“ใครธันวา?” นักรบเอ่ยถามน้ำส้มด้วยแววตาขึงขังหลังจากที่น้องมะนาวเดินเข้าไปบ้านจนลับสายตา ชื่อผู้ชายมันแสลงหูทำให้เขาไม่ชอบใจเลยสักนิด
“จะใครก็เรื่องของฉันค่ะ ออกไปจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้” น้ำส้มบอกปัดพร้อมกับดันหลังของนักรบเดินออกไปจนพ้นประตูบ้าน จากนั้นเธอก็รีบล็อกกลอนทันที
“ส้มเปิดประตูเดี๋ยวนี้นะ บอกผมมาว่าไอ้ธันวานั่นมันเป็นใคร น้ำส้ม!” นักรบตะโกนโหวกเหวกโวยวายอยู่หน้าบ้าน พยายามงัดแงะประตูก็ไม่สามารถทำให้ประตูเปิดออกได้ ตอนนี้เขาหัวเสียยิ่งกว่าสิ่งใด ในใจร้อนรุ่มกระวนกระวายเหมือนไฟสุมอยู่ในอก เขาหวงเธอยิ่งกว่าอะไร ยิ่งมีผู้ชายเข้าใกล้ก็ยิ่งหัวร้อน
“เข้าผิดบ้านก็อย่ามาโวยวาย เชิญค่ะ”
“ผมไม่ไปบอกมาว่าไอ้นั่นมันเป็นใคร อย่าทำให้ผมหมดความอดทนนะ”
“มีสิทธิ์อะไรมาขู่ฉันห๊ะไอ้โจรหนวดบ้า! อย่าไม่ไปฉันแจ้งตำรวจจริง ๆ ด้วย”
“โจรบ้าบออะไรนี่ผมผัวคุณนะน้ำส้ม! น้ำส้ม!”
น้ำส้มพูดขู่ทิ้งท้ายก่อนจะหันหลังให้นักรบเดินเข้าบ้านอย่างไม่แยแส และไม่หันกลับมามองคนที่หัวร้อนอยู่ด้านหลังที่ยังโวยวายเหมือนหมาบ้า เธอนึกขำกับภาพของเขาตอนนี้ เดินยิ้มกริ่มเข้าบ้านเหมือนกับการแกล้งเขานั้นมันสนุกสนานอย่างกับเล่นเครื่องเล่นในสวนสนุก
“น้องมายืนทำอะไรตรงนี้คะ?” ผู้เป็นแม่เอ่ยถามลูกสาวตัวกลมที่ยืนแอบมองอยู่หลังประตู สีหน้าของน้องมะนาวเหมือนมีความสงสัยบางอย่าง เพราะเธอจดจ้องเคียงคอมองไปยังนักรบที่เดินวนไปมาอยู่ตรงประตูรั้วบ้าน
“ของคุณแม่ขาน้องว่าคุณโจรหนวดคนนั้นดูหน้าคุ้น ๆ เวอร์ ๆ เลยค่ะ” น้องมะนาวเอ่ยขึ้นทำให้ผู้เป็นแม่เปล่งเสียงหัวเราะเบา ๆ ออกมา
“อย่างนั้นเหรอคะ? แล้วที่น้องบอกคุ้น ๆ น้องคิดว่าเหมือนใครงั้นเหรอ” ผู้เป็นแม่เอ่ยถามลองเชิง
“เหมือนแดดดี๊นักรบค่ะ นั่นไงคะคุณแม่ขายืนแบบนั้นเหมือนแดดดี๊เลยค่ะ” น้องมะนาวชี้นิ้วไปยังนักรบที่ยืนมือเท้าสะเอวหันข้างอีกมือเกาหัวอย่างคนคิดไม่ตกด้วยท่าทีกลัดกลุ้ม จนน้ำส้มต้องมองตาม
“แม่ว่าไม่ใช่มั้งคะ”
“ใช่แน่ ๆ ใช่เวอร์ ๆ นั่นแดดดี๊” พูดจบน้องมะนาวก็วิ่งแจ้นออกมาจากบ้าน “แดดดี๊!!”
“มะนาวเดี๋ยวลูก มะนาว! ตายตอนจบเพราะมะนาวดันมาจำได้ตอนท้ายเนี่ยนะลูกเอ๊ย” ความว่องไวของน้องมะนาวทำเอาผู้เป็นแม่จับแขนไม่ทัน ตะโกนเรียกยังไงเธอก็ไม่หันกลับหลัง วิ่งหน้าตั้งไปยังหน้าบ้านด้วยความเร็วอย่างกับลืมน้ำหนักตัว
“แดดดี๊มาหาน้องแล้ว แดดดี๊ขา...แดดดี๊” เสียงของน้องมะนาวตะโกนเรียกด้วยความดีใจ แต่กับผู้เป็นแม่ที่แอบอยู่ในบ้านได้แต่ส่ายหัวแล้วอมยิ้มกับความเดียงสาของลูกสาว เหมือนกับว่าเธอลืมเหตุการณ์ก่อนหน้าไปจนหมดสิ้น วีรกรรมที่ทำให้นักรบมีรอยฟัน มันเหมือนกับฝันของเด็กน้อยที่หายไปเสียอย่างนั้น ทั้งที่มันเพิ่งเกิดขึ้นไม่กี่นาที
“มะนาวจำแดดดี๊ได้แล้วเหรอครับ” เสียงแหลมเรียกขานทำให้นักรบฉีกยิ้มด้วยความดีใจ เขาหันหน้ามองไปยังน้องมะนาวที่กำลังวิ่งมาถึงประตูบ้าน จากนั้นจึงย่อตัวลงแล้วเอ่ยถามเด็กน้อยพลางลูบหัวของเธอด้วยความเอ็นดูและคิดถึง
“ทำไมน้องจะจำไม่ได้ แดดดี๊หายไปไหนมาน้องคิดถึงเวอร์ ๆ” เด็กหญิงพูดด้วยความใสซื่อ สองมือป้อม ๆ สอดผ่านช่องประตูกอดคอของนักรบอย่างคนคิดถึง
“แดดดี๊ก็คิดถึงน้องที่สุดเลยครับ” เขากอดน้องมะนาวตอบ แม้จะมีประตูบ้านคั่นกลางก็ไม่ได้เป็นอุปสรรค
“แดดดี๊เข้ามาสิคะน้องกอดไม่ถนัดเลย” เด็กหญิงตัวกลมพูดขึ้นเมื่อเธอเริ่มรู้สึกว่าประตูมันกีดขวางทำให้ไม่ขัดขวางไม่เอื้ออำนวย
“มันโดนล็อกแล้ว” นักรบบอก
“ปีนเลยค่ะ ปีนเหมือนสไปรเดอร์แมนเลยค่ะ แดดดี๊ปีนแบบเมื่อกี้ก็ได้” ความเดียงสาทำให้น้องมะนาวบอกเขาแบบนั้น ทำเอานักรบต้องขำออกมา
“ปีนก็ปีน” รับปากน้องมะนาวเขาก็เริ่มปีนข้ามประตูบ้านทันที
“มาค่ะเดี๋ยวน้องรอรับ” น้องมะนาวยื่นสองมือตั้งท่ารอรับนั่นก็เพราะความเดียงสาของเด็กน้อย
“รอรับทับขี้แตกพอดี ไม่ดูตัวเองเลยอ้วนเอ๊ย” นักรบที่กำลังจะไต่ลงมาก็ได้แต่พร่ำบ่นเบา ๆ แต่นั่นก็ทำให้เขารู้สึกดีและมีความสุขไม่น้อย
(หยุดนะ นั่นจะทำอะไรลงมา จะลักพาตัวเด็กใช่ไหม?) เสียงของใครบางคนที่ไม่คุ้นเคยดังกร้าวจนทำเอานักรบต้องหยุดชะงัก แล้วจ้องมองไปยังเจ้าของเสียง
“ใครอีกละเนี่ย” เขาบ่นอย่างหัวเสียทั้งที่ใกล้จะถึงพื้น
“คุณอาธันวา” น้องมะนาวเรียกอย่างคุ้นเคยกับคนที่มาใหม่
ชายหนุ่มในชุดตำรวจเดินเข้ามาใกล้ พร้อมกับชี้หน้าข่มนักรบที่ยังเกาะประตูเหมือนจิ้งจก ต่างคนต่างไม่รู้ว่าใครเป็นใคร หรือมีสถานะไหนจึงได้คิดในแง่ลบ
“มะนาวไม่ต้องกลัวนะ เดี๋ยวอาจัดการให้” คนมาใหม่บอกเด็กน้อยอย่างคนคุ้นเคย
“น้องไม่กลัวค่ะ จะกลัวแดดดี๊ทำไมละคะ” เด็กหญิงพูดออกไปนั่นทำให้นักรบมองไปยังคนมาใหม่อย่างเหนือกว่า เขายกยิ้มแล้วค่อย ๆ ไต่ประตูลงมาจนมายืนจับมือเคียงข้างน้องมะนาว
“แดดดี๊?” ธันวาเอ่ยถาม
“แดดดี๊นักรบของน้องค่ะ” เด็กหญิงตอบกลับด้วยรอยยิ้มกว้าง พลางเงยหน้ามองนักรบที่ตอนนี้ยืนมือล้วงกระเป๋ายกยิ้มอย่างชอบใจ
“แล้วคุณน่ะเป็นใครไม่ทราบ” นักรบเอ่ยถาม
“ผมเป็นรุ่นพี่ของน้ำส้ม แล้วคุณ...?” ธันวาให้คำตอบก่อนจะถามเป็นนัย
“เป็น ผ....”
“พี่ธันวา”
นักรบยังพูดไม่ทันจบประโยค เสียงก็น้ำส้มก็ดังแทรกเข้ามา ทำให้เขาต้องหยุดชะงักคำพูดลง จากนั้นจึงหันไปมองน้ำส้มที่กำลังเดินเข้ามาใกล้ เธอเดินผ่านหน้านักรบไปเปิดประตูบ้านให้กับธันวา ทำเหมือนกับว่าไม่เห็นเขาอยู่ตรงนั้น
“พอดีพี่ผ่านมาแถวนี้เลยแวะเอาขนมมาฝาก” ธันวาเอ่ยขึ้น
“ขอบคุณนะคะ ที่จริงพี่ธันวาไม่ต้องลำบากซื้ออะไรมาก็ได้ค่ะ” น้ำส้มพูดคุยทักทาย โดยไม่ได้สนใจนักรบที่ยืนมองสังเกตการณ์อยู่ด้านหลัง
“คุณแม่แดดดี๊มาแล้วค่ะ” น้องมะนาวบอกกล่าวผู้เป็นแม่
“เข้าบ้านก่อนไหมคะพี่ธันวา” แต่ว่าน้ำส้มแกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน เธอเอ่ยชวนธันวาพร้อมกับเดินนำเขาเข้าไปในบ้าน สร้างความงุนงงให้กับน้องมะนาวจนเธอต้องเกาหัวเอียงคอมองตามหลังของผู้เป็นแม่
“คุณแม่มองไม่เห็นแดดดี๊เหรอ น้องงงเวอร์ ๆ”
“จะเอาแบบนี้ใช่ไหม?...ได้!!! ตำรวจก็ตำรวจดิวะเดี๋ยวมึงเจอกู” นักรบที่รู้สึกเสียหน้าที่น้ำส้มไม่สนใจ เขาเริ่มรู้แล้วว่าเธอกำลังเล่นสงครามประสาทอยู่ เขากัดฟันแน่นด้วยความเกรี้ยวโกรธ ก่อนจะจับมือน้องมะนาวแล้วเดินตามเข้าบ้าน แม้จะไม่ได้ถูกเชื้อเชิญก็ตาม