เซียวหลิงเจาก้มมองหญิงสาวที่ล้มอยู่แทบเท้า สายตาเย็นเยียบไร้อารมณ์ ริมฝีปากขยับช้า ๆ
“กล้าดีนักนะ…กวานซูเหยียน! ข้าเพิ่งกลับจากวัง ยังไม่ทันได้พักหายใจ ก็เห็นสวะหลายคนสวมชุดของข้าเดินอยู่ทั่วตลาด!!”
หัวใจของกวานซูเหยียนเต้นแรงจนเจ็บแน่น นางพยายามลุกขึ้นแต่แรงในร่างกลับไม่พอ
“ขะ…ข้า…” คำพูดติดอยู่ที่ริมฝีปาก
ปลายดาบของเซียวหลิงเจากระแทกลงบนพื้นข้างร่างนางอย่างแรงจนดินแตกเป็รอยลึก
“ข้าอยากรู้นักเหตุใดเสื้อผ้าของข้าถึงไปอยู่บนตัวผู้อื่น?!!”
ความเงียบกดทับลานเรือน สาวใช้ทุกคนเข้าใจเหตุแห่งโทสะในทันที บางคนเริ่มสะอื้นเสียงสั่น
ฮูหยินน้อยไม่เคยออกจากจวน การที่เสื้อผ้าของคุณชายถูกขายออกไปให้คนนอกย่อมเกิดจากฝีมือผู้อื่น ซึ่งจะเป็ใครไปไม่ได้นอกจากพวกนาง!
แต่ก่อนที่ใครจะอธิบาย อารมณ์ของเขาก็พุ่งขึ้นอีก ดาบของเขาจ่อคอนางอย่างไม่ลังเล สายตาเย็นเหมือนจะฆ่านางจริง ๆ
“ข้าเกลียดที่สุดคือขโมย แต่ดูเหมือนเ้าไม่เพียงขโมย ยังกล้าเหยียบหน้าข้า เอาของส่วนตัวของข้าไปขายอย่างไม่รู้จักกลัวตาย!”
กวานซูเหยียนเม้มปากแน่น ใบหน้าซีดเผือด ปฏิเสธไม่ได้ว่าตนเองได้ทำเื่ผิดพลาดครั้งใหญ่ไปแล้วจริงๆ ผ้าม่านหรือผ้าคลุมพวกนั้นจะเหมือนกันบ้างก็ยังไม่แปลก แต่เสื้อผ้านั้นต่างกัน โดยเฉพาะเมื่อถูกพบเห็นเข้าโดยผู้เป็เ้าของ!
ต่อให้นางส่งผ้าคืนจนครบจำนวน ก็ไม่อาจลบล้างความจริงที่ว่าเสื้อผ้าที่ถูกนำออกไปขายเป็ของเขาจริงๆ
สาวใช้หลายคนร้องไห้โฮออกมาอย่างห้ามไว้ไม่ไหว ได้แต่คุกเข่าลงกับพื้นเป็การยอมรับผิด มีเพียงเมิ่งหรูที่รีบขยับมาคุกเข่าอยู่เคียงข้างกวานซูเหยียน
“ข้าผิดไปแล้วเ้าค่ะ…”
ประโยคนี้ของนางทำให้เซียวหลิงเจาต้องขมวดคิ้ว ไม่คิดว่านางจะยอมรับผิดโดยไม่เถียงสักประโยค…โทสะของเขาก็ลดลงไปกึ่งหนึ่งโดยไม่รู้ตัว
แต่ความโกรธของเขาก็ยังไม่หาย เพราะความผิดของนางใหญ่เกินจะปล่อยผ่าน
เขาชี้ดาบไปยังทหารสองนายที่ตามมาอยู่ด้านหลัง “ลากพวกนางทุกคนไปโบยตามกฎของจวน อย่าให้ใครเอาเยี่ยงอย่าง!”
ทหารตรงเข้าคว้าตัวกวานซูเหยียน แขนเล็กถูกบิดไปด้านหลังอย่างรวดเร็ว นางเซไปตามแรงฉุด แต่กลับไม่ร้องโวยวายออกมา
ส่วนเมิ่งหรูกับสาวใช้คนอื่น ๆ ก็ถูกทหารอีกกลุ่มลากมากองรวมกันอีกทาง
กวานซูเหยียนถูกพาไปยังแท่นท่อนไม้ นางมองมันเพียงแวบเดียว ก่อนจะเอนตัวลงนอนคว่ำหน้าอย่างยอมจำนน นิ้วมือกำขอบไม้แน่น เล็บจิกเข้าเนื้อโดยไม่รู้ตัว
เมิ่งหรูร้องไห้จนตาบวม “ปล่อยข้า! ลงโทษข้าแทนนางเถิด!” นางะโลั่นแต่คำร้องของนางกลับไม่มีใครฟัง
กวานซูเหยียนหลับตาลง ความคิดหนึ่งแล่นเข้ามาในหัว พยายามปลอบใจตัวเอง
ในนิยายกวานซูเหยียนก็ถูกคนป่าเถื่อนนี่จับโบยมานับครั้งไม่ถ้วน แต่ผู้หญิงคนนั้นก็ไม่ตาย เช่นนั้นนางก็คงไม่ตายเหมือนกันใช่ไหมล่ะ…?
หญิงสาวสูดหายใจลึกเตรียมรับมือกับความเจ็บที่จะมาถึง
ขณะที่ทหารยกแส้ขึ้นเหนือหัว เตรียมหวดลงบนแผ่นหลังของนาง เสียงตวาดแหลมคมก็พลันดังขึ้นมาแต่ไกล
“หยุดมือเดี๋ยวนี้!!”
ถังลี่จูก้าวพรวดเข้ามาโดยไม่รอให้ใครประคอง สาวใช้อุ่นเตียงที่ไปแจ้งข่าวรีบวิ่งเข้าไปรวมกลุ่มกับสหายที่กำลังจะถูกลงทัณฑ์ไม่กล้าแม้แต่จะถามถึงต้นสายปลายเหตุ
“เหยียนเอ๋อร์!” นางร้องก่อนจะทรุดตัวลงข้างกวานซูเหยียน รีบประคองร่างเล็กให้ลุกขึ้น
แต่ยังไม่ทันที่ปลายนิ้วของนางจะแตะไหล่ของสะใภ้ ดาบในมือเซียวหลิงเจาก็ฟันลงกับพื้น เฉียดปลายกระโปรงของนางเพียงคืบ!
“ท่านแม่! นางมีความผิด และต้องรับโทษตามกฎขอรับ!”
ถังลี่จูเงยหน้าขึ้นมองบุตรชาย พยายามรักษาสติ “นางเป็ภรรยาของเ้า ไม่ใช่บ่าว! การลงโทษด้วยการโบยเช่นนี้นางจะอับอายไปตลอดชีวิต แล้วบ่าวไพร่หน้าไหนจะฟังคำของนางอีก!”
“ผิดแล้วขอรับท่านแม่..การขโมยของในจวน ไม่ว่าจะเป็ใครก็ไม่สมควรละเว้น!”
ถังลี่จูหน้าเสียไปเล็กน้อย นางรู้ดีว่าบุตรชายรังเกียจเื่ลักขโมย ความผิดของสะใภ้ครั้งนี้…ร้ายแรงในสายตาของเขาจริง ๆ แม้จะยังไม่รู้เื่ราวว่าเป็มาอย่างไร แต่ถึงอย่างนั้นนางก็ไม่อาจปล่อยให้สะใภ้ถูกโบยต่อหน้าบ่าวไพร่ได้
“ลงโทษด้วยการกักบริเวณก็ได้ หรือให้ไปคุกเข่าหน้าศาลบรรพชน เ้าเลือกอะไรก็ได้ แต่อย่าลงแส้นางเลย แม่กลัวนางจะทนไม่ไหว และหากผู้อื่นรู้เข้า จวนสกุลเซียวของเรามิต้องอับอายไปทั่วเมืองหลวงหรอกหรือ?”
“ท่านแม่ไม่ต้องห่วง สตรีเช่นนางไม่ตายง่ายๆ หรอกขอรับ" เซียวหลิงเจาตัดบทอย่างเ็า
“ครั้งนี้เป็เื่ในจวน เื่นี้จะไม่รั่วไหลออกไปภายนอก” เขาพูดเสียงดังขึ้น “หากผู้ใดกล้าแพร่งพรายเื่นี้ออกไปข้าจะตัดลิ้นคนผู้นั้นทันที!”
ถังลี่จูหลับตาลงชั่วครู่…รู้ดีว่าห้ามบุตรชายไม่ได้แล้ว..
เซียวหลิงเจาชี้ปลายดาบไปยังกวานซูเหยียน “โบยนางห้าสิบที!”
เมิ่งหรูหน้าซีดเป็กระดาษ บุรุษที่แข็งแรงบางคนยังทนได้เพียงสามสิบ แต่ท่านเขยกลับสั่งโบยนายหญิงของนางถึงห้าสิบที! นั่นอาจหมายถึงชีวิตของฮูหยินน้อยเลยเชียวนะ!
นางเริ่มะโด่าและดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง สุดท้ายก็ถูกหยางเหวินทุบกำปั้นไปที่ท้ายทอยจนสลบเหมือด
“สาวใช้ที่สมรู้ร่วมคิดกับนาง ให้โบยคนละสามสิบที รวมทั้งนางด้วย!” เซียวหลิงเจาชี้ไปยังร่างที่ไม่ได้สติของเมิ่งหรู “มัดปากให้แน่นแล้วเอาน้ำราดให้นางตื่น จากนั้นก็โบยนางให้หลาบจำ!”
ทหารสองนายเข้ามาจับแขนกวานซูเหยียน หมายจะตรึงนางลงกับท่อนไม้ให้มั่นคงขึ้น แต่หญิงสาวกลับขัดขืนเป็ครั้งแรก
“เดี๋ยวก่อนเ้าค่ะ!” นางเงยหน้าขึ้นพร้อมกับเอ่ยด้วยริมฝีปากสั่นระริก
“พวกนางเป็แค่บ่าวที่ทำตามคำสั่งของข้า ไม่สมควรต้องถูกโบย ขอท่านแม่ทัพลงโทษข้าแต่เพียงผู้เดียวเถิดเ้าค่ะ”
สาวใช้ทั้งสิบสองน้ำตาท่วมหน้าอย่างไม่อาจกลั้น
ฮูหยินเป็คนต่างแคว้นที่ไม่รู้กฎบ้านกฎเมือง เป็พวกนางเสียอีกที่ไม่ทักท้วงตักเตือนในทางที่ถูกที่ควร เพราะเห็นแก่เงิน แต่ฮูหยินน้อยกลับออกหน้ารับผิดแทนพวกนาง!
“พวกบ่าว…พวกบ่าวก็มีส่วนผิดเ้าค่ะ! ผ้าที่นำออกไปขายพวกนั้นพวกบ่าวล้วนได้รับส่วนแบ่งกำไร โทษของฮูหยินน้อยแบ่งมาให้พวกเราเถิดเ้าค่ะ พวกเราจะรับเอาไว้เอง”
“ใช่เ้าค่ะ!”
“พวกบ่าวก็ผิดด้วย!”
“พวกเราขอรับโทษแทนฮูหยินน้อยเอง!”
กวานซูเหยียนซึ้งใจจนหลุดเสียงอุทาน “พวกเ้า!”
นางตั้งใจจะปกป้องพวกสาวใช้ แต่กลับเป็ฝ่ายถูกปกป้องเสียเอง หัวใจนางเหมือนถูกบีบ ชั่วครู่นั้นโลกในนิยายที่โหดร้ายใบนี้…กลับอบอุ่นขึ้นเสี้ยววินาที
แต่ความอบอุ่นนั้นดับวูบลงทันทีเมื่อเสียงของเซียวหลิงเจากดทับลงมา
“น่าตายยิ่งนัก!" แม้จะโมโหที่สตรีทั้งสิบสองหันไปแสดงความจงรักภักดีกับกวานซูเหยียน แต่เซียวหลิงเจาก็รู้สึกว่าบทลงโทษห้าสิบไม้สำหรับกวานซูเหยียนอาจเอาชีวิตนางได้เช่นกัน เขาไม่อาจปล่อยให้นางตายได้
“ดี! เช่นนั้นก็ให้พวกนางรับโทษแทนฮูหยินเพิ่มไปอีกคนละสองที ที่เหลือก็ให้นางรับเอาไว้!”
ถังลี่จูพลางหายใจสะดวกขึ้นเล็กน้อย สาวใช้มีทั้งหมดสิบสามคนรวมทั้งเมิ่งหรู หากพวกนางรับโทษไว้แทนคนละสอง กวานซูเหยียนก็เหลือโทษเพียงยี่สิบสี่ครั้งเท่านั้น
“เหยียนเอ๋อร์อดทนเข้าไว้” นางปลอบสะใภ้ด้วยเสียงอันสั่นเทา
หวายเส้นแรกถูกยกขึ้นเหนือหัวทหาร กวานซูเหยียนถูกจับให้นอนคว่ำหน้าไปกับท่อนไม้ใหญ่ แผ่นหลังบางสั่นน้อย ๆ ด้วยความหวาดหวั่น
เผี๊ยะ!!
เสียงกรีดร้องของหญิงสาวหลุดออกมาทันทีโดยที่นางไม่ทันได้กัดฟันไว้ก่อนด้วยซ้ำ
ความเจ็บแล่นขึ้นสมองจนตาพร่าไปชั่วขณะ นี่มัน…เจ็บยิ่งกว่าฉีดวัคซีนตอนเด็กร้อยเท่า! ใครมันออกกฎที่ไร้มนุษยธรรมแบบนี้ออกมากัน!? นางสบถอยู่ในใจรัว ๆ
หวายเส้นที่สองตามลงมาโดยไม่ให้ตั้งตัว
เผี๊ยะ!!
ร่างนางกระตุกสุดแรงส่งเสียงกรีดร้องออกมาดังลั่น ความเจ็บร้อนวาบะเิขึ้นกลางแผ่นหลังจนตาพร่า
ถ้ารู้ว่าเจ็บขนาดนี้ นางคงโยนความผิดให้พวกบ่าวไปแล้ว! กวานซูเหยียนตัวร้ายในนิยายสมควรทำเช่นนั้นมิใช่หรือ? ทำไมข้ามาเป็คนดีอะไรไม่รู้ในเวลาสำคัญแบบนี้!
นางกัดฟันตัวสั่น แต่เลเวลความซวยของนางยังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เพราะทหารไม่ได้หยุดมือเลยแม้แต่นิด!