ตอนที่ยี่สิบ ผู้โลภโมโทสันย่อมได้ทรัพย์ 4
และที่สำคัญผมต้องทำตนเองเป็พระเอกนางเอกแนวอิเซไคให้ได้ว่าที่ขยันเก็บเลเวลล่วงหน้าจนเก่งเหนือคนทั่วไปภายในเวลาไม่กี่ปีที่รู้ตัวก่อนหลังจากการกลับชาติมาเกิด
ให้มันรู้ไปว่าผมที่มีทรัพยากรมากกว่าจะเก็บเลเวลได้ช้ากว่าพระเอกอิเซไคที่เริ่มมากจากบารอนบ้านนอกชายแดน
จนผมสงสัยว่า พวกขุนนางระดับสุงของอาณาจักรนั้น มันสชีวิตสบายเกินไปใช่ไหม ถึงไม่พยายามเก็บเลเวลได้เท่าทั้งที่มีโอกาสและทรัพยากรมากกว่า
แต่ไม่อีกต่อไปแล้ว
ดยุกหมูอ้วนจะแสดงให้คนทั้งอาณาจักรเห็นว่า จะสร้างกองทัพได้แข็งแกร่งแค่ไหน แต่เหนืออื่นใดมาตรการที่ป้องกันการลอบสังหารได้ดีที่สุดคือให้ตัวของผมนั้นเก่งมากพอที่ต่อให้สุดยอดนักฆ่าก็ไม่สามารถสังหารผมได้นั่นเอง
“ทรัพยากร”ที่สำคัญคือ”ความขัดแย้ง” ไม่มีอะไรที่หาผลประโยชน์ได้มากกว่า”ความขัดแย้ง”อีกแล้ว
เงินส่วนหนึ่งของทางโบสถ์และทางอาณาจักร ก็ถ่ายเทไปที่กิลด์นักผจญภัยเพื่อจูงใจให้พวกเขาทำงาน สาเหตุมาจาก”ความขัดแย้ง”ของมนุษย์กับมอนสเตอร์นั่นเอง
แน่นอน ในทางปรกติ การจ่ายเงินให้นักผจญภัยนั้นราคาถูกกว่าการเอากองทัพไปปราบ แต่นั่นมันแิของขุนนางทั่วไป
ผมคือดยุกหมูอ้วน ที่ได้ชื่อว่าชอบเอาเงินไปใช้สิ้นเปลืองไร้สาระอยู่แล้ว
และที่สำคัญด้วยเหตุผลอะไรก็ไม่รู้ที่เรียกว่า รวบรวมทหารได้หนึ่งแสนคนก็ว่าเว่อพอที่อาณาจักรโบราณจะทำได้แล้ว ดยุกหมูอ้วนสามารถระดมกำลังทหารได้ห้าแสนคนต่อให้เป็ทหารเกณฑ์แต่จำนวนนั้นก็เว่อสุดๆ
การเอาทหารแค่ไม่กี่พันคนมาตะลุยดันเจี้ยนเล่นนั้นสามารถทำได้อย่างสบาย
จุดมุ่งหมายหลักคือให้ผมมีโล่มนุษย์ที่คอยปกป้องผมในตอนที่ผมเก็บเลเวล เป้าหมายรองที่จะได้ด้วยคือ ทำให้อย่างน้อยกองทัพส่วนตัวของผมจะมีเลเวลและความแข็งแกร่งมากกว่ากองทัพที่ยังไม่ได้รบจริงจังบ่อยนักแน่นอน
าต้องเกิดขึ้นเสมอเพื่อให้อุตสาหกรรมการาเดินหน้าต่อไปนี่คือสัจธรรม แต่ทริกมีอยู่ว่าต้องรวยพอที่จะทำอย่างนั้นโดยการทำาเอาทรัพยากรกลับเข้าประเทศตนเองด้วย
หากผลประโยชน์ที่ได้มาจากการทำาน้อยกว่าผลประโยชน์ที่เสียไป ปัญหาจึงจะเกิดขึ้น
และยิ่งหากทำให้ประชาชนรู้ว่าผลประโยชน์ที่ว่าไปรวมอยู่ที่ใครจะทำให้กลุ่มผลประโยชน์ขัดแย้งกันเอง
ดังนั้นต้องรวมใจประชาชนเป็หนึ่งเดียวก่อน ว่าเราจะบุกไปยึดที่ดินของมอนสเตอร์และเอาทรัพยากรพวกนั้นมาแบ่งปันกัน
รวมใจพวกเขาให้เป็หนึ่งว่าาครั้งนั้นๆจะให้ประโยชน์กับพวกเขาทุกคน
อารมณ์อาจมีขึ้นลง แต่ผลประโยชน์ยังคงทนอย่างนั้นจนกว่าสถานการณ์จะเปลี่ยนไป
“คนที่ไม่สามารถซื้อได้ด้วยเงิน ไว้ใจไม่ได้” นั่นคือแนวความคดิของนักธุรกิจหลายคน
หากไม่้าเงินจากเราหรือผลประโยชน์จากเรา แสดงว่าพวกนั้นต้องมีเป้าหมายอย่างอื่น อย่างนั้นก็ทำงานด้วยได้ยาก
ฮาร์เล่ย์ ต่อให้โลภแค่ไหน แต่ตราบใดที่มีเป้าหมายที่ผมเข้าใจได้และสามารถให้เธอได้ ตราบนั้นผมก็คุยกับเธอได้
ผมวางร่างของฮาร์เล่ยทีอ่อนระทวยลงที่ตักของผมท่ามกลางดวงตาสีเขียวที่แสดงความหึงหวงจากทาสสาว มาเรีย..หรือควรจะเรียกเธอว่านางเอกของโอโตเมะเกมส์
ที่ผมระดมกำลังฝ่าด่านไม่เกรงใจใคร เปลี่ยนม้าตลอดทาง ผ่านด่านกลางคืนกลางวัน ไม่สนใจใครตามสไตล์ดยุกหมูอ้วน
เพื่อจับเธอและแม่ของเธอที่เป็หม้ายมาเป็ทาสอุ่นเตียงของผม
“มานั่งใกล้ๆสิมาเรีย หึงงั้นหรือ”
มาเรียร่างแบบบาง ผมสีทอง ผิวไม่มีตำหนิแม้แต่น้อย ราวกับภาพวาดที่งดงาม
ส่วยเอวไปมาเล็กน้อยตามที่มาทรอน อินกริด โสเภณีมืออาชีพ ที่ดยุกหมูอ้วนจ้างไว้มาฝึกทาสบำเรอกามของตนเองให้รู้จักเอาใจตนเองมากยิ่งขึ้นนั่นเอง
ดยุกหมูอ้วนนี่ต้องบอกว่า มีพ่อครัวพิเศษของตนเอง มีคนเลี้ยงช้างเลี้ยงสัตว์ของตนเอง มีโสเภณีชั้นสูงของตนเอง
“ท่านดยกุได้คนใหม่มาจะลืมชั้นไปแล้วหรือคะ “
มาเรียใส่ผ้าสีขาวบางเบาเผยให้เห็นแทบทุกส่วนหากมีจินตนาการมากสักหน่อย
“ไม่หรอก เ้าคือทาสอุ่นเตียงคนโปรดของข้าแน่นอน เอาเลเวลของเ้าให้ข้าดูหน่อยสิ”
ตราทาสตรงหน้าทองของเธอเปล่งแสง
มาเรียอ่อนระทวยโผซบผมอีกครั้ง
ฮืม สมกับเป็นางเอก เก็บเลเวลแค่แป๊บเดียวก็สูงกว่าคนอื่น
ผมใช้กระบวนท่า min-maxing เอาแต้มของเธอใส่ไปที่เดียวคือ
Love Slave ทาสรัก
ที่มีคุณสมบัติที่ทาสอาจจะไม่เชื่อฟัง จะมาปกป้องเรามากกว่าจะทำตามคำสั่งของเราแบบเดียวกับ obedience slave ทาสที่เชื่อฟัง
หรือที่จะสนใจการต่อสู้มากกว่าคำสั่งอย่าง Berserker slave ทาสผู้บ้าคลั่ง
แต่การ min-max เอาอาชีพแต้มสกิลทั้งหมดลงไปที่ Love Slave ทาสรัก จะทำให้มาเรียแม้มีจุดอ่อนที่ขวัญกำลังใจจะลดลงหากอยู่ห่างจากตัวผม แต่ขวัญกำลังใจจะไม่ลดและจะมีพลังเวทย์เพิ่มมากขึ้นหากได้รับคำสั่งและอยู่ใกล้ๆตัวผมนั่นเอง
ส่วนจุดอ่อนของ min-maxing นั้น คือการทำให้มีความสามารถไม่รอบด้าน แต่แน่นอน อย่างที่ผมบอกเสมอว่าอันที่จริง เมกุมิน แห่ง Konosuba อัพสกิลถูกแล้ว
เรา้าสกิลเดียวที่จะได้ผลตลอดเวลาก็พอแล้ว แบบเดียวกับที่นารุโตะใช้ะุวงจักรหรือแฮร์รี่ พอตเตอร์ ใช้เอ็กสเปลลิอาร์มัส
เพราะมันเป็คาถาที่ดีมากๆนั่นเอง
ร่างกายสีขาวของเธอตัดกับสีขาวของชุดทาสสาวนุ่งน้อยห่มน้อยที่คอยรินไวน์ให้ผมมาตลอดทาง
ผมพยายามทำให้ทุกคนเห็นว่ามาเรียคือทาสสาวของผมนะ
“นายท่านคะ คืนนี้ให้ฉันปรนนิบัติท่านนะคะ”
และอย่างที่คิดสมกับเป็นางเอกโอโตเมะที่มีฮาเร็มของตนเองเป็ผู้ชายห้าถึงเจ็ดคน
พอมาอยุ่กับดยุกอูลริกที่ได้ชื่อว่าบ้ากามแล้ว จึงเข้ากันดีมากในเื่บนเตียง มิน่าถึงเป็ฉากจบไปเลยในเกมส์ต้นฉบับหากถูกดยุกอูลริก จับใส่ปลอกคอขังในกรงทองได้ ผมสันนิษฐานว่าสองคนนี้คงเข้ากันได้ดีมากๆ มาเรียเลยไม่อยากจากไปไหนนั่นเอง