หลังจากที่ทั้งสามล้มลง กลุ่มควันก็หันมาทางหญิงสาวทั้งสอง ถึงแม้มันจะไม่มีรูปร่างแต่สามารถััได้ว่ามันกำลังจ้องมาที่พวกเธอ
ส่วนหนึ่งของควันกลายเป็แท่งหนาม ในพริบตามันก็มาปรากฏอยู่ตรงหน้าของมายด์และมิ้นต์
ทั้งคู่รู้แน่ชัดแล้วว่าคงไม่รอดแน่นอนจึงได้แต่หลับตายอมรับความตาย
ฟู่!!
พวกเธอได้ยินเสียงเหมือนบางอย่างถูกไฟเผาแต่ตนเองกลับยังไม่ตาย จึงแปลกใจและค่อยๆลืมตาขึ้น
“นาย!!” ทั้งสองอุทานขึ้นมาพร้อมกัน ตรงหน้าคือชายหนุ่มที่คุ้นตา เขาคือโจที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง พวกเธอไม่เคยคาดคิดว่าจะถูกชายหนุ่มช่วยชีวิต
มายด์มองหากลุ่มควันสีดำแต่หาไม่พบจึงรู้ได้ทันทีว่ามันถูกชายหนุ่มกำจัดทิ้งไปแล้ว เธอก็นึกขึ้นได้ว่าโจแข็งแกร่งแค่ไหน
“ขอบคุณนะ” มิ้นต์กล่าวขอบคุณ
“พี่คะ” มิ้นต์เห็นสีหน้าซับซ้อนของพี่สายก็สะกิดเรียก
“ขอบคุณ” มายด์กล่าวเบาๆ
โจมองศพเพื่อนร่วมทีมแล้วถอนหายใจ เขาไม่คิดว่าหน่วยหิมะจะถูกสเปคเล่นงานไวขนาดนี้ เพราะตอนที่เขาสู้กับสเปคตัวก่อนหน้าและวิ่งหาหน่วยหิมะจนเจอก็ใช้เวลาไปแค่ไม่เกินสามนาที เรียกได้ว่าโชคร้ายจริงๆ
โจมองกลับไปที่มายด์แล้วกล่าวว่า “เธอจะเอายังไงต่อไป?”
สองพี่น้องมองร่างไร้ชีวิตของเพื่อนร่วมทีมด้วยความรู้สึกหดหู่และเศร้าเสียใจทั้งสองร้องไห้สักพักก่อนที่มายด์จะตอบว่า “คงต้องกลับไปที่ฐานเพื่อเอารถมาขนพวกเขากลับไป”
ในฐานะหัวหน้า เธอต้องรับผิดชอบลูกทีมทุกคน ตอนนี้พวกเขาตายเพราะเธอ เธอไม่รู้ว่าจะเอาหน้าที่ไหนไปอธิบายครอบครัวของพวกเขา
โจพยักหน้าและกล่าว “งั้นก็ไปกันเถอะ”
จากนั้นทั้งสามก็หันหลังและเดินย้อนกลับไปทางเดิม
ตลอดเวลาเดินทางกลับไม่มีใครพูดอะไร สองพี่น้องเต็มไปด้วยความหดหู่ พวกเธอดีใจที่รอดมาได้แต่เสียใจที่ทุกคนตายกันหมด จากยี่สิบกว่าคนเหลือเพียงสามคน ไม่ว่าใครก็รับสิ่งที่เกิดขึ้นได้ยาก
และแล้วเวลากลางคืนก็มาถึง มายด์และมิ้นต์ช่วยกันสร้างเต้นท์ขึ้นมา มันใหญ่พอที่จะนอนได้สามคน
“พวกเธอนอนเถอะ ผมจะเฝ้ายามให้” โจกล่าวแล้วหันหลังเดินตรวจรอบๆ เขาเข้าใจดีว่าตนเองเป็ผู้ชายจะให้ไปนอนเต้นท์เดียวกับผู้หญิงทั้งสองคงจะไม่เหมาะและอีกอย่างเขาสามารถอดนอนได้นานกว่าคนทั่วไป จึงไม่เป็ปัญหาสำหรับเขา
ภายในเต้นท์พวกเธอทั้งสองนอนโดยไม่พูดอะไร แต่ไม่มีใครสักคนที่หลับได้ลง ภาพที่เพื่อนร่วมทีมค่อยๆล้มตายยังคงเด่นชัดในหัว มายด์พยายามทำใจให้เข้มแข็งแต่เธอก็ยังอดไม่ได้ที่จะร้องไห้เบาๆ
มิ้นต์เองก็ร้องไห้อยู่นานสองนาน เพราะมีหลายคนในหน่วยที่เธอสนิทด้วย เธอยังจำตอนที่พวกเพื่อนๆหัวเราะเฮฮามันยิ่งทำให้เธอร้องไห้หนักกว่าเดิม
โจกำลังเฝ้ายามได้แต่ถอนหายใจให้กับทั้งสองที่กำลังร้องไห้อยู่ในเต้นท์
“พวกเขาอ่อนแอเกินไป" สเปคที่เป็ควันเป็แค่ระดับต่ำสุด พวกเขายังรับมือมันไม่ได้หากเจอระดับสูงกว่านี้ไม่สิ้นหวังเลยเหรอ
เขาเกิดความรู้สึกอยากฝึกคนเหล่านี้ เขาเองไม่เข้าใจว่าทำไมถึงมีความคิดนี้ขึ้นมา อาจเป็เพราะตนเองเป็มนุษย์จึงมีสายสัมพันธ์บางอย่างต่อเผ่าพันธุ์เดียวกัน หรือเป็เพราะอาศัยอยู่บนโลกแล้วเกิดอยากช่วยพวกเขา หรือเป็เพราะคนดีๆในหน่วยหิมะล้มตายจึงรู้สึกผิด?
สุดท้ายโจตัดสินใจที่จะสอนเื่การฝึกและการใช้พลัง ถึงแม้ไม่อาจสอนการใช้พลังขั้นสูงได้เพราะกลัวความลับของตนจะรั่วไหล อย่างน้อยหากมีแิเื่การฝึกพวกเขาก็จะสามารถหาหนทางได้ง่ายขึ้น
โจคิดอยู่สักพักก็พบว่าในเต้นท์เงียบไปแล้ว เขาลองแผ่จิตััออกไปและเห็นว่าทั้งคู่หลับไปพร้อมกับคราบน้ำตาก็เลิกสนใจและหันมาเฝ้าระวัง
โชคดีที่ดาวดวงนี้มีระยะเวลากลางคืนแค่หกชั่วโมงหรือครึ่งนึงของโลก สองสาวมุดออกมาจากเต้นท์และได้กลิ่นอาหาร พวกเธอเห็นโจกำลังนำอาหารฉุกเฉินมาอุ่นท้องก็ร้องขึ้นมา
“มากินกันก่อนเถอะ” โจกล่าวโดยที่ไม่ได้หันไปมองหญิงสาวทั้งสอง
มายด์และมิ้นต์นั่งลงและค่อยๆกิน ตอนนี้ทั้งคู่อาการดีกว่าเมื่อวานแต่สีหน้ายังคงเศร้าอยู่ โจเข้าใจความรู้สึกของทั้งสองเพราะยังไงเขาเองก็เคยผ่านเื่แบบนี้มาก่อน การที่ต้องเสียเพื่อนร่วมทีมที่สนิทกันเป็ใครก็ต้องเสียใจ แต่เวลาจะช่วยเยียวยาพวกเธอ
“นายไปนอนพักก่อนสิ เดี๋ยวพวกเราจะเฝ้าให้เอง” มายด์หันมากล่าวกับโจ เธอรู้สึกขอบคุณชายหนุ่มที่อดนอนเพื่อเฝ้ายามทั้งคืนบวกกับเื่ที่เขาช่วยชีวิตเธอและน้องสาว ความคิดอคติที่เคยมีต่อโจก็มลายหายไปหมด ตอนนี้เธอรู้สึกว่าโจเป็ผู้ชายที่พึ่งพาได้
“ใช่แล้ว” มิ้นต์พยักหน้าเห็นด้วย
โจลังเลอยู่สักพักก็พยักหน้า “ตกลง”
กว่าจะถึงฐานทัพต้องใช้เวลาเดินทางอีกเกือบวัน พักเอาแรงสักหน่อยก็ไม่เสียหายอะไรเพราะตอนนี้เป็ตอนกลางวัน
“หากเห็นอะไรผิดปกติให้เรียกผมทันทีเลยนะ” โจกล่าวกำชับก่อนจะเข้าไปนอนพักในเต้นท์
เมื่อเห็นโจเข้าไปในเต้นท์แล้วมิ้นต์ก็หันมาถามพี่สาว “พี่คิดยังไงบ้างเื่เขา?”
“คิด…เื่อะไร” มายด์สับสนกับคำถามของน้องสาว
“ก็เื่ที่เขาช่วยเราไว้ไง เขาเอาชนะกลุ่มควันนั้นได้ยังไง พี่ไม่สงสัยเลยเหรอ?” มิ้นต์กล่าวด้วยความอยากรู้
มายด์นึกขึ้นมาได้ว่าน้องสาวของเธอไม่รู้เื่พลังของโจจึงเล่าทุกอย่างที่เธอได้เห็นได้วิดีโอให้ฟัง
“นี่มันเื่จริงเหรอเนี่ย!!” มิ้นต์อุทานด้วยความใ
“ใช่แล้วล่ะ และปู่ก็ดึงเขาให้เข้าหน่วยหิมะ” มายด์รู้สึกโชคดีที่โจเข้าร่วมหน่วยของเธอ เพราะหากไม่มีเขาเธอกับน้องสาวคงตายไปแล้ว
“เราสองคนโชคดีจริงๆ”
โจนอนพักแค่สี่ชั่วโมงเขาก็ออกมาจากเต้นท์และเริ่มเก็บ จากนั้นพวกเขาทั้งสามได้ออกเดินทางอีกครั้ง
เดินทางอีกสิบหกชั่วโมงพวกเขาหยุดพักอีกครั้ง แต่ครั้งนี้โจไม่ได้คิดที่จะนอนพักและเริ่มออกเดินทางต่อหลังจากสองสาวตื่นขึ้นมา
ยิ่งใกล้ถึงฐานทัพโจก็ยิ่งรู้สึกถึงความรู้สึกดำมืด แน่นอนว่านี่คือความรู้สึกเมื่อััได้ถึงสเปคแต่ครั้งนี้มันรุนแรงกว่าร้อยเท่า
“ไม่ดีแล้ว” โจอุทานขึ้นมา
“มีอะไรรึเปล่า” มายด์เอ่ยถาม
แต่โจไม่ตอบคำถามและเริ่มวิ่งออกไป สองสาวหันมามองหน้ากันก่อนจะวิ่งตามชายหนุ่ม โจไม่ได้ใช้พลังและวิ่งด้วยความเร็วธรรมดาเพราะเขาไม่อยากทิ้งสองสาวเอาไว้
“นี่มัน!!!” สองสาวตกตะลึงกับภาพที่เห็น พวกเธอเห็นฐานทัพกำลังถูกโจมโดยสเปค