-บทนำ-
จีลู่ฟาง
“อาการของนางเป็อย่างไรบ้างเ้าคะ…ท่านหมอ?”
ชายชราที่ถูกเรียกว่าท่านหมอมองไปที่ดวงตาเรียวสีนิลของสตรีวัยกลางคนที่แต่งกายด้วยอาภรณ์ดีมีราคาตรงหน้าซึ่งฉายแววคาดหวังอย่างเปี่ยมล้นออกมา พลางชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจเอ่ยว่า
“ข้าเสียใจที่จะต้องบอกว่าเหมือนเดิม...แขนขาของนางแทบไม่มีแรงเลย...คงทำได้เพียงประคับประคองไปเรื่อยๆ แต่ไม่ว่าอย่างไรข้าก็มั่นใจว่าบุตรสาวของเ้าจะมีอายุยืนยาวแม้ต้องอยู่แต่ในสภาพนี้ก็ตามเว้นเสียแต่...”
ท่านหมอนิ่งไปสักพักแล้วพูดต่อด้วยน้ำเสียงแ่เบา
“จะมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้น”
“เข้าใจแล้วเ้าค่ะ...ขอบคุณท่านหมอมากนะเ้าคะ”ผู้เป็แม่เอ่ยเสียงเรียบ แต่แววตาแสดงออกถึงความผิดหวังชัดเจน
“เดี๋ยวข้าต้องขอตัวก่อน...ไว้เดือนหน้าข้าจะมาตรวจดูอาการของนางอีกครั้ง...”
“เ้าค่ะ...”
หลังจากท่านหมอไปแล้วจีฮูหยินก็เดินเข้าไปในห้องนอนของบุตรสาวพลางปรายตามองไปยังใบหน้าซีดเซียวที่ตอนนี้นอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียงแล้วเรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“ลู่ฟางลูกแม่...”
“เ้าคะ...” น้ำเสียงที่แ่เบาจนแทบไม่ได้ยินถูกเปล่งออกมาจากลำคอของอีกฝ่ายก่อนที่เ้าของร่างจะค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา
“เป็อย่างไรบ้างลูก?”
“สบายดีเ้าค่ะ” จีลู่ฟางตอบพร้อมกับยิ้มให้ผู้เป็มารดา
“ดีแล้วล่ะ...แม่เชื่อว่าสักวันลูกจะต้องหายไม่ต้องคิดมากนะ” จีฮูหยินพูดพลางเข้ามาบีบมือให้กำลังใจบุตรสาวก่อนจะจุมพิตไปที่หน้าผากของจีลู่ฟางเบาๆแล้วเดินออกจากห้องไปพร้อมกับพึมพำคำว่าสักวันซ้ำๆ คล้ายกำลังปลอบใจตนเอง
ขออภัยเ้าค่ะ...ข้าขออีกเพียงปีเดียวเท่านั้น...
แล้วข้าก็จะกลับมาเป็ปกติ!
ลับร่างผู้เป็แม่จีลู่ฟางก็โบกมือให้เว่ยถิงบ่าวสาวคนสนิทปิดประตูลงกลอนจากนั้นตัวเองก็ลุกจากเตียงลงมายืดเส้นยืดสาย หลังจากที่ต้องทำตัวนอนนิ่งๆอยู่บนเตียงมาเป็เวลานาน
ใช่แล้ว...ในความเป็จริงนางไม่ได้ป่วยแต่อย่างใด ซ้ำยังมีสุขภาพแข็งแรงดีอีกด้วย
แต่กลับวางแผนให้ทั้งทุกคนเข้าใจผิดว่าตัวเองป่วยโดยไม่ทราบสาเหตุทำอะไรนิดอะไรหน่อยก็หมดแรง ต้องนอนติดเตียงแทบจะตลอดเวลามือเท้าก็ไม่มีแรงราวกับคนเป็ง่อยต่างหาก
อ้อ!แล้วถ้าถามว่าไม่กลัวเขาเอาหมอมาตรวจหรือ!? กลัวสิก็เลยขู่บรรดาหมอด้วยการเอาปิ่นมาจ่อที่คอของตัวเองแล้วทำท่าจะแทงหากพวกเขาบอกบิดามารดาของนางว่านางสบายดีบางทีเพื่อความสมจริง เห็นว่ามีพวกสมุนไพรที่กินแล้วช่วยบันดาลอาการนั่นนี่ด้วยก็เอามากิน
แม้จะรู้สึกผิดที่ทำให้จงเก้าจินหรือจีฮูหยินกับจีซ่งเหียนเสนาบดีกรมการคลังที่เพิ่งได้รับตำแหน่งเมื่อปีกลายผู้เป็บิดามารดาที่แท้จริงของร่างนี้ต้องทุกข์ใจ แต่ต้องขออภัยจริงๆเพราะนางไม่มีทางเลือก
และที่ต้องทำก็เพราะว่า...
นางไม่อยากมีชีวิตรันทดเหมือนที่จีลู่ฟางตัวจริงถูกลิขิตไว้ในนิยายยังไงล่ะ!!
ใช่แล้ว...
ความลับที่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ก็คือ...
ั้แ่ดรุณีน้อยจีลู่ฟางอายุได้สิบหนาว...นางก็ไม่ใช่จีลู่ฟางอีกต่อไป!!!
แต่เป็‘ขนมผิง’ หญิงสาวยุคปัจจุบันวัยไฉฉามฉิบฉี่...เห็นอย่างนี้ยังไม่เคยมีสามีนะจ๊ะ ถึงจะมีแฟนมาเป็ร้อยก็เหอะ
ล้อเล่น…ไม่ถึงขนาดนั้น
เฮ้อ~~ยิ่งพูดยิ่งะเืใจ ก็เป็แค่ฟรีแลนซ์สาวหน้าตาบ้านๆที่ถูกผู้ชายหลอกคบเพื่อเอาเงินซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนกลายเป็คนเกลียดผู้ชายไปโดยปริยาย
ซึ่งก่อนหน้านั้นได้ไปคอมเมนต์ในนิยายเื่เล่ห์รักร้ายไม่ให้ใจใครเลยดีกว่าว่า
‘ไรต์ขา รีดรออ่านอยู่นะ มาต่อเถอะ //จุดธูปอัญเชิญ’ก่อนจะเข้านอนตามปกติแล้วตื่นขึ้นมาในร่างของจีลู่ฟางวัย 10 หนาวที่เพิ่งฟื้นจากการกินขนมผิงติดคอตาย!!!!
นี่ควรจะเรียกว่าเื่ดีหรือร้ายวะ?เปลี่ยนจากอ่านนิยายรักโรแมนซ์ที่พระนางสวีทกันจนหวานเลี่ยน (แต่ขนมผิงก็ยังฟินทุกเื่เพราะชีวิตจริงฉันไม่เคยมี!) มาอ่านนิยายจีนโบราณเื่แรกที่เพิ่งเห็นว่าคนเขียนดองมาชาตินึงหลังจากเขียนไปได้สามสิบกว่าตอน แต่ทำไงได้ติดไปแล้วอะ ไปๆ มาๆ ทะลุมิติมาเป็นางเอกของเื่ซะงั้น...
เป็โมเมนต์ที่ขนมผิงในตอนนั้นงงมากกกกกก(เอ้า! ใครก็ได้ไปเอาว่าวมา)
เพราะในนิยายไม่เห็นมีฉากนี้เลยและหนูน้อยลู่ฟางคนนี้ก็คือนางเอกแสนดีที่ต้องกลายมาเป็สตรีร้ายกาจเ้าคิดเ้าแค้น เพราะอดีตสามีที่แสนงี่เง่าจนในที่สุดก็ลุกขึ้นมาใช้เสน่ห์ที่มีอยู่และมารยาหญิงไปยั่วยวนคนนั้นทีคนนี้ทีเพื่อยืมมือช่วยแก้แค้น
ซึ่งเท่าที่จำได้คือวังวนรันทดนี้จะเริ่มตอนนางอายุสิบห้าและสิ้นสุดตอนอายุยี่สิบซึ่งคุณชายหน้าเหม็นชื่อเชี่ยชินกงนี่ จะได้ทำการหมั้นหมายกับจีลู่ฟางตอนอายุ 13ก็คือหลังพิธีปักปิ่นเสร็จหมั้นเลย แม่จ๋า ไฟแลบจัดพีคสุดคือสองปีต่อมาแต่งงานละย้ายไปอยู่จวนสกุลเชี่ย
พอแต่งเข้ามาอยู่ได้ไม่ถึงสองปีเชี่ยชินกงก็เริ่มออกลายเ้าชู้ พูดจาไม่ถนอมน้ำใจเมีย แต่งอนุเข้ามาเพียบเพราะอ้างว่าลีลาบนเตียงของจีลู่ฟางไม่เร้าใจและสารพัดเหตุผลที่บางอันก็ฟังไม่ขึ้น
(เข้าใจไหม!? ถ้าคนมันจะแถ คิดอะไรได้ก็พูดออกมาหมด)
นอกจากนี้ยังปล่อยให้อนุของตนมาโขกสับนางเอกอีก!
ค่ะ…เชี่ยสมชื่อ!
ขณะเดียวกันตระกูลจีก็เกิดไฟไหม้จีซ่งเหียนกับจงเก้าจินถูกไฟคลอกตายหมด ทำให้นางเอกของเราไม่มีที่พึ่งพ่อแม่ของสามีแน่นอนต้องเข้าข้างลูกตัวเอง จนหาทางแก้แค้นด้วยวิธีอย่างว่าซึ่งก็ได้ผลดีเกินคาด
ฉากร้ายคือสุดจัดปลัดบอกชนิดที่ว่าอัญเชิญองค์แม่มาประทับร่าง
ส่วนฉากร้องไห้คือน้ำตาไหลไม่หยุดเพราะสงสารความรันทดของน้องลู่ฟาง
ตอนอ่านไปก็แอบเชียร์ไปว่าร้ายกว่านี้!ตบมัน! ฆ่ามัน! โบยไม่ต้องยั้ง!สะใจโว้ย!
แต่ตอนนี้สะใจไม่ออกแล้วค่ะ...เพราะเธอกลายมาเป็จีลู่ฟางแล้ว!!
นั่นหมายความว่าหากไม่ทำอะไรสักอย่างคนที่จะต้องรับความรันทดโสมมก็คือตัวเธอเอง!!
ฮือ...แค่คิดก็อยากจะกินขนมผิงให้ติดคอตายอีกรอบเผื่อจะได้กลับไปภพเดิม
แต่กลัวจะได้หายไปตลอดกาลแทนนี่สิ!
ส่วนหลังจากนั้นชีวิตจะเป็อย่างไรก็ไม่รู้เพราะนักเขียนหยุดอัพไปนานแล้ว...
ขนมผิงจึงคิดแผนการนี้ขึ้นมาเพื่อจะได้อยู่เป็โสดไปจนตายด้วยมิคิดจะฝากความหวังไว้กับบุรุษคนไหนทั้งนั้น บ้านรวยเพราะงั้นอยู่ได้ด้วยตัวเอง แต่เพราะธรรมเนียมโบราณของที่นี่ อยู่ๆจะเดินไปบอกท่านแม่ว่าไม่อยากมีสามีก็กระไรอยู่ จึงแกล้งป่วยดีกว่า...
และตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมาก็ทำได้ดีมากทั้งการแสดงทั้งสตอรี่ จนตอนนี้อายุ 19 หนาวแล้ว!! อีกเพียงปีเดียวเท่านั้น เนื้อเื่ที่นักเขียนแต่งทิ้งไว้ก็จะจบลง
จีลู่ฟางวัย20หนาวก็ได้จะมีชีวิตเป็ของตัวเองเสียที!!
ไหนๆเื่นี้คุณนักเขียนก็เทไปแล้ว...ชีวิตต่อจากนี้ฉันขอลิขิตเองละกัน!!
จะว่าไป…นางจะไม่สังเกตหน่อยเลยหรือว่ารอบตัวนั้นได้มีการเปลี่ยนแปลงต่างๆเกิดขึ้นมากมาย ซึ่งส่วนมากเป็เื่ประหลาดทั้งสิ้น แถมครอบครัวตระกูลจีก็ไม่ถูกไฟไหม้จวนแล้วด้วย…
เพราะนางเปลี่ยนแปลงชะตาสะบั้นวาสนากับคุณชายเชี่ยนั่นอย่างไรเล่า เหตุการณ์ทุกอย่างเลยเปลี่ยนตามไปด้วย!
.
.
.
.
อืม...ก็ถูกเพียงครึ่งหนึ่ง ส่วนอีกครึ่งหนึ่งไม่ได้เกิดจากใครที่ไหนเลยแต่เป็คนที่ในอีกไม่นานจะมาเปลี่ยนแปลงอนาคตข้างหน้าของขนมผิงนั่นเอง...
และบุรุษผู้นั้นก็คือตัวละครใหม่ที่ชื่อว่าต้าเทียนฮ่องเต้[1]ซึ่งเกิดจากฝีมือของนักเขียนคนเดิม...เพิ่มเติมได้หนีไปเปิดเื่ใหม่ในภพเก่า!!!
[1] ติดตามเื่ราวของต้าเทียนฮ่องเต้ได้ในย้อนเวลา กลับชาติมาเป็ฮ่องเต้อีกครั้ง! แนวตลกเฮฮา