ภัทรกรแอบสังเกตหญิงสาวเก็บปากเก็บคำนับตั้งแต่ลานจอดรถ เขาเดาไม่ออกว่าเธอโกรธหรือเขินกันแน่ที่ถูกขโมยจูบ แต่หากให้คิดแบบเข้าข้างตัวเองเขาสรุปว่ากณิกนันท์กำลังเขิน ต่อให้เห็นไม่ชัดเต็มตาก็พอจะมองเห็นว่าแก้มของหญิงสาวนั้นสุกระเรื่อเป็นสีชมพูน่ารักน่ามองนับตั้งแต่เขาถอนริมฝีปากออก
เขานึกขอบคุณที่สถานที่นั้นคือภายในรถ กลางลานจอดของห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่เพราะหากมันลับสายตากว่านั้นแล้วเขาไม่สามารถการันตีได้เลยว่ามันจะไม่เกิดเรื่องเลยเถิดไปมากกว่าแค่การ ‘จูบ’
โชคดีอีกอย่างก็คือหญิงสาวไม่กดสายตามองต่ำแถวๆ ซิปหน้ากางเกงของเขา หากเธอเห็นทั้งคู่คงมองหน้ากันยากกว่านี้เพราะมันจะบ่งบอกชัดเจนว่าเขากำลังตื่นตัวขนาดไหน แทบสำลักความต้องการตายเสียตอนนั้นก็ว่าได้
“บัว”
“คะ” คนตอบรับตั้งใบหน้าตรงเด่วมองถนนเบื้องหน้า ไม่กล้ามองสบตาคู่สนทนา
“เรื่องสมัครเรียนเป็นยังไงบ้าง”
หากไม่ห่วงว่าเขาจะสังเกตเห็นเธอคงระบายลมหายใจยาวเหยียดไปแล้วที่เขาชวนคุยเรื่องอื่นไม่วกกลับเข้าเรื่องจูบเมื่อครู่เพราะร่างกายของเธอยังร้อนวูบวาบอยู่เลยเพราะสัมผัสเร่าร้อนชวนปรารถนาของคนมีประสบการณ์มากกว่าละชำนิชำนาญเช่นเขา
หญิงสาวสั่งให้ตัวเองลืมความทรมานในช่องท้องแล้วหันไปตอบเสียงใส “เรียบร้อยค่ะ เตรียมพบอาจารย์ที่ปรึกษาแล้ว”
“ดีครับ ตอนทำวิทยานิพนธ์ผมอนุญาตให้คุณขอความช่วยเหลือจากซีเนียร์แต่ละแผนกไปเป็นผู้เชี่ยวชาญประเมินเครื่องมือวิจัยได้นะแค่บอกล่วงหน้า แล้วผมจะช่วยคุยกับพวกเขาให้”
“บัวอยากพยายามด้วยตัวเองค่ะ อยากเรียนจบแบบเต็มภาคภูมิ จะได้เอาไปโม้คนอื่นๆ ได้ว่าเรียนจบได้เพราะตั้งใจเรียนไม่ใช่เพราะสามีคอยช่วยหนุนหลัง”
ภัทรกรหัวเราะเสียงทุ้ม เขาชอบคำว่า ‘สามีคอยช่วยหนุนหลัง’ หรือหากพูดให้ถูกก็คือเขาชอบตอนถูกเธอเรียกว่า ‘สามี’ อย่างเต็มปากเต็มคำ เช่นเดียวกับเขาซึ่งเรียกเธอว่า ‘ภรรยา’ ต่อหน้าใครก็ตามแทนที่จะเรียกว่า ‘คุณบัว’ หรือ ‘กณิกนันท์’
“ขั้นอื่นๆ ผมจะไม่ช่วยหรอกนะ ให้คุณศึกษาแล้วก็หาความรู้จากอาจารย์ที่ปรึกษาเอาแล้ว ส่วนเรื่องทรัพยากรกับงบผมสนับสนุนให้ได้ไม่อั้น”
กณิกนันท์ยิ้มหวาน เธออิ่มเอมความใจกว้างของเขาแต่ก็นึกเกรงใจไม่น้อยเพราะเทอมแรกเขาก็หมดค่าใช้จ่ายจิปาถะให้เธอไปตั้งครึ่งค่อนแสนทั้งที่รู้เต็มอกว่าจะไม่ได้อะไรตอบแทน พอเรียนจบเธอก็ไม่ได้ใช้ความรู้ที่หามาได้ด้วยทุนของเขาไปสร้างประโยชน์ให้กับบริษัทเสียเมื่อไหร่ เพราะต้องทำตามที่เคยตกลงกันไว้ว่าหลังหย่าเธอจะไปใช้ชีวิตของตัวเองไม่กลับไปทำงานให้บริษัทฯ ของเขาอีก
...
หญิงสาวลงน้ำหนักเท้าบนพื้นแผ่วเบา ชะโงกหน้าดูประตูห้องนอนที่เปิดแง้มไว้
จอคอมพิวเตอร์ของคุณภรีมยังเปิดหน้าต่างงานทิ้งเอาไว้ แฟ้มเอกสารวางทับแป้นพิมพ์ แต่แว่นกรองแสงสีฟ้าวางบนโต๊ะ เจ้าตัวเอนหลังชิดพนักเก้าอี้ ศีรษะโหนกสวยหนุนเบาะรองคอ วางท่อนแขนแข็งแรงขนาบกับที่พักแขน
เกือบ 5 ทุ่มแล้ว ทำงานจนหลับอย่างนี้ตลอดหรือเปล่านะ