“แม้เราอาจดูอนาคตผู้คนไม่ถูกต้องแต่เราไม่เคยดูลักษณะคนผิด... ยกไปไม่ต้องกล่าวถึงเ้าทิพ ตัวองค์ชายอัศวเมฆลักษณะหยาบช้าแม้ได้ขึ้นครองเมืองเป็ใหญ่แต่ไม่ครองใจผู้คน จะนำความวิบัติมาสู่พระองค์เองและผู้คนแวดล้อมบุคคลเช่นนี้มีแต่ต้องระวังและห่างไว้...” แล้วกล่าวคาดโทษถึงตัวไต้ซีหง“ตัวท่านเป็ถึงผู้แทนองค์พระจักรพรรดิประจำเมืองท่าปตานี มีหน้าที่ดูแลผลประโยชน์ของเมืองเราตลอดคาบสมุทรและเกาะสุวรรณทวีป..แต่นี่กลับลดตัวไปประจบสอพลอองค์ชายอัศวเมฆ มิน่าถึงทรงดูแคลนข้าราชสำนักกรุงจีนกระทั่งกับเราก็ทรงกล้าเหิมเกริมิ่ประมาทต่อหน้า.. เ้าทำเช่นนั้นใช่หรือไม่”
“ข้าน้อยผิดไปแล้วได้โปรดยกโทษให้ข้าน้อยด้วย”
เพียงคำพูดโน้มน้าวประโยคเดียวก็ถูกเซียงจือกงจับพิรุธพฤติกรรมได้มีหรือไต้ซีหงจะกล้าแก้ตัว ได้แต่วิงวอนสำนึกผิด ใจนั้นขลาดกลัวต่ออาญาสิทธิ์ในมือของจอมพลเรือยิ่งกว่าสิ่งใด
เซียงจือกงถือสานักเื่การวางตนในฐานะผู้แทนประเทศ...
--------------------------------------------------
“บังอาจนักเ้ารู้ตัวหรือไม่ว่ากระทำสิ่งใดลงไป” พระสุรเสียงตวาดของพระเ้าฤทธิเทวาแผดก้องพระตำหนักที่ประทับ
“หม่อมฉันผิดไปแล้วพระบิดาทรงอภัยให้ด้วยเถิด” องค์ชายอัศวเมฆทรงคุกชานุ (เข่า)สำนึกผิดอยู่แทบพระบาท
“เ้าคิดว่ากรุงจีนต้องมาง้อเราขึ้นเทียบท่าหรือเ้าคิดว่าเซียงจือกงเป็แค่คนเดินเรือหรือ... ความรู้เ้านี่มันน้อยนิดนักทั้งยังสิ้นคิดตัดอนาคตตัวเองอีก”
พระเ้าปตานีตรัสบริภาษองค์ชายเป็การใหญ่เมื่อประทับเพียงลำพังกันสามพระองค์
พระมเหสีทรงสงสารพระราชบุตร รับสั่งวิงวอนว่า
“ลูกเรายังเยาว์นัก ทำไปเพราะไม่รู้ความทรงให้อภัยสักครั้งเถิดเพคะ”
“ยังเยาว์อยู่หรือไม่ใช่เพราะมัวแต่เที่ยวเล่นไม่เป็ประสา จึงทำเื่ผิดพลาดน่าอับอายปานนี้บ้านอื่นเมืองอื่นองค์ชายแม้พระชันษาเพียง ๑๖ ก็รู้จักรบรู้จักปกครองแล้ว...แต่เ้านี่...” ทรงขบพระทนต์คำรามด้วยกริ้วโกรธยิ่งนัก “เ้ารู้หรือไม่ทุกเมืองในแว่นแคว้นนี้ต่างก็หมายการสนับสนุนจากพระเ้ากรุงจีนทั้งด้านการค้าการเมืองเพื่อส่งเสริมให้รุ่งเรืองการที่กรุงจีนเงียบไปไม่มีบทบาทใน่สิบปีที่ผ่านมาเพราะมีศึกผลัดแผ่นดินบัดนี้ภายในสงบจึงเริ่มเปิดประเทศอีกครั้ง มีแต่ทุกเมือง้าเป็มหามิตรแต่เ้ากลับทำประหนึ่ง้าขับไล่พวกเขาออกไป...เ้าคงเห็นไต้ซีหงมาหว่านล้อมประจบเอาใจจึงประมาทนึกว่าเมืองจีนอยู่ในอุ้งมือเ้าเสียอย่างนั้นหรือ”
ตรัสนามผู้แทนการค้าจีนที่เข้าออกในวังองค์ชายแล้วทรงส่ายพระพักตร์ “ถ้าเ้ามองเมืองจีนผ่านการกระทำของไต้ซีหงนับว่าเ้าคิดผิดและเบาปัญญามาก...จำไว้เมืองท่าชายทะเลอย่างเรา เซียงจือกงคือกรุงจีน กรุงจีนคือเซียงจือกง"
“บุตร...ไม่เข้าใจ...ทรงหมายถึงอะไร” องค์ชายอัศวเมฆรับสั่งถามด้วยพระอาการงุนงงใคร่รู้แต่ในหทัยทรงเริ่มคลายกังวล เพราะเมื่อใดที่พระเ้าฤทธิเทวาตรัสมาเป็เชิงสั่งสอนเท่ากับพระองค์ทรงเริ่มคลายพระโทสะลงบ้างแล้ว
“เซียงจือกงเป็ผู้มีความสามารถอย่างแท้จริงมิเช่นนั้นคงไม่ได้เป็นายกองใหญ่บัญชาการกองเรือสินค้าถึงสองยุคสองราชวงศ์เป็ตำแหน่งที่พระจักรพรรดิกรุงจีนทรงไว้วางพระราชหฤทัยมากที่สุดให้ทำหน้าที่ต่างพระเนตรพระกรรณในดินแดนนอกอาณาเขตแผ่นดินจีนสรุปแล้ว...ความคิดและการกระทำของเซียงจือกงแทบจะเป็การใช้พระราชอำนาจโดยตรงเลยทีเดียวมิต้องรอคำสั่งใดจากราชสำนักกรุงจีน”
“บุตร...นึกไม่ถึงว่าจะมีผลเพียงนี้”
“สิ่งที่เ้าคิดไม่ถึงยังมีอีกเื่”ทรงหันพระพักตร์กลับมา สายพระเนตรจ้องเขม็งยังองค์ราชบุตรอีกครั้ง“พระคลังนายท่าเมืองนครฯ... ย่อมจะกราบทูลถึงความอ่อนเขลาของเ้าต่อพระเ้านครศรีธรรมราช”
เหมือนอัสนีบาตฟาดเข้าใส่กลางอุระองค์ชายทรงผงะแทบจะทิ้งวรองค์ลงไปกองกับพื้น พระองค์แม้จะทรงโดนพระบิดาตำหนิก็มิได้มีผลเปลี่ยนแปลงฐานะใดๆแต่ถ้าพระเ้านครฯ ไม่โปรด ตำแหน่งพระราชบุตรเขยอย่าได้พึงหวังเลยพลันรำลึกถึงพระธิดาผู้ทรงพระสิริโฉมที่พระองค์ทรงหลงใหลคล้ายทุกสิ่งทุกอย่างจะมลายหายสูญไป หทัยบีบอัดในทรวงจนอัสสาสะ (ลมหายใจเข้า)ติดขัดทันที
“หม่อม... หม่อมฉัน ต้องทำอย่างไรดีพระบิดา...”
ในหทัยขององค์ชายมีแต่พระเ้านครปตานีเท่านั้นที่ทรงดลบันดาลทุกสิ่งให้พระองค์ได้
“เื่คงไม่เลวร้ายกระไรใช่หรือเปล่าพระองค์” พระมเหสีกราบทูลถามด้วยความกังวลพระทัยเช่นกัน
พระเ้านครปตานีทรงนิ่งไปสักครู่ค่อยรับสั่งขึ้น
“เื่ก็เกิดไปแล้วสิ่งที่เ้าต้องทำคือหาทางให้เซียงจือกงกลับมามีความรู้สึกที่ดีต่อเ้าพรุ่งนี้จงจัดขบวนไปขออภัยโทษด้วยพานพุ่มชุดเอก มอบทองและของบูชาเราจะให้อำมาตย์วาสุธีไปเป็ผู้ไกล่เกลี่ยให้แต่ห้ามเอ่ยอ้างมาถึงเราว่าเป็คนจัดการ ให้ทำเสมือนเ้าสำนึกผิดและดำเนินการทุกอย่างเอง”
เ้าอัศวเมฆผงกเศียร รับสั่งละล่ำละลักด้วยหทัยยินดี
“หม่อมฉันจะรีบดำเนินการตามที่พระบิดารับสั่ง”
“อีกเื่ในการประลองคัดเลือกขุนพลฉลูนักษัตรของเมืองเรา เ้าต้องชนะเข้าไปเป็คู่ประลองอาวุธกับสิงขรให้ได้จำเอาไว้”
“เื่นี้หม่อมฉันรับปาก จะกระทำให้สำเร็จตามพระประสงค์” โผเข้ากอดพระชานุพระเ้าฤทธิเทวาด้วยความซาบซึ้งในพระเมตตา
พระราชบิดาทรงถอนพระปัสสาสะ(ถอนหายใจ) รำพึงขึ้น
“เซียงจือกงดูเหมือนจะรักเอ็นดูเ้าทิพมากถ้าเ้ายอมทำดีกับเ้าทิพบ้าง เื่อาจจะง่ายขึ้น”
“เื่นี้ บุตร...” องค์ชายรับสั่งได้เท่านี้พระมเหสีก็ทรงขัดขึ้นว่า
“จะให้ทำดีด้วยคนผู้นี้ได้อย่างไรว่ากันตามเหตุที่ต้องมาขัดเคืองผิดใจกับตัวนายใหญ่กองเรือก็เพราะเ้าทิพทำเื่ไม่บังควรไม่รู้ที่ต่ำที่สูง... ถึงกับบังอาจไปขอแพรพรรณมีค่ามานี่คงจะนำไปถวายหวังเอาใจพระธิดาพระเ้านครฯ เป็แน่” พระสุรเสียงแหลมสูงทั้งกริ้วทั้งทรงรังเกียจ
“เ้าทิพไม่รู้การที่ต่ำที่สูงก็เป็เื่ของเขาหาได้มีใครใส่ใจจดจำ แต่เ้าต้องวางตนให้เหมาะสมสมกับที่เราจะแต่งตั้งให้เป็องค์รัชทายาทหลังพิธีชุมนุมสิบสองนักษัตร”
เมื่อทรงฟังเื่การแต่งตั้งองค์รัชทายาทพระมเหสีก็ทรงแย้มพระสรวลด้วยพึงพระทัย... อีกเพียง ๓เดือนทุกเมืองจะประจักษ์ถึงความรุ่งเรืองของนครปตานีและองค์รัชทายาทพระราชบุตรของพระองค์ผู้เหมาะสมคู่ควรกับพระราชธิดาของพระเ้านครศรีธรรมราช
“ขอบพระทัยพระบิดาบุตรจะกระทำตามรับสั่งทุกประการ พระเ้าค่ะ” รับสั่งพลางทรงกราบกรานอยู่หลายครา
--------------------------------------------------
น่ารู้ท้ายบท
ที่พักของไต้ซีหงก็คือโรงพักสินค้าตั้งอยู่บริเวณถนนเชื่อมสู่ท่าพระวัง มีรั้วไม้ปักล้อมเป็เขตปากประตูกว้างใหญ่เพื่อสะดวกกับการขนย้ายสินค้าเข้าออก ด้านในพ้นจากลานกว้างเข้าไปจะเห็นพุ่มไม้ยืนต้นรายรอบเรือนไม้ขนาดใหญ่ตัวเรือนยกพื้นเตี้ยเหมือนบ้านเรือนของชาวเมืองทั่วไปเพียงแต่บันไดขึ้นเรือนเชื่อมต่อกับประตูบ้านไม่ได้มีชานพักหรือชานรอบเรือนแต่อย่างใดรูปร่างเป็อาคารทรงสี่เหลี่ยมมีผนังสี่ด้านสูงแ่ากั้นจนจรดช่องลมใต้หลังคาหน้าต่างมีจำนวนน้อยเมื่อเทียบกับความยาวของตัวเรือนอาจเพราะมีห้องเก็บสินค้ามูลค่าสูงรวมอยู่ส่วนโรงพักสินค้าทั่วไปปลูกเป็เพิงจำนวนมากมายอยู่ด้านข้างและด้านหลังของเรือนที่พักบางหลังตีฝากั้นมิดชิดเพื่อเก็บสินค้าที่ต้องระวังน้ำฝน บางหลังก็เปิดโล่งมีเพียงหลังคาและฝาด้านหนึ่งเรือนพักคนงานอยู่ด้านหลัง
--------------------------------------------------