ิจี๋กับิเหอที่คอยเฝ้ารับใช้อยู่ในคืนนี้ต่างก็ใ จัดเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้วจึงลุกขึ้นมา ิเหอเป็สาวใช้ที่อายุมากที่สุดในบรรดาสี่คน มีความกล้าหาญมากกว่าทุกคน เมื่อเห็นจั๋วเจาเจี๋ยสีหน้าตื่นใก็พูดขึ้นว่า “คุณหนูไม่ต้องกลัว อาจจะมีใครฝันร้าย ประเดี๋ยวบ่าวจะออกไปซักถามดู”
นางออกไปด้านนอกแล้วเรียกหมิ่งเยี่ยให้เข้ามาเฝ้า ส่วนตัวเองถือโคมไฟออกไปข้างนอกเพื่อไต่ถาม พอธูปหมดไปครึ่งดอกิเหอก็กลับมา ยื่นตะเกียงให้ิอิ๋นที่รออยู่ตรงระเบียงทางเดินเพื่อเป่าดับไฟก่อน ถอดเสื้อคลุมที่ติดกลิ่นน้ำค้างยามราตรีออกแล้วจึงเข้าไปในห้องเพื่อรายงานจั๋วเจาเจี๋ย “ฉี่เซียงที่บ้านใหญ่เ้าค่ะ ได้ยินคนงานเคาะเวลาบอกว่านางฝันร้าย”
“อย่างนั้นรึ” เมื่อจั๋วเจาเจี๋ยรู้ว่าเสียงกรีดร้องมาจากไหนก็สบายใจ ฉี่เซียงคืออนุคนหนึ่งในบ้านใหญ่ ชาติกำเนิดไม่ดีเท่าไร เคยเป็หญิงนางโลมในหอคณิกา บุตรชายคนโตของสกุลโหยวซึ่งก็คือโหยวเซี่ยนท่านลุงใหญ่ของจั๋วเจาเจี๋ย เคยดำรงตำแหน่งเ้าเมืองสองครา ล้วนประจำอยู่บริเวณใกล้ๆ ม่อหลิง ขณะดำรงตำแหน่งบังเอิญได้ชมการแสดงของนาง ในเวลานั้นฉี่เซียงอายุได้ยี่สิบแปดปี แต่ยังเป็ที่โดดเด่นของหอคณิกา ความงดงามและเสน่ห์ของนางดึงดูดให้โหยวเซี่ยนเกิดความประทับใจ ไถ่ตัวนางออกมาเอาไว้คอยปรนนิบัติรับใช้อยู่ข้างกาย ต่อมาก็ได้ให้กำเนิดบุตรธิดาอย่างละหนึ่งคนให้กับบ้านใหญ่ เด็กผู้หญิงคนนั้นตายั้แ่ยังเป็ทารก ที่ยังมีชีวิตอยู่คือโหยวเหมี่ยนบุตรชายสายรองของบ้านใหญ่
ฉี่เซียงเข้ามาในบ้านสกุลโหยวั้แ่สิบกว่าปีที่แล้ว โหยวเซี่ยนยังให้ความเคารพต่อเจียงซื่อผู้เป็ภรรยาคนแรกแต่ก็นับว่าเ้าชู้เอาการ ในบรรดาสี่บ้านของสกุลโหยว บ้านใหญ่กับบ้านสามนั้นมีอนุมากที่สุด ฉี่เซียงถูกละเลยจากโหยวเซี่ยนได้หลายปีแล้ว ทุกวันนี้นางก็ทนอยู่ไปวันๆ หวังเพียงโหยวเหมี่ยนได้เรียนหนังสือมีอนาคตที่ดี
จั๋วเจาเจี๋ยไม่ได้รังเกียจหรือเป็ห่วงเป็ใยอะไรในตัวฉี่เซียง ดังนั้นเมื่อได้ยินว่าฉี่เซียงฝันร้ายก็ไม่ได้คิดมากอะไร นอนหลับไปตามปกติ
คิดไม่ถึงว่า พอตื่นนอนในวันต่อมาก็ได้ยินว่าเกิดเื่ขึ้นในบ้านใหญ่
โหยวชั่นเพิ่งกลับมาจากสกุลไป๋ได้ยินเสียงซุบซิบมาตลอดทางก็ต้องสะดุ้งใ ได้ยินว่าปานซื่อไปที่บ้านใหญ่แล้ว กลอกตาไปมา รีบวิ่งไปเรือนปินเว่ย แล้วยิงคำถามใส่ทันที “เมื่อคืนวานเ้าได้ยินหรือไม่”
จั๋วเจาเจี๋ยกำลังฟังิเยี่ยบอกว่าที่บ้านใหญ่มีเสียงร้องเอะอะโวยวายราวกับเกิดเื่ขึ้น ด้วยฐานะและลำดับในวงศ์ตระกูลก็ไม่สมควรจะเข้าไปซักถามอะไรมากมายนัก เมื่อโหยวชั่นถามขึ้นมาเช่นนี้ ก็นึกถึงเสียงหวีดร้องนั้นโดยสัญชาตญาณ “เ้าหมายถึงฉี่เซียงหรือ”
“ก็ใช่น่ะสิ?” โหยวชั่นหน้าบึ้ง “วันนี้ได้ยินั้แ่เดินเข้าเรือนมาแล้ว น่าโมโหที่สุด!” พูดอีกว่า “ตอนนี้พี่หญิงใหญ่ติดตามพี่เขยไปประจำการที่หูเป่ย พี่หญิงรองออกเรือนไปไม่ไกล เมืองเจิ้นอยู่ใกล้แค่นี้ เกรงว่าหากส่งจดหมายไปก็คงเดินทางกลับมาทันที...บ้านของเราก็มีเื่แบบนี้ด้วย เห้อ!”
พี่หญิงใหญ่โหยวจั๋วที่นางพูดถึงกับพี่หญิงรองโหยวเหยียนล้วนเป็ธิดาสายตรงของเจียงซื่อ เจียงซื่อแต่งเข้ามาเป็สะใภ้ใหญ่ของบ้านสกุลโหยวได้เจ็ดปีถึงให้กำเนิดลูกสาวทั้งสอง ถึงแม้ทายาทที่เกิดจากบรรดาอนุจะไม่ได้มากความสามารถอะไรนัก แต่แรงกดดันมันมากเกินกว่าจะคาดคิด ร่างกายของนางจึงย่ำแย่ลงเรื่อยๆ แม้ต่อมาจะให้กำเนิดบุตรชายถึงสามคนแต่ก็ตายไปสองคน มีเพียงโหยวซั่วที่เติบโตขึ้นมาอย่างปลอดภัย และนี่ก็เป็เหตุผลที่ว่าโหยวเซี่ยนเป็พี่ชายของโหยวจี้ อายุมากกว่าโหยวจี้ถึงเก้าปี แต่อายุของโหยวซั่วนั้นยังน้อยกว่าจั๋วเจาจื้อลูกชายคนโตของโหยวจี้สองปี
จั๋วเจาเจี๋ยถามด้วยความแปลกใจ “ข้าเพียงได้ยินมาว่าทางพี่ชายใหญ่เกิดเื่ขึ้น ยังไม่รู้เลยว่าเื่ราวเป็อย่างไรกันแน่”
“เอ๋” โหยวชั่นเอ่ยขึ้น “เ้าอยู่ในบ้านยังรู้เื่ราวสู้ข้าไม่ได้เลยหรือ”
นางพูดด้วยความเกลียดชัง “เมื่อวานนี้ไม่รู้ว่าอนุสองคนของบ้านใหญ่ทะเลาะกันด้วยเื่อันใด คนหนึ่งอ้างว่าอีกฝ่ายใช้คุณไสยใส่ท่านป้าใหญ่!”
“อะไรนะ” จั๋วเจาเจี๋ยสะดุ้งใ “มีเื่แบบนี้ด้วยหรือ?!”
“ก็ใช่น่ะสิ!” โหยวชั่นตอบด้วยความโมโห “พวกนางช่างกล้าจริงๆ!” แล้วพูดกับจั๋วเจาเจี๋ยอีก “ตอนที่ข้าเพิ่งมาถึง คนล้วนไปอยู่ที่บ้านใหญ่ แต่ข้าคิดว่าอย่างไรก็ต้องไปรายงานท่านปู่ท่านย่าก่อน พวกเราไปอยู่เป็เพื่อนท่านปู่ท่านย่าที่เรือนตวนอี๋ย่วนดีไหม เกรงว่าหากพวกเขาได้ยินข่าวนี้จะไม่สบายใจเช่นกัน!”
จั๋วเจาเจี๋ยตอบอย่างลังเล “เื่นี้...พวกเราอย่าเข้าไปยุ่งเลยดีไหม เกรงว่าท่านตากับท่านยายจะไม่อยากให้เรารับฟังด้วย!” เื่แบบนี้ถือเป็ความอับอายของสกุลโหยว แม้จั๋วเจาเจี๋ยจะได้รับการปฏิบัติจากสกุลโหยวเป็อย่างดี แต่ก็รู้ตัวดีว่าไม่ได้เป็คนสกุลโหยว ปล่อยให้เป็เื่ภายในของผู้ใหญ่ดีกว่า พวกนางเป็ผู้เยาว์ไม่สมควรเข้าไป
“เกรงว่าท่านตากับท่านยายจะโกรธจนส่งผลเสียต่อสุขภาพ” โหยวชั่นแต่ไหนแต่ไรมาชอบเข้าไปยุ่มย่ามเื่ผู้อื่นมาโดยตลอด จึงลองโน้มน้าวดู “อีกอย่างตอนนี้ทั่วทั้งเรือนต่างก็พูดถึงเื่นี้แล้ว กับเราสองคนยังต้องปิดบังอีกรึ”
คำพูดนี้ก็มีเหตุผล โหยวรั่วหังกับปานซื่อให้ความสำคัญกับชื่อเสียงหน้าตาของสกุลโหยวและพึงพอใจในตัวสะใภ้ใหญ่เจียงซื่อคนนี้มาก เจียงซื่อสิ้นลมในเดือนอ้าย ปานซื่อร้องไห้เป็วรรคเป็เวรทั้งต่อหน้าและลับหลังผู้คน ตอนนี้ยังเกิดเื่อนุคิดทำร้ายเมียหลวงอีก ทั้งยังซุบซิบไปทั่วขนาดนี้ ถ้าทั้งสองไม่โกรธก็แปลกแล้ว
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/547b0d7f8436af8c93f4d81fb200dfad