ชายหนุ่มเดินตรงไปยังเรือนพักของเซียวซ่านผู้เป็พี่ชาย โดยให้บ่าวรับใช้สตรีสูงวัยสองคนของมารดาร่วมทางไปกับเขา เพราะหากเขาไปเยี่ยมพี่สะใภ้เพียงลำพังโดยที่พี่ชายไม่ได้อยู่ในจวนอาจจะดูไม่เหมาะสมนัก
พอเริ่มใกล้เขตเรือนพักของเซียวซ่านและเผยหลั่นหลิง ชายหนุ่มก็ได้ยินเสียงร้องจ้าของทารกกับเสียงกล่อมปลอบโยนลอยแว่วเข้าโสตประสาทมาแต่ไกล เขาจึงรีบเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นด้วยความเป็ห่วง เกรงว่าหลานชายตัวน้อยอาจจะไม่สบาย เพราะเวลานี้อากาศเริ่มหนาวเย็นมากแล้ว
“เกิดอันใดขึ้น เหตุใดคุณชายน้อยถึงได้ร้องไห้เสียงดังเช่นนั้น” เซียวซ่งรีบเอ่ยถามหญิงรับใช้ชราที่อุ้มทารกน้อยไว้ในอ้อมอก
“คารวะคุณชายรอง คุณชายน้อยน่าจะหิวนมเ้าค่ะ”
“หิวนมแล้วไยไม่ส่งตัวเขาให้พี่สะใภ้กันเล่า? พี่สะใภ้อยู่ที่ใดหรือ?”
“ฮูหยินเผยไม่สบายมากเ้าค่ะ และนางก็ไม่มีน้ำนม บ่าวได้แต่ใช้น้ำข้าวกับบดผลไม้มาป้อน แต่ดูเหมือนว่าคุณชายจะไม่อิ่มท้อง ผลไม้ก็ไม่ค่อยยอมกิน” หญิงชราน้ำตาไหลพรากสงสารทารกน้อยจับใจ
“พี่สะใภ้ไม่ได้เตรียมแม่นมเอาไว้บ้างหรือ พวกเ้าก็ไม่รู้ความกันบ้างเลยหรือไร” เซียวซ่งชักจะโมโห หญิงชราเหล่านี้ล้วนแต่เคยมีบุตรกันแล้วทั้งสิ้น เื่การหาแม่นมมาช่วยเลี้ยงดูทารกก็เป็เื่ปกติธรรมดาที่สามารถจัดการได้ เหตุใดจึงปล่อยให้หลานชายของเขาต้องมาทรมาณเพราะความหิวอยู่เช่นนี้กัน
“ก่อนหน้านี้นายหญิงก็จ้างแม่นมมาคอยดูแลคุณชายน้อยแล้วเ้าค่ะ แต่นางกลับชนเข้ากับคุณหนูสกุลผิงที่มาเยี่ยมนายหญิงเข้าโดยบังเอิญ จึงถูกคุณหนูผิงขับไล่ออกไปเ้าค่ะ”
เซียวซ่งหลับตาข่มอารมณ์โกรธ ผิงจินเยว่ก้าวก่ายไปทุกเื่ภายในสกุลเซียวจริงๆ ท่านพ่อท่านแม่ก็อ่อนแอเกินไป ไม่กล้าว่ากล่าวนาง ส่วนเขาก็ตามใจหญิงสาวจนนางย่ามใจ เป็เช่นนี้เขาก็มีส่วนผิดเช่นกัน
“ไล่ไปก็หามาใหม่ รีบส่งคนออกไปจัดการเสีย ทารกตัวเท่านี้จะไปรู้ประสาอันใดแล้วพวกเ้าเหตุใดจึงไม่ไปแจ้งให้ท่านพ่อท่านแม่ข้ารู้ หลานชายข้าเป็อะไรขึ้นมาพวกเ้าแบกรับความผิดเอาไว้ได้หรือ แล้วพี่สะใภ้ป่วยมีคนไปตามหมอมาหรือยัง”
“เรียนคุณชายรอง ก่อนหน้านี้เราก็มีแม่นมมาแล้วสามคน แต่ละคนคุณหนูผิงก็ติติงว่างามเกินไปบ้าง หน้าอกใหญ่เกินไปบ้าง นางขับไล่แม่นมออกไปทีละคน จนไม่มีผู้ใดอยากเข้ามาทำงานในจวนสกุลเซียวแล้ว จะหาสตรีที่ให้นมบุตรใน่เวลาเดียวกันก็ไม่ง่ายนักเ้าค่ะ ส่วนนายหญิง นางล้มป่วยได้ราวครึ่งเดือนแล้ว ก่อนหน้านี้ยังพอจะลุกขึ้นมาทำอะไรได้บ้าง เพิ่งจะมีอาการหนักมาเมื่อสองวันก่อนนี้เองเ้าค่ะ แต่นางไม่อนุญาตให้พวกบ่าวไปรบกวนนายท่าน” หญิงชราคร่ำครวญฟ้องร้อง
“ส่งคนไปรับแม่นมที่เคยมารับใช้ที่นี่คนใดคนหนึ่งมาก่อน บอกกับนางว่าข้าคุณชายรองจะรับประกันความปลอดภัยของพวกนางเอง ให้พวกนางอยู่ในเรือนพี่สะใภ้ให้สบายใจได้เลย”
เซียวซ่งสั่งความเสร็จก็รับร่างของทารกตัวน้อยมาไว้ในอ้อมกอด ปล่อยให้บ่าวชราออกไปจัดการธุระ เด็กชายร้องไห้จนเหนื่อยและหลับไปแล้ว ชายหนุ่มมองดูเด็กชายตัวเล็กที่ผิวเหลืองซีดและเหี่ยวย่นอย่างเวทนา หลานชายอายุได้ 3 เดือนกว่าแล้ว สมควรที่จะมีเนื้อมีหนังมากกว่านี้ ในใจก็นึกตำหนิพี่สะใภ้และมารดาของตนว่าปล่อยเื่นี้ให้เด็กรับกรรมไปได้เช่นไร
“พาข้าไปเยี่ยมพี่สะใภ้ข้างในสักหน่อยเถิด” เซียวซ่งหันมากล่าวกับบ่าวรับใช้สตรีสองคนที่ติดตามมาด้วย
“พี่สะใภ้ท่านเป็อย่างไรบ้าง?” เซียวซ่งทักถามสตรีที่นอนอยู่บนเตียงโดยมีผ้าม่านบางๆ กั้นอยู่
“เปิดผ้าออกเถิด” เผยหลั่งหลิงสั่งสาวใช้ด้วยน้ำเสียงแหบแห้งอ่อนแรงเต็มที่
เมื่อผ้าม่านถูกเปิดออก เซียวซ่งก็แทบจะร้องไห้ไปอีกครั้ง เผยหลั่นหลิงใบหน้าสีขาวและยังผ่ายผอมจนหนังแทบจะติดกระดูก ใบหน้าที่เคยงดงามกลับซูบตอบจนแก้มยุบเป็โพรงอย่างเห็นได้ชัด
“พี่สะใภ้..” เขาไม่สามารถกล่าวคำใดๆ ออกมาได้อีกเลย
“อาซ่ง อย่าคิดมาก ข้าเป็ห่วงพี่ชายเ้าจนล้มป่วยไปเท่านั้น”
“ท่านพ่อท่านแม่รู้หรือไม่ เหตุใดไม่ตามหมอมาดูท่านเสียหน่อยเล่า”
เผยหลั่นหลิงหลับตาลงช้าๆ น้ำตาไหลอาบสองแก้มอย่างน่าเวทนา
“เื่ของสามีข้า ข้ารู้หมดทุกอย่างแล้วอาซ่ง ที่เขาต้องมาเดือดร้อนเช่นนี้ก็เป็เพราะบิดาแท้ๆ ของข้าเป็ผู้กระทำ สกุลเซียวต้องใช้จ่ายเงินทองไปเท่าใดข้าล้วนรู้แจ้งอยู่แก่ใจ เ้าจะให้ข้ามีหน้าไปร้องขอความช่วยเหลือจากท่านพ่อท่านแม่ได้อีกหรือ ข้าเป็สะใภ้ที่เนรคุณแล้ว เ้าก็อย่าได้ตำหนิบ่าวไพร่ในเรือน ข้าเป็คนสั่งพวกเขาเอง ไม่ให้ไปรบกวนท่านพ่อท่านแม่เด็ดขาด”
เซียวซ่งส่งหลานชายที่หลับอยู่ในอ้อมกอดของตนให้สาวใช้ที่ติดตามมา ก่อนจะก้าวมายืนข้างเตียงของผู้เป็พี่สะใภ้
“อีกไม่เกิน 10 วันพี่ใหญ่ก็จะกลับมาแล้วขอรับ พี่สะใภ้ต้องรีบหายป่วย ต้องยอมให้ท่านหมอมาดูอาการ ไม่เช่นนั้นท่านพ่อท่านแม่และข้าจะมีหน้าไปพบพี่ใหญ่ได้อย่างไรที่ไม่สามารถดูแลภรรยาและบุตรชายของเขาได้”
“ข้าพยายามแล้วอาซ่ง ข้าพยายามแล้ว.. แต่เมื่อใดที่คิดว่าจะต้องพบหน้าพี่ชายเ้า ข้าก็รู้สึกผิดจนไม่อยากจะมีชีวิตอยู่ต่อไป กินอาหารไปเท่าใดก็อาเจียนออกมาหมด นอนเท่าใดก็ไม่สามารถข่มตาหลับลงได้ ข้าผิดไปแล้วจริงๆ” หญิงสาวยังคงร้องไห้ต่อไป
“พี่สะใภ้หยุดคิดเื่อื่นๆ ไปเสียให้หมด ท่านต้องนึกถึงเซียวอวี้เพียงผู้เดียวเท่านั้น ท่านทนให้บุตรชายของท่านไร้มารดาขาดที่พึ่งพิงได้ลงคอเชียวหรือขอรับ”
“เสี่ยวอวี้..ข้าขอโทษ ลูกชายของข้า ฮือๆ” เผยหลั่นหลิงเหมือนเพิ่งได้สติ นางมีเื่ที่ต้องคิดในใจมากเกินไป บางครั้งนางก็ได้ยินเสียงบุตรชายร้องไห้อย่างน่าสงสาร แต่นางก็ไร้เรี่ยวแรง และไม่มีน้ำนมทำให้บ่าวในเรือนไม่กล้านำบุตรชายเข้ามาพบนางเกรงว่าจะเป็การรบกวนการพักผ่อนของนายหญิง
“หลานชายมีคนมาดูแลแล้ว ก็เหลือแต่เพียงท่าน ท่านต้องเข้มแข็งเพื่อเขา”
“ขอบคุณอาซ่ง ขอบคุณ” เผยหลั่นหลิงร่ำไห้จนเหนื่อยอ่อน ก่อนที่จะหลับไปด้วยหมดแรงจนสิ้น
“ไปแจ้งท่านให้ท่านแม่รู้โดยด่วน แล้วไปตามหมอมา”
ฉิงยี่เมื่อได้พบกับสะใภ้ใหญ่ของตนก็ถึงกับเป็ลมล้มพับไปในทันที เซียวหยุนเองก็เสียใจไม่น้อยไปกว่ากัน พวกเขาทั้งสองคนต่างก็เป็ทุกข์ด้วยเื่ของเซียวซ่าน อีกทั้งเมื่อเซียวซ่งไม่อยู่เขาจึงไปดูแลร้านค้าเอง ภรรยาจึงต้องดูแลจวนอยู่เพียงลำพัง ซ้ำเขายังปลดบ่าวรับใช้ออกไปอีกเกือบ 10 คน เพื่อช่วยกันประหยัดค่าใช้จ่ายภายในจวน จนละเลยสะใภ้และหลานชายไปเสียร่วมเดือน ไม่คิดว่าในระยะเวลาสั้นๆ เผยหลั่นหลิงจะตรอมใจจนถึงขั้นไร้สติสัมปชัญญะ ไม่สามารถดูแลบุตรชายได้เลยด้วยซ้ำ
“ฮูหยินน้อยขาดอาหารจึงทำให้ร่างกายไม่มีเรี่ยวแรง หากฝืนใจกินอาหารเข้าไปได้บ้างก็พอจะแก้ไขได้อยู่ขอรับ แต่..การเจ็บป่วยทางจิตใจนั้น คงต้องใช้ระยะเวลาอีกนาน คนในบ้านต้องเหนื่อยกันหน่อยแล้ว” หมอชรากล่าว
“ขอบคุณท่านหมอ แล้วหลานชายของข้าเล่า เขาจะเป็อันใดหรือไม่?” เซียวหยุนถาม
“คุณชายน้อยไม่เป็อันใดมากหรอกขอรับ ที่จริงเขาแข็งแรงมากเลยทีเดียว เพียงแต่กินไม่อิ่มจึงทำให้ร้องไห้งอแง ร่างกายที่เล็กนั้นอีกไม่นานก็จะอ้วนท้วนสมบูรณ์ได้ดังเดิมแล้วขอรับ”
“ดีๆ ขอบคุณท่านหมอ ขอบคุณ” เซียวหยุนโล่งใจ ล้วงถุงเงินที่เตรียมเอาไว้ใส่มือท่านหมอชรา ก่อนที่จะให้บ่าวนำรถม้าออกไปส่งท่านหมอ
ถึงเวลากลางคืนเซียวซ่งยังคงครุ่นคิดถึงเื่ราวของผิงจินเยว่ ผู้ที่เขาจะรับเข้ามาเป็ภรรยาเอกในไม่ช้า เขายอมรับว่าเขาหลงรักนางั้แ่แรกเห็น ตลอดเวลาที่ผ่านมา ไม่ว่าจะกลิ่นหอมบนเรือนผมของนาง ถุงหอมที่นางใช้ ล้วนแล้วตราตรึงอยู่ในจิตใจเขาอย่างมิอาจลืมเลือน นางเป็สตรีเพียงผู้เดียวที่ทำให้เขาหวั่นไหว
เขาพยายามจะใช้ความดีเอาชนะนาง หวังว่านางคงจะเปลี่ยนตัวเองเพื่อเขาในสักวัน แต่จนถึงทุกวันนี้ ไม่มีสักวินาทีเดียวที่สายตาของนางจะมองเขาอย่างรักใคร่บริสุทธิ์ใจ นางยังคงมองเขาในฐานะผู้ให้ผลประโยชน์ กอปรกับความร้ายกาจที่ไม่มีลดลงรังแต่จะเพิ่มขึ้นในทุกวัน ครั้งนี้นางเกือบจะฆ่าหลานชายเพียงคนเดียวของเขาในทางอ้อมไปแล้วด้วย ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งนึกรังเกียจสตรีจิตใจโเี้ผู้นี้เข้าไปทุกที