่ย่ำค่ำภายในเรือนเล็กจวนสกุลหานปรากฎเสียงร่ำไห้ว้าวุ่นใจของบรรดาเ้านาย ตามด้วยภาพวิ่งวุ่นของบรรดาบ่าวรับใช้ที่ต้องเป็ลูกมือให้กับท่านหมอผู้ถูกตามตัวมาแบบฉุกละหุก
"ท่านพี่ เสี่ยวตงจะไม่เป็อะไรใช่ไหมเ้าคะ ฮึก ฮือ"ฮูหยินหานผู้เป็นายหญิงแห่งจวนสกุลหานนาม ฟานเยว่หง ร่ำไห้ซบอกผู้เป็สามีอย่างอ่อนแรง
"น้องหญิงใจเย็นก่อนเถิด ตอนนี้ท่านหมอกำลังช่วยรักษาลูกของพวกเราอย่างเต็มที่เสี่ยวตงจะต้องไม่เป็อะไร" นายท่านของจวนหานอย่าง หานเทียนอี้กอดปลอบฮูหยินของตนเองด้วยความสงสารรักใคร่ในใจก็เป็กังวลกับอาการของบุตรชายไม่แพ้กัน
"ข้าไม่เข้าใจเลยจริง ๆ เ้าค่ะ แม้เสี่ยวตงจะมีสติปัญญาเชื่องช้า พูดจาแปลกประหลาดไปบ้าง แต่ก็ไม่เคยลงไม้ลงมือทำร้ายใครเลยนะเ้าคะหากมีเื่ไม่พอใจก็มักแค่ตะคอกแล้วงอแงเดินหนีตลอดเหตุใดเ้าเด็กสกุลเผยถึงกล่าวหาว่าเขาทำร้ายคนก่อนเลยต้องตอบโต้จนลูกของพวกเรามีสภาพเช่นนี้เล่า"ฟานเยว่หงระบายความอัดอั้นกับสามีด้วยน้ำเสียงสั่นเครือตัวนางกับสามีนั้นมีบุตรชายด้วยกันสองคน คือ หานเสวี่ยเฟิงและหานเสวี่ยตง
คนพี่หานเสวี่ยเฟิง อายุสิบหกหนาว(ปี)มีร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงเป็เอกด้านวรยุทธ์และวิชาบำเพ็ญอายุเพียงเท่านี้ก็ฝึกฝนจนอยู่ในระดับปรมาจารย์ขั้นหนึ่งแล้ว ทั้งยังมีสติปัญญาเป็เลิศจนได้รับเลือกให้เป็กุนซือรุ่นเยาว์ของสำนักพยัคฆ์เหมันต์ เวลานี้เขาก็ประจำอยู่ที่สำนัก ทุกๆเดือนจึงจะกลับจวนสกุลหานหนึ่งครั้งเป็เวลาสี่ถึงห้าวันเพื่ออยู่กับครอบครัว
ส่วนคนน้องหานเสวี่ยตงอายุสิบสามหนาวมีร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงดีจนกระทั่งอายุได้เจ็ดหนาวก็โชคร้ายถูกสัตว์อสูรเข้าโจมตีแม้ไม่ได้าเ็รุนแรง แต่ก็กลายเป็คนขวัญเสีย มักเหม่อลอยและเริ่มมีสติปัญญาที่เชื่องช้ากว่าคนวัยเดียวกัน จึงทำให้เขาเป็วรยุทธ์และวิชาบำเพ็ญอยู่ที่ระดับพื้นฐานเฉกเช่นยามเจ็ดหนาวเท่าเดิม ใน่หลายปีที่ผ่านมาเขามักพูดถึงสิ่งที่ผู้คนไม่เข้าใจและไม่เคยปรากฎว่ามีอยู่ในดินแดนหย่งเทียนอยู่บ่อยครั้งจนผู้คนภายนอกจวนสกุลหานต่างกล่าวกันลับหลังว่าเขาเป็คนวิปลาสสติฟั่นเฟือนไปแล้วพวกนิสัยเสียหน่อยก็มักเอ่ยเรียกเขาอย่างหยาบคายว่า เ้าคนวิปลาสแห่งสกุลหานกระนั้นเขาก็ไม่เคยมีนิสัยทำร้ายร่างกายใครอาจจะควบคุมอารมณ์โกรธของตัวเองไม่เป็นักเช่นเด็กเล็กแต่ก็แสดงออกเพียงการตะคอกสุดเสียงครั้งหนึ่งแล้ววิ่งหนีมานั่งร้องไห้เท่านั้นนับว่าเด็กน้อยไร้พิษภัยต่อผู้อื่นอย่างแท้จริง
"เื่นี้น้องหญิงวางใจเถอะข้ากับเ้าใหญ่ย่อมต้องหาโอกาสแก้แค้นให้เสี่ยวตงแน่นอน่หลังมานี้สกุลเผยถือดีว่ามีเ้าสำนักวิหกเพลิงคนปัจจุบันหนุนหลังลูกหลานถึงได้ทำตัวระรานผู้อื่นไปทั่วคงลืมไปแล้วกระมังว่าสกุลหานของเรามีต้นตระกูลมาจากสำนักใดถึงได้กล้ากระตุกหนวดพยัคฆ์เยี่ยงนี้"
เหตุที่เขากล่าวเช่นนี้เพราะในดินแดนหย่งเทียนนั้นถูกปกครองด้วยกลุ่มพิทักษ์ฟ้าดินโดยสมาชิกในกลุ่มทั้งสิบหกคนจะถูกคัดเลือกมาจากสำนักเก่าแก่ทั้งสี่สำนัก ๆ ละสี่คนได้แก่สำนักเต่าวารี สำนักวิหคเพลิง สำนักัพฤกษา และสำนักพยัคฆ์เหมันต์ั้แ่โบราณสำนักเหล่านี้จัดว่าเป็เสาหลักในการปกครองดินแดนหย่งเทียนจึงถือว่าอำนาจของทั้งสี่ สำนักทัดเทียมและคานกันอย่างสมดุล ตัวสกุลหานนั้นเป็หนึ่งในสี่สกุลหลักของสำนักพยัคฆ์เหมันต์นับเป็สกุลที่มีอำนาจแข็งแกร่งลำดับต้น ๆ ของดินแดน ส่วนสกุลเผยนั้นเป็เพียงสกุลที่ได้เกี่ยวดองกับสกุลฮั่วซึ่งเป็สกุลของเ้าสำนักวิหคเพลิงเท่านั้นแต่คนในสกุลเผยกลับทำตัวหยิ่งผยองได้ใจราวกับตัวเองเป็หนึ่งในสำนักหลักของดินแดนหย่งเทียนไปแล้วมักก่อเื่ก่อราวระรานเอาเปรียบผู้ด้อยกว่า แถมยังอ้างเหตุผลสาระพัดเพื่อปัดความผิดให้พ้นฝ่ายตนเพราะมั่นใจว่าคู่กรณีเ่าั้คงไม่กล้าไปฟ้องร้องที่หน่วยตุลาการด้วยหวาดกลัวในอำนาจของเ้าสำนักวิหคเพลิงที่เกี่ยวดองกับสกุลเผยของพวกตนนั่นเอง
ในขณะที่คนทั้งคู่กำลังนั่งปลอบโยนกันอยู่ที่ห้องรับรองของเรือนเล็กก็ได้ยินเสียงท่านหมออีสาวเท้าเข้ามาหาพวกตนพร้อมกล่าวรายงานผลการรักษา
"นายท่านหาน ฮูหยินหาน ตอนนี้คุณชายน้อยปลอดภัยแล้วขอรับข้าฝังเข็มลดเืคั่งบนศีรษะและบริเวณช่องท้องให้แล้วแต่เขาคงจะสลบไสลเช่นนี้ไปจนถึงพรุ่งนี้เพราะศีรษะกระแทกค่อนข้างแรงหากเขาฟื้นแล้วก็ให้รีบต้มยาตามเทียบยานี้ให้เขาดื่มทุก ๆ ชั่วยาม ( หนึ่งชั่วยาม เท่ากับสองชั่วโมง)หากเขามีอาการอาเจียนเป็เืออกมาไม่ต้องใเป็เพียงการขับเืคั่งออกจากร่างกายเท่านั้นอาหารก็ให้เขากินเพียงโจ๊กเปล่าไปก่อน แล้ววันพรุ่งนี้ปลายยามเซิน (15.00-16.59น.) ข้าจะมาตรวจอาการเขาพร้อมปรับเทียบยาให้อีกครั้งนึงนะขอรับ"
"ขอบคุณท่านหมออี ลำบากท่านแล้วจริง ๆ ขอรับ"เป็นายท่านหานที่กล่าวพร้อมคาราวะขอบคุณท่านหมออย่างจริงใจ
ฝ่ายฮูหยินหานที่มีสีหน้าดีขึ้นหลังได้ฝังผลการรักษาก็รีบยอบตัวคาราวะขอบคุณท่านหมอเช่นกัน
"ขอบคุณท่านหมออีเ้าคะที่ช่วยชีวิตบุตรชายของพวกเรา"
"ท่านทั้งสองอย่าได้กล่าววาจาเกรงใจเช่นนั้นการรักษาคนย่อมเป็หน้าที่ของผู้เป็หมออยู่แล้ว ในเมื่อทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้วข้าคงต้องขอตัวกลับโรงหมอก่อนนะขอรับจะได้รีบจัดตัวยาตามเทียบส่งมาให้"ท่านหมออีเอ่ยขอตัว
"เช่นนั้นไม่รบกวนเวลาท่านหมออีแล้ว ไว้พบกันพรุ่งนี้ขอรับ"นายท่านหานตอบรับท่านหมอแล้วสั่งให้พ่อบ้านจ่ายค่ารักษาพร้อมจัดเตรียมรถม้าส่งท่านหมอกลับโดยให้พ่อบ้านไปกับท่านหมอด้วยจะได้รอรับตัวยากลับมาเลย ส่วนตนเองกับภรรยาก็รีบเข้าไปเฝ้าดูอาการบุตรชายในห้องนอนทันที
ท่ามกลางความมืดมิดในห้วงความรู้สึกที่แสนสงบเบาสบายราวกับตัวเองล่องลอยอยู่ทำให้ตงตงเกิดความแปลกใจระคนสงสัยเพราะจำได้ว่าก่อนหน้านี้เขาเจ็บแปลบที่หน้าอกจนหมดสติไป
"หรือนี่จะเป็ผลข้างเคียงของยาสลบนะ แต่ทำไมมันถึงมืดไปหมดเลยล่ะเราก็ลืมตาอยู่นี่นา" ชายหนุ่มพึมพำกับตัวเองพลางกวาดตามองไปรอบๆ แล้วลองยื่นมือปัดป่ายไปด้านหน้าเผื่อจะจับเจออะไรบ้างแต่กลับพบเพียงความมืดมิดและว่างเปล่า
"ฮัลโหล มีใครอยู่ไหม มีใครได้ยินผมบ้างหรือเปล่าครับ ช่วยผมด้วย" ตงตงพยายามะโหาคนเพื่อขอความช่วยเหลือแม้จะยังไม่เข้าใจกับสิ่งที่ตัวเองต้องเผชิญแต่ก็รู้ว่ามันผิดปกติดังนั้นสัญชาตญาณการเอาตัวรอดจึงสั่งให้เขารีบร้องขอความช่วยเหลือ สิ้นเสียงะโของตงตงด้านขวามือของเ้าตัวก็ปรากฏแสงสีขาวสว่างเจิดจ้าขึ้นพร้อมเสียงเรียกสดใสของเด็กหนุ่มคนหนึ่ง
"ตงตง ในที่สุดเ้าก็มาเสียที"