอาอาหารหมูมื้อต่อไปต้มให้เสร็จ บ้านเจ้าสาม ดูแลสวนผักให้เรียบร้อยฟ้าเริ่มเปิดแล้วควรเริ่มลงเมล็ดแล้ว ชิวเซียง ไปเกี่ยวหญ้าหมูมาให้มากกว่านี้เต้าเซียง ขึ้นเขาไปเก็บฟืน”

            “ย่า น้องเล็กไม่มีคนดูแล” หลิวเต้าเซียงไม่ต้องการให้หลิวฉีซื่อได้ทำตามนั้นยิ่งกว่านั้น ยังมีเจ้าบ้าที่รอให้นางไปปรนนิบัติอีก

            ดวงตาของหลิวฉีซื่อกลอกไปมา ก่อนจะตวาดเสียงต่ำ “แม่เจ้าใช่ว่าจะเลี้ยงไม่ได้ แค่เอาผ้ามัดไว้ แบกขึ้นหลังก็ไปทำสวนได้แล้ว”

            ดังนั้น พวกเขาทั้งสามจึงกลายเป็นทาสอีกแล้ว

            หลิวเต้าเซียงต้องการโต้ตอบ แต่คิดดูแล้ว สุดท้ายก็ยังไม่ได้แยกบ้านการจะอยู่ร่วมกันทั้งกินและอาศัย หากไม่ทำงานก็คงเป็นไปไม่ได้

            หลังจากกินข้าวเสร็จ คนทั้งบ้านก็แยกย้ายกันไปทำงาน

            “น้องรอง มาเร็ว อาหารเช้าของข้ากับแม่ถูกเทลงในชามนี้แล้วเจ้าเอามันไปเลี้ยงไก่เถิด”

            ในบ้านมีโจ๊กพุทราจีนกิน ใครจะโง่ไปกินโจ๊กที่จืดจางราวกับน้ำล้างถ้วย

            “พี่ใหญ่ ประเดี๋ยว ข้าจะไปที่บ้านของชุ่ยฮัว เจ้ากับแม่รีบกินโจ๊กพุทราข้าจะอุ้มน้องเล็กไปดูต้นทางให้พวกเจ้า”

            ก่อนหน้านี้หลิวฉีซื่อยุ่งอยู่กับการทําอาหารเช้า ไม่มีเวลาจ้องมองทางนี้ตอนนี้คนทั้งหมดมีงานทำหมดแล้ว นางจึงมีเวลาว่าง

            หลิวเต้าเซียงกอดหลิวชุนเซียงและนั่งอยู่ใต้ทางเดินปีกตะวันตกเพื่ออาบแดดและหลิวฉีซื่อก็ปรากฏตัวขึ้นใต้ทางเดินบ้านหลัก

            “หลิวเต้าเซียง เจ้าตัวขี้เกียจ ทําไมเจ้าไม่ไปเก็บฟืน? ที่บ้านยังรอทําอาหารกลางวันอยู่” หลิวฉีซื่อเห็นนางแล้วก็ขวางหูขวางตาความรู้สึกที่มีคือ หลิวเต้าเซียงไม่ใช่แกะที่เชื่องเหมือนหมาป่าชั่วร้ายเสียมากกว่า นางบ่นเสียงต่ำอีก “นางเด็กนิสัยหมาป่าไม่รู้เกิดมาเหมือนใคร”

            ต่อมาก็นึกถึงข้อเสนอของบุตรสาวตนเองและคิดวางแผน หรือไม่ครั้งนี้ไปที่จวนตระกูลหวงแล้วลองสอบถามดูหากขายนางเด็กคนนี้ได้เงินสักเจ็ดแปดตำลึง ก็ไม่นับว่าขาดทุนเท่าใด

            เด็กรับใช้ตัวเล็กๆ อายุเจ็ดหรือแปดขวบกำลังเป็นที่รักของเจ้านายในจวน อีกทั้งเด็กรับใช้ที่อายุประมาณนี้ราคาสูงที่สุดหากเชื่อฟังทำงานเป็น และไม่เจ้าเล่ห์เพทุบาย

            หลิวเต้าเซียงไม่รู้ว่าหลิวฉีซื่อที่กำลังหายใจอยู่ตรงหน้ากำลังคิดวางแผนเรื่องชั่วร้ายอยู่

            -----

     

    คล้ายกับเรื่องสาวชาวนาผู้ชั่วร้ายกับระบบวิเศษ 【 农门坏丫头 】[แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367