หึงหวงไฟลุกโหมเผาิญญาสองดวงไหม้เกรียม ใครกล้าแตะต้องสิ่งของข้า ต้องชดใช้ด้วยเืและน้ำตา ชะตาฟ้าผูกมัดแ่ายิ่งดิ้นยิ่งเจ็บยิ่งพันธนา รักต้องห้ามนี้... ใครจะทนไหว
อาจารย์ฉี๋หลิงกับศิษย์ต้องห้าม (The Forbidden Martial Arts)
“หนึ่งััคือจุดเริ่มต้นของคำสาปหนึ่งการคือจุดจบของชะตา”
ยามบ่ายของสำนักเทียนหลานอวิ๋นท้องฟ้าแจ่มใสแต่ลมพัดพาความหนาวเย็นแ่เบาเย่หยวนกำลังฝึกวิชาลมปราณอยู่ที่ลานหินหลังหอฝึกกระบี่ในมือหมุนวนดุจเมฆหมอกไหวระริก พลังลมปราณบริสุทธิ์แผ่ออร่าอ่อนโยนรอบกาย
ศิษย์หญิงกลุ่มหนึ่งเดินผ่านแล้วแอบซุบซิบชมเชย“ศิษย์เย่หยวนรูปงามนัก ฝีมือก็โดดเด่น ใครได้ครองใจคงเป็บุญใหญ่”
ทันใดนั้น ศิษย์ชายรูปหล่อคนหนึ่งชื่อหลี่เฉิงจากตระกูลนักบำเพ็ญเพียรชั้นสูง เดินเข้ามาใกล้ด้วยรอยยิ้มอบอุ่นมือยื่นผ้าเช็ดเหงื่อให้ “เสี่ยวหยวน ฝึกหนักขนาดนี้ พักผ่อนสักหน่อยเถิดข้าเห็นเ้าั้แ่เมื่อเช้าแล้ว ดูเหนื่อยนัก”
เย่หยวนยิ้มตอบเบาๆ “ขอบใจเ้า หลี่เฉิง”
เพียงวินาทีเดียวบรรยากาศรอบตัวก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง พลังอำนาจเย็นะเืแผ่กระจายจากด้านหลังฉี๋หลิงยืนอยู่ตรงทางเดิน มองภาพตรงหน้าด้วยดวงตาที่มืดสนิทราวกับทะเลลึก
“ศิษย์เย่หยวน” เสียงฉี๋หลิงเรียบแต่แฝงพายุ“ตามข้าไปที่เรือนเดี๋ยวนี้”
หลี่เฉิงตัวแข็งทื่อรีบถอยหลังโดยไม่กล้าพูดอะไรเพิ่ม เย่หยวนรู้สึกถึงที่กำลังมาเยือนแต่ก็จำต้องเดินตามไป
ภายในเรือนส่วนตัว ประตูถูกปิดผนึกด้วยเวทมนตร์ฉี๋หลิงไม่พูดพร่ำเพรื่อ จับตัวเย่หยวนโยนลงบนเตียงอย่างแรงแล้วใช้สายไหมเวทย์รัดแขนขาทั้งสี่ทิศให้กางออกเต็มที่ร่างกายเปลือยเปล่าถูกเปิดเผยภายใต้แสงเทียนสลัว
“เ้าหาญนัก... ยอมให้คนอื่นแตะต้องแม้เพียงสายตา” ฉี๋หลิงถอดเสื้อผ้าออกช้าๆเผยร่างกายกำยำที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อแน่นและรอยสาปโบราณ “คืนนี้ข้าจะทำให้เ้าจำได้... ว่าเ้าเป็ของใคร”
ฉี๋หลิงไม่รอช้าเขาก้มลงกัดที่คอและอกของเย่หยวนแรงๆ จนเืซึม รอยฟันแดงฉานปรากฏชัดเจนมือใหญ่บีบส่วนล่างของเย่หยวนจนเ็ปปนเสียวซ่าน
“อ๊าาา! เจ็บ... ฉี๋หลิง...อย่าดุร้ายขนาดนี้” เย่หยวนดิ้นรน น้ำตาไหลพราก
“เรียกข้าว่าอาจารย์!” ฉี๋หลิงตบก้นขาวแรงๆสองสามครั้งจนเกิดรอยแดง แล้วสอดนิ้วสามนิ้วเข้าไปด้านหลังโดยไม่เตรียมตัวกระตุ้นและขยายอย่างโหดร้าย
เย่หยวนกรีดร้องด้วยความเ็ป ตัวสั่นเทิ้ม“อาจารย์... ขอโทษ... ขอโทษ...”
ฉี๋หลิงดึงนิ้วออกแล้วแทนที่ด้วยความใหญ่โตของตนเอง ดันเข้าไปสุดลึกในคราวเดียวรุนแรงดุจพายุฝนกระหน่ำ เขากระแทกสะโพกอย่างไม่ปรานีแต่ละครั้งลึกและแรงจนเย่หยวนตัวกระเพื่อมไปตามแรง
“เ้าจะยิ้มให้ใครก็ได้...แต่ร่างกายนี้ต้องครางชื่อข้าเท่านั้น!” ฉี๋หลิงพูดเสียงแหบพร่ามือหนึ่งบีบคอเย่หยวนเบาๆ อีกมือบีบและรูดส่วนหน้าของเขาอย่างรวดเร็ว
ความเ็ปและความสุขสมปนกันจนเย่หยวนไม่อาจแยกแยะิญญาถูกดึงออกจากร่าง ภาพชาติที่แล้วผุดขึ้นซ้ำๆการที่ดุเดือดยิ่งกว่านี้
ฉี๋หลิงพลิกท่าให้เย่หยวนนั่งคร่อมแล้วกระแทกขึ้นจากด้านล่างอย่างบ้าคลั่ง “ครางดังๆ สิ... ให้ข้าได้ยิน”
เย่หยวนครางเสียงหลงด้วยน้ำตา “อาจารย์...ลึกเกิน... ข้า... ข้าจะตาย... อ๊าาาา!”
ทั้งคู่ถึงจุดสุดยอดพร้อมกันหลายครั้งฉี๋หลิงปล่อยความร้อนรุ่มเข้าไปภายในร่างของเย่หยวนซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนน้ำสีขาวขุ่นไหลย้อยลงตามต้นขา
หลังจบ ฉี๋หลิงยังไม่ปล่อยให้เย่หยวนพักเขาจูบรอยกัดบนร่างกายนั้นเบาๆ ด้วยความอ่อนโยนที่ขัดแย้ง“ครั้งหน้าหากมีใครกล้าเข้ามาใกล้... โทษทัณฑ์จะหนักกว่านี้เป็สิบเท่า”
เย่หยวนนอนหอบถี่ ร่างกายเต็มไปด้วยรอยแดงรอยฟัน และน้ำตา แต่ดวงตากลับแฝงประกายยอมจำนนที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
พิเศษท้ายตอน
เย่หยวนนอนหลับสนิทในอ้อมแขนฉี๋หลิงร่างกายเต็มรอย ขณะที่หยกิญญาส่องแสงแดงเข้ม ด้านนอกเรือนหลี่เฉิงถูกพลังคำสาปทำให้รู้สึกเจ็บอกกะทันหันโดยไร้สาเหตุ...จื่ออวิ๋นยืนมองจากไกลด้วยใบหน้าซีดเผือดความหึงหวงของอาจารย์กำลังแผ่ขยายปกคลุมทุกคนที่กล้าเข้าใกล้เย่หยวน
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
หึงหวงดุจไฟมารเผาไหม้ทุกสิ่งที่ขวางกั้น รอยกัดรอยแดงบนผิว ตราไว้เป็เครื่องหมาย ศิษย์ยอมจำนนช้าๆิญญาค่อยๆ กลายเป็ทาส ชะตารักต้องสาปนี้... ยิ่งเจ็บยิ่งหวาน
..สุสาส์นราคะ...