หยู่ถงเดินนำดาบกลับไปเก็บที่เดิม นึกถึงกระดาษไร้ตัวอักษรเมื่อครู่ นางจึงเดินไปเปิดตู้หยิบออกมาดูอีกครั้ง ร่างผอมบางเดินเชื่องช้าไปที่โต๊ะพลางนึกคิดอะไรบางอย่าง
“เป็ไปไม่ได้ที่ชายชราคนนั้นจะฝากเพียงกระดาษเปล่ามาให้เรา”
มือเรียวยาวขาวซีด จับกระดาษไร้อักษรนั้นพลิกไปพลิกมาดู ั์ตาเจือความสงสัยอยู่ไม่น้อย ทว่าครู่นั้น สายตาของนางบังเอิญสะดุดเข้ากับเทียนเล่มนึงที่อยู่ข้างๆ หวนนึกถึงคราที่นางแอบแฝงตัวไปสืบเื่ของนักธุระกิจชื่อดังชาวจีนที่ชอบสะสมเครื่องรางโบราณไว้ ดูผ่านก้องวงจรปิด นางเคยเห็นนักธุระกิจผู้นั้นใช้เทียนดูกระดาษไร้อักษรอยู่
กระดาษที่นักธุระกิจนั่นเหมือนกับของนางในตอนนี้ไม่ผิด คิดได้เช่นนั้น หยู่ถงจึงเดินไปหยิบเอาเทียนเล่มใหญ่มาจุด ยื่นกระดาษเข้าไปใกล้ ดูวนรอบนึงก็ไม่เห็นมีอะไรเปลี่ยนไป รู้สึกแปลกๆ สายตาคมจึงมองดูรอบๆ ห้องอีกครั้ง ภายในห้องสว่างไป นางจึงลุกเดินไปปิดประตูทั้งหมด แล้วเดินกลับมานั่งที่เดิม พลิกหน้ากระดาษแล้วยื่นเข้าไปใกล้แสงเทียน มีตัวอักษรปรากฎขึ้นอยู่ที่ขอบกระดาษ
ดวงตากลมโตถึงกับเป็ประกาย มันคืออักษรลับเข้าใจง่ายๆ คือระหัสลับนั่นแหละ ดีที่อยู่ในยุคปัจจุบันนางถนัดรหัสลับพอดี หยู่ถงจึงรีบลุกไปหยิบเอากระดาษอีกใบขึ้นมาจดอักษรลับนั้นไว้ ตรวจดูกระดาษใบนั้นอีกรอบเห็นไม่มีอะไรบอกมาเพิ่ม นางจึงพับกระดาษนั้นเก็บไว้ที่เดิม
กลับมานั่งถอดอักษรลับ คิ้วคู่สวยถึงกับขมวดแน่น ในจดหมายลับนั่น บอกให้นางเอาหยกหงส์ไปยืนยันตัวตนกับชายชราผู้นึงที่มีนามว่า ‘โจวชุนเถา’ ที่อาศัยอยู่ที่เมืองเป่ยหลงทางทิศเหนือ คนผู้นั้นจะบอกความจริงกับนางทั้งหมด หากได้รับจดหมายฉบับนี้แล้วให้เผาทิ้งทันที
สายตาคมดั่งกับคมมีดปรายตาไปมองจดหมายฉบับนั่น ครุ่นคิดอยู่สักพัก ไม่รู้ว่านางมีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับหยกหงส์กันแน่? หรือว่าจะหลอกนางไปฆ่ากันนะ? หยู่ถงได้แต่สงสัย มือเรียวยื่นไปหยิบเอากระดาษนั่นมาแล้วเผาทิ้งอย่างไม่ลังเล แล้วเผากระดาษที่นางพึ่งจะถอดอักษรลับนั้นทิ้งตามไปด้วย
ทว่ามู่หยางผลักประตูเข้ามาพอดี ั์ตาคมกวาดมองภายในห้องอย่างงงๆ คิ้วหนาขมวดชนกันเป็ปม เห็นร่างกำยำสวมชุดสีแดงเืหมูเดินเข้ามา นางจึงสำรวจมองดูั้แ่ศรีษะจรดเท้า แต่งตัวอย่างนี้คงมีราชกิจสำคัญเป็แน่ มู่หยางเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบว่า
“เ้าชอบอยู่ที่มืดั้แ่เมื่อใดกัน ? ” สายตาคมพลางมองไปที่เทียนเล่มใหญ่ที่อยู่ตรงหน้านาง
‘เ้าคงรู้แล้วสินะว่าเนื้อหาในจดหมายลับนั่นเขียนบอกอะไร? ’
มู่หยางรู้ก่อนแล้วว่าเนื้อหาในจดหมายลับเขียนว่าอะไร และวันนี้เขาก็จะให้หมอมาตรวจดูอาการของนางก่อนที่จะเดินทางไปที่เมืองเป่ยหลงเพื่อสืบดูเื่ของหยกหงส์นั่น เขารู้ว่านางไม่เหมือนฮูหยินคนเดิมของตน สตรีที่อยู่ตรงหน้าเขาในยามนี้ เปลี่ยนไปราวกับเป็คนละคน นางเด็ดเดี่ยว ฉลาด รู้ทันทุกคน
เื่ราวที่เกิดขึ้นภายในจวน เขารู้หมดแต่เขาไม่พูดออกมา มู่หยางอยากจะรู้ว่านางจะรับมือกับพี่สาวของนางและน้องสาวที่ร้ายกาจของตนได้อย่างไร เห็นวิธีรับมือของนางแล้ว เขาก็อุ่นใจขึ้นมาหน่อย หยู่ถงทำให้เขาอยากจะรู้จักตัวตนที่แท้จริงของนางให้มากกว่านี้
“เื่บางเื่ท่านไม่ต้องอยากรู้หรอก” เสียงใสเอ่ยขึ้นพร้อมกับดับเทียนที่อยู่ตรงหน้า มู่หยางเดินไปนั่งข้างๆ นางก่อนจะกระชากร่างบางเข้าไปใกล้
“ถงเอ๋อร์ เ้าฟื้นมาครานี้ทำให้ข้าประหลาดใจยิ่ง ลิ้นปากร้ายนัก”
“ไม่จริงหรือ ? หรือท่านชอบสตรีปากหวานหยาดเยิ้มดั่งน้ำผึ้งเหมือนชินอี้พี่สาวของข้าล่ะ หากท่านชะ…”
ยังพูดไม่ทันจะจบ มือหนาก็รั้งท้ายทอยประกบริมฝีปากบางอย่างเร่าร้อน ดวงตากลมโตถึงกับเบิกตาโพรงด้วยความใ ‘ไอ้บ้านี่กล้าดียังไงมาจูบฉัน’ มือเล็กพยายามดันอกเขาให้ออกห่าง แต่แรงอันน้อยนิดเพียงแค่นี้จะสู้แรงม้าอย่างเขาได้เยี่ยงไรกัน เห็นนางพยายามขัดขืน มู่หยางจึงรวบแขนทั้งสองของนางไว้แน่น มืออีกข้างกดท้ายทอยไว้ไม่ให้นางเบือนหน้าหนีริมฝีปากของตน
รู้ว่าไม่มีทางขัดขืนได้ หยู่ถงจึงหยุดดิ้น กัดฟันแน่นไม่ยอมให้ลิ้นร้อนของเขารุกล้ำเข้ามาในโพรงปากของตน มู่หยางพยายามแทรกลิ้นร้อนเข้าไป เห็นนางดึงดันไม่ยอมอ้าปากให้ลิ้นร้อนของเขาเข้าไปสำรวจในโพรงปากหวาน มือแกร่งจึงเลื่อนไปบีบแก้มนางอย่างแรง หยู่ถงทนกับความเจ็บไม่ไหวจึงเผลออ้าปากรับลิ้นร้อนของเขา
ลิ้นร้อนตวัดเกี่ยวลิ้นเล็กของนางไปมา หยู่ถงสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะกัดไปที่ลิ้นของเขาอย่างแรง
“อ๊ากกกกกก” ความเจ็บเหมือนดาบเฉือนเนื้อ ทำให้มู่หยางรีบผละออกจากร่างนางทันที โลหิตสีแดงสดค่อยๆ ไหลออกมาที่มุมปาก
“เ้า !!!” มู่หยางแตะไปที่ลิ้นของตัวเอง ลิ้นของเขาชาไปหมด ทั้งปวดทั้งชา
“สมน้ำหน้า ท่านทำตัวเองนะ” เสียงใสเจือโทสะเอ่ยขึ้น ก่อนจะหยกชายกระโปรงแล้วเตรียมจะวิ่งหนีออกไป แต่ยังไม่ทันจะได้ก้าวขาเลย แขนเรียวก็ถูกกระซากล้มลงไปที่เตียงเสียแล้ว
“ปล่อยข้านะ !!!” ร่างผอมบางพยายามดิ้นสุดฤทธิ์ มู่หยางขึ้นค่อมจับนางกดไปที่เตียง ใบหน้าคมเข้มโน้มลงไปคลอเคลียที่แก้มนวลใส
“ไยข้าจะต้องปล่อยเ้าไปด้วยเล่า เ้าคือฮูหยินของข้านะ”
ไม่รอให้นางได้ตอบโต้ ริมฝีปากหนาจูบปิดปากนางทันที หยู่ถงอยู่ใต้ร่างกำยำหมดหนทางหนี นางหยุดดิ้นแล้วให้ความร่วมมือกับเขา นี่คือจูบแรกของนาง แม้ว่านางจะจูบไม่เป็ แต่นางเป็ถึงสายลับสุดยอดฝีมือ จะต้องทำทุกวิถีทางให้ตัวเองรอดจากเงื้อมมือศัตรู มู่หยางเห็นหยู่ถงให้ความร่วมมือจูบตอบ จึงรู้สึกพอใจยิ่ง
หยู่ถงบรรเลงจูบอยู่นาน เมื่อเห็นว่ามู่หยางกำลังเคลิบเคลิ้มกับจูบอันเร่าร้อนอยู่นั้น หยู่ถงจึงยกขาเรียวขึ้น แล้วเตะไปที่เป้าตรงกลางของเขาอย่างแรง
“อ๊ากกกกกกก” มู่หยางผละจากร่างบางกุมน้องชายของตนไว้แน่น สีหน้าแดงก่ำ สายตาจ้องราวกับจะกินเนื้อ หยู่ถงรีบลุกขึ้นแล้วจัดแจงอาภรณ์ให้เรียบร้อย
“ข้าเตือนท่านแล้ว ท่านไม่ฟังเองนะ ทีนี้ก็นอนกุมเป้าของตัวเองไป หึย ~”
หยู่ถงอารมณ์เสียเดินออกจากเรือนไป นางเดินมาสงบสติอารมณ์ที่สวนดอกไม้ข้างๆ ทว่าสายตาบังเอิญไปเห็นชินอี้กำลังยืนคุยกับใครบางคนอยู่ มองดูดีๆ ถึงได้รู้ว่าผู้ชายคนนั้นน่าจะเป็หมอ
ั์ตาลึกลับจ้องมองดูสองคนนั้นอย่างไม่ละสายตา หมอคนนั้นมาทำอะไรที่นี่กันนะ มาตรวจดูอาการของลู่จื้อหรือ ? ไม่อยากจะคิดอะไรมาก หยู่ถงจึงเรียกให้เนี่ยนจินไปชงชามาให้ตนดื่ม
นั่งชมดอกไม้ไปได้สักพัก ก็เห็นชินอี้เดินมาพร้อมกับหมอคนนั้น นางไม่สนใจยังคงนั่งจิบชาอย่างสบายใจเฉิบ เห็นหมอคนนั้นเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าตน คิ้วบางจึงขมวดสงสัย
“ท่านหญิงหยู่ถงขอรับ ข้ามาตรวจดูสุขภาพของท่านขอรับ”
หยู่ถงปรายตามองหมอสลับกับชินอี้ พี่สาวของนางคิดที่จะทำอะไรอีกล่ะ นางแน่นิ่งไปครู่นึง มีอีกหลายๆ เื่ที่นางจะต้องไปทำ ให้หมอตรวจดูสุขภาพนางหน่อยก็คงจะดี ร่างกายเ้าของร่างเดิมพึ่งแท้งมาด้วย หากนางจะต้องไปทำอะไรเสี่ยงๆ ตัวคนเดียวจะต้องมีร่างกายที่แข็งแรง
“ถงเอ๋อร์ ั้แ่วันนั้นที่เ้าถูกวางยาพิษ เ้าก็ยังไม่ทันได้ตรวจดูร่างกายเลยนะ วันนี้ให้หมอตรวจดูสักหน่อยเถิด”
ชินอี้เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เรียบนิ่ง แต่ในแววตาคู่นั้นจะปกปิดแผนร้ายได้อย่างไรกัน หยู่ถงไม่พูดไม่จาอะไร พยักหน้าแล้วถลกแขนเสื้อขึ้นให้หมอจับชีพจรของตนตรวจดู ครู่นั้น มู่หยางที่น่าจะหายดีจากอาการจุกเมื่อครู่ ก็ได้เดินออกมาหยุดอยู่ข้างๆ ตน
“ตรวจร่างกายนางอย่างละเอียดให้ข้าที ข้าอยากจะรู้ว่าร่างกายนางแข็งแรงพร้อมมีบุตรหรือไม่ ? ”
นางถึงกับหันขวับไปมองหน้าเขา เห็นเพียงรอยยิ้มสุดแสนจะเ้าเล่ห์ปรากฎอยู่บนใบหน้าคมเข้มนั้น ชินอี้ที่ได้ยินเช่นนั้นถึงกับโกรธ มือเล็กจิกผ้าเช็ดหน้าที่อยู่ในมือแน่น หยู่ถงแอบเห็นพี่สาวของตนมีสีหน้าไม่ค่อยดีจึงคิดที่จะแหย่ชินอี้ให้อกแตกตายกันไปข้างหนึ่ง
“ท่านไม่ต้องเป็กังวลไป ร่างกายข้าแข็งแรงอยู่แล้ว ข้าจะมีบุตรให้ท่านเป็โขยงเลย”
“อย่างนั้นหรือ? คืนนี้จัดเลยดีหรือไม่? ” มู่หยางเอ่ยเย้าแหย่ประสาทนางอีกครั้ง หยู่ถงได้แต่ถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย แต่สีหน้าของชินอี้ไม่ดีใจด้วยกับพวกเขาเลย
“เป็อย่างไรบ้าง สุขภาพของนางดีขึ้นหรือไม่ ?” เสียงเข้มเอ่ยถามด้วยความเป็ห่วง แต่สีหน้าของหมอ ดูไม่ค่อยจะดีนัก
“ท่านแม่ทัพ ข้าตรวจดูแล้ว สุขภาพของท่านหญิงดีขึ้นตามลำดับขอรับ แต่ว่า …”
พูดถึงนี่แล้วหมอก็หยุดพูดไป สายตาเลิ่กลั่กมองไปที่ชินอี้
“แต่ว่ากระไรหรือ ? ”
“แต่ว่าท่านหญิงมิอาจมีบุตรได้อีกขอรับ” มู่หยางได้ยินเช่นนั้นถึงกับแน่นิ่งไปเหมือนถูกสาป
หยู่ถงไม่มีอาการใใดๆ เลยแม้แต่น้อย ั์ตาคมยังคงจับจ้องไปที่หมอกับชินอี้ไม่ละสายตา มือเรียวจับชีพจรของตัวเองดู ท่านปู่ของนางเป็ถึงหมอพื้นเมืองที่เก่งที่สุด นางเคยได้เล่าเรียนวิชาแพทย์จากท่านปู่มาบ้าง จับชีพจรเพียงแค่นี้ไยนางจะวินิจฉัยโรคไม่ได้ จับชีพจรอยู่สักพัก ริมฝีปากบางก็ได้กระตุกยิ้มขึ้น
“ตรวจใหม่อีกที” หยู่ถงยื่นมือไปตรงหน้าหมออีกครั้ง สายตามองไปที่ชินอี้อย่างเอาเื่
“ขอรับ” หมอได้จับตรวจดูชีพจรอีกครั้ง
“เหมือนเดิมขอรับ ท่านหญิง …”
“ข้าให้โอกาสเ้าจับชีพจรข้าอีกที หากคำตอบยังไม่เปลี่ยน ศรีษะเ้าหลุดออกจากบ่าแน่ !!!”
หยู่ถงเอ่ยเสียงเข้ม สายตาแข็งกร้าว ชินอี้ถึงกับเสียวสันหลัง มู่หยางหันไปมองนาง ริมฝีปากหนายักโค้งเล็กน้อย ฮูหยินของเขาไม่ธรรมดาจริงๆ เขาเปลี่ยนมาถือดาบที่มือข้างขวา สายตาของนางปรายตามองดาบคู่กายของเขา แล้วเงยหน้าขึ้นมองมู่หยาง เห็นเขากำลังยิ้มอยู่ คิ้วบางจึงขมวดสงสัย
‘อี่ตาบ้านี่ เห็นต้องพ้องกับฉันเหรอเนี่ย? บ้าไปแล้ว’
มือหมอแตะที่ข้อมือของนางสั่นระริก สายตาเลิ่กลั่กไปมาไม่หยุด หยู่ถงเบือนหน้าไปอีกทาง ครู่นั้นนางถึงได้ยินเสียงถอนหายใจดังขึ้น ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็ใคร
“ท่านหญิง เหมือน ….” ไม่รอให้หมอได้พูด หยู่ถงชักดาบคู่กายของมู่หยางออกมาจ่อไปที่คอของหมอ
ชายวัยกลางผู้นั้นถึงกับสั่นระริก ใจนหน้าซีด หมอรีบคุกเข่าลงตรงหน้านางกับมู่หยางทันที
“ท่านแม่ทัพ ท่านหญิงขอรับ ข้า …”
“ข้าบอกเ้าว่าอย่างไร ?!! หากคำตอบยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน!!! ข้าจะตัดศรีษะเ้า?!!!”
หยู่ถงรู้ว่านี่คือแผนของชินอี้พี่สาวของตน ที่จ้างให้หมอบอกกับตนเช่นนั้น คงอยากจะให้นางเสียใจจนตรอมใจตายไปสินะ แผนร้ายไม่เบา แต่น่าเสียดาย คนอย่างนางไม่เชื่ออะไรง่ายๆ ชีวิตนางเจอกับอะไรมามาก การที่จะเชื่อและไว้ใจใครสักคน นางจะต้องดูให้ดี
“ข้าผิดไปแล้ว โปรดไว้ชีวิตข้าด้วย”
“บอกความจริงข้ามา สุขภาพข้าดีหรือไม่ ? ” หยู่ถงเอ่ยถามอีกครั้ง มือจับดาบจ่อไปที่คอของหมอ แต่สายตานางกลับจ้องไปที่ชินอี้ที่อยู่ตรงหน้า ด้วยความหวาดผวามือไม้นางสั่นไปหมด
“สุขภาพท่านหญิงไม่มีอะไรน่าเป็ห่วงขอรับ อาการดีขึ้นตามลำดับ ไม่มีพิษของยาพิษหลงเหลือภายในร่างกายแล้ว ห้ามใช้แรงหนักไปอีกสักระยะ พักผ่อนให้มากๆ ก็หายแล้วขอรับ”