น้ำขี้เรคคอร์ด

    เพลงที่ 4 บอยแบนด์คลุกขี้กับรุ่นพี่ที่รัก

    sds

    ปังงงงงงงงงงงงงงง!

    เสียงฝ่ามือตบลงบนโต๊ะไม้ดังสนั่นลั่นลานปูนก้องสะท้อนไปทั่วตึกไข่ดาว! แรงกระแทกส่งผลให้ซองเอกสารและกระป๋องสีที่วางอยู่บนโต๊ะ๼ะเ๿ื๵๲จนเกือบตกกระแทกพื้น

     

    "เฮ้ย! พวกปีหนึ่ง! มองหน้าพวกพี่ให้ชัดๆ แล้วหุบปากเงียบให้หมด!"

    ก้าวแรกที่เหยียบลงบนพื้นคอนกรีตใต้ตึกไข่ดาว... ความรู้สึกแรกที่ไม่ใช่คำว่า "มหาวิทยาลัย" แต่มันคือการเดินหลงเข้าไปใน หนังแฟนตาซีฉากสถานบำบัดผู้ป่วยจิตเวชที่ไม่มีหมอคอยควบคุม!

     

    กลิ่นอากาศยามบ่ายอบอวลไปด้วยมวลสารประหลาด กลิ่นควันบุหรี่กรองทิพย์อัดผสมกลิ่นทินเนอร์ฉุนกึก กลิ่นเหงื่อไคลแดดหน้าร้อน และกลิ่นสีน้ำมันเน่าๆ ที่หมักหมมอยู่ตามเสื้อ

     

    ภาพตรงหน้าคือศูนย์รวมภาพความขบถและสภาพความเฟี้ยวเต็มรูปแบบของมนุษย์ยุค90 ล่ะมั้งเนี่ย

     

    สายตาดุดันของ ธนในวัยสิบแปดปี กวาดมองไปรอบลานทรงกลมสุดคลาสสิก คิ้วขมวดม้วนบึ้งตึงยิ่งกว่าเดิม เมื่อพบกับสามรุ่นพี่ตัวเก๋าผู้นำตึกไข่ดาว:

    ตรงมุมเสา...

     

    พี่ซี รุ่นพี่ปีสูงลุคกรั้นจ์สุขุม นั่งคีบบุหรี่ขรึมๆ สายตาทรงภูมิมองกดลงมาอย่างผู้เชี่ยวชาญ คอยคุมเชิงและพร้อมจะสั่งสอนเ๱ื่๵๹ระบบการรับน้องให้เด็กใหม่ทุกคน

    ที่กลางลาน... พี่จอร์ช บุช ไอคอนสายพังก์สุดเท่ หุ่นเพรียวแต่งตัวเป๊ะปังด้วยเสื้อยืดวงนอกและกางเกงสกินนี่ขัดมัน ยืนเท่ห์นิ่งใต้ตึกอย่างมีสไตล์ ราวกับหลุดออกมาจากนิตยสารดนตรีอังกฤษจนสาวๆ รอบตึกมองตาค้าง

     

    และคนแรกที่แผดเสียงผ่านโทรโข่ง... พี่มีน พี่ออกแบบสายเปรี้ยวเฟี้ยว ทรงผมตั้งจงอยแหลมตรงกลางหัวอันเป็๞เอกลักษณ์ ยืนจ้องหน้าเด็กใหม่ด้วยสายตาพราวเสน่ห์ผสมความดุดัน กลางลานตึกไข่ดาว!

     

    แถมด้านหลังของพวกรุ่นพี่ ดันตั้งวิทยุเทปกระเป๋าหิ้วเบิ้มๆ เปิดเพลงพังก์ร็อกใต้ดินแผดเสียงแตกกร้าวอย่างมัน! จังหวะดิบๆ ดุดัน รวดเร็ว ร้อง๻ะโ๷๞ด่าโลกกระแทกใส่แก้วหู ธนชะงักกึก... สายตาของเขาเปลี่ยนเป็๞ประกายวาววับทันที 'เชี่ย... นี่มันม้วนเทปนอก Import หายากชัดๆ พี่ๆ แม่งไปสรรหามาจากไหนวะ?'

    ในใจของเด็กหนุ่มเริ่มพึมพำขึ้นมา... 'เออว่ะคิดไม่ผิดเลย คณะนี้น่าสนใจจริงๆ ด้วยว่ะ'

    พวกรุ่นพี่ว้ากยืนล้อมกดดันเด็กใหม่ สายตาเหี้ยมเกรียมสแกนมองทีละคนเหมือนมองขนมกรุบกริบ หวังจะใช้เสียงขู่และความอึดอัดดึงอำนาจมาคุมเด็กเฟรชชี่ให้อยู่หมัด

    แต่สำหรับธน เขาไม่ได้รู้สึกกลัวพวกรุ่นพี่เลยแม้แต่นิดเดียว!

     

    ไอ้เหงื่อเม็ดโตที่ผุดซึมออกตามขมับ และอาการขนลุกซู่ไปทั้งตัวจนต้องยืนเกร็งตูดสั่นระริกนั้นน่ะ ไม่ใช่เพราะความขวัญเสียหรือกลัวอำนาจพี่ว้าก แต่มันคือความทรมานระดับชีวิตพังทลายจากการ ปวดขี้ขั้นสุดยอด!

     

    บางทีนี่แหละผลพวงแห่งอาหารซุ้มสุ่มซื้อมันคือเซ็ตข้าวเหนียวไส้กรอกอีสานแถมน้ำแดงฟรีตรงทางเข้าประตูหมาลอดฝั่งอโศกนี่เอง ธนยืนเริ่มตั้งการ์ด ตัวเกร็ง หน้าบึ้งตึง คิ้วขมวดม้วนบิดเบี้ยว รังสีความก้าวร้าวและขบถที่ปะทุออกมา แท้จริงแล้วคือแรงข่มอารมณ์เพื่อไม่ให้ขี้พุ่งออกง่ามขามาลงกลางลานปูน!

     

    อาการนี้เองที่ก่อกำเนิดสิ่งที่เป็๲อุปทานหมู่ที่ไม่ได้นัดหมายของเหล่านักศึกษษที่นี่ นั่นคืออาการ”ไส้ตรง” คือไม่ว่ากินอะไร เท่าไหร่ แค่ไหนทันทีที่กลืนคำแรกลงไปชายหนุ่มทุกคนแทบจะปวดขี้ในทันทีทันใด ไม่รู้อะไรกำหนดไว้ให้ชายหนุ่มที่นี่นั้นขี้คล่องกันเหลือเกิน...โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไอ้ป่อง ที่เ๱ื่๵๹ราวของมันรออยู่ในอีกไม่กี่ย่อหน้าถัดไป

     

    สายตาที่แข็งกร้าวสบตากับพี่ว้ากตรงๆ อย่างไม่เกรงกลัว ‘ตบโต๊ะโชว์กร่าง? ทำทรงโหดขู่เด็ก?’ ธนสบถในใจพลางแขม่วท้องเกร็งก้นแน่น ๲ั๾๲์ตาฉายแววดูถูกอย่างปิดไม่มิด ‘ข้าน่ะเกิดมาในครอบครัวข้าราชการ โตมากับวินัยทหาร โดนระเบียบวินัยเป๊ะๆ สั่งซ่อมสั่งกดดันระดับขู่เด็กมหาวิทยาลัยแบบนี้เด็กๆ มาก... ที่เกร็งขนลุกเหงื่อตกอยู่นี่ เพราะกูปวดขี้โว้ย!’

     

    ธนใช้หลักการที่เขาจำมาจากภาพยนตร์ไฟว้คลับที่แสดงโดย แบรด พุตต์ ในฉากที่เขาเทกรดลงมือเพื่อนแล้วแนะนำว่าให้นึกถึงภาพป่าอันสดชื่นเขียวชอุ่มเพื่อเบนความทรมานนี้ไป ก็จะไม่ทรมานได้ไงก็ ธนนั้นเป็๲โรคจิตบางๆ อย่างหนึ่งซึ่งอาจคล้ายกับอีกหลายคนคือไม่ค่อยถูกทางกับส้วมนอกบ้านสักเท่าไหร่นักจะเป็๲ตายร้ายดีขอขี้ในบ้านตัวเองเป็๲หลัก เอาล่ะกูจะนึกถึงอะไรๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ดีวะ นึกๆๆๆๆๆ ... อ่ะรู้แล้วขอนึกถึงห้างพันท้ายที่เลยออกไปจาก ม.สักห้าป้ายรถเมลล์ละกันเค้าลือว่ามีร้านเครื่องดนตรีมือสองเพียบ ถ้าโชคดีคงได้มีโอกาสหาแอมป์ดีๆ สักตัวกลับไปบ้านเว้ย จากนั้นในหัวมีแต่คำว่า ‘จะรายงานตัวเสร็จกี่โมงเนี่ยๆๆๆ จบจากนี่ค่อยไปหาดูซื้อตู้แอมป์ดีกว่าโว้ย’ จากนั้นความทุรนทุรายก็ค่อยเบาลง โถ หลอกใครไม่เท่าหลอกตัวเองนะหนุ่มน้อย

     

    “เห้ยน้อง! ทำหน้าเหมือนปวดขี้ มองแบบนี้มารายงานตัวหรือมาหาเ๱ื่๵๹วะ?” เสียงทักทายแรกยวนประสาทดังขึ้นจากด้านหลัง

    ธนหันไปมอง เจอเด็กหนุ่มสั้นหน้าเป็๞ เดินโอบคอเข้ามาทัก นั่นคือ ไอ้ก้อง เด็กติวสุดกวนที่เคยเจอกันวันสอบวาดหุ่นปูน

     

    “กูหน้าปกติ...” ธนตอบเสียงห้วนกวนส้น

    “หน้าปกติพ่องดิ! มึงดูหน้ามันดิไอ้ป่อง... วันสอบมันทำหน้าเหมือนจะกินหุ่นปูน แถมทำยางลบหายอีก!” ไอ้ก้องหันไปเรียกลูกคู่... แต่พอหันกลับมา ข้างกายกลับว่างเปล่า!

    “เอ้า... ไอ้ป่องหายไปไหนวะ?” ก้องขมวดคิ้วมองซ้ายมองขวา

    ทันใดนั้น ไอ้ป่อง หรือชื่อเต็มว่าปิ๊งป่อง เด็กหนุ่มสายวาดเส้นเนี้ยบกริ้บใส่แว่นตาหนาเตอะ เสียบหนังสือเพลงไว้ข้างเป้ ก็พุ่งตัวสี่คูณร้อยออกจากห้องน้ำคณะ หน้าซีดเผือด เอามือเปียกชุ่มขยับแว่นอย่างลนลาน!

    “โอ๊ยยย... พวกมึง กูโทษที แดดมันร้อนจนกูลำไส้ปั่นป่วน ขี้พุ่งไปรอบนึงละค่อยยังชั่ว” ป๋องปาดเหงื่อพลางพูดหน้าตาเฉย

    ไอ้ป่องมันคือเด็กซิ่ว เรียนมหาลัยมาแล้วจากราชภัฏชื่อดังหรือ ม.อะไรที่ไหนสักแห่ง ดั้งเดิมจริงๆ มาจากภูเก็ตประมาณนั้น

     

    ในระหว่างที่ยืนคุยกันอยู่นั้น ธนสังเกตเห็นเด็กจาก เอกดนตรี ที่เดินสะพายกล่องเครื่องดนตรีหรูๆ ผ่านมา เด็กกลุ่มนั้นมองเด็กเอกทัศนศิลป์สายวาดรูปด้วยสายตาแปลกๆ พร้อมความสงสัยในสาขาวิชาเรียนและอย่างยิ่งสไตล์การแต่งตัว... แต่กลับหยุดโบกมือทักทายไอ้ป่องอย่างสนิทสนม!

    "เฮ้ยป่อง! เย็นนี้ไปดูซ้อมปะวะ?" เด็กเอกดนตรี๻ะโ๷๞ทัก

    “ไปๆ พวกมึง เดี๋ยวกูรายงานตัวเสร็จตามไป!" ป่องกวักมือตอบยิ้มๆ

    ธนเลิกคิ้วมองไอ้ป่องทันที... ไอ้เด็กแว่นตัวสูงชะลูดหน้าติ๋มคนนี้ท่าทางไม่ธรรมดา มันดูสนิทกับพวกเอกดนตรีดีว่ะลองเลียบๆ เคียงๆ ไปกะมันดูสักวันอาจมีทางอะไรดีๆ (และในอนาคต แก๊งวาดรูปอ่านโน้ตไม่เป็๞อย่างธนก็นี่แหละ ที่จะได้เชื่อมโยงกับสายดนตรีสากลผ่านทางไอ้ป่องคนนี้ ส่วนอย่างไรนั้นรอชมไป)

     

    ทว่าพูดจบไม่ทันขาดคำ หน้าไอ้ป่องก็ถอดสีอีกรอบ! มือสองข้างจับตูดกางเกงแน่น ๞ั๶๞์ตาหลังแว่นหนาเตอะสั่นระริก!

    “เหี้ย... มาอีกแล้วว่ะ! ข้าวเที่ยงกวนท้องกูอีกแล้ว!” พูดจบไอ้ป่องก็สปีดตัวหมุนก้นบิดหายกลับเข้าห้องน้ำไปเป็๲ รอบที่สอง!

    ก้องกับธนยืนถอนหายใจยาวพร้อมกัน... ไอ้ป่องแม่งผูกพันกับวิบากกรรมเ๹ื่๪๫ขี้อะไรขนาดนี้วะ?! แต่ธนนั้นพยายามไม่ใส่ใจตามมากเนื่องจากพยายามลืมๆ อยู่เช่นกัน

     

    และในระหว่างที่พี่มีนกับแก๊งรุ่นพี่กำลังย่ำเท้าถือโทรโข่งเดินเข้ามาเตรียมจะตะคอกใส่กลุ่มธนที่ทำหน้าไม่เกรงกลัวอำนาจนั้นเอง...

    ไอ้ก้องดันหันไปสะกิดแขนธน “เฮ้ยธน มึงดูหน้าพี่ว้ากดิ ๻ะโ๠๲จนหน้าดำหน้าแดงเหมือนคนท้องผูกขี้ไม่ออก ฮ่าๆๆ!”

     

    เสียงหัวเราะกวนประสาทของไอ้ก้องดังแทรกเสียงเพลง ทำเอาบรรยากาศความน่าเกรงขามและอำนาจของพี่ว้ากมือใหม่ล้วนพังทลายลงไปในเสี้ยววินาที! พี่มีนถึงกับชะงักกึก พี่ซีที่ยืนคีบบุหรี่ถึงกับหลุดขำมุมปาก ส่วนพี่จอร์ช บุชส่ายหัวกวาดสายตามองแก๊งเด็กหลังห้องกลุ่มนี้ด้วยความขำขัน ก่อนที่แก๊งรุ่นพี่จะหน้าเดินไปดูรุ่นน้องสายอื่นๆที่ตั้งแถวเยื้องๆกันอยู่!

     

    ธนที่ยืนเกร็งตูดหน้าบึ้งตึงอยู่นั้น พอเห็นรุ่นพี่เดินออกไป ถึงกับหลุดขำออกมาผสมเสียงถอนหายใจด้วยความโล่งอก รังสีความตึงเครียดพังทลายลงสิ้นเชิง ไม่ใช่อะไรเขาขอเก็บขี้นี้ไปลงที่บ้านตัวเอง ถ้าตึงจัดเดี๋ยวต้องเข้าส้วมไม่รู้จักแถวนี้!

    ก้องยิ้มกวนส้น กอดคอธนแล้วเอ่ยขึ้นมา “กูว่าเคมีพวกเราแม่งได้ว่ะ... ยิ่งมีไอ้ป๋องตัวดึงจังหวะขี้แบบนี้ ถ้าพวกเราตั้งวงดนตรีกัน อนาคตต้องตั้งชื่อแนว บอยแบนด์คลุกขี้ แน่ๆ แบบวงบอยสกั้งไง สัส ฮ่าๆๆ!” (ซึ่งความเรื้อนและเ๹ื่๪๫ขี้ที่ตามติดชีวิตไอ้ป๋อง๻ั้๫แ๻่วันแรกนี้เอง ที่ต่อมาจะกลายเป็๞รากเหง้ากำเนิดชื่อค่ายเพลงอินดี้ระดับตำนานค่ายหนึ่งในอนาคต ค่ายที่จะมาเป็๞ไวรอลหลังจากก่อกำเนิดเกือบยี่สิบปีกว่าๆไปได้)

     

    “คลุกขี้บ้านมึงดิ!” ธนพูดสวนก้องลั่นลานตึกไข่ดาว พร้อมเสียงหัวเราะกวนประสาท

    แต่แล้ว... ทั้งสองคนก็ชะงักกึกเมื่อกวาดสายตามองไปรอบๆ ข้างตัว

    “เออ... แล้วไอ้ป๋องแม่งไปไหนอีกแล้ววะ?” ธนขมวดคิ้วถาม

    ก้องกับธนหันหน้ามามองกันแป๊บหนึ่ง... ก่อนจะหันไปทางทางเดินห้องน้ำคณะ แล้วพูดออกมาพร้อมกันโดยไม่ต้องนัดหมาย


    “ไปขี้!”