แล้วก็ถึงวันนัดสัมภาษณ์งาน…
ด้านในห้องทำงานของตุลธรมีเพียงเ้าของห้องกับภัคธีมาที่อยู่ด้วยกันสองคนเพื่อสัมภาษณ์งาน ชุดที่หญิงสาวใส่มาในวันนี้เป็ชุดที่ค่อนข้างที่จะสั้นนิดหนึ่ง เนื่องจากเธอ้าที่จะหว่านเสน่ห์และยั่วท่านประธานเสียั้แ่วันแรกเลย แล้วดูเหมือนว่าความ้าของเธอจะได้ผลเพราะอีกฝ่ายเอาแต่จ้องตัวเธอด้วยความสนใจอย่างยิ่ง หญิงสาวรู้สึกพอใจมากที่แผนขั้นที่หนึ่งสำเร็จแล้ว เธอสามารถยั่วตุลธรได้ในที่สุด
“เอ่อ เมื่อไหร่จะได้สัมภาษณ์งานคะ” เมื่อเห็นว่าเขาจ้องมองเธอนานเกินไปจึงถาม เพราะการสัมภาษณ์งานยังไม่เริ่มเลย
เมื่อท่านประธานได้สติก็ส่งยิ้มน้อยๆ ให้ผู้สมัครงาน ก่อนจะเริ่มต้นสัมภาษณ์
“เอาละครับ เรามาสัมภาษณ์งานกันดีกว่า…คุณถนัดทำงานด้านไหนครับ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ฝ่ายการตลาด หรือเป็พรีเซนเตอร์”
“ฉันทำได้ทุกอย่างค่ะ ฉันไม่เกี่ยงว่าจะได้ทำตำแหน่งไหน” ภัคธีมาเผยรอยยิ้มที่ซ่อนยาพิษออกมาให้อีกฝ่ายเห็น เป็ยิ้มหวานๆ
ตุลธรพยักหน้ายิ้มตอบ
“ถ้าผมจะมอบงานพรีเซนเตอร์โปรโมตสินค้าให้กับคุณ…คุณจะรับมั้ยครับ”
“เอ…ปกติงานพวกนี้ต้องเป็ดาราหรือนายแบบนางแบบที่ทำได้ไม่ใช่เหรอคะ”
“เท่าที่ผมสังเกตดูรูปร่างของคุณอยู่นาน คุณเองก็ดูดีไม่แพ้ดารานางแบบเลย แถมยังสวยด้วย”
“แหม ชมแบบนี้ฉันก็เขินแย่สิคะ” หญิงสาวแกล้งทำเป็ขวยเขินพอเป็พิธี อีกฝ่ายหัวเราะชอบใจ ก่อนจะบอกว่า
“ผมพูดจริงๆ นะครับ”
“ขอบคุณนะคะที่ชมฉัน เอ่อ แล้วจะให้ฉันเริ่มงานได้วันไหนคะ”
“ขึ้นอยู่กับความสะดวกของคุณเลยครับ” ชายหนุ่มตอบยิ้มแย้ม
“ฉันพร้อมทุกเมื่อค่ะ” เธอยิ้มยั่วพร้อมกับแกล้งดึงเสื้อลงจากไหล่ดูเซ็กซี่ “ความจริงฉันไม่ได้ทำเป็แค่งานนะคะ แต่อย่างอื่นฉันก็ทำเป็เหมือนกัน”
“จริงเหรอครับ” ตุลธรมองผู้หญิงตรงหน้าตนด้วยั์ตาพราวระยับ เพราะดูเหมือนว่าอีกฝ่ายกำลังยั่วอารมณ์เขาอยู่
ยั่วเก่งแบบนี้…คงไม่ใช่แค่อยากจะมาทำงานอย่างเดียวเสียกระมัง คง้าอย่างอื่นด้วย!
ภัคธีมาพยักหน้าและมองอีกฝ่ายด้วยแววตาใสซื่อ
“จริงสิคะ ฉันไม่โกหกคุณหรอก ดูสายตาของฉันที่มองคุณก็รู้แล้ว”
“ถ้าอย่างนั้นผม…”
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
แต่ก่อนที่ท่านประธานจะเคลิบเคลิ้มไปกับการยั่วเย้าของผู้สมัครงานใหม่เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะพร้อมกับเสียงขออนุญาต
“ดิฉันขออนุญาตเข้าไปนะคะบอส”
“เชิญครับ” ชายหนุ่มตอบกลับไปด้วยแววตาที่บ่งบอกได้ว่าเสียดาย กำลังจะเข้าด้ายเข้าเข็มอยู่แล้วเชียว เลขาฯ ของเขาไม่น่ามาเคาะประตูเลย
ภัคธีมารีบจัดเสื้อเข้าที่ให้ดูเรียบร้อย สักพักนลินญาก็เปิดประตูเข้ามาพร้อมกับแฟ้มเอกสารสำคัญ
“ดิฉันเข้ามาขัดจังหวะการสัมภาษณ์งานหรือเปล่าคะ” เลขาฯ สาวถามอย่างไม่แน่ใจ
ผู้เป็เ้านายส่ายหัวรัวเร็ว
“ไม่หรอก ผมสัมภาษณ์เสร็จแล้ว เขาบอกว่าทำงานได้ทุกอย่าง แต่ผมจะให้เขาลองเป็พรีเซนเตอร์ดูก่อน”
“พรีเซนเตอร์?” นลินญาเลิกคิ้วขึ้นสูงอย่างแปลกใจ
เ้าของห้องพยักหน้า
“ใช่! ให้เป็พรีเซนเตอร์ก่อน”
“แต่…”
“แล้วนั่นคุณถือแฟ้มเอกสารอะไรมา” ตุลธรรีบตัดบท ด้วยกลัวว่าอีกฝ่ายจะคัดค้านความคิดของเขา
ผู้เป็เลขาฯ สาวรีบยื่นเอกสารให้เ้านาย
“เอกสารจากประเทศสิงคโปร์ค่ะ เขาติดต่อมาขอทำสัญญาซื้อขายน้ำหอมของบริษัทเราเพื่อเอาไปขายที่ต่างประเทศ เพราะได้ข่าวว่าน้ำหอมของเรามีแต่คนสนใจเป็จำนวนมาก”
“จริงเหรอ แล้วเขาจะเอาคำตอบเร็วที่สุดเมื่อไหร่” เขามองแฟ้มเอกสารในมือแล้วยิ้มอย่างยินดี อีกฝ่ายจึงบอกว่า
“ถ้าเร็วสุดก็ประมาณอาทิตย์หน้าค่ะ”
“โอเค เดี๋ยวผมจะลองอ่านสัญญาและจะพิจารณาดูอีกที”
“แล้วบอสจะให้พนักงานใหม่เริ่มงานได้วันไหนคะ” นลินญาพูดพร้อมกับปรายตามองภัคธีมาอย่างไม่ค่อยชอบใจนัก
“เขาบอกว่าพร้อมทุกเมื่อ ถ้ายังไงคุณก็ลองดูตารางงานให้เขาแล้วกัน ว่าวันไหนมีโปรโมตสินค้าบ้าง แล้วก็ให้เขาเริ่มงานได้เลย” ชายหนุ่มบอกด้วยท่าทียิ้มแย้ม
“ได้ค่ะบอส” เลขาฯ สาวพยักหน้า ก่อนจะหันไปพูดกับพนักงานคนใหม่ “เดี๋ยวเธอเดินตามฉันมาทางนี้นะ ฉันจะพาไปดูตารางงาน”
“ค่ะ” ภัคธีมาลุกขึ้นยืนแล้วก้าวขาจะเดินตามอีกฝ่ายไป แต่พอนึกบางอย่างได้จึงหันกลับไปยิ้มอ่อยท่านประธานหนุ่ม “ฉันไปก่อนนะคะ สักวันเราคงได้…” แล้วเดินออกไปจากห้องโดยมีสายตากรุ้มกริ่มของตุลธรที่มองตามด้วยความพอใจ
แน่ละสิ! ก็เขาเป็ผู้ชายนี่นา ในเมื่อมีผู้หญิงมาให้ท่าถึงที่แล้วมีหรือที่อารมณ์ในกายของเขาจะไม่พลุกพล่าน แต่น่าเสียดายที่นลินญาเข้ามาขัดจังหวะ ไม่อย่างนั้น…
“เดี๋ยวสักวันคุณจะตกเป็ของผม คุณภัคธีมา!”
“ถ้าคิดจะทำงานที่นี่ก็หัดอยู่ให้เป็ล่ะ อย่าคิดที่จะเอาตัวเข้าแลกเพื่อผลประโยชน์” นลินญาพูดขึ้นหลังจากเดินออกจากห้องทำงานของท่านประธานมาแล้ว คล้ายกับจะรู้ว่าพนักงานคนใหม่คิดจะทำอะไร
“คะ” ภัคธีมาเลิกคิ้วเรียวสวยถามอย่างงุนงง “คุณพูดเื่อะไรคะ”
“ฉันเห็นสายตาที่หล่อนมองเ้านายหรอกนะ สายตานี่ยั่วเย้าเหลือเกิน ถ้าฉันไม่เข้าไปขัดจังหวะหล่อนกับบอสก็คง…” เลขาฯ สาวของท่านประธานรีบหยุดพูดพร้อมกับแสดงสีหน้าฮึดฮัดออกมา
ภัคธีมาจึงแกล้งพูดว่า
“อ้อ ที่แท้คุณเลขาฯ ก็แอบชอบเ้านายเหมือนกันสินะคะ ใช่สิ ก็คุณบอสทั้งหล่อทั้งเท่ เขาคงจะเป็ชายในอุดมคติของผู้หญิงหลายคน คุณเลขาฯ เองก็คงเป็หนึ่งในนั้น”
“อย่ามาพูดมั่วๆ นะ หัดระวังปากไว้บ้างก็ดี ที่ฉันเตือนหล่อนก็เพราะว่าฉันหวังดีทั้งนั้น อยากให้หล่อนทำงานอย่างมีมารยาท”
“ขอบคุณในความหวังดีนะคะ ฉันจะพยายามระวังตัวเองให้มากที่สุดค่ะ” ภัคธีมาแกล้งทำเป็รับปากไปอย่างนั้นเอง ส่วนจะทำตามหรือไม่ทำตามก็อีกเื่หนึ่ง
เธอมาที่นี่เพื่อแก้แค้น…แล้วทำไมเธอต้องเชื่อคำพูดของคุณเลขาฯ ด้วยเล่า!
“ก็ดี ทำให้ได้อย่างที่พูดก็แล้วกัน” นลินญาพูดด้วยน้ำเสียงคล้ายจะพอใจ ก่อนจะผลักประตูกระจกเข้าไปในห้องทำงานของตนเอง
พนักงานคนใหม่มองไปรอบๆ ห้องพร้อมกับถามขึ้นว่า
“นี่ห้องทำงานของคุณเลขาฯ เหรอคะ”
“ใช่” เ้าของห้องพยักหน้าด้วยสีหน้าบึ้งตึง ก่อนจะหยิบแฟ้มเอกสารแฟ้มหนึ่งขึ้นและเปิดดู สักพักจึงเงยหน้าขึ้นพูดกับพนักงานสาวคนใหม่ “งานโปรโมตน้ำหอมสูตรใหม่จัดขึ้นอาทิตย์หน้าประมาณวันที่ ๒๐ ที่เซ็นทรัลเวิลด์ ส่วนรายละเอียดเดี๋ยวฉันจะเอาเอกสารให้เธอไปอ่านดู ว่าแต่พร้อมหรือเปล่าเถอะ”
“พร้อมเสมอค่ะ ขอแค่ให้บอกมาเท่านั้นพอ” ภัคธีมารับปากด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ทว่าสิ่งที่ซ่อนไว้ภายในมันน่ากลัวยิ่งกว่าสิ่งที่แสดงออกมาเสียอีก
หลังจากคุยรายละเอียดเื่งานเสร็จหญิงสาวก็กลับบ้านไปพร้อมกับเอกสารและใบหน้าที่เต็มไปด้วยความพอใจ เพราะในที่สุดตุลธรก็ติดกับดักของเธอเป็ที่เรียบร้อยแล้ว ทุกอย่างมันง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปากเสียจริงๆ แต่ก็ดีแล้ว เื่มันจะได้ไม่ยุ่งยากและซับซ้อน
แผนต่อไป! เธอจะทำให้ตุลธรหลงรักเธอจนถอนตัวไม่ขึ้น…นายตุลธรเตรียมตัวไว้ให้ดีเลย!