ตอนที่18 มนต์จำแลงของาาสมิงดำ 1
ยี่สิบนาทีผ่านไปณ พื้นที่พักบริเวณรอบกองไฟ..............
หลังจากที่กล้วยกับพญาคชสารพงไพรพูดคุยกันไปได้สักพักกล้วยก็กลับมาที่พักในทันทีเพราะเขากลัวว่าพ่อของเขาจะเป็ห่วงที่ออกมาอาบน้ำตั้งนาน..........
ตุบ ตุบ ตุบ ตุบ
“ทุกคน! มากินข้าวเช้ากันได้แล้วจ้า! ข้าวหุงสุขแล้ว หอมๆขาวๆเนียนๆนิ่มๆเลยจ้า!”ไอ้แดงส่งเสียงะโบอกให้ทุกๆคนเข้ามาทานอาหารเช้าได้หลังจากที่ข้าวสุขแล้ว...........
“เออๆ! พวกข้ารู้แล้วโว้ยว่าแต่เนื้อย่างสุกดีแล้วใช่ไหมว่ะ?”
“ข้าไม่กินแบบกึ่งสุกกึ่งดิบนะโว้ยไอ้แดง!”
ฮ่าฮ่า ฮ่า
ทุกคนต่างก็ตอบรับเสียงเรียกของไอ้แดงด้วยรอยยิ้มก่อนจะพากันมาล้อมวงกินข้าวเช้าแล้วจึงค่อยแยกไปทำอย่างอื่นต่อ.......
สามสิบนาทีผ่านไป.......
หลังจากที่ทุกคนรับประทานอาหารเช้าเสร็จแล้วก็ได้พากันเก็บข้าวของก่อนจะเดินตรงไปหาโขลงพญาคชสารพงไพร...........
“ท่านพญาคชสารพงไพรขอรับ พวกข้าพร้อมที่จะเดินทางกันแล้วขอรับ!”ผู้ใหญ่บ้านเดินเข้าไปบอกพญาคชสารพงไพรว่าพวกตนพร้อมออกเดินทางแล้ว
“ดี! ถ้าเช่นนั้นพวกเ้าก็พากันขึ้นหลังพวกข้าเถอะจะได้เดินทางกันไวๆ” พญาคชสารพรไพรตอบกลับผู้ใหญ่บ้านทันทีก่อนจะบอกให้ชาวบ้านขึ้นขี่บนหลังพวกของตน.........
ขอรับ!
เมื่อผู้ใหญ่ได้รู้อย่างนั้นเขาก็หันไปบอกกับคนอื่นๆต่อตามที่พญาคชสารพงไพรว่าก่อนจะพากันทยอยขึ้นบนหลังของพญาคชสารพงไพร แล้วก็ออกเดินทางต่อไป..........
แปร้น แปร้น แปร้น!
ตึง ตึง ตึง
แกรก แกรก โครม โครม
หลังจากที่ทุกคนกระจายตัวกันขึ้นไปขี่บนหลังของคชสารพงไพรที่ตนได้หมายตาเอาไว้เรียบร้อยแล้วทั้งคนและคชสารพงไพรก็ได้มุ่งหน้าออกเดินทางกันทันทีและด้วยโขลงช้างที่มีจำนวนมากเช่นนี้อีกทั้งยังมีร่างกายที่ใหญ่โตดังนั้นมันจึงต้องมีเสียงของกิ่งไม้ที่หักโค่นดังขึ้นเป็ธรรมดา...........
สองชั่วโมงผ่านไป..........
ตึงตึง ตุบ!
ในขณะที่โขลงพญาคชสารพงไพรกำลังเดินทางอยู่นั้นจู่ๆทั้งโขลงก็ได้หยุดเดินและพากันนิ่งเงียบไปเฉยๆโดยที่ไม่มีผู้ใดรู้ถึงสาเหตุว่าเกิดอะไรขึ้น............
“เกิดอันใดขึ้นหรือขอรับพ่อใหญ่?พวกท่านหยุดกันทำไม?”ผู้ใหญ่บ้านเห็นว่าเื่นี้มันดูผิดสังเกตที่จู่ๆโขลงคชสารพงไพรก็หยุดลงเขาจึงได้เอ่ยถามพญาคชสารพงไพรว่าเกิดอะไรขึ้น......
แอ้กกกกกก แอ้กกกกกก แอ้กกกกก!
ทว่าก่อนที่พญาคชสารพงไพรจะได้ตอบกลับผู้ใหญ่สุขเสียงร้องอันโหยหวนและทรมานราวกับสัตว์ถูกเชือดก็ได้ดังขึ้นมาก่อนซึ่งฟังจากเสียงร้องของมันแล้ว มันคงจะไม่รอดแน่........
“นั่นเสียงร้องของตัวอะไรวะ!?”ไอ้แดงพูดออกมาด้วยสีหน้าที่สงสัยหลังจากที่มันได้ยินเสียงของสัตว์ชนิดหนึ่ง ที่ส่งเสียงร้องดังไปจนทั่วผืนป่าที่ด้านหน้าของพวกเขา...........
“ร้องดังมาก ราวกับมันจักตายเสียอย่างนั้น!ร้องแบบนี้ไม่ตายก็ต้องตายละวะ!”ไอ้บุญที่นั่งอยู่บนหลังของคชสารพงไพรเชือกหนึ่งได้พูดขึ้น ก่อนที่มันจะ มองไปยังด้านหน้าที่เกิดเสียงร้องอันโหยหวนขึ้น............
“นั่นเป็เสียงของกระทิงป่ามันกำลังจักถูกกินโดยเ้าดำบ้าเื!”พญาคชสารพงไพรได้พูดขึ้นมาซึ่งว่าเสียงที่ดังอยู่ห่างออกไปไม่ไกลนักนั้นคือเสียงของกระทิงป่าซึ่งมันกำลังจะถูกฆ่าโดยาาสมิงดำเพียงแต่พญาคชสารพงไพรไม่ได้พูดชื่อมันออกมาตรงๆ.............
“กระทิงป่า? ตัวมันเหมือนกับวัวบ้านหรือไม่ขอรับพ่อช้างใหญ่!?”กล้วยได้ถามขึ้น ด้วยความสงสัยว่ากระทิงป่าที่ว่านั้นตัวของมันคล้ายกับวัวบ้านที่เขาเคยเห็นที่หมู่บ้านหรือไม่............
“พวกมันมีความคล้ายกัน แต่แตกต่างกันเล็กน้อยเ้าหนูกล้วยเพราะกระทิงป่ามันจักตัวใหญ่กว่าวัวบ้านอยู่มากโขอีกทั้งยังมีเขาที่ยาวและแหลมคมมากกว่า เวลาที่มันโกรธมากๆถึงขีดสุดมันจะใช้การพุ่งชนที่เป็ท่าโจมตีที่ทรงพลังและอันตรายมากที่สุดในการโจมตีคู่ต่อสู้!”พญาคชสารพงไพร ได้อธิบายความแตกต่างระหว่างกระทิงป่ากับวัวบ้านโดยคร่าวๆให้กล้วยฟัง.........
“แล้วเ้าดำบ้าเืนั้นคือตัวอันใดขอรับพ่อช้างใหญ่!?”กล้วยได้ถามพญาคชสารพงไพรอีกครั้งเกี่ยวกับเ้าดำบ้าเืที่ยินไปก่อนหน้านี้เพราะเขาไม่เคยได้ยินว่ามีสัตว์ชนิดไหนที่มีชื่ออย่างว่าสักตัวเดียว...........
“ถ้าเ้าอยากรู้ว่ามันคือตัวอันใดเ้าจงตั้งสติให้มั่นและเพ่งจิตไปยังบริเวณที่เกิดเสียงร้องนั่นดูสิ!แล้วเ้าจักรู้ว่ามันคือตัวอันใด”พญาคชสารพงไพรไม่ได้บอกกล้วยออกไปตรงๆว่าตัวที่ฆ่ากระทิงป่าคือตัวอะไรเขาเพียงบอกให้กล้วยตั้งสติและเพ่งจิตไปที่บริเวณที่เกิดเสียงร้องดูแล้วเขาจะรู้เอง............
ขอรับพ่อใหญ่!
หลังจากที่พญาคชสารพงไพรบอกให้กล้วยทำสมาธิและเพ่งจิตไปที่เสียงนั้นซึ่งกล้วยก็ได้ปฏิบัติตามที่พญาคชสารพงไพรบอกทันที...........
สามนาทีผ่านไป..........
อ๊ะ!
“ข้าได้กลิ่นเืและกลิ่นสาบเสือจากบริเวณนั้นขอรับพ่อใหญ่!”หลังจากที่กล้วยหลับตาทำสมาธิอยู่หลังของพญาคชสารพงไพรไปได้สักพักเขาก็ััได้ถึงกลิ่นเืและกลิ่นสาบเสือจากบริเวณที่มีเสียงร้องของกระทิงป่า.........
“ถูกต้องแล้วเ้าเด็กน้อย มันเป็ฝีมือของาาสมิงดำเองเพียงแต่ข้าไม่อยากพูดมันออกมาให้ทุกคนได้ยินก็เท่านั้น”พญาคชสารพงไพรได้ส่งกระแสเสียงที่มีเพียงกล้วยคนเดียวที่ได้ยินไปบอกกล้วยไปว่านั่นเป็ฝีมือของาาสมิงดำที่กำลังจะฆ่ากระทิงป่ากินเป็อาหาร..........
“หน้าสงสารกระทิงป่ามากขอรับ พ่อช้างใหญ่!” ซึ่งกล้วยก็ได้ทำสีหน้าที่สลดใจลงไปอย่างเห็นได้ชัดหลังจากที่เขาได้ฟังพญาคชสารพงไพรพูดจบ...............
“ทุกอย่างมันเป็ไปตามวัฏจักรของห่วงโซ่อาหารจงอย่างได้คิดไปให้ปวดหัวกระบาลของเอ็งเลยเ้าหนูกล้วยเมื่อโตขึ้นเ้าจักเข้าใจมันเอง!”ทุกอย่างมันเป็ไปตามวัฏจักรของโลกในห่วงโซ่อาหารการล่าดังนั้นพญาคชสารพงไพรจึงบอกกับกล้วยว่าไม่ให้เขาคิดมากจนเกินไปเพราะเมื่อเขาโตขึ้นไปเป็ผู้ใหญ่เขาก็จะเข้าใจและรับรู้มันเองในไม่ช้า............
ขอรับพ่อใหญ่!
สิบนาทีผ่านไป........
“เดินทางกันต่อเถอะทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้ว!”
แปร้น! แปร้น!แปร้น!
ตึง ตึง ตึง
แกรก แกรก โครม
หลังจากที่ผ่านไปราวๆสิบนาทีได้โขลงของพญาคชสารพงไพร ก็ได้เคลื่อนขบวนเดินทางมุ่งหน้ากันต่อไป...........
สีชั่วโมงผ่านไป...........
ซา ซา ซา
“พ่อผู้ใหญ่ พักกินข้าวกินนำกันก่อนเถอะข้าหิวจะตายอยู่แล้วขอรับ!?ถ้าให้เดินทางต่อไปท้องของข้ามันคงจักทำร้ายข้าแน่ๆ โอ้ยยยยยย!” ไอ้แดงส่งเสียงะโดังมาในขณะที่ทุกคนกำลังเงียบกันอยู่ซึ่งตัวมันเริ่มที่จะหิวแล้วเพราะนี่ก็เดินทางกันมาหกชั่วโมงเห็นจะได้............
“หิวอีกแล้วไอ้นี่! เอาว่ะ!เราจักพักกินข้าวกินปลาที่ธารน้ำเล็กๆข้างหน้านี้แล้วกัน!”ผู้ใหญ่บ้านพูดเสียงดังขึ้นเพื่อบอกให้ทุกๆคนพักกินข้าวกินน้ำที่ลำธารข้างหน้าแห่งนี้..........
ขอรับ!
แปร้นแปร้น แปร้น!!
ห้านาทีผ่านไป.......
หลังจากที่โขลงคชสารพงไพรได้ดินต่อมาอีกห้านาทีทั้งหมดก็ได้มาหยุดอยู่ที่ลำธารน้ำเล็กๆแห่งหนึ่งซึ่งทุกคนก็ได้พากันลงจากหลังของคชสารพงไพรกันพร้อมกับนำข้าวปลาอาหารออกมาแล้วเข้ามาล้อมวงกินข้าวด้วยกันอย่างเป็กันเองและมีความสุขก่อนจะแยกย้ายกันไปพักผ่อนกันตามอัธยาศัยในเวลาที่กำหนด...........
ครึ่งชั่วโมงผ่านไป...........
“ได้เวลาแล้วทุกคน เตรียมตัวออกเดินทางได้!”เสียงผู้ใหญ่สุขะโส่งสัญญาณให้ทุกคนเตรียมตัวออกเดินทางกันอีกครั้ง...........
ขอรับพ่อผู้ใหญ่!
แปร้น แปร้น
ตึง ตึง ตึง
โครม โครม
อีกสองชั่วโมงผ่านไป.........
เฮ้ย!!
“ไอ้บุญ! เอ็งว่าถ้าพวกชาวบ้านท่าเสด็จเห็นพวกเรานั่งอยู่บนหลังของคชสารพงไพรตอนกลับเข้าหมู่บ้านเอ็งว่าพวกคนในหมู่บ้านจักพากันแตกตื่นมิวะ?” ไอ้แดงะโถามไอ้บุญมาจากทางด้านหลังซึ่งมันอดคิดไม่ได้ว่าหากพวกชาวบ้านท่าเสด็จเห็นมันนั่งอยู่บนหลังของคชสารพงไพรจะมีท่าทีอย่างไรบ้าง............
“ก็คงจักแตกตื่นอยู่แล้วล่ะนี่มันคชสารพงไพรเลยนะโว้ย!” ไอ้บุญตอบกลับไอ้แดงทันทีด้วยใบหน้าที่ดูตื่นเต้นเล็กน้อยเพราะเขาก็อดคิดเื่นี้ไม่ได้เช่นกัน..........
“ก็นั่นสินะมันต้องเป็แบบนั้นอยู่แล้ว แต่ข้าอยากรู้ว่าสาวๆจักทึ่งในตัวของพวกเราไหมที่สามารถขึ้นขี่หลังของคชสารพงไพรได้ครานี้ละโว้ย กูจักได้เมียกะเขาสักที มึงคิดว่าเยี่ยงไรว่ะ ไอ้บุญ!?” ก่อนที่ไอ้แดงจะพูดพร้อมกับเพ้อฝันนึกถึงภาพของตนที่ถูกรายล้อมไปด้วยสาวๆภายในหมู่บ้านเพราะชื่นชมตนที่สามารถขึ้นขี่คชสารพงไพรได้............
“มึงนี่ก็คิดได้นะไอ้แดง!กูว่าสมองของมึงคงจักมีแต่เื่ของผู้หญิงเป็แน่แท้!”ไอ้บุญะโตอบกลับไอ้แดงไปด้วยสีหน้าที่ไร้อารมณ์และเบื่อหน่ายกับความคิดของไอ้แดงที่มีแต่เื่การหาเมียและสาวๆเป็อย่างเดียว.........
“กูก็ถามมึงไปเล่นๆอย่างนั้นแหละ มึงเห็นกูเป็คนเช่นนั้นหรือไงว่ะ? เสือกตอบกลับมาซะทำเอากูกลายเป็คนไม่ดีเลยกูมิใช่คนบ้ากามตัณหาเยอะนะโว้ย ก็แค่ของขาดนิดหน่อยเอง!”ไอ้แดงดูเหมือนจะเขินอายที่มันถูกมองว่าเป็คนบ้ากามและบ้าผู้หญิงแบบนั้นแต่ทว่าใบหน้าและคำพูดของมันกลับต่างกันเลย..........
“ใช่! กูก็คิดอย่างไอ้บุญเหมือนกัน มึงมันบ้ากามมีผู้หญิงคนไหนในหมู่บ้านที่ไม่เคยถูกมึงแอบดูตอนอาบน้ำบ้างว่ะ? แม้แต่ยายแม่นมึงก็ยังไม่ละเว้นเลย ไอ้โรคจิตตัณหามาก!” เสียงของไอ้ยอดะโแทรกขึ้นมาหลังจากที่เขาได้ยินไอ้แดงกับไอ้บุญคุยกัน.........
ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า!
ข้าเห็นด้วย!
ข้าเองก็เห็นด้วยเหมือนกัน!!
ทุกคนต่างพากันส่งเสียงหัวเราะให้ไอ้แดงกันยกใหญ่เพราะทุกคนต่างก็เห็นด้วยกับคำพูดของไอ้ยอดกันทั้งนั้น แต่ที่ทุกคนชอบใจที่สุดคงเป็เื่ที่ไอ้แดงไปแอบดูยายแม่นเพราะเข้าใจผิดคิดว่าเป็สาวๆกำลังอาบน้ำกันอยู่............
“โธ่........ข้าบอกให้เหยียบเื่นี้เอาไว้แล้วไงทำไมต้องพูดขึ้นมาอีกด้วย!” ไอ้แดงทำหน้าเศร้าใจเล็กน้อยเมื่อเห็นไอ้ยอดพูดถึงเื่นี้ เนื่องจากเื่นี้เป็เื่ที่ทำให้มันกินไม่ได้นอนไม่หลับไปหลายวันเลยเพราะภาพของยายแม่นที่ติดตามของมัน........
ฮ่าฮ่า ฮ่า!
สามชั่วโมงผ่านไปเวลาประมาณห้าโมงเย็น.........
“หยุด!!”
ตึง ตึง
“คืนนี้เราจักพักค้างแรมกันที่ลานกว้างแห่งนี้ละ!” ผู้ใหญ่สุขะโขึ้นบอกให้โขลงคชสารพงไพรหยุดพร้อมกับบอกทุกคนให้พักค้างแรมกันที่บริเวณลานกว้างข้างหน้าแห่งนี้.............
ขอรับ!
หลังจากที่ผู้ใหญ่บ้านพูดจบโขลงช้างก็ได้หยุดลงและทุกคนที่อยู่บนหลังของคชสารพงไพรจึงได้พากันลงมาข้างล่าง ก่อนที่จะแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ที่ตนควรทำกันอย่างเป็ระบบโดยไม่ต้องบอกสั่งกันแต่อย่างใด.........
แปร้น แปร้น!
ตุบ ตุบ ตุบ
“กล้วย ท่านพันผา ท่านพ่อให้ข้ามาเรียกทั้งสองคนให้ไปพบประเดี๋ยวขอรับ!”คชสารพงไพรตัวน้อยวิ่งดุ่มๆเข้ามาบอกให้กล้วยกับพันผาไปพบพญาคชสารพงไพรเพราะบิดาของตนมีเื่ที่้าจะพูดด้วยเล็กน้อย...............
“พวกเราเข้าใจแล้ว”ทั้งพันผาและกล้วยได้ตอบกลับพร้อมกันก่อนที่ทั้งสองจะเดินตามคชสารพงไพรตัวน้อยไปในทันที.........
ตุบ ตุบ ตุบ
“พวกข้ามากันแล้วขอรับท่านพญาคชสารพงไพร!”
โฮกกกกกกก!
“ที่ข้าเรียกเ้าทั้งสองให้มาพบก็เพื่อจักเตือนว่าหากมีสิ่งที่ผิดปกติในคืนนี้จงอย่าได้ออกไปจากที่พักเป็อันขาดไม่ว่าจักเป็เื่ที่ร้ายแรงสักเพียงใด จงให้ทุกคนอยู่แต่บริเวณรอบกองไฟและเกาะกลุ่มกันเอาไว้” พญาคชสารพงไพรบอกพันผากับกล้วยให้ไปเตือนทุกคนว่าค่ำคืนนี้ให้เกาะกลุ่มกันเอาไว้และอย่างได้ออกจากบริเวณรอบกองไฟอย่างเด็ดขาดซึ่งเขาไม่ได้บอกว่าจะเกิดเหตุการณ์ที่ร้ายแรงขนาดไหนหรือว่ามีเหตุร้ายใดที่เกิดขึ้น..........
“จะมีเหตุร้ายแรงอันใดเกิดขึ้นหรือขอรับ!?” พันผมถามขึ้นอย่างอยากรู้อยากเห็น.......
“เ้าทั้งสองมิต้องกังวลใจไปดอก แค่เอาความของข้าไปเตือนทุกๆคนให้ทราบก็พอ!” พญาคชสารพงไพรยังไม่ยอมบอกเขาเพียงแค่ให้ทั้งสองไปเตือนคนอื่นๆเท่านั้น......
“ถ้าอย่างนั้นข้าทั้งสองขอตัวนะขอรับ!” เมื่อพันผากับกล้วยเห็นว่าพญาคชสารไม่ยอมบอกความจริงว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นทั้งสองก็ได้เดินกลับออกมาด้วยสีหน้าที่สงสัยอยู่พอสมควร..........