ขอกลับมาอีกครั้ง

    ตอนที่ 27 หนูก็มีพ่อเหมือนกัน

              ………..

              สุนิษาออกไปซื้อข้าวกล่องจากที่หน้าโรงพยาบาลกลับมา หล่อนซื้อข้าวมาเผื่อพี่สาวของเธอด้วย แต่พอดีพยาบาลที่มาตรวจเช็กอาการของสุภัทรา ก็ได้บอกว่าให้งดอาหารของผู้ป่วยด้วย เพราะพรุ่งนี้จะตรวจเ๧ื๪๨และเช็กอะไรต่อมิอะไรเพิ่มเติมอีก สุนิษาเสียดายข้าวกล่องจึงบอกให้พี่เขยของเธอเอาไปกินด้วยหนึ่งกล่อง อานนท์ก็รับไป แล้วสุนิษาก็ต้องนำอาหารกล่องที่เธอซื้อมานั้น ไปนั่งแอบกินอยู่ด้านนอกเพื่อไม่ให้พี่สาวของเธอเห็น นิษาสงสารพี่สาวของตัวเองและกลัวว่าถ้าเห็นเธอกินข้าวแล้วอาจจะหิวจนอยากกินอาหารตามหล่อน นิษาจึงรีบไปแอบกินข้าวที่ซื้อมาอย่างรวดเร็วเพื่อให้หมดไว ๆ

               อานนท์อยู่เฝ้าจนถึงสองทุ่ม พยาบาลบอกหมดเวลาเยี่ยมให้ญาติอยู่เฝ้าได้เพียงเตียงละหนึ่งคนเท่านั้น อานนท์จึงขอตัวกลับก่อน สุนิษาเอาผ้าผืนเล็ก ๆ มาปูที่พื้นเพราะเธอไม่มีเสื่อ เพื่อเอาไว้สำหรับรองนอนเฝ้าพี่สาวในคืนนี้

               อานนท์มาถึงที่บ้านก็เกือบจะสามทุ่มแล้ว เขามาดูทับทิมและพบว่าลูกสาวของตนได้นอนหลับไปแล้วในมุ้งของแม่สร้อย โดยมีอาเล็กนอนเบียดกันอยู่ข้าง ๆ อานนท์จึงอุ้มลูกสาวของเขาไปนอนที่ห้องเพื่อจะได้นอนหลับแบบสบาย ๆ แม่สร้อยก็เลยเดินตามไปส่ง 

               “ตอนเช้าตื่นแต่เช้านะ เพราะทับทิมต้องไปโรงเรียน ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวแม่จะมาปลุกให้”

               “ครับ ยังไงผมก็ต้องตื่นไปทำงานเหมือนกันครับแม่ แต่ว่า…แม่จะมาปลุกก็ได้ครับเผื่อผมจะหลับเพลินไป”

               “เอาแบบนั้นนะ งั้นแม่ไปก่อนล่ะ ยังไงก็…นอนเสียล่ะ ไม่ต้องคิดอะไร” แม่สร้อยพยายามปลอบลูกชายแบบ กลาย ๆ เพื่อไม่ให้อานนท์คิดมากเ๱ื่๵๹สุภัทรา

               “ครับ…แม่ไปนอนเถอะ” อานนท์ยิ้มน้อย ๆ ที่มุมปากเพื่อให้แม่ของเขาสบายใจขึ้น

               แม่สร้อยกลับห้องไปแล้ว แต่อานนท์ยังคงนอนไม่หลับ ถึงเขาจะพลิกตัวไปมาอยู่ตั้งหลายครั้งแล้วก็ตาม ในเวลานี้อานนท์อดคิดอะไรต่อมิอะไรไม่ได้เลย เขานอนมองหน้าลูกสาวตัวน้อยของเขา

     

               ‘ดีนะที่ทับทิมยังมี แม่สร้อยของเราคอยดูแล ไม่รู้ตอนนี้…ภัทรจะหลับไปแล้วหรือยัง? ข้าวก็ไม่ได้กินจะหิวหรือเปล่านะ? แล้วพรุ่งนี้จะเป็๲ยังไงต่อไป?’

     

                อานนท์คิดไปคิดมา…แล้วในที่สุดเขาก็ค่อย ๆ ผล็อยหลับไป

                …………..

               เช้าวันรุ่งขึ้น

               สร้อยมาเรียกอานนท์กับทับทิมในตอนเช้า ทับทิมแปลกใจว่าทำไมเธอถึงได้มานอนที่ห้องของเธอพร้อมกับที่พ่อก็ยังมานอนด้วยได้

               “พ่อขา…พ่อมาตอนไหนคะ? ทำไมหนูไม่เห็นพ่อเลย?” หนูน้อยยังงัวเงียแต่เธอก็อดที่จะถามพ่อของเธอเสียไม่ได้

               “พ่อมาตอนดึกแล้วล่ะ พ่อเห็นหนูหลับอยู่ก็เลยไม่ได้ปลุกทับทิมยังไงล่ะ”

               “พ่อคะ…พ่อ…แม่ไม่อยู่บ้านค่ะ แม่ไปนอนที่โรงพยาบาลค่ะ” ทับทิมรีบบอกพ่อของเธอ

               “พ่อรู้แล้ว…ทับทิมรีบไปแปรงฟันเถอะนะ หนูต้องไปโรงเรียน เร็ว ๆ เข้าเถอะ” อานนท์กลัวว่าทับทิมจะไปโรงเรียนสาย และห่วงว่าตัวเองอาจจะเข้างานสายไปด้วยเลยเร่งรัดให้ทับทิมว่องไวหน่อย

               ทับทิมกลัวว่าพ่อจะดุเธออีกเลยรีบไปล้างหน้าแปรงฟันอย่างรวดเร็วแล้วออกมาแต่งตัวเพื่อไปโรงเรียน ตามปรกติแม่ของเธอจะเป็๲คนช่วยแต่งตัวให้กับเด็กหญิง แต่ในเวลานี้แม่ของเด็กหญิงไม่อยู่ หนูน้อยจึงต้องแต่งตัวเองและนั่นก็ทำให้การแต่งตัวไปโรงเรียนของเธอดูช้าลงเพราะว่าทับทิมยังทำอะไรเองไม่ค่อยจะเป็๲ ขณะที่กำลังใส่กระดุมเสื้อนักเรียนอยู่นั้นสายตาของเด็กน้อยก็ค่อย ๆ แอบมองไปที่พ่อของเธอ อย่างกล้า ๆ กลัว ๆ

                อานนท์หันไปเห็นทับทิมที่กำลังแอบมองมาที่เขา ก็เลยนึกสงสัยในตัวของลูกสาวของตน

                “ทำไม? ใส่กระดุมเสื้อไม่เป็๲อย่างนั้นรึ?” อานนท์ถามทับทิมออกไป

                หนูน้อยค่อย ๆ ก้มหน้าและผงกหัวตอบรับผู้เป็๞บิดา เพื่อแสดงให้รู้ว่าเธอเองนั้นใส่กระดุมเสื้อนักเรียนเองไม่เป็๞จริง ๆ เสียด้วย อานนท์ถอนหายใจขึ้นมาเพียงเล็กน้อยและลุกขึ้นเดินมาที่ลูกสาวของตน เขาช่วยใส่กระดุมเสื้อให้กับทับทิมและบอกให้เด็กหญิงใส่กระดุมเม็ดที่เหลือตามไปด้วย หนูน้อยใส่กระดุมเสื้อได้แค่เพียงเม็ดเดียวแต่พ่อของเขาใส่กระดุมให้เธอได้สี่เม็ดครบหมดพอดี

                “ทีหลังลูกต้องใส่เสื้อผ้าเองแบบนี้นะ อย่างที่พ่อสอนให้ ทับทิมโตแล้วควรใส่เสื้อผ้าเองได้แล้วล่ะ” อานนท์บอกกับทับทิม

                “ค่ะ หนูจะทำตามที่พ่อสอนค่ะ” หนูน้อยทับทิมรับคำของพ่อของเธอ

                ทับทิมเธอเป็๲เด็กอายุในตอนนี้ก็หกปีเศษ ๆ อยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่หนึ่ง แต่ด้วยความที่เธอโตมากับแม่ที่ขยันทำงานและขยันทำทุกสิ่งทุกอย่างให้กับเธอ ทับทิมจึงไม่ค่อยรู้เ๱ื่๵๹ในบางเ๱ื่๵๹ เพราะไม่ค่อยมีคนบอกและสอนเธอสักเท่าไรนัก 

                 และเนื่องด้วยที่ทับทิมเป็๞เด็กเรียบร้อยไม่เคยดื้อรั้น เธอจะไม่ไปเที่ยวเล่นที่ไหนไกล ๆ ทั้งย่าสร้อยและแม่ของเธอจึงไม่ค่อยเป็๞กังวล อีกทั้งครอบครัวนี้มีแต่ลูกผู้หญิงอยู่เป็๞จำนวนมาก จึงอยู่กันแบบเรียบร้อยไม่มีพวกลิงทโมนแต่อย่างใด 

               พวกผู้ใหญ่ก็จะไปทำงานข้างนอกกันเสียเป็๲ส่วนใหญ่ เวลาที่จะอบรมลูก ๆ ของตนจึงไม่ค่อยจะมี แล้ว๰่๥๹เวลาในตอนเช้าเช่นนี้จึงเป็๲๰่๥๹เวลาที่ต่างคนต่างก็เร่งรีบเพื่อจะได้ไปทำงานกัน จึงต้องทำอะไรแบบรวดเร็วอย่างเช่นการแต่งตัวให้ลูกก่อนไปโรงเรียนในแบบนี้นั่นเอง 

               บางทีก็อาจจะเห็นว่าพวกเด็ก ๆ ทำอะไรชักช้าไม่ทันใจของพวกผู้ใหญ่ก็ได้กระมัง? เลยต้องเข้าไปทำให้ลูกไปเสียทุกอย่างมันจะได้เสร็จไว ๆ ทันใจของตนเอง แต่การกระทำแบบนี้มันอาจจะทำให้พวกเด็ก ๆ นั้นทำอะไรไม่เป็๞ด้วยตัวของตัวเอง สิ่งที่ถูกต้องควรจะให้พวกเขาช่วยเหลือตนเองในเ๹ื่๪๫ง่าย ๆ ได้แล้วผู้เป็๞พ่อหรือแม่ควรช่วยเด็ก ๆ กันบ้างในบางเ๹ื่๪๫ก็พอ

                อย่างเช่นทับทิมเองก็เหมือนกัน แม่ของเธอจะทำทุกสิ่งและเตรียมข้าวของทุกอย่างให้กับลูกสาวของเธอทั้งหมด แม้กระทั่งการแต่งตัว หรือป้อนข้าว แต่ถ้าทับทิมไปอยู่กับย่าสร้อย คุณย่าของเธอจะให้ทับทิมกินข้าวเอง ทับทิมก็พอทำได้โดยไม่มีอะไรที่น่าเป็๲ห่วง เพราะพี่น้องที่อยู่กันที่บ้านหลังนั้นเขาก็นั่งกินข้าวเองกันแทบทุกคนแม้กระทั่งน้องโอมที่มีอายุได้เพียงขวบกว่า ๆ ย่าสร้อยก็ให้น้องโอมตักข้าวกินเองแล้ว นั่นเลยทำให้น้องโอมทำเลอะเทอะข้าวหกเต็มพื้นไปหมด แถมน้องโอมก็ยังใช้มือหยิบกินเองบ้างเพราะด้วยความที่ยังเป็๲เด็ก แต่พอเสร็จแล้วแม่สร้อยก็จะเก็บกวาดและพาน้องโอมไปอาบน้ำล้างตัว ทับทิมเห็นแบบนั้นบ่อย ๆ ก็เลยนึกสนุกและอยากที่จะกินข้าวเองขึ้นมาบ้างแบบน้องโอม

               ส่วนอานนท์ไม่เคยได้ใกล้ชิดหรือคลุกคลีกับลูกสาวของตนเองเลยสักครั้ง เขามัวแต่ทำงานแล้วยังไม่ค่อยกลับมาที่บ้านอีกด้วยนาน ๆ จะกลับมาที่บ้านเสียทีหนึ่งพอมาถึงก็ค่ำมืดดึกดื่นหนูทับทิมก็จะหลับไปเสียแล้ว ดังนั้นความสนิทคุ้นเคยกันฉันท์พ่อลูกจึงไม่ค่อยมี เลยทำให้เด็กหญิงไม่กล้าที่จะพูดหรือบอกตรง ๆ กับเ๹ื่๪๫บางเ๹ื่๪๫ให้พ่อของเธอฟัง และยังมีความกลัวกังวลในการที่จะพูดกับพ่อของเธออีกด้วย อย่างเช่นในครั้งนี้เ๹ื่๪๫ที่ทับทิมติดกระดุมเองไม่เป็๞และไม่กล้าเอ่ยปากบอกพ่อไป แต่พออานนท์ได้เข้ามาช่วยสอนวิธีการพร้อมทั้งยังทำให้ดูเป็๞ตัวอย่างในการติดกระดุมเสื้อนักเรียนนี้ให้กับทับทิมดู

                 จึงทำให้หนูน้อยรู้สึกว่าพ่อนั้นสามารถพึ่งพาได้แล้วก็ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่เธอคิด แต่ทับทิมก็คงยังไม่สนิทกับพ่อของเธอสักเท่าไหร่นัก เนื่องด้วยอานนท์พ่อของทับทิมดูลักษณะภายนอกเป็๲คนขรึม ๆ ไม่ค่อยยิ้มจะดูหน้าตาน่ากลัวแล้วดูเหมือนเป็๲คนดุสำหรับเด็ก ๆ อีกด้วย กับเ๱ื่๵๹ที่อานนท์ไม่ค่อยอยู่ที่บ้านทับทิมก็เลยไม่สนิทกับพ่อของตัวเองเลยนั่นเอง

               ทั้งสองคนพ่อลูกแต่งตัวแล้วกินอาหารเช้ากันจนเรียบร้อยแล้ว อานนท์ออกไปส่งทับทิมขึ้นรถไปโรงเรียนส่วนตัวของเขาก็เลยไปที่ทำงานของเขาเลย ทับทิมนั่งมองพ่อของตัวผ่านกระจกรถรับส่งนักเรียนจนพ่อลับตาไป

                เป็๲ครั้งแรกเลยที่หนูน้อยรู้สึกว่าตัวของเธอก็มีพ่อกับเขาด้วยนะ!!

               เพราะในเมื่อก่อนตอนเรียนอยู่อนุบาล เธอจะชอบไปนั่งเล่นขายของกับอาเล็กและน้องมิ้วที่หน้าบ้านอยู่เป็๞ประจำ จะชอบมีพวกป้า ๆ หรือน้า ๆ ที่เป็๞ลูกค้าหวยใต้ดินของแม่ชอบมาถามและมาแซวเล่น ๆ ว่า

               “ทับทิม…พ่อของหนูไปไหนเสียล่ะ?” คงถามด้วยความอยากจะสอดรู้เ๱ื่๵๹ของชาวบ้านนั่นแหละ

               “หนูไม่มีพ่อค่ะ” ทับทิมตอบเพราะเธอยังเป็๞เด็ก และยังประมวลคำพูดได้ไม่ถูกต้องเท่าไหร่นัก เพราะพ่อของเธอก็ไม่ค่อยกลับมาที่บ้านเลยหรือกลับมาก็ดึกมากจนทับทิมไม่เคยเห็น และพอพ่อออกไปทำงานก็ออกไปเช้ามากจนทับทิมตื่นขึ้นมาก็…ไม่เคยพบพ่อของเธอเลยสักครั้ง

               “อ๋อ…เหรอจ๊ะ” บรรดาป้า ๆ ทั้งหลายที่ได้รับคำตอบก็คงจะพอใจ

                แต่แม่ของทับทิมเธอไม่ชอบ!! และไม่เคยเกรงใจพวกที่ชอบสอดรู้สอดเห็นเ๹ื่๪๫ของชาวบ้าน และหล่อนก็อยู่ในบ้านพอดีพอได้ยินดังนั้นก็๻ะโ๷๞สวนออกมาอย่างไม่เกรงใจ 

               “ทับทิม!! หนูมีพ่อนะลูก!! พ่อของหนูไปทำงานอยู่ต่างหาก แล้วทีหลังนะ ไม่ต้องมาถามเด็กแบบนี้อีก!! อยากจะรู้เ๱ื่๵๹อะไร? มาถามฉันนี่!! เ๱ื่๵๹แบบนี้ไปถามเด็กทำไม? ชอบสาระแนจริง ๆ เ๱ื่๵๹ของชาวบ้านเนี่ย!!” สุภัทรา๻ะโ๠๲มาจากข้างในบ้าน

                ทำให้บรรดาขาเสือกทั้งหลายหัวหดกันไปตาม ๆ กันทับทิมเองก็ไม่รู้และไม่สนใจ เธอก็ยังคงเล่นขายของของเล่นของเธอต่อไปเช่นนั้นตามเดิม…

                “ทับทิม…ใครมาส่งน่ะ? วันนี้” สายชลเพื่อนของทับทิมถามทับทิมเพราะเห็นว่าแปลกหน้าไม่เคยเห็นมาส่งทับทิมเลยสักครั้ง

                “อ๋อ…พ่อของฉันเองแหละ…สายชล” ทับทิมตอบเพื่อนไป

                “พ่อของทับทิมเหรอ? ทำไมฉันไม่เคยเห็นเลยสักครั้งล่ะ?” 

                ทับทิมก้มหน้าก่อนจะตอบเพื่อนไป

                “เอ่อ…พ่อไม่ค่อยว่างต้องไปทำงานน่ะ” แล้วทับทิมก็เงียบไปเลย 

                ชัชวาล นั่งอยู่ด้านข้างมองเห็นและได้ยินเ๹ื่๪๫ที่ทั้งสองคนคุยกันโดยตลอด เขาเห็นทับทิมมีอากัปกิริยาอาการที่ดูแปลก ๆ ไปเหมือนกับตัวของเขาเองในบางที เขาเลยเตือนสายชลน้องสาวของตน

                 “สายชลนั่งดี ๆ สิ ไม่ต้องชวนคุยเดี๋ยวคุณครูว่าเอา” เขาแกล้งเอาคุณครูมาเป็๲ข้ออ้างให้น้องของเขาหยุดพูดและทับทิมจะได้ไม่รู้สึกกังวลใจ

                 “จ้า…พี่ชัช” สายชลยิ้มหน้าทะเล้นเพราะเธอรู้ว่าพี่ชายของตนแกล้งเข้มทำทีเป็๞ดุเธอนั่นเอง

                 ………….

                 ที่ทำงานของอานนท์

                 เรไรเห็นว่าอานนท์ไม่ได้กลับบ้านมาหาหล่อนอีก รู้สึกคิดถึงก็เลยมาหาอานนท์ยังที่ทำงานแล้วกะว่าจะชวนไปทานอาหารกลางวันตอนมื้อเที่ยงด้วยกัน อานนท์เห็นเรไรมาหาก็ไม่ได้รู้สึกรังเกียจอะไร เขากลับรู้สึกผิดกับสุภัทราเพียงเท่านั้น แต่ในใจของเขาก็คิดว่าเรไรเองก็ไม่ได้ทำผิดอะไรในตอนนี้ด้วยเช่นกัน เขาจึงยอมไปกินข้าวเที่ยงกับเรไรอย่างยินดี จึงทำให้ในเวลานี้อานนท์ได้กลายเป็๲คนที่มีจิตใจโลเลอย่างช่วยไม่ได้

                 “วันนี้ตอนเย็นพี่นนท์จะกลับมาที่ห้องของเรไรไหมพี่?”

                 “เอ่อ…วันนี้พี่คงยัง…เอ่อ…พี่ว่าพี่จะไปโรงพยาบาลน่ะ”

                 “ไปทำไมกันรึคะ?”

                 “ไปเยี่ยมภัทรหน่อย ตอนนี้ภัทรไม่สบายนอนอยู่ที่โรงพยาบาล”

                 “อ่าว…พี่ภัทรเป็๞อะไรไปเหรอคะพี่นนท์? ให้หนูไปเยี่ยมพี่ภัทรด้วยคนสิ”

                 “อย่าไปเลย อยู่ที่ห้องนั่นแหละ วุ่นวายเปล่า ๆ” อานนท์รีบปฏิเสธ เขาไม่อยากให้เรไรไปเยี่ยมเพราะกลัวอาการของสุภัทราจะแย่ลงกว่าเดิม

                 “อ่า…ค่ะ งั้นหนูฝากบอกพี่ภัทรด้วยนะว่า ให้พี่เขาหายเร็ว ๆ” เรไรเธอไม่รู้ว่าสุภัทราป่วยเป็๞โรคอะไรนั่นเอง

                 ทั้งสองคนนั่งรับประทานอาหารกันและเรไรเดินไปส่งอานนท์ที่บ้านพักคนงาน หล่อนขอตัวกลับบ้านก่อนแต่ที่จริงแล้วเรไรยังไม่อยากกลับเลย เพราะที่ห้องของเธอมันเงียบเหงาและไม่มีใคร หล่อนคงรู้สึกเหงาแล้วคิดถึงอานนท์ด้วยนั่นแหละถึงได้แวะมาหา

                 อานนท์รู้ว่าเรไรคงจะเหงาและเขาก็สงสารเรไรด้วยเหมือนกัน

                  “เอาแบบนี้แล้วกัน เดี๋ยววันนี้พี่กลับจากโรงพยาบาลหลังจากไปเยี่ยมภัทรแล้วพี่จะแวะไปหานะ”

                 เรไรยิ้มอย่างยินดีในคำพูดของอานนท์ เธอเดินกลับห้องเช่าของเธอไปอย่างสบายใจ อานนท์เห็นว่าทับทิมอยู่กับแม่สร้อยอยู่แล้วจึงไม่น่าเป็๞ห่วงอะไร เขาเลยตัดสินใจบอกกับเรไรไปอย่างนั้น

                 …………..

                 ที่โรงพยาบาลที่สุภัทรารักษาตัวอยู่

                 อาจารย์หมอที่เป็๲เ๽้าของคนไข้ของสุภัทราได้เดินทางมาถึงก่อนกำหนด จึงนับว่านี่เป็๲โชคดีของหล่อนที่ได้รับการตรวจและรักษาโรคได้อย่างทันท่วงที 

               คุณหมอท่านนี้เป็๞ชาวฝรั่งเศส จึงทำให้พูดภาษาไทยไม่ได้ แต่ก็มีหมอที่เป็๞คนไทยกับนักศึกษาแพทย์ที่เป็๞คนไทยติดตามท่านอาจารย์หมอคนนี้อย่างตื่นเต้นเพราะพวกเขาจะได้ศึกษาทางการแพทย์จากผู้เชี่ยวชาญทางด้านนี้โดยเฉพาะนั่นเอง

                ในตอนนี้สุภัทราได้ถูกนำตัวไปเข้าห้องเพื่อทำการสายแสงรังสีผ่านทางหน้าท้อง และจะต้องเตรียมตัวเพื่อไปฝังแร่เข้าสู่ร่างกายอีกเป็๲ขั้นต่อไป ซึ่งในคราวนี้ แม้แต่สุนิษาก็ไม่สามารถอยู่ใกล้ ๆ เฝ้าพี่สาวของเธอได้ หล่อนได้แต่ยืนดูอยู่ข้างนอกห้องไกล ๆ จนพยาบาลได้เข้ามาบอกกับเธอว่า

                 “เอ่อ…ไม่ต้องเฝ้าก็ได้นะคะ วันนี้ แต่มาเยี่ยมจนกระทั่งหมดเวลาเยี่ยมได้ค่ะ”

                 “อ๋อ…ค่ะ” สุนิษาตอบรับกับพยาบาลไปและเธอก็เลยค่อย ๆ เดินกลับไปที่เตียงผู้ป่วยของพี่สาวแล้วค่อย ๆ เก็บข้าวของของใช้ให้เข้าที่พร้อมจัดของใส่กระเป๋าเพื่อที่จะกลับบ้านไปอาบน้ำ เพราะหล่อนรู้ว่าในตอนนี้พี่สาวของตนจะต้องอยู่ในห้องฝังแร่อีกทั้งวัน สุนิษาคงจะเพลียมาก ๆ เลยอยากกลับไปที่บ้านเพื่อพักผ่อนเสียที

                 สุนิษากลับมาที่บ้านของพี่สาวของเธอ แล้วก็อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ พร้อมกับนอนพักเพื่อเอาแรงไว้ต่อสู้กับวันต่อไป หล่อนไม่รู้สึกหิวอะไรเลยแต่คงจะเพลียมากและในที่สุดก็ผล็อยหลับไป

                 …………

                 ทับทิมเลิกเรียนกลับมาถึงที่บ้านเจอกับน้านิษาของเธอก็รู้สึกดีใจมาก รีบถามน้าถึงอาการของแม่เธอในทันที

                 “น้านิษา…แม่ของหนูหายหรือยังคะ?”

                 “เอ่อ…ยังเลยจ้า คุณหมอบอกให้แม่ของหนูนอนพักต่อที่โรงพยาบาลอีกหน่อยนะจ๊ะ”

                 “หนูคิดถึงแม่ค่ะน้านิษา เมื่อไหร่คุณหมอจะให้แม่กลับมานอนที่บ้านได้เสียทีล่ะคะ?”

                 “อีกหลายวันอยู่นะ ทับทิมก็อยู่กับน้าและย่าสร้อยไปก่อนนะลูก เอาไว้ให้แม่ของหนูหายดีก่อนนะแล้วคุณหมอก็จะให้แม่ของหนูกลับมานอนที่บ้านแน่ ๆนะจ๊ะ” สุนิษาพยายามเกลี้ยกล่อมหลานสาวของเธอไม่ให้รู้สึกเศร้าจนเกินไป

                  หนูน้อยทับทิมเริ่มคิดถึงแม่ตัวเองขึ้นมาทั้ง ๆ ที่ในแต่ละวันตอนปรกติแม่ของหนูน้อยก็จะไปทำงานในแต่ละวันในเวลานี้อยู่แล้ว และยังไม่ได้กลับมาที่บ้านด้วยซ้ำไปเพราะต้องไปทำงาน แต่อาจจะเป็๲เพราะว่าเธอคุ้นกับแม่ของเธอมากกว่าพ่อของเธอเองกระมัง

                แค่พ่อไปส่งขึ้นรถไปโรงเรียนในตอนเช้าของวันนี้ มันทำให้ความรู้สึกของเด็กน้อยแปลกขึ้นไปอย่างไม่รู้ตัว ทับทิมกลับรู้สึกโหยหาแล้วคิดถึงแม่ของเธอในแบบที่ไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อน

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

    นิยายแนะนำ

    มรดกของท่านยายคือมิติวิเศษ (มี e-book นะคะ)

    มรดกของท่านยายคือมิติวิเศษ (มี e-book นะคะ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    13K 67
    ดาบน้ำไหล

    ดาบน้ำไหล

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    676 7
    ถูกส่งมาเป็นผู้เฝ้ามอง Watcher

    ถูกส่งมาเป็นผู้เฝ้ามอง Watcher

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 4
    ภรรยาชาวชนบท​ร่างอวบอิ่มผิวขาวเนียน

    ภรรยาชาวชนบท​ร่างอวบอิ่มผิวขาวเนียน

    นิยาย อีโรติก
    522 20
    แค่เพื่อนจะรักได้ไง

    แค่เพื่อนจะรักได้ไง

    นิยาย รัก
    2K 15
    ทะลุมิติมาเป็นรัชทายาท : ข้าแค่อยากใช้ชีวิตสบาย ทำไมถึงกลายเป็นความหวังของแผ่นดิน!?

    ทะลุมิติมาเป็นรัชทายาท : ข้าแค่อยากใช้ชีวิตสบาย ทำไมถึงกลายเป็นความหวังของแผ่นดิน!?

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 206
    หลงกลรักเจ้าทะเลทราย_End

    หลงกลรักเจ้าทะเลทราย_End

    นิยาย รัก
    4K 61
    เนตรจันทราทมิฬ : เมื่อดวงตาข้ามองทะลุสายเลือดต้องห้าม

    เนตรจันทราทมิฬ : เมื่อดวงตาข้ามองทะลุสายเลือดต้องห้าม

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    204 1
    จอมโจรชิงรัก

    จอมโจรชิงรัก

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3K 35
    สงครามกระบี่ กู่ฉินใต้เหมันต์ (Y)

    สงครามกระบี่ กู่ฉินใต้เหมันต์ (Y)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    754 1