“อีกอย่างสองคนนั่นก็เป็แค่ญาติห่างๆ นาถเกรงว่าพอนานวันไป เด็กชายหญิงสองคนอยู่ด้วยกันมันจะดูไม่เหมาะสม นาถเป็ห่วงลูกค่ะ” นาถฤดีบอก ซึ่งอันที่จริงที่หล่อนพูดก็มีเหตุผลอยู่ แต่จะโน้มน้าวให้แม่สามีเปลี่ยนใจหรือไม่มันก็อีกเื่หนึ่ง .
“แม่รู้จักนิสัยใจคอของวิฬาร์กับพินิจดี อีกอย่างสองคนนั่นก็เป็ผู้ดีเก่าเหมือนกับเรา ถ้าวันหนึ่งตาวินกับดารินเกิดถูกใจแล้วลงเอยกันได้ก็ไม่ใช่เื่หนักหนาอะไร” ที่จริงนางเองก็พิจารณาเื่นี้มาก่อนแล้ว.
“แล้วถ้านาถจะให้วิเวียนกับวาววาไปอยู่ด้วย คุณแม่คิดว่ายังไงคะ?” นาถฤดีถาม ส่วนคุณหญิงเกสรเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็นิ่งไปครู่หนึ่ง เหตุผลที่นางตัดสินใจส่งดารินก็เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาระหว่างหลานๆ ครั้นจะคัดค้านแม่ลูกสะใภ้ก็คงไม่พอใจหาว่าตนรักลูกคนอื่นมากกว่าหลานในไส้อีก
“ถ้าเป็วิเวียนแม่ก็คงไม่ขัด แต่ถ้าเป็วาววาแม่คงต้องค้านไว้ก่อนเพราะหลานยังเล็กนัก” นางบอกลูกสะใภ้หลังจากพิจารณาดีแล้ว
ขอบคุณค่ะคุณแม่” นาถฤดีรีบกล่าวขอบคุณ จากนั้นก็ขอตัวกลับไปบอกข่าวดีนี้กับวิเวียนลูกสาวเพราะได้ในสิ่งที่ปรารถนาแล้วนั่นเอง แต่ทว่า….
“ไม่เอาอะ น้องวิไม่อยากไป” แต่ลูกสาวกลับปฏิเสธ
“น้องวิอยากอยู่ที่นี่กับคุณพ่อคุณแม่ ฮือๆ” และยิ่งร้องไห้ต่อต้านหนักขึ้นเมื่อถูกผู้เป็แม่บังคับ แต่สุดท้ายด้วยความรักลูกก็ทำให้นาถฤดีต้องอ่อนใจปล่อยโอกาสนี้หลุดลอยไปจนกระทั่งถึงวันที่ต้องส่งดารินไปอยู่ฝรั่งเศส
“น้องดาไม่อยากไปเลยค่ะ น้องดาต้องคิดถึงคุณย่ามากแน่ๆ” ดารินน้อยบอกผู้เป็ย่าที่มาส่งตนไปสนามบิน โดยมีบุรินทร์เป็คนพาบินไปส่งให้ถึงมือพินิจและวิฬาร์
“น้องดากลัวนอนไม่หลับถ้าไม่ได้ยินเสียงกล่อมของคุณย่าค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นหนูดารินก็ต้องโทรหาย่าบ่อยๆ นะลูก” คุณหญิงเกสรเองก็ใจหายอยู่ไม่น้อยเมื่อจำห่างดารินที่พามาเลี้ยงดูั้แ่ยังจำความไม่ได้จนเกิดความผูกพัน นางเองก็คงคิดถึงเด็กคนนี้มากๆ เช่นกัน สองย่าหลานกอดลากันท่ามกลางความหมั่นไส้ของนาถฤดีที่จำต้องมาส่งด้วย
“ดารินไม่อยู่แล้วลูกสองคนต้องไปเล่นที่เรือนคุณย่าบ่อยๆนะลูก” นาถฤดีแอบกระซิบบอกลูกสาวทั้งสองคน
“ไม่เอาอะ คุณย่าชอบดุวาววา”
“คุณย่าชอบบังคับให้น้องวิทำอะไรก็ไม่รู้เยอะแยะด้วยค่ะ น้องวิไม่ชอบเลย”
.
.
12ปีต่อมา….
ณ รีสอร์ตในเครือธรรมโชติ
“โบวี่ยังไม่อยากกลับอะ คุณให้โบวี่อยู่ค้างคืนที่นี่กับคุณต่อไม่ได้หรอคะเสือ” โบวี่นางแบบสาวหน้าใหม่ที่กำลังโลดเล่นอยู่ในวงการบันเทิงขณะนี้งอแงใส่ในขณะที่ลายเสือกำลังลุกขึ้นใส่เสื้อผ้า
“ไม่ได้หรอก เราตกลงกันไว้แค่นี้” ลายเสือบอกโดยที่สายตากำลังจับจ้องอยู่กับทิวทัศน์เบื้องหน้า
“ผมมีประชุมและมีนัดกับลูกค้าต่อ”
กิจการรีสอร์ตในเครือต่างๆ ของธรรมโชติมีเขาซึ่งเป็หลานชายคนกลางเป็ผู้รับ่บริหารต่อจากผู้เป็ย่า ลายสิงห์พี่ชายคนโตนั้นไปเอาดีด้านทางการแพทย์ พี่ชายของเขาเลือกเป็หมอและดำรงตำแหน่งผู้ถือหุ้นที่มีบทบาทสำคัญของโรงพยาบาล ส่วนลายหงส์น้องสาวคนเล็กหัวแก้วหัวแหวนของบ้านนั้นเป็ลูกหลง อายุห่างจากตนกับพี่ชายเกือบสิบปียังเป็นักศึกษาของมหาวิทยาลัยและเลือกเรียนมาทางสายบริหารเช่นเดียวกับเขา อนาคตชายหนุ่มก็คาดหวังว่าน้องสาวจะได้เข้ามาเรียนรู้และช่วยตนดูแลอีกแรง
“ไม่เป็ไรค่ะ โบวี่รอคุณได้” แต่นางแบบสาวก็ยังคงรั้นจะจะอยู่ต่อ
“คุณกลับไปเถอะ” แต่ลายเสือก็ยังคงยืนยันคำเดิมจนคนที่ยังนอนเปลือยเปล่าอยู่บนเตียงเริ่มขัดใจ.
“ลูกค้าหรือผู้หญิงที่คุณนัดไว้อีกกันแน่คะ ถึงได้อยากไล่โบวี่ให้รีบกลับไปแบบนี้” โบวี่เค้นถามอย่างไม่พอใจ
“ผมคิดว่าคุณเข้าใจเงื่อนไขของเราแล้วอีก” ลายสิงห์หันกลับมาที่หล่อนด้วยแววตาเรียบเฉย ไร้ซึ่งความรู้สึกจริงๆในััของนางแบบสาว จริงอยู่ที่เขาพูดถึงข้อตกลงที่ว่าหล่อนจะเป็หนึ่งในผู้หญิงคนหนึ่งที่มีความสัมพันธ์กับเขาโดยไม่ผูกมัด ฟังแล้วเหมือนฝ่ายหญิงเป็ฝ่ายเสียเปรียบ แต่ความจริงแล้วไม่ใช่เลยเพราะโบวี่ได้ทั้งเงินทั้งเส้นทางในวงการฐานะผู้หญิงคนหนึ่งของลายเสือ แต่หล่อนจะไม่มีสิทธิ์เขา หากทำตัวดีเป็ที่ถูกใจก็จะอยู่ได้นานหน่อยและมันก็เป็เช่นนี้มาเกือบปีแล้ว
ลายเสือก็เป็เสือสมชื่อของเขานั่นแหละ ไม่จริงจังกับใครและไม่บังคับความสัมพันธ์กับใครเช่นกัน ใครๆก็รู้ว่าเขาคือคาสโนว่าคนหนึ่งที่มีสาวๆ รอบตัวมากมาย ใครๆ ก็รู้แต่ก็ยังคงมีผู้หญิงมากมายมาคอยทอดสะพานให้นั่นเพราะเขาหล่อ ชาติตระกูลดี มีฐานะที่มั่นคง มันจึงเป็ผลประโยชน์ที่คุ้มค่ากับการแลก ใครบ้างล่ะที่ไม่อยากฟลุ๊คเป็หนูตกถังข้าวสาร….และหล่อนก็คือหนึ่งในนั้น
“ถ้าคุณยังเป็แบบนี้ผมว่าความสัมพันธ์ของเราก็คงไปต่ออีกไม่ได้” ลายเสือพูดต่อและนั่นก็ทำให้โบวี่ร้อนใจขึ้นมาทันที
“โบวี่ขอโทษค่ะ!” หล่อนรีบขอโทษเขา
“โบวี่แค่อยากใช้เวลาอยู่กับคุณให้มากที่สุดเพราะ่นี้โบวี่ติดถ่ายละครับ คงมาหาคุณบ่อยๆอีกไม่ได้”
หล่อนรีบอ้าง โดยที่ลายเสือไม่ได้พูดอะไรต่อ หลังแต่งตัวเสร็จแล้วชายหนุ่มก็ออกจากห้องไปทันทีโดยไม่ได้สนใจอะไรหล่อนอีกจนกระทั่งอีกไม่กี่นาทีหลังจากนั้นผู้จัดการส่วนตัวของหล่อนก็เปิดประตูเข้ามา
“พี่หนูดีว่าน้องโบวี่ต้องทำอะไรสักอย่างแล้วนะคะ” หนูดีกะเทยสาวร่างใหญ่ผู้จัดการส่วนตัวของโบวี่ออกความเห็น
“โบวี่ก็คิดแบบนั้นล่ะค่ะ แต่โบวี่กลัว….” โบวี่เองก็มีความคิดนี้ในหัวมานานแล้วเช่นกัน
“โอ้ย มีอะไรต้องกลัวอีกล่ะคะ ก็เห็นๆ กันอยู่ว่าคุณเสือน่ะหลงน้องโบวี่จนโงหัวไม่ขึ้นขนาดนี้” หนูดีเริ่มยุ
“คิดดูสิคะว่ามีผู้หญิงคนไหนที่จะอยู่กับคุณเสือได้นานบ้าง นอกจากน้องโบวี่พี่หนูดีก็ไม่เห็นมีใครแล้วนะคะ”
ซึ่งมันก็จริงที่ลายเสือควงผู้หญิงแทบไม่ซ้ำหน้า แต่คนที่ชายหนุ่มควงไปไหนมาไหนด้วยและนานที่สุดก็มีแค่โบวี่จริงๆ โดยที่หล่อนหาได้ไตร่ตรองดูไม่ว่าเหตุผลที่ลายเสือยังไม่สะลัดตนทิ้งเสียทีนั่นเพราะอะไร….เพราะหล่อนทำเหมือนว่ายอมรับข้อตกลงนั่นได้ต่างจากผู้หญิงคนอื่นที่เอาแต่เรียกร้องอย่างไรเล่า .
“แสดงว่าตอนนี้น้องโบวี่คือหมายเลขหนึ่งแถมยังพิเศษที่สุดในเวลานี้ด้วย” และคำพูดของผู้จัดการก็ยิ่งผลักดันให้โบวี่ต้องรีบตัดสินใจ
“พี่หนูดีมีเพื่อนเป็นักข่าวเยอะใช่มั้ยคะ”
.
.
อีกฟากหนึ่งของโลก ณ กรุงปารีส เมืองหลวงของประเทศฝรั่งเศส
“Hey ดาริน ทางนี้” เสียงเรียกของวินทำให้ดารินที่กำลังยืนบรรยายสถานที่ที่ยืนอยู่กับนักท่องเที่ยวต้องหันไปมอง แล้วหันกลับมาให้ความสนใจกับนักท่องเที่ยวสองพี่น้องอีกครั้ง
“ทำไมถึงชอบมาก่อกวนตอนทำงานนักนะ” ดารินบ่นเบาๆ กับความชอบตามมาก่อกวนของวินโดยมักจะอ้างว่าตัวเองว่างและมาทำหน้าที่เป็องครักษ์ปกป้องเธอตามที่คุณย่าเกสรไว้วาน
…………