ควันไฟลอยขึ้นสู่ฟ้า หมูย่างที่อยู่บนกองไฟปลดปล่อยกลิ่นอันหอมรัญจวนออกมา
"หมูย่างโรยด้วยพริกที่ป่นจนละเอียดนี่ช่างหอมจริงๆ!" เฟยเทียนน้ำลายส่อ ในมือเขามีไม้ที่เสียบหมูย่างชิ้นใหญ่ไว้
เขากัดลงไปทำให้ไขมันในหมูไหลเยิ้มออกมาััแรกที่ได้รับคือนุ่มละมุนลิ้น แถมยังหวานและมีเผ็ดแซมเข้ามาจากเครื่องเทศ!
เขาไม่สนใจอย่างอื่นตั้งใจกินอย่างจริงจังจนหมดเขาท้องบวมเป่งนอนแผ่อยู่บนพื้นหญ้า ตามปากและนิ้วมือทั้งสิบเต็มไปด้วยคราบไขมันของหมูที่ไหลออกมา
ดูแล้วสิ้นลายคนที่ลงมือสังหารโจรอย่างเหี้ยมโหดไปได้เลย
เขานั่งจนมันย่อยและเดินเล่นซักพักจึงมุ่งตรงไปที่หอตำรา ครั้งนี้เฟยเทียนไม่มีจุดหมายในใจเขาจึงเดินดูและเลือกอ่านคร่าวๆไปเรื่อยๆ เพื่อหาเล่มที่น่าสนใจและศึกษา
เขาเดินไปรอบๆอย่างสงบเมื่อเจอเล่มไหนที่ดูหน้าสนใจก็หยุดลงและเปิดอ่านจากนั้นจึงเก็บไว้ เขาเดินมาถึง 'ประวัติศาสตร์สำนัก'
เห็นตำราเล่มหนึ่งน่าสนใจจึงหยิบออกมาและเปิดอ่าน ขณะกำลังจะเก็บมันเข้าชั้นเขาเหลือบไปเห็นข้างเหมือนมีอะไรซ่อนไว้เป็เล่มเล็กๆ
เขามองซ้ายมองขวาอย่างระมัดระวัง โชคดีที่โซนนี้ไม่มีผู้คนเนื่องจากมันไม่ได้น่าสนใจ เขาค่อยๆหยิบออกมาและเปิดอ่าน
มันเป็ตำราเก่าแก่สีของกระดาษกลายเป็สีเหลืองซีดตามขอบๆมีร่องรอยแห่งกาลเวลา
'ตำราโอสถปรมาจารย์จี๋ฟู'
ตาของเฟยเทียนเป็ประกายวิบวับทันใด เขามองซ้ายแลขวาอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจจากนั้นจึงเปิดอ่าน
ข้างในหน้าแรกเป็หัวข้อของตำรา
- รายชื่อสมุนไพร
- การคัดแยกสมุนไพร
- วิธีหลอมโอสถ
นี่เป็สามหัวข้อในตำรา เขาดีใจมากแสดงว่าผู้ทำหนังสือขึ้นมาต้องเก่งกาจไม่ธรรมดา
เขาตััดสินใจทำการใหญ่ เก็บตำราโอสถใส่ประคำทันทีและทำท่าอ่านตำราประวัติศาสตร์สำนักเล่มนั้นต่อไป
จากนั้นจึงทำตัวปกติเดินออกจากหอตำรา ขณะเดินผ่านผู้าุโ ใจของเฟยเทียนเต้นรัวดั่งกลอง ใครๆก็รู้ผู้ที่ลักลอบนำตำราออกจากหอตำรา
มีโทษขังลืมสามปี!
นั้นเป็เวลาที่ยาวนานและทำให้โอกาสที่ดึที่สุดในการฝึกปราณหดหายไป เพราะพวกเขาทำได้แค่ใช้พลังปราณธรรมรอบๆ ไม่มีตัวช่วย แถมทั่วก็ไม่มีแสงเล็ดลอดเข้ามา
จะมีแต่ก็ตอนที่เ้าหน้าที่นำอาหารมาให้สองครั้งต่อวันคือเช้าและเย็น
"เดี๋ยว" ผู้าุโที่หลับอยู่ลืมตาขึ้นและเรียกเฟยเทียน
ในจังหวะนั้นเขารู้สึกเหมือนตัวเองไม่มีอะไรที่ปิดบังสายตาคู่นั้นได้ เหงื่อไหลเต็มแผ่นหลังของเขา
"ขอรับผู้าุโ" เฟยเทียนปั้นหน้าและตั้งสติอย่างเต็มอัตรากลัวว่าจะถูกจับพิรุธได้
"ชุดสวยดีนะ ไปเถอะไม่มีอะไรหรอก" ผู้าุโยิ้มและหลับตาต่อไป
"ขอบคุณมากขอรับ" เขาถอนหายใจและรีบเดินออกไป..
เฟยเทียนรีบเร่งกลับมายังห้องพัก เขา้าศึกษาตำราโอสถเล่มนั้นเป็อย่างมาก อย่าว่าแต่เขาเลยใครก็้าทั้งนั้นแหละ! นี่เป็การปูทางสู่ปรมาจารย์โอสถ เชียวนา
เขานำตำราโอสถปรมาจารย์จี๋ฟู ออกมาและเปิดอ่านอย่างเบามือกลัวว่าหากรุนแรงเกินไปจะทำให้ฉีกขาด
'รายชื่อสมุนไพร'
นี่เป็หัวข้อแรกเขาเปิดอ่าน มีรูปภาพและอักษรอธิบายเกี่ยวกับสมุนไพรนั้นอย่างละเอียด
"สุดยอดหญ้าสีฟ้า มีฤทธิ์ช่วยบรรเทาอาการเ็ป!"
เฟยเทียนตาโตเขาดำดิ่งสู่ส่วนลึกของตำราใจจดใจจ่ออยู่กับสมุนไพรหลากหลายชนิด
วันนั้นทั้งวันเฟยเทียนอ่านรายชื่อสมุนไพรทั้งหมดจนถึงเย็น หน้าตาเขาดูอ่อนล้าเมื่อหัวล้มลงกับที่นอนก็หลับไปทันที
นี่เป็อาการข้างเคียงที่เกิดขึ้นเนื่องจากสมองรับภาระหนักเกินไป
..
กลางดึก..
เฟยเทียนตื่นขึ้นมาเขาหาววอดหนึ่ง เขาขยี้ตาและพยายามจะนอนต่อแต่ไม่ว่าทำอย่างไรก็ไม่สามารถนอนต่อได้จึงลุกขึ้นและหยิบตำราโอสถที่วางอยู่ข้างเตียงมาอ่านเพื่อบังคับให้ตัวเองหลับ
ในครั้งนี้เฟยเทียนอ่านหัวข้อการคัดแยกสมุนไพร
สมุนไพรแบ่งเป็หลายระดับคุณภาพย่อมต่างกัน สำหรับการแยกสมุนไพรมีหลากหลายวิธีมาก แต่ที่นิยมใช้กันคือการใช้มือในการคัดแยก
มันไม่ได้รวดเร็วนักแต่กลับละเอียด เพราะเขาได้รับััและได้เห็นด้วยตาตัวเอง การคัดแยกสมุนไพรเป็กรรมวิธีที่ละเอียดอ่อนหากสมุนไพรที่คัดไปไม่มีคุณภาพหรือเน่าเสีย เวลาหลอมโอสถจะทำให้โอสถที่ออกมาไร้ค่าหรือเสียหายทันที
ทำให้หน้าที่เหมือนเป็ด่านหน้าหมายเลขหนึ่งก่อนหลอมโอสถ
เมื่อคัดแยกสมุนไพรเสร็จ ต่อไปจะเป็การเตรียมการสำหรับหลอมโอสถ ตระเตรียมสมุนไพรตามสูตรโอสถ เตาที่ใช้จะเป็เตาที่ได้รับการทำขึ้นเป็พิเศษ เพื่อรองรับความร้อนของเปลวไฟ
การเป็ปรมาจารย์โอสถต้องมีธาตุไฟเป็หลัก โดยส่วนใหญ่ผู้ที่มาทางสายนี้ล้วนเป็ผู้แกร่งกล้าธาตุไฟ เสียส่วนใหญ่
มันช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการบ่มเพาะและสามารถหารายได้ด้วย!
เฟยเทียนไม่รู้ว่าตนมีธาตุไฟที่แกร่งกล้าหรือเปล่า ทำให้ตอนนี้เขาใช้ได้แต่วิธีการดึกดำบรรพ์ นั้นคือการก่อไฟ
การก่อไฟยุ่งยากเกินไป เขาต้องคอยควบคุมไฟที่จุดอยู่ ต้องอยู่ห่างจากหม้อโอสถ และสามารถทำได้แค่โอสถน้ำเท่านั้น!
สำหรับโอสถเม็ดเขาต้องทำให้มันหนืดจนสามารถปั้นเป็ก้อนได้มาทำอีกทีหนึ่ง
เฟยเทียนอ่านจนเขาง่วงจึงเก็บมันเข้าประคำเก็บของและหลับไป...
...
ยามเช้าตรู่.. ตะวันสอแสงแรก
เฟยเทียนกำลังนั่งบำเพ็ญปราณบนหินก้อนใหญ่ หากมีตาทิพย์สังเกตุุได้จะเห็นว่าพลังปราณธรรมชาติรอบๆล้วนถูกดูดซับโดยเขา
ไม่นานเขาก็ลืมตาและพ่นควันสีขาวออกจากปาก
"อีกสองเดือนก็จะถึงเวลาสำหรับการประลอง ไม่ใช่แค่ข้าพัฒนาขึ้น เขาก็ต้องพัฒนาเช่นกันแค่เคล็ดกระบี่หิมะโปรยและ ก้าวย่างเมฆายังไม่พอ
บางทีคงต้องไปสำรวจหอคัมภีร์ยุทธ์อีกซักครั้ง ถ้าคะแนนไม่พอข้าคงต้องหวังพึ่งกระบี่ผี" เขามองไปที่มันที่วางอยู่ข้างกาย
ก่อนจะยิ้มและลุกขึ้นหยิบมันไปฝึก
สองชั่วยามต่อมา...
เฟยเทียนเช็ดหน้าเช็ดตาเขาทำความสะอาดเสื้อผ้ารอบหนึ่งจากนั้นจึงมุ่งตรงสู่หอคัมภีร์ยุทธ์
เมื่อมาถึงเฟยเทียนก็ถูกเก็บป้ายและกำหนดให้อยู่ได้แค่สองชั่วยาม
"บังอาจรบกวนผู้าุโ ข้าขอทราบราคาวิชายุทธ์ในแต่ละชั้นได้หรือไม่?" เฟยเทียนกุมหมัดคารวะผู้าุโที่นั่งเฝ้าคราหนึ่งและรอคำตอบ
เขาลืมตาขึ้นและพูดขึ้น
"ชั้นหนึ่งไม่เกินสามสิบคะแนน ชั้นสองไม่เกินร้อยคะแนน ชั้นสามไม่เกินห้าพันคะแนน ชั้นสี่ไม่เกินสามหมื่นคะแนน ชั้นห้าไม่เกินหนึ่งแสนคะแนนและชั้นหก ต้องได้รับการอนุมัติจากเ้าสำนักก่อนเท่านั้น" จากนั้นเขาก็ไม่สนใจเฟยเทียนอีกเลย
"ขอบคุณผู้าุโที่ให้ความรู้" เขากุมหมัดอีกครั้งก่อนจะเดินเข้าไป
'วิชาบ้าบออะไรมีราคาตั้งแสนคะแนน ชาตินี้ยังจะมีคนแลกได้อีกหรอ?!' เฟยเทียนบ่นในใจ
ตอนนี้เขามีแค่ยี่สิบคะแนน คงต้องเลือกดีๆหน่อยแล้วละ
..
ขอบคุณที่อ่านครับ อาจจะสั้นไปหน่อยนะขอโทษด้วย อาจสับสนกัน หอตำรา - ตำราเกี่ยวกับความรู้ต่างๆ หอคัมภีร์ยุทธ์ - วิชายุทธ์ปล่อยพลังต่างๆ