บทที่ 7 พ่อบ้าน ยาม ตำรวจ
ลุคนั่งอยู่ในร้านอาหารเพื่อไม่ให้ตนเองถูกพบเขาเลือกโต๊ะที่อยู่ลึกเข้าไปแต่ยังคงมองเห็นทิวทัศน์ภายนอกได้ และเพื่อไม่ให้เ้าของร้านร่างใหญ่ที่จ้องเขม็งมาทางนี้โยนเขาออกไป เขาจึงเลือกสั่งอาหารมาระหว่างที่รอ
ไม่นานเ้าของร้านก็นำอาหารมาเสิร์ฟด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มผิดกลับเมื่อครู่ อาหารจานร้อนควันฉุยถูกวางตรงหน้า มันคือสตูปลาเนื้อขาวที่มีซุปสีนวลนมมาพร้อมกับขนมปังหนึ่งก้อน ลุคเลือกเมนูนี้เพราะที่นี่เป็เมืองติดทะเล เมนูปลาจึงไม่น่าจะเป็ตัวเลือกที่แย่นักที่จะลิ้มลอง
รสชาติดี! เพียงกินเข้าไปคำแรก ลุคก็รู้สึกว่าตัวเขาตัดสินใจไม่ผิด ปลาเนื้อขาวในสตูถูกปรุงอย่างดีทั้งยังไม่เหม็นคาวแม้แต่น้อย ขนมปังที่ให้มาแม้จะแข็ง แต่พอนำไปจุ่มในซุปให้นิ่มลงแล้วก็เข้ากันไม่น้อย
ลุคค่อนข้างประทับใจ หลังจากมาอยู่โลกนี้ได้สี่วัน เขาก็เจออาหารที่พอกินได้สักที ช่างน่าดีใจเหลือเกิน!
“ขอเบียร์ให้ผมแก้วนึง”
หลังจากจัดการอาหารตรงหน้าเสร็จ ลุคก็สั่งเบียร์มาเพิ่ม เขาตกลงกับเ้าของร้านว่าจะขอนั่งอยู่ที่นี่แลกกับการสั่งเบียร์หนึ่งแก้วทุกชั่วโมง แน่นอนว่าขอเสนอแบบนี้เ้าของร้านยอมรับด้วยความยินดี
หกชั่วโมงผ่านไป…
ทั้งหมดเป็เวลาที่ลุคนั่งอยู่ในร้านแห่งนี้ แค่ค่าเบียร์หกแก้วก็ทำให้เขาต้องควักไปแล้วหนึ่งชิลลิง ยังไม่รวมค่าสตูปลาเนื้อขาวที่เขากินไปตอนแรกอีกสิบเพนนี ลุครู้สึกถึงจำนวนเงินในกระเป๋าที่กำลังร่อยหรอลง
เสียงเปิดประตูร้านดังขึ้น
อ่า...ในที่สุด! หลังจากผ่านการรอคอยอันแสนน่าเบื่อมาอย่างยาวนาน คนที่เขารอก็กลับมาเสียที!
รีมัสนั่งลงตรงข้ามกับที่นั่งลุค
“ได้เื่ยังไงบ้าง” ลุคถาม
รีมัสยังไม่ได้ตอบคำถาม เขาจ้องมองลุค อย่างละเอียดราวกับวิเคราะห์บางอย่างอยู่
เวลาเดียวกันนั้น ลุคก็หันมาใช้วิชาโป๊ก
เกอร์เฟซของเขา หึ...นายไม่มีทางตรวจสอบอะไรฉันได้หรอก!
รีมัสถอนหายใจ ชายคนนี้เก่งเื่ทำหน้าตายจริงๆ เขาไม่อาจดูปฏิกริยาอะไรได้เลย
“สามคน...หลังจากที่คุณให้ผมติดประกาศ
ว่ากำลังตามหาคนรู้จักของตำรวจที่ได้รับาเ็จากเหตุบางอย่างเมื่อสามวันที่แล้ว เพียงไม่กี่ชั่วโมงก็มีชายสามคนที่เข้ามาสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับตำรวจคนนี้ ผมได้สอบถามข้อมูลเบื้องต้นของพวกเขาไว้ให้แล้ว คุณลองเอาไปดูสิ”
รีมัสส่งแผ่นกระดาษที่เขียนข้อมูลของบุคคลทั้งสามให้แก่ลุคพลางหวนนึกถึงตอนที่ได้ยินแผนนี้ครั้งแรก ชายที่นั่งอยู่ตรงข้ามนี้บอกว่าสามารถหาตัวคนร้ายได้หากทำตามวิธีที่บอกเขาบอก โดยการแสร้งทำเป็ประกาศตามหาคนรู้จักของตำรวจที่าเ็ โดยอ้างเหตุผลว่าตำรวจคนนั้นยังไม่ได้สติและติดต่อครอบครัวไม่ได้ และให้ตัวเองสอบถามข้อมูลของคนที่มาสอบถาม
รีมัสไม่ใช่คนโง่ ครั้งแรกที่ได้ฟังแผนนี้เขาก็คาดเดาได้แล้วว่าลุคตั้งใจจะทำอะไร เพียงแต่ที่เขาไม่เข้าใจคือจะระบุตัวคนร้ายได้อย่างไร ถึงแม้เขารู้ว่าลุคปิดบังบางอย่างไว้ แต่ลุคไม่มีทางเคยเห็นหน้าคนร้ายแน่นอน เขามั่นใจในเื่นี้มาก ไม่เช่นนั้นสู้บอกลักษณะคนร้ายให้ตำรวจจัดการดีกว่ามาทำอะไรอย่างนี้ และหากไม่้าให้ตำรวจเข้ามายุ่งก็คงไม่มาขอความช่วยเหลือจากตน
หากลุครู้ว่ารีมัสคิดอะไรเขาคงจะบอกว่า นายคิดผิดแล้วละ! ฉันเคยเห็นหน้าคนร้ายนั้นชัดเลยเพียงแต่...มันไม่ใช่หน้าของมนุษย์เท่านั้นเอง!
ลุคกำลังอ่านข้อมูลของทั้งสามคน
คนแรกเป็ชายชราที่ชื่อเลียม·แฮนเซ่น เป็พ่อบ้านประจำตระกูลมองค์ มองค์เป็ตระกูลชนชั้นสูงที่มีทรัพย์สินระดับนึง แม้จะเทียบไม่ได้แม้แต่ครึ่งของตระกูลเบดิกในยุคตกต่ำ แต่ก็พอมีบทบาทในแวดวงชั้นสูงอยู่บ้าง ชายชราคนนี้มาสอบถามตามประกาศ เนื่องจากลูกชายของเขาที่เป็ตำรวจไม่ได้ติดต่อมาสองสามวันแล้ว เขาจึงคิดว่าคนที่อยู่ในประกาศอาจเป็ลูกของตนเอง
คนที่สองเป็ชายวัยกลางคนชื่อมัลโล·ฟินซ์ เขาทำงานเป็ยามโกดังสินค้าตอนกลางคืน อันที่จริงเขาไม่ได้ตั้งใจจะมาสถานีตำรวจ เพียงแต่ได้ยินคนเขาคุยกันเื่ประกาศจึงเข้ามาเบียดเสียดเข้ามามุงดูกับฝูงชน ท่าทีของเขาดูผิดสังเกตจึงถูกรีมัสเรียกมาสอบถามจึงได้ความตามที่กล่าวมา แต่การตอบของเขาดูตะกุกตะกักและตื่นเต้นมากเกินไปทำให้รีมัสสงสัยไว้และรั้งเขาไว้
คนที่สามเป็ตำรวจอยู่ที่สถานีนี้เองชื่อของเขาคือเนสต้า·ออเบริน อาศัยอยู่กับครอบครัว เป็ตำรวจหน้าใหม่เช่นเดียวกับลุค เพื่อนตำรวจที่เขาสนิทนั้นไม่โผล่มาั้แ่สามวันก่อน พอรีมัสถามชื่อเพื่อนตำรวจที่ว่าเพื่อที่จะตรวจสอบดูให้ว่าเกิดอะไรขึ้น อีกฝ่ายกลับบอกว่าพวกเขาคุยกันมาโดยใช้นามแฝงแทนตัวจึงไม่รู้ชื่อจริงอีกฝ่าย คำตอบที่ดูไร้สาระเช่นนี้จึงไม่แปลกที่จะถูกรีมัสเพ่งเล็งไว้
ลุคอ่านรายละเอียดอย่างพิเคราะห์ ก่อนที่จะวางมันลง เขาหลับตาแล้วคิดถึงเื่ราวทั้งหมดเพื่อที่จะนำมาเชื่อมโยงกัน
รีมัสเมื่อเห็นลุคใช้ความคิดอยู่จึงไม่ได้รบกวนเขาสั่งเบียร์ดำราคาห้าเพนนีมาดื่มระหว่างที่รอพลางดูรายละเอียดของสามคนนั้นเพื่อหาคำตอบไปด้วย
พรึบ...ผ่านไปสิบนาทีลุคก็ลืมตาขึ้น คิ้วของเขาคลายปมที่ขมวดแน่นออก เหลือเพียงใบหน้าไร้รอยเหี่ยวย่นของชายหนุ่มอายุยี่สิบปี
ตอนนี้เขารู้แล้ว!
แม้จะไม่มั่นใจไปซะทั้งหมด...แต่เขาก็คิดว่ามันมีความเป็ไปได้มากที่สุด!
“คุณมีอะไรจะบอกผมไหม” รีมัสเอ่ยถามหลังจากเห็นลุคลืมตาขึ้นมาแล้วไม่พูดอะไร
“มัลโล·ฟินซ์ นายเรียกเขามาหน่อย”
ลุคพูดกับรีมัส
“เป็เขาสินะ...อันที่จริงผมก็คิดแบบเดียวกับคุณ ชายคนนี้มีพิรุธมากเลยทีเดียว”
“เอ่อ...เปล่า เขาไม่ใช่”
รีมัสค้างไปเล็กน้อย ก่อนที่จะกระแอมออกมากลบเกลื่อน
“แล้วคุณให้ผมเรียกเขามาทำไม”
“เอาเถอะน่า เดี๋ยวค่อยอธิบาย”
หลังจากนั้นรีมัสก็จำใจต้อวพาตัวชายคนนี้มาจากสถานี โดยมีตำรวจอีกคนมาเดินตามมาด้วย
“มาแล้ว” เขาพาตัวชายคนดังกล่าวมายืนด้านหน้าลุค
“ค้นตัวเขา อาจมีกระเป๋าเงินอยู่” ลุคกล่าวเสียงนิ่ง
“คุณคิดว่าพวกเราเป็ขโมยรึไง!” ตำรวจที่มาด้วยตวาดออก เขาไม่พอใจที่จะต้องมาโดนบุคออกคำสั่ง
“นายไม่ใช่แต่เขาใช่...บริเวณนี้นอกจากสถานีตำรวจก็มีแต่ร้านอาหาร ร้านอาหารพวกนี้ราคาค่อนข้างเกินกำลังครอบครัวชั้นล่าง ไม่มีทางที่คนเฝ้ายามเช่นเขาจะยอมควักจ่ายเพื่อกินมันแน่ ส่วนถนนที่เชื่อมกับทางนี้ก็นำไปสู่ย่านชนชั้นสูงซึ่งไม่ใช่ที่คนปกติจะไป สรุปก็คือไม่มีเหตุผลเลยที่เขาจะมายังถนนเส้นนี้ รวมกับพฤติกรรมพยายามเข้าไปในฝูงชน การพูดตะกุกตะกักเมื่อโดนตำรวจถาม ผมว่ามันคงเดาไม่อยากแล้วสินะว่าเขาทำอะไรมา”
คำๆหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวรีมัสและตำรวจอีกนายทันที
นักล้วง!
เลือกย่านที่คนมีฐานะ ก่อนลงมือโดยแฝงตัวเข้าไปคลุกคลีเบียดเสียดกับเป้าหมาย ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเขาถึงร้อนรนเมื่อโดนตำรวจสอบถาม!
เมื่อค้นตัวดูก็เป็อย่างที่ลุคบอกไว้ ในเสื้อผ้าของเขามีกระเป๋าเงินอยู่สามใบ แต่ละใบประดับด้วยลวดลายสีสันสวยงาม ไม่ใช่ของที่คนงานอย่างชายคนนี้จะมีได้นอกเสียจากขโมยมา
รีมัสให้ตำรวจที่ตามมาจัดการเื่นี้ สำหรับเขาแม้การจับนักล้วงคนนี้ได้จะพอเอาไปคุยโวได้ แต่มันไม่นับเป็อะไรเลยถ้าเทียบกับการจับผู้ร้ายฆาตกรต่อเนื่อง
“ผมก็ดีใจนะที่ข้อมูลที่ให้คุณนำไปสู่การจับนักล้วงแต่….มันไม่ได้หมดแค่นี้ใช่ไหม” รีมัสจ้องหน้าลุคอย่างคาดคั้น
ให้ตายสิ! มันเป็ฉันหรือนายกันแน่ที่โดนจ้องเอาชีวิตอยู่! ลุครู้สึกว่าชายตรงหน้าตั้งใจหาตัวคนร้ายยิ่งกว่าเขาเสียอีก
“เลียม·แฮนเซ่น” ลุคบอกชื่อนี้ออกมา เขาคือชายชราที่เป็พ่อบ้านตระกูลมองค์
“คุณแน่ใจเหรอ” รีมัสทำสีหน้าไม่อยากเชื่อ นี่คือคนที่เขาตัดออกจากการเป็ผู้ต้องสงสัยไปแล้ว ชายชราคนนี้มีเหตุผลชัดเจนและเขก็ตรวจสอบแล้ว
“ผมแน่ใจ...ว่าชายชราคนนี้ไม่ใช่คนร้าย แต่เป็คนที่คนร้ายส่งเขามาที่สถานีตำรวจเพื่อสืบเื่ของผม!” ลุคกล่าวอย่างหนักแน่น
“คุณรู้ได้ยังไง ช่วยบอกให้ผมเข้าใจหน่อย”
“หน้าที่ของพ่อบ้านคืออะไร” ลุคเลือกไม่ตอบคำถามแต่ถามกลับ
“ดูแลจัดการเื่ภายในบ้านให้เรียบร้อย ปรนนิบัติและทำตามคำสั่งเ้านาย”
“แล้ว่กลางวันที่เป็เวลางาน ทำไมเขาถึงมาสถานีตำรวจเพื่อตามหาลูกชายซึ่งเป็ธุระส่วนตัว”
จริงด้วย! รีมัสตะลึง เดิมทีเขาคิดว่าเหตุผลของชายชราสมเหตุสมผล แต่พอฟังเื่นี้แล้วกลับกลายเป็ว่ามันแปลกมาก ถึงแม้จะขอลามาทำธุระได้ แต่โดยทั่วไปพ่อบ้านระดับสูงจะไม่ทำกัน ยิ่งเป็ธุระที่ไม่ได้กะทันหันเช่นนี้ มันจะทำให้ถูกมองว่าไม่เหมาะสมอย่างมาก
“สาเหตุที่เขาปรากฏตัวที่สถานีตำรวจได้นั้น แน่นอนว่าต้องได้รับคำสั่งจากเ้านาย และที่คนผู้นั้นไม่มาด้วยตัวเองก็คงเป็เพราะกลัวว่าเหยื่อจะจำตัวเองได้”
“ผมเดาไม่ออกเลยว่าคุณสามารถหาจุดเชื่อมโยงของมันได้ยังไง” รีมัสยอมรับในความสามารถในการวิเคราะห์ของลุค แม้เขาจะจัดการคดีมาเยอะก็ยังไม่เก่งเท่านี้
ที่จริงแล้วการที่ลุคเชื่อมโยงได้อย่างนี้เพราะเขามีข้อมูลมากกว่าที่รีมัสคิด ั้แ่เขาคาดเดาว่าสัตว์ประหลาดนั้นเป็มนุษย์ที่กลายร่าง เขาก็ไม่คิดว่าคนร้ายเป็ชนชั้นล่าง เพราะชนชั้นล่างนั้นอาศัยอยู่ในที่คับแคบ น้อยคนมากที่จะมีห้องส่วนตัว หากออกไปข้างนอกบ้านตอนดึกและกลับเข้ามา ไม่มีทางที่คนในครอบครัวจะไม่สงสัย ยิ่งถ้าออกเฉพาะคืนที่มีคนตายจะต้องมีคนเดาได้แน่
เพราะแบบนี้ลุคจึงจับตาพวกชนชั้นกลางและสูงมากกว่า ประกอบกับตำรวจที่เพิ่งถูกฆ่านั้นถูกพบในบริเวณของชนชั้นสูง พ่อบ้านตระกูลมองค์ที่มีคฤหาสน์ตั้งอยู่บริเวณนั้นจึงถูกเขาตั้งธงสงสัยไว้ก่อนแล้ว
“นายจะไปดูที่นั้นกับฉันไหม” ลุคตั้งใจจะไปเฝ้าดูคฤหาสน์ตระกูลมองค์คืนนี้ แต่จะให้ไปคนเดียวเขาก็กลัวอยู่เล็กน้อย
“ผลงานคนละครึ่ง?”
รีมัสเลิกคิ้วถามหน้านิ่ง ก่อนจะถูกตอกกลับอย่างฉุนเฉียว
“ฝันไปเถอะ!”
“งั้นคุณเดินดีๆละกัน ผมจะนั้งรถม้าล่วงหน้าไปก่อน”
รีมัสกล่าวด้วยน้ำเสียงเฉยเมยก่อนเดินออกไป หากสังเกตดูจะเห็นว่ามุมปากเขายกขึ้นเล็กน้อย
หมอนี่น่าหมั่นไส้ชะมัด!
ลุคตามหลังเขาออกไปอย่างอารมณ์เสีย