คืนก่อนวันรับตำแหน่ง
อวี้หลานนั่งขัดสมาธิใต้ต้นหลิวในสวนหลังหอหมอหญิง
แหวนหยกบนนิ้วนางส่องแสงจางๆ เมื่อเธอเปิด บันทึกแม่ ไปยังหน้าที่เขียนด้วยหมึกแดง—
“ตำแหน่งไม่ได้ทำให้เราเป็หมอ…
แต่การที่เรา ‘เลือก’ ที่จะรักษา—ต่างหากที่ทำให้เราเป็หมอ”
ลมพัดผ่าน—ใบหลิวร่วงลงมาหยุดบนหน้ากระดาษ
เหมือนแม่ยังส่งสัญญาณ…
ว่าพรุ่งนี้จะไม่ใช่วันธรรมดา
และเธอก็รู้…
ว่าสิ่งที่แม่เขียนไว้ กำลังจะเกิดขึ้นจริง
เพราะพรุ่งนี้—
เธอจะรับตำแหน่ง “หมอหญิงหลวง” อย่างเป็ทางการ
โดยพระบรมราชโองการของจักรพรรดิ
—
เช้าวันรับตำแหน่ง
ท้องฟ้าแจ่มใส กลิ่นธูปหอมจากหอใหญ่ลอยคลุ้งไปทั่วลานวัง
ชาววังพากันมาเฝ้าดู—ทั้งสงสัย ทั้งชื่นชม ทั้งแฝงความระแวง
“จริงเหรอ? เด็กหญิงอายุสิบขวบ จะได้เป็ ‘หมอหญิงหลวง’?”
“ได้ยินว่าเป็ลูกสาวคุณพระชายา… ผู้หญิงคนนั้นที่แม้จากไปแล้ว ก็ยังเปลี่ยนวังทั้งหลังได้”
“…แต่เธอเป็ลูกของ ‘เสวี่ยอวี้’ ด้วยนะ—ตระกูลที่เคยถูกสาป”
อวี้หลานเดินผ่านสายตาเ่าั้โดยไม่หวั่นไหว
เธอสวมชุดฮั่วฝูสีขาว—ปักลายดอกบัวด้วยด้ายเงิน—มือกอบบันทึกแม่แน่น
ฮั่วหลงยืนอยู่ด้านหลัง—ในชุดธรรมดาของ “ผู้ติดตาม”
จักรพรรดิทรงอนุญาตให้เขามาเฝ้าได้—หลังจากที่เขาช่วยอวี้หลานผ่านวิกฤตโรคระบาดที่หมู่บ้านซานหยวน
แต่แม้จะยืนใกล้… เขายังไม่กล้าสบตาเธอ
เพราะวันนี้—เธอไม่ใช่ “อวี้หลาน” ที่เขาคุ้นเคยอีกต่อไป
แต่คือ หมอหญิงหลวง ผู้จะได้รับพระกรุณาให้เข้าถึงทุกตำหนักในวัง
ตรงหน้าบัลลังก์ทอง—จักรพรรดิประทับนิ่ง พระพักตร์สงบแต่แฝงความภาคภูมิใจ
“อวี้หลาน… หลานของข้า”
พระองค์ตรัสเสียงหนักแน่น
“ข้าขอตั้งเ้าเป็ หมอหญิงหลวง—
ผู้มีสิทธิ์รักษาทั้งขุนนาง ทหาร และสามัญชน
โดยไม่ต้องขออนุญาตผู้ใด”
เสียงปรบมือดังก้อง—แต่ไม่ใช่ทั้งหมด
“ฝ่าา…” เสียงแหบพร่าดังขึ้นจากมุมมืดของหอ
ชายชราในชุดขุนนางเก่า—หน้าตาแหลมคม แววตาแฝงความเคืองแค้น—ก้าวออกมา
เขาคือ ท่านขันทีจือ—ผู้ถูกปลดแต่ยังรับใช้ในตำแหน่ง “ที่ปรึกษาพิธีการ”
และเขาก็คือหนึ่งในไม่กี่คนที่ยังเก็บรักษา จดหมายลับฉบับจริงของท่านหญิงซวี ไว้ในหีบไม้จันทน์ใต้เตียง
“การตั้งเด็กหญิงให้มีอำนาจเหนือหมอชายทั้งวัง…
ขัดต่อ หลักลิ่วสิ่ว และ คำสอนของนักปราชญ์”
เขาคุกเข่า—แต่ไม่โน้มศีรษะต่ำ
“และ… ข้าขอทูลถาม—
เด็กหญิงผู้นี้มี สายเืครึ่งหนึ่งจากโลกที่ไม่มีใครรู้จัก…
จะแน่ใจได้อย่างไรว่าเธอไม่ใช่… ผู้ส่งมาเพื่อปลดปล่อย คำสาปที่หลับใหล?”
ทั้งหอเงียบกริบ
อวี้หลานไม่กลัว—แต่เธอรู้สึกถึง ความหนาว ที่คุ้นเคย
ไม่ใช่จากคำพูดของท่านขันที…
แต่จาก แหวนหยก ที่สั่นเบาๆ บนนิ้วของเธอ
—เหมือนมีบางสิ่งในอดีต… กำลังถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้ง
เสวี่ยอวี้ยืนขึ้นจากเก้าอี้ด้านล่าง—ไม่ต้องพระบรมาานุญาต
เขาเดินเข้ามาหยุดข้างลูกสาว
เสียงต่ำ แต่ได้ยินทั่วหอ
“ท่านขันที…
คำสาปตระกูลเสวี่ยถูกถอนด้วย เืบริสุทธิ์ของผู้หญิงผู้ไม่เคยหวังสิ่งตอบแทน
และตอนนี้—
เืเดียวกันนั้น กำลังเต้นอยู่ในกายลูกสาวข้า”
เขาหันไปหาจักรพรรดิ
“ฝ่าา… ถ้าท่านยังทรงเชื่อในข้า—
ก็โปรดทรงเชื่อใน สิ่งที่ลูกข้าเลือกเป็”
จักรพรรดิทรงยิ้ม—แล้วลุกขึ้นยืน
“คำสั่งนี้… เป็ของ ลู่เอ๋อร์ ที่ยังคงดังก้องในหัวใจข้า
‘ทุกชีวิตมีค่าเท่ากัน—ไม่ว่าจะเป็จักรพรรดิ หรือสาวใช้’”
พระองค์ทรงก้าวลงจากบัลลังก์—เดินมาหยุดตรงหน้าอวี้หลาน
แล้วทรงถอดผ้าคลุมสีทอง—ผูกไว้บนไหล่เธอ
“ั้แ่วันนี้…
หมอหญิงหลวงอวี้หลาน มีสิทธิ์เข้าถึงห้องสมุดหลวงทั้งหมด
มีสิทธิ์ออกหมายเรียกผู้ป่วย—แม้แต่ขุนนางชั้นสูง
และ… มีสิทธิ์ ตั้งคำถามกับความเชื่อที่ผิด—แม้จะเป็ของข้าก็ตาม”
เสียงปรบมือดังกึกก้อง—คราวนี้… จริงใจ
—
เย็นวันนั้น
อวี้หลานยืนอยู่หน้า หอหมอหญิง—ที่ยังไม่ได้เปลี่ยนป้าย
เพียงมีผ้าแพรสีขาวผูกไว้เหนือประตู เขียนว่า:
“หมอหญิงหลวง — ผู้รักษาด้วยใจ ไม่ใช่ด้วยตำแหน่ง”
ฮั่วหลงเดินมาพร้อมถ้วยน้ำบัวเย็น
“ท่านหญิง… วันนี้ท่านเปล่งประกายมาก”
เขาส่งถ้วยให้ “แต่ข้ารู้… ท่านไม่ได้้าตำแหน่ง
ท่านแค่้า พื้นที่ ให้ผู้หญิงคนอื่นได้ลุกขึ้นยืน”
อวี้หลานรับถ้วย—ยิ้มบางๆ
“แม่ข้าเคยบอกว่า…
‘เกียรติยศไม่ได้ทำให้หัวใจอิ่ม
แต่การได้ใช้ชีวิตเพื่อคนอื่น—ทำได้’”
เธอเงยหน้า—มองไปยังท้องฟ้าที่เริ่มมืด
“แต่ฮั่วหลง… ท่านขันทีจือพูดถึง ‘โลกที่ไม่มีใครรู้จัก’ ได้ยังไง?”
เขานิ่ง—แล้วพูดเบาๆ
“ข้าได้ยินว่า… ก่อนท่านหญิงซวีถูกเนรเทศ
เธอทิ้งบันทึกเล่มหนึ่งไว้ในห้องสมุดลับ
เขียนว่า—
‘ลู่เอ๋อร์ไม่ใช่คนของโลกนี้… เธอมาเพื่อเปลี่ยนทุกอย่าง—แม้กระทั่งกฎของ์’”
อวี้หลานจับแหวนหยกไว้แน่น
— แม่… ท่านรู้ใช่ไหม?
— ว่าวันหนึ่ง… ความลับของท่านจะกลายเป็อาวุธของศัตรู?
คืนนั้น
เธอเขียนบันทึกของตัวเอง—ด้วยหมึกดำผสมหยดน้ำตาเล็กน้อย
“วันนี้ ข้าได้ตำแหน่งที่แม่ข้าไม่เคยมี…
แต่ข้าไม่ได้รู้สึกภูมิใจ—
ข้ารู้สึก… หนักใจ
เพราะข้าเพิ่งเข้าใจว่า—
การเป็ ‘ลูกของลู่เอ๋อร์’ ไม่ใช่แค่เกียรติ…
แต่คือ ภาระที่ต้องพิสูจน์ทุกวันว่า…
‘การที่แม่ข้ามาจากอีกโลก—ไม่ใช่บาป… แต่คือพร’
และข้า… จะไม่ให้ใครใช้ความลับนั้นมาทำร้ายสิ่งที่แม่สร้างไว้”
เธอปิดบันทึก—แล้วหยิบมีดเล็กๆ ที่แม่เคยใช้ผ่าตัดแมลงวันเล็กๆ
ไม่ใช่เพื่อกรีดเื…
แต่เพื่อตัด ใบที่แห้ง ของกล้วยไม้ในกระถาง—ต้นที่แม่ปลูกไว้เมื่อสิบปีก่อน
และเมื่อแสงตะเกียงส่องผ่านหน้าต่าง…
ภาพสะท้อนในกระจก—
เป็เด็กหญิงสิบขวบ…
แต่ในแววตา—
คือ ลินเจี๋ย ที่ยืนยันว่า
“ฉันจะไม่ให้ใครมาปิดปากฉันอีก”
—
ที่ชายขอบวัง—ใต้ร่มไม้ใหญ่
ท่านขันทีจือค่อยๆ เปิดหีบไม้จันทน์
หยิบจดหมายลับฉบับหนึ่ง—ผนึกด้วยขี้ผึ้งแดงรูป ดอกกุหลาบหัก
เขาพึมพำเบาๆ…
“ท่านหญิงซวี… ถึงเวลาแล้ว
ที่โลกจะได้รู้ว่า—
‘หมอหญิงทะลุวัง’… ไม่ใช่มนุษย์”
—
ตอนที่ 21 จบ
(ต่อไป: ตอนที่ 22 — “บันทึกสีน้ำตาล… และผู้หญิงที่กลับมาในร่างแม่ค้า”)
→ ท่านหญิงซวีจะปรากฏตัวในเมืองหลินโจว—ในชุดแม่ค้าขายสมุนไพร… พร้อมกับบันทึกสีน้ำตาลที่เขียนด้วยลายมือลินเจี๋ย!
→ อวี้หลานจะต้องตัดสินใจ—เชื่อศัตรูเก่า… หรือปกป้องความทรงจำของแม่?
→ ฮั่วหลงจะเผชิญ “การสอบสวนลับ” จากพ่อ—เื่ที่เขา “ใกล้ชิดเ้าหญิงเกินควร”
—
“เขาอาจลืมชื่อข้า…
แต่หัวใจยังจำ—ว่าข้าคือบ้านของเขา”
— ลินเจี๋ย, บันทึกส่วนตัว, ปีที่ 7 แห่งรัชกาล