ตอนที่ 51 ความอิจฉา
หลังจากที่ย่าเฒ่าหานได้ฟังการรับปากจากหลานสาวเธอก็ตอบตกลง
สภาพการเงินครอบครัวของพวกเขาย่ำแย่จริงๆแต่เพื่อลูกหลาน แม้จะต้องรัดเข็มขัด ก็ต้องพยายามเดินสายไฟเข้าบ้านให้ได้
ก่อนหน้านี้ย่าเฒ่าหานคิดไว้ว่าพวกหลานๆในตอนนี้เริ่มโตกันหมดแล้ว ต้องเก็บเงินไว้ให้พวกเขาแต่งงานแต่ตอนนี้ชีเยวี่ยบอกว่าอยากจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยเธอจึงไม่รีบเร่งเรื่องหาสะใภ้ให้หลานชาย และไม่ขี้เหนียวเหมือนเมื่อก่อนส่วนปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น ย่าเฒ่าหานก็มีวิธีรับมืออยู่ในใจแล้ว
ชีเยวี่ยเป็นผู้หญิงที่ยังไม่ได้แต่งงานจะให้เธอทำเรื่องแบบนี้ได้อย่างไร ถ้าเกิดมีคนพูดไม่รู้เรื่องมาหาเรื่องเธอก็ยังมีวิธีจัดการอยู่
ถึงอย่างไรก็แค่ทะเลาะกันจนไม่เผาผีเท่านั้นเอง!
เหล่าพี่ชายทั้งหลายเมื่อได้ยินว่าที่บ้านจะเดินสายไฟต่างก็ดีใจที่ต่อไปจะได้อ่านหนังสือใต้แสงไฟสว่างๆตะเกียงน้ำมันต้องใช้คูปองน้ำมัน พวกเขาอยู่ชนบทไม่มีคูปองหลายบ้านจึงเข้านอนทันทีที่ฟ้ามืด
ซย่าซิ่วเหอและหยางชุนจือสองสะใภ้ก็ดีใจเช่นกันพอมีไฟฟ้าแล้วพวกเธอก็จะทำงานบ้านได้สะดวกขึ้นในตอนกลางคืน
หลังจากตกลงเรื่องเดินสายไฟแล้วหานชีเยวี่ยก็ตั้งใจจะบอกข่าวดีให้คนในครอบครัวฟัง อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้นั้นเธอต้องลองถามความเห็นของพี่สามก่อนเผื่อพี่สามไม่มีความสนใจในเรื่องนี้จะทำอย่างไร?
"พี่สามคะ พี่เรียนอ่านหนังสือไหม?"หานชีเยวี่ยวางตะเกียบลงแล้วเงยหน้าถามหานซานหยาง
หานซานหยางไม่ชอบเรียนหนังสือแต่เขาไม่กล้าพูดออกไป ตอนที่หานชีเยวี่ยถามขึ้นมาครั้งแรกหานซานหยางแกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน ก้มหน้าก้มตากินข้าว
หานชีเยวี่ยยิ้มอย่างจนใจเหมือนรู้ทันสิ่งที่พี่ชายคิด เธอจึงถามคำถามเดิมซ้ำอีกครั้งครั้งนี้หานซานหยางไม่สามารถแกล้งทำเป็นไม่ได้ยินได้อีกต่อไปเขาจึงเงยหน้าขึ้นอย่างช่วยไม่ได้
แล้วหานซานหยางก็เห็นย่าเฒ่าหานและคนอื่นๆจ้องมองเขาด้วยความไม่พอใจ ที่เขาไม่ตอบคำถามของหานชีเยวี่ย
เขาได้แต่เอามือลูบจมูก
เพื่อหลีกเลี่ยงการโดนดุหานซานหยางจึงคิดจะตอบคำถามนี้แบบคลุมเครือ
"ชีเยวี่ยน้องยังไม่รู้จักพี่สามคนนี้ของตัวเองอีกเหรอ ถามอะไรแบบนี้เล่า"
หานชีเยวี่ยยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ "พี่สามตอบคำถามฉันตรงๆ สิ ฉันอยากฟังคำตอบจากพี่"
หานซานหยางรู้สึกเหมือนบนหน้าผากของตัวเองมีเหงื่อไหลออกมาทั่วทำไมวันนี้น้องสาวของเขาดูเหมือนจะน่าหมั่นไส้ชอบกลเกิดรู้สึกอยากจะตีน้องสาวขึ้นมาจะทำยังไงดี? แต่ความคิดที่จะตบน้องสาวก็เป็นเพียงแค่ความคิดชั่ววูบเท่านั้นหานซานหยางไม่กล้าน้องสาวด้วย
ถ้าเขาตีน้องสาวจริงๆ พี่น้องคนอื่นๆก็จะร่วมกันทุบตีเขา แถมตัวเขาเองก็อาจจะทุบตีตัวเองด้วย ไม่ต้องพูดถึงคนอื่นๆในครอบครัวอีก
ช่างเถอะ น้องสาวของเขานี่ถึงจะกวนประสาทไปหน่อย ก็ต้องรักและเอ็นดูต่อไป
ย่าเฒ่าหานไม่ได้ยินเสียงหานซานหยางจึงทนไม่ไหว
"เจ้าเด็กบ้า นี่แกมัวคิดอะไรอยู่นะ?ไม่ได้ยินที่น้องถามรึไง? " หานซานหยางถอนหายใจในใจทุกคนต่างรู้อยู่แล้วว่าพวกเขาเหล่าหลานชายไม่มีปากมีเสียง!
"ชีเยวี่ยพี่ว่าการเรียนหนังสือน่ะดีนะ!" หานซานหยางพูดด้วยรอยยิ้มที่ดูเกร็งๆรอยยิ้มบนใบหน้าของเขาดูแย่กว่าตอนร้องไห้เสียอีก!เมื่อเห็นย่าจ้องมองเขาอย่างเอาเรื่องเขาคิดว่าถ้าเขากล้าพูดว่าไม่ชอบเรียนหนังสือ ฝ่ามือของย่าคงจะฟาดลงมาที่เขาทันที
ย่าเฒ่าหานพอใจกับคำตอบพลางก้มหน้ากินข้าวต่อ
หานชีเยวี่ยปิดปากหัวเราะคิกคักแล้วแสร้งทำสีหน้าเสียใจ "พี่สามหนูคิดว่าพี่ไม่ชอบเรียนหนังสือเสียอีก"
หานซานหยางโบกมือปฏิเสธแทบไม่ทันแม้กระทั่งข้าวก็ไม่กิน มือหยาบกร้านของเขาโบกไปมาราวกับกลัวคนอื่นจะไม่เห็น
เขารีบอธิบายพลางเหล่มองย่าเฒ่าหานด้วยหางตา
"ไม่ ไม่หรอก จะเป็นไปได้ไง? ชีเยวี่ย พี่สามอาจจะไม่ฉลาด แต่พี่ตั้งใจเรียนนะ!"หานซานหยางพูดอย่างหนักแน่น
หานเซี่ยงหยางไม่เข้าใจว่าทำไมหานชีเยวี่ยถึงจ้องถามหานซานหยางแบบนี้แต่เขาก็ตัดสินใจช่วยน้องสาว
น้องสาวต้องตามใจ ส่วนน้องชายเอาไว้แกล้งนี่คือกฎของเขา
"ซานหยาง นายอย่าโกหกชีเยวี่ยนะนายไม่ได้ไม่ฉลาดแต่ตั้งใจเรียน แต่นายน่ะฉลาดแต่ไม่ตั้งใจเรียนต่างหาก! "
หานเซี่ยงหยางมองน้องชายด้วยสีหน้าจริงจังดูท่าทางจริงใจสุดๆ หานซานหยางที่โดนพี่ชายแฉคิดในใจว่าเดี๋ยวจะชวนพี่ชายไปออกกำลังกายด้วยกันเสียหน่อย!
ไอ้หนอนหนังสือ กล้ามาท้าทายเขาเหรอ!
เขาลอบมองหานเซี่ยงหยางอย่างเคืองๆแล้วหันไปยิ้มอย่างจริงใจกับหานชีเยวี่ย
"ชีเยวี่ย อย่าไปเชื่อที่พี่ใหญ่พูดพี่ตั้งใจเรียนจริงๆ นะ!"
หานชีเยวี่ยส่ายหัวอย่างเสียดาย"พี่สาม ถ้าพี่ชอบเรียนหนังสือจริงๆ คงน่าเสียดายแย่เลย"
เกิดอะไรขึ้น? หานซานหยางรู้สึกเหมือนตัวเองไม่เข้าใจสิ่งที่น้องสาวพูดลองใจเหรอ น้องเล็กกำลังลองใจเขาแน่ๆ ฮึ! เขาจะไม่หลงกลหรอก
"น้องเล็ก พี่ชอบเรียนหนังสือจริงๆนะ ไม่ได้โกหก ถ้าโกหกขอให้พี่เป็นหมาเลย! " หานซานหยางพูดอย่างจริงจังอีกนิดจะกลายเป็นคำสาบานแล้ว
"พี่สาม หนูมีโอกาสทำงานมาเสนอให้นะเดิมทีคิดว่าถ้าพี่ไม่ชอบเรียนหนังสือ งานนี้ก็เหมาะกับพี่เลยแต่ถ้าพี่เรียนอ่านหนังสือ หนูก็คงต้องคิดใหม่แล้วล่ะ"หานชีเยวี่ยทำท่าทางลำบากใจ
คำพูดง่ายๆ ไม่กี่คำสร้างความตกตะลึงให้กับทุกคนบนโต๊ะอาหาร ทุกคนหยุดกินข้าวหันมามองหานชีเยวี่ยด้วยความตกใจ
แม้แต่สองสะใภ้ซย่าซิ่วเหอและหยางชุนจือต่างก็มองหน้ากันเลิ่กลั่กเหมือนกำลังสงสัยว่าพวกเธอหูฝาดไปเอง อะไรกันสิ่งที่เรียกว่าโอกาสในการทำงาน?มันหมายถึงอย่างที่พวกเขาเข้าใจรึเปล่า? โอกาสทำงานมันหาได้ง่ายแบบนั้นเลยหรอ?
ปีที่แล้วผู้นำชุมชนอยากหางานให้ลูกชายในตำบล พยายามแทบตายก็ยังหาไม่ได้
ชีเยวี่ยโดนหลอกรึเปล่า?
ทุกคนวางชามข้าวกับตะเกียบลงมองหานชีเยวี่ยด้วยความหวังรวมทั้งฉู่เจี้ยนกั๋ว คนนอกคนเดียวที่อยู่ตรงนั้นด้วยฉู่เจี้ยนกั๋วมาทำงานในชนบทได้เจ็ดปีแล้ว เขาฝันอยากจะหางานทำและออกจากชนบทไปสองปีมานี้เขาก็พยายามหาวิธีแล้ว แต่ก็ยังหาไม่ได้ พอได้ยินหานชีเยวี่ยพูดถึงโอกาสทำงานเขาก็รู้สึกตื่นเต้น
แต่ฉู่เจี้ยนกั๋วไม่ใช่คนไม่รู้ความถึงจะตื่นเต้นแต่เขาก็ไม่ได้คิดจะแย่งโอกาสของคนอื่น ถึงแม้บ้านหานจะมีโอกาสทำงานก็คงจะให้คนในครอบครัวก่อน ไม่ใช่ให้คนนอกอย่างเขาตอนนี้เขาภายในใจของเขาอยู่ในอารมณ์สับสนมาก ทั้งอิจฉาบ้านหานที่มีโอกาสดีๆ แบบนี้แต่ในขณะเดียวกันก็ดีใจกับโอกาสที่บ้านหานได้ีรับด้วย
เป็นเวลาสองนาทีเต็มที่ทุกคนจ้องมองหานชีเยวี่ยลานบ้านเงียบสงัด
"ชีเยวี่ย นี่มันเรื่องอะไรกัน?ย่ารู้สึกมึนหัวจัง" ในที่สุดย่าเฒ่าหานก็ถามขึ้น
"ย่าคะ เรื่องมันเป็นแบบนี้วันนี้ตอนที่หนูเข้าเมืองแล้วแวะไปที่สถานีตำรวจ สถานีตำรวจต้องการคนงานชั่วคราวหนูเลยคิดว่าพี่สามน่าจะชอบงานนี้ แต่ตอนนี้พี่สามเรียนอ่านหนังสือเรื่องนี้หนูคงต้องทำเป็นไม่รู้ไปล่ะกัน"
หานชีเยวี่ยพูดด้วยท่าทางเสียดายสุดๆเมื่อหานซานหยางได้ยินเรื่องดีๆ ขนาดนี้ เขาก็ดีใจจนเกือบจะกระโดดแล้ว
"ชีเยวี่ยพี่สามรักแกที่สุดเลยใช่ไหม มีเรื่องดีๆ แบบนี้ เธอต้องนึกถึงพี่สามก่อนสิ!"
"พี่สามไม่อยากเรียนหนังสือแล้วอยากทำงานแทนงั้นเหรอ?" หานชีเยวี่ยยังคงแกล้งพี่ชายต่อไป