ตอนที่ 24
งานเลี้ยง
✧༝· • —– ٠ ✤ ٠ —– • ·༝✧
คาวีร์พาฉันมาถึงห้องโถงที่จัดงาน ภายในงานไม่มีอะไรนอกจากความครึกครื้นรื่นเริง และเสียงดนตรีแปลกๆ ที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน จะไพเราะก็ไม่เชิง จะหนวกหูก็ไม่ใช่
คาวีร์เดินควงฉันเข้าไปในงาน ความบางของเนื้อผ้าของชุดที่ใส่ ทำให้ฉันหน้าชาและร้อนผ่าวไปทั้งตัว อับอายที่ต้องโชว์เนื้อหนังมังสามากขนาดนี้ และที่น่ากระอักกระอ่วนที่สุดก็คือ ทุกคนที่ฉันเดินผ่าน ต่างหันมามองฉันเป็ตาเดียว
คาวีร์พาฉันเดินผ่านผู้คนที่ต่างก็พร้อมใจกันหลีกทางให้ ไอรีนยืนอยู่เบื้องหน้า กระหยิ่มยิ้มย่อง ในชุดราตรีสีแดงเพลิงบนเรือนร่างไม่มีที่ติของเธอ คุณอารัญยืนอยู่ข้างๆ ไอรีน หล่อเหลาหมดจดกับสายตาที่ว่างเปล่า สีหน้าของเขาแข็งทื่อราวกับก้อนหิน
เมื่อเราเดินไปถึงจุดที่ไอรีนยืนอยู่ คาวีร์โค้งคำนับให้เธอ ความประหม่าเกรงกลัวเอ่อล้นเต็มเปี่ยม เมื่อฉันต้องเผชิญหน้ากับไอรีนในระยะประชิด แต่ฉันก็บอกกับตัวเองว่าให้เชิดหน้าเข้าไว้
“ข้างในคุณคงแทบะเิเลยสินะ ที่เห็นเธอมากับคาวีร์” ไอรีนพูดกับคุณอารัญ ที่ก็ดูไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไร แต่เธอก็พูดกับเขาต่อ “ฉันยกเธอให้คาวีร์แล้ว เขาจะทำอะไรกับเธอก็ได้”
คาวีร์ไล้มือผ่านแก้มของฉันลงมาที่คาง “เธอได้ยินใช่มั้ย? ว่าฉันจะทำอะไรกับเธอก็ได้...” รอยยิ้มจิ้งจอกปรากฏขึ้นที่ริมฝีปากของเขา
ไอรีนหันมาหาฉัน “อารัญอาจจะดูนิ่งๆ แต่เธอรู้ไว้ด้วยว่าเขารับรู้ทุกอย่าง” เธอหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ “มันจะไปสนุกอะไรล่ะ ถ้าเขาไม่รับรู้อะไรเลย จริงมั้ย?” แล้วเธอก็จูงคุณอารัญเดินห่างออกไป
สาวเสิร์ฟถือถาดไวน์หลากสีในแก้วใบสวยผ่านมา ฉันรู้ดีว่ามันคือไวน์ของผู้วิเศษ ที่ฉันไม่ควรจะดื่มมัน แต่ในสถานการณ์อันมืดมนนี้ฉัน้ามัน ฉันหยิบไวน์สีแดงแก้วหนึ่งจากถาด และกำลังจะยกขึ้นมาดื่ม แต่คาวีร์แย่งแก้วไวน์ไปจากมือฉันซะก่อน แล้วกระดกจนหมดแก้ว “เธอไม่้ามันหรอก”
“ฉันรู้ดีว่ามันจะส่งผลกับฉันยังไง แล้วนายจะแคร์ทำไมไม่ทราบ”
“ฉันไม่ได้แคร์ แต่เธอไม่จำเป็ต้องใช้มัน เพราะฉันตั้งใจจะทำให้เธอไร้สติอยู่แล้ว” เขาจุมพิตลงเบาๆ ที่แก้มฉัน แล้วทุกสิ่งทุกอย่างก็ดับวูบไป
……..
ฉันมารู้สึกตัวอีกทีที่คุก ในวันรุ่งขึ้น ในเสื้อผ้าสีทึมๆ ชุดใหม่ ที่ไม่ใช่ชุดชั้นใน กับเสื้อคลุมสีดำตัวเก่าที่คาวีร์ให้มา เดรสผ้าโปร่งบางได้ถูกถอดออกไปแล้ว และฉันก็ไม่มีความทรงจำของเมื่อคืนอยู่ในสมองเลยแม้แต่นิดเดียว
เวลาในคุกผ่านไปเฉกเช่นเคย จนล่วงมาถึงกลางดึก ในขณะที่ฉันกำลังหลับใหลอยู่นั้น มีเสียงใครบางคนเรียกฉัน “เอวา… เอวา…”
ฉันงัวเงียตื่นขึ้นมาและคิดว่ามันคือความฝัน แต่…
“เอวา…”
“ภาคิน?!…”
“เธอเป็ยังไงบ้าง ฉันขอโทษที่ยังช่วยเธอออกไปไม่ได้” เขาถอนหายใจ “ฉันรู้เื่เมื่อคืนหมดแล้ว”
“เื่เมื่อคืน? ฉันไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อคืน คาวีร์ร่ายมนตร์ใส่ฉัน ฉันไม่รู้สึกตัวเลยทั้งคืน”
“ไอ้สาระเลว” ภาคินสบถ
“แล้วนายรู้เื่เมื่อคืนได้ยังไง”
“ฉันพอจะมีหูมีตา ที่คอยรายงานสถานการณ์อยู่”
“แล้วมันเกิดอะไรขึ้น”
“เธอไม่อยากรู้หรอก”
“บอกฉันมา...”
“เอ่อ… เมื่อคืนในงาน... มันกอดรัดฟัดเหวี่ยงเธอน่าดูเลย ทุกคนในงานเห็น อารัญเห็น และราชินีก็ชอบใจมากที่อารัญเห็น”
“ใคร… นายหมายถึงใคร”
“เธอคิดว่าใครล่ะ...” ภาคินถอนหายใจอีกครั้ง “มันกอดเธอ จูบเธอ เต้นรำกับเธอ แล้วก็ให้เธอนั่งบนตักมันทั้งคืน”
ใจฉันหายวาบ หน้าชา ตัวชาไปหมด ฉันไปกับคาวีร์ ไม่มีใครกล้าแตะต้องตัวฉัน ยกเว้นเขา... เข้าใจอะไรๆ ได้ไม่ยาก เขาและราชินีจงใจ ไอรีนยกฉันให้คาวีร์ ก็เพื่อจะทำร้ายจิตใจคุณอารัญ
“ฉันมีเื่สำคัญอีกอย่างจะบอกเธอ เอวา”
“เื่อะไร”
“อารัญหลุดจากมนต์สะกดแล้ว”
“เป็ไปไม่ได้! เมื่อคืนฉันยังเห็นเขาแข็งเป็ก้อนหินอยู่เลย”
“ไอรีนคิดว่ามนต์สะกดของเธอจะเอาอารัญอยู่ แต่ไอรีนคิดผิด เพราะพลังเวทของอารัญแข็งแกร่งมากพอที่จะหลุดจากมนตร์สะกดได้เอง แต่เพื่อความปลอดภัยของเธอ อารัญยังคงต้องแสร้งทำว่ายังถูกสะกดต่อไป จนว่าจะช่วยเธอออกไปจากที่นี่ได้ หรือจนกว่าจะหาต้นไม้เจอ ฉันกับอารัญพยายามติดต่อวางแผนกันลับๆ อยู่ เธออดทนไว้นะ”
“อดทนเหรอ… ภาคิน… นายรู้ไหม ว่าฉันเกือบตายไปแล้ว... ฉันเพิ่งรอดจากแมงป่องั์มาได้ ฉันไม่รู้ว่าฉันจะต้องไปเจอกับอะไรอีก” ฉันตัดพ้อ
“ฉันดีใจมากที่เธอรอดมาได้ เพราะถ้าเธอเป็อะไรไปฉันคงจะเสียใจไปตลอดชีวิต แค่ฉันปกป้องเธอไม่ได้มันก็แย่พออยู่แล้ว”
“นายจะโทษตัวเองไม่ได้ ทุกอย่างเป็เพราะฉัน ฉันผิดเอง ฉันโง่เอง”
“เธอรอดมาได้ขนาดนี้ เธอไม่โง่ เอวา”
“ฉันไม่ได้รอดมาได้ด้วยตัวเอง... คาวีร์ช่วยฉันไว้ ฉันไม่รู้ว่าเขา้าอะไรจากฉันกันแน่ แต่เขาช่วยชีวิตฉันไว้… สองครั้ง”
“สองครั้ง? หมายความว่ายังไง เกิดอะไรขึ้น!”
“ครั้งแรกตอนที่สู้กับแมงป่องั์ ครั้งที่สองที่ฉันถูกพิษของมัน แต่ไม่มีใครรู้ นอกจากเขา เขามาหาฉันที่นี่ แล้วช่วยชีวิตฉันไว้ เขาเป็คนเดียวที่ใช้เวทมนตร์ในเขตคุกได้” ฉันไม่ได้บอกเื่เงื่อนไขระหว่างฉันกับคาวีร์ ให้ภาคินรู้ เพราะฉันไม่อยากให้เขามีเื่ต้องกังวลไปมากกว่านี้ และอีกอย่าง ฉันก็ไม่มั่นใจนักหรอกว่า ฉันจะรอดจากราชินีไปได้รึเปล่า
“ฉันไม่ไว้ใจมัน! เธอรู้ใช่มั้ย ว่าคาวีร์มันไว้ใจไม่ได้!”
“รู้สิ ฉันรู้ดี แต่ถ้าเขาไม่ช่วยฉันเอาไว้ ฉันคงไม่ได้มานั่งคุยกับนายตอนนี้ ภาคิน”
“บ้าเอ๊ย!!” ปั้ง! ภาคินต่อยประตูอย่างเดือดดาล เพราะการที่จะปกป้องฉันได้ มันเหมือนจะเกินกว่ากำลังของเขา “ฉันจะต้องช่วยเธอออกไปให้ได้ ฉันสัญญา” แล้วภาคินก็เงียบไป เหมือนเขากำลังระแวดระวังกับอะไรบางอย่าง ก่อนที่จะกระซิบกระซาบออกมาว่า “ฉันจะต้องรีบไปแล้ว ทหารยามกำลังจะเดินตรวจ อย่าเพิ่งหมดหวังในตัวฉันนะ เอวา”
ภาคินจากไปแล้ว และฉันก็หลับไม่ลงอีกเลยทั้งคืน
……..
ในอีกไม่กี่คืนถัดมา สาวสวยคนของคาวีร์ก็มาหาฉันที่คุกอีก ทุกอย่างเป็ไปแบบเดิม เธอพาฉันไปแต่งองค์ทรงเครื่อง ห่อหุ้มฉันด้วยชุดแสนสวยที่วาบหวาม ไปงานเลี้ยงกับคาวีร์ หลังจากจุมพิตที่แก้ม ฉันก็ไม่รู้สึกตัวใดๆ จนมาตื่นอีกทีในวันรุ่งขึ้น แต่ฉันจะขอถือว่ามันคือความเมตตาก็แล้วกัน ที่จะได้ไม่ต้องรับรู้ว่า คืนทั้งคืนคาวีร์ทำอะไรยังไงกับฉันบ้าง
ผ่านไปแบบเดิม วนไป คืนแล้วคืนเล่า แต่ไม่ว่าคืนทั้งคืนจะเกิดอะไรขึ้น ฉันก็รับรู้ได้ว่า เข้าไม่เคยล่วงเกินฉันมากไปกว่าการกอดจูบลูบคลำเลย ฉันรู้ว่ามันเป็แค่เกม มันเป็แค่ละครตบตา เขาคงร่ายมนตร์ใส่ฉันเพียงเพื่อให้ง่ายต่อการแสดงก็แค่นั้นเอง ไม่มีอะไรมากไปว่านั้น อาจดูเหมือนว่าคาวีร์กำลังเล่นตามเกมของราชินี แต่ฉันว่ามันไม่ใช่ทั้งหมด ระหว่างเขากับคุณอารัญต้องมีอะไรบาดหมางกันอยู่แน่ๆ ฉันไม่รู้ว่าไอรีนคิดยังไง แต่ฉันคิดว่า คาวีร์ไม่น่าจะเล่นตามเกมของใคร นอกจากเกมของเขาเอง
และในคืนนี้ก็เช่นกัน หลังจากที่แต่งองค์ทรงเครื่องเสร็จเรียบร้อย คาวีร์ก็เข้ามารับฉันที่ห้องแต่งตัวเหมือนเคย
“ฉันจะต้องเป็ตัวละครในเกมของนายไปถึงไหน” ฉันพูดขึ้นเมื่อสาวใช้ฝาแฝดสาวสวยเดินออกไปแล้ว
เขายิ้มมุมปาก “จนกว่าฉันจะพอใจ” เขาตั้งศอกขึ้น “ไปกันได้แล้ว”
แต่ฉันสะบัดหนี และเดินนำหน้าไป
“เก่งจริงๆ เลยนะตัวแค่นี้” เขาประชดใส่ฉัน
ฉันหันกลับไป “ถ้านายอยากจะให้ฉันเชื่องนัก ก็ร่ายมนตร์ใส่ฉันซะตอนนี้เลยสิ รออะไร” ฉันยื่นแก้มไปให้เขาเพื่อท้าทาย
เขาคว้าข้อมือฉัน แล้วดึงเข้าไปใกล้ “ฉันอยากรู้จริงๆ ว่าเธอจะเก่งแบบนี้มั้ย ตอนที่ถูกอารัญจับมาเป็เชลย”
“เขาทำไปเพราะเขารักฉัน! เขาหวังดีกับฉัน!”
“หึ” เขาหัวเราะในลำคอ แล้วเขาก็ฉุดฉัน ลากจูงฉันไป
ในขณะที่ถูกเขาลากจูงไปตามทาง “เพราะอย่างงี้ใช่มั้ย นายถึงช่วยฉัน นาย้าจะทำร้ายจิตใจคุณอารัญ ทำไมนายถึงได้เกลียดเขานัก!”
“เพราะคุณอารัญของเธอมันขี้ขลาดน่ะสิ”
“ไม่จริง!”
“เธอมันจะไปรู้อะไร…”
แล้วเขาก็ฉุดลากฉันมาถึงหน้าห้องโถงใหญ่ สถานที่จัดงานเลี้ยงคืนนี้ เขายกข้อศอกขึ้นให้ฉัน “ทำตัวดีๆ ล่ะ แล้วอย่าหาว่าฉันไม่เตือน”
ฉันควงแขนเขาอย่างเสียมิได้ แล้วเราก็เข้าไปในงาน
ทันทีที่เราก็เข้าไปในงาน ผู้วิเศษชั้นสูงคนหนึ่งก็ตรงปรี่เข้ามาหาคาวีร์ และบอกกับเขาว่า ราชินี้าตัวเขาเดี๋ยวนี เราเดินตามผู้วิเศษคนนั้นไปที่หน้าประตูห้อง ห้องหนึ่ง ที่อยู่ติดกับโถงที่จัดงาน เขาเปิดประตูห้องให้คาวีร์ แต่บอกให้ฉันรออยู่ตรงนี้ก่อน ฉันหน้าเสียเพราะไม่อยากถูกทิ้งอยู่ตรงนี้คนเดียว แต่คาวีร์ก็เข้ามาโอบหลังฉันไว้ และพาฉันเข้าไปในห้องกับเขา และแน่นอนผู้วิเศษชั้นสูงคนนั้นไม่กล้าขัด
คาวีร์และฉันเดินเข้าไป และหยุดอยู่แค่ตรงประตู “อยู่ตรงนี้ นิ่งไว้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น” เขาบอกฉันก่อนที่จะเดินเข้าไปหาไอรีน
ห้องนี้ตกแต่งเป็ห้องนั่งเล่นส่วนตัว มีชุดโซฟาหรูตั้งอยู่กลางห้อง ประดับประดาด้วยโคมไฟ และของตกแต่งหรูหรา ไอรีนนั่งอยู่ที่โซฟาตัวยาว และเป็ครั้งแรกที่ฉันไม่เห็นคุณอารัญอยู่ข้างๆ เธอ มีผู้วิเศษชั้นสูงสองสามคนรายล้อมอยู่ บางคนนั่ง บางคนยืน ทหารผีดิบและกากอยล์จำนวนหนึ่งยืนอยู่ห่างๆ เบื้องหน้าของไอรีนมีผู้วิเศษชายคนหนึ่ง ซึ่งถูกจับกดให้นั่งคุกเข่าอยู่ที่พื้น
ไอรีนมองคาวีร์ในทุกเยื้องย่างที่เขาเดินเข้าไปหา และเอ่ยปากกับเขา “ชายผู้นี้ กำลังจะแอบเข้าไปหาอารัญแต่ถูกจับได้เสียก่อน ฉันอยากรู้ว่าเขาจะแอบเข้าไปหาอารัญทำไม”
คาวีร์นั่งลงบนโซฟาข้างๆ ไอรีน และมองไปที่ชายที่ถูกจับกดอยู่ที่พื้นคนนั้น
ฉันท้องไว้บิดมวนเมื่อเห็นปฏิกิริยาของชายคนนั้นเมื่อเห็นคาวีร์ เขาตัวสั่นเทา จนฉี่ราดออกมา ช่างน่าเวทนายิ่งนัก
คาวีร์หน้านิ่ง แล้วกระแสดำมืดของเขาก็เข้าครอบงำชายผู้นั้น
ฉันรู้ว่าเขากำลังทำอะไร เพราะฉันเคยเจอกับตัวเองมาก่อน กรงเล็บดำมืดของเขากำลังคืบคลานเข้าไปภายในจิตใจ ภายในความรู้สึกนึกคิดของชายคนนั้น
ไม่กี่วินาที คาวีร์ก็ได้คำตอบ “เขาเป็คนของอาณาจักรมรกต ที่ย้ายมาอยู่ที่นี่เมื่อหกสิบปีก่อน เขาแอบเข้าไปหาอารัญ เพื่อ้าจะช่วยพาอารัญหลบหนี”
“แค่นั้นเหรอ” ไอรีนถามย้ำ
“แค่นั้น ไม่มีอะไรมากไปกว่าความโง่เขลาเบาปัญญา ที่คิดว่าเขาจะสามารถพาอารัญหนีออกไปได้”
ไอรีนกลอกตาอย่างรำคาญใจ “โง่นักก็ตายซะ ฆ่ามัน คาวีร์” ไอรีนสั่ง
คาวีร์พยักหน้า สีหน้าของเขา เรียบเฉย เขายกมือขึ้นมาระดับอก แล้วค่อยๆ กำมือของเขาช้าๆ พร้อมๆ กับที่ชายคนนั้นค่อยๆ ทรุดลงไปที่พื้น เืไหลออกมาจากตา หู จมูก ปาก ก่อนที่จะนิ่งสนิทและตายไปอย่างง่ายดาย
เมื่อร่างชายคนนั้นสลายกลายเป็ฝุ่นผง กลับคืนสู่ธรรมชาติแล้ว คุณอารัญก็เดินเข้ามา เขายังคงแข็งทื่อเป็ก้อนหิน หากแต่ฉันรู้ว่าเขาแสร้งทำ เขานั่งลงบนโซฟาอีกข้างหนึ่งของไอรีน คาวีร์ ไอรีน และคุณอารัญ นั่งอยู่ด้วยกัน พวกเขางดงามไม่มีที่ติ และเหมาะสมกันมากกว่าอะไรทั้งปวง
ไอรีนลุกขึ้นยืน คุณอารัญลุกขึ้นตาม เธอเดินนำออกมาเพื่อจะออกจากห้อง ผ่านฉันที่ยืนอยู่หน้าประตู ไอรีนเหลือบมามองฉันด้วยหางตา ยิ้มเยาะ “นางบำเรอชั้นต่ำของคาวีร์อยู่ตรงนี้นี่เอง” แล้วเธอก็เดินออกจากห้องไป พร้อมกับคุณอารัญและบริวาร
ฉันพยายามจ้องมองคุณอารัญ แต่ก็ได้รับกลับมาแค่ความว่างเปล่า การที่ได้รู้ว่าคุณอารัญหลุดจากมนต์สะกดแล้ว แต่เขากลับยังเฉยเมยขนาดนี้ ทั้งๆ ที่ฉันเองก็รู้ทั้งรู้ว่า เขาทำไปเพราะอะไร แต่มันก็อดที่จะเสียใจไม่ได้
คาวีร์ที่ยังคงนั่งอยู่ เขามองมาที่ฉันที่น้ำตาคลอเบ้า แต่สายตาของเขาแข็งกร้าว เขาลุกขึ้นและเดินเข้ามาหาฉันช้าๆ ก่อนที่จะประทับจูบลงบนแก้มของฉัน ส่งฉันเข้าสู่ภวังค์ในคืนนี้
✧༝· • —– ٠ ✤ ٠ —– • ·༝✧