“ดะ เดี๋ยวสิ ฉันพูดจริงนะ ฉันเป็แฟนคลับนายจริงๆ ไม่เชื่อนายลองถามอะไรก็ได้เกี่ยวกับตัวนายมาดูสิ ฉันรู้หมดเลยนะ เพราะฉันเป็แฟนพันธุ์แท้”
แฟนพันธุ์แท้ก็มา อะไรทำให้ฉันรอดชีวิตได้ในตอนนี้ ฉันทำหมด!!
“…” ดินทำสีหน้าครุ่นคิด เหมือนกำลังประเมินว่าจะลองเล่นกับฉันดูอีกนิดดีไหม และในที่สุดเขาก็เล่นด้วย “ฉันเกิดวันที่เท่าไหร่?”
“24”
“วันอะไร?”
“วันศุกร์”
“เดือน...”
“วันศุกร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ ปีหมา เอ๊ย! ปีจอ เคยชอบสีฟ้าแต่ตอนนี้เปลี่ยนมาชอบสีดำแล้ว” ฉันรีบชิงพูดดักทางเขาไว้ก่อนเลย เพราะพอจะเดาได้ว่าดินกำลังจะถามอะไรต่อ
“…”
สีหน้าเขาดูอึ้งอย่างชัดเจน และฉันก็จะไม่ยอมปล่อยโอกาส ที่จะได้แสดงความสามารถของรอยหยักสมอง ในส่วนของการจดจำที่เป็เลิศให้หลุดลอยไปเด็ดขาด
“นายชอบกินไข่เจียว แต่ว่าแพ้น้ำมันถั่วเหลือง นายจึงพยายามที่จะไม่กินมัน เพราะไม่อยากให้แม่ครัวมองว่านายเื่มาก”
“…”
“นายชอบอากาศเย็นจัด เพราะเป็คนเหงื่อออกง่ายและเยอะมาก จึงมักเปิดแอร์ให้อยู่ในอุณหภูมิประมาณ 15 องศา แต่เวลานอนจะห่มผ้านวม 2 ชั้น ซึ่งเหตุผลนี้ฉันไม่รู้ว่าเพราะอะไร”
“…”
“ก่อนนอนต้องดื่มนมอุ่น และหลังกินข้าวต้องดื่มน้ำส้มคั้นสดก่อนตามด้วยน้ำแร่ นายติดสเปรย์ปรับอากาศกลิ่นมะลิ จึงต้องซื้อเครื่องฉีดอัตโนมัติมาตั้งเวลาไว้ทุกๆ 2 ชม.”
“…”
“นายชอบดอกเดซี แต่เพราะมันดูบอบบางมาก จึงเลือกที่จะไม่ปลูกมันไว้ในพื้นที่บ้าน”
“...”
“นายติดลูกอมรสเปรี้ยวๆ เวลาที่เครียดหรือคิดอะไรไม่ออก ก็มักจะเอามันออกมาอม และตอนนี้มันก็อยู่ในกระเป๋ากางเกงข้างซ้ายของนายด้วย”
ดินรีบล้วงมือเข้าไปััสิ่งของ ซึ่งอยู่ในกระเป๋ากางเกงทางด้านซ้ายมือของตน และเหมือนใบหน้าของเขาจะฉายแววใสุดขีด เมื่อนำออกมาแล้วพบว่ามันมีอยู่จริง
อาจเป็เพราะเขาไม่ได้ใส่ใจ เื่การเก็บกล่องลูกอมของตัวเองเท่าไหร่นัก มันเป็ความเคยชินเสียมากกว่า ที่มักชอบเก็บมันไว้ทางกระเป๋ากางเกงด้านซ้าย
เนื่องจากด้านขวาดินจะใช้ใส่โทรศัพท์ เพราะมันหยิบขึ้นมาใช้งานได้สะดวกที่สุด ส่วนเสื้อที่เขาชอบสวม ก็มักจะไม่มีกระเป๋า เป็เพียงเสื้อเชิ้ตเรียบๆ สีขาวบ้างดำบ้างตามโอกาสที่ต้องสวมใส่ แต่ส่วนใหญ่เขาจะชอบสีดำ
เื่พวกนี้ฉันไม่ได้มีญาณทิพย์ หรือจิตััที่ 6 หรอก แต่ได้รู้มาจากการอ่านนิยาย ที่คนเขียนอธิบายและระบุความชอบของตัวละครไว้อย่างชัดเจน
“เธอรู้เื่พวกนี้ได้ยังไง บางเื่ไม่เคยมีใครรู้ด้วยซ้ำ?” เขาเก็บกล่องลูกอมกลับเข้าไปในกางเกง ก่อนถามฉันด้วยน้ำเสียงที่แสดงความไม่ไว้วางใจแบบสุดๆ
“ก็บอกละไง ฉันเป็แฟนคลับพันธุ์แท้ของนายเลยนะ”
“…”
หน้าตาเขาดูไม่เชื่อถือฉันยังไงก็ไม่รู้ ฉันจึงรีบกรอกข้อมูลให้เข้ารูหูเขาต่อ
“วันนี้ฉันแอบตามส่องนายอยู่ พอเห็นว่าออกมาจากบ้าน ฉันก็รีบตามมาทันทีเลย แล้วตอนที่แอบเดินตามเข้ามา ก็บังเอิญเห็นแม่นายกำลังจะยิงนาย แล้วหลังจากนั้นก็ตามที่เห็นนั่นแหละ”
“อย่ามาตอแหล...บอกความจริงฉันมา!!”
กรี๊ด!! เขาด่าฉันว่าตอแหลอ่ะ ั้แ่เกิดมามีแต่ฉันที่ใช้คำนี้ด่าคนอื่น ไม่เคยคิดเคยฝันว่าจะต้องมาโดนด่าซะเอง รับไม่ได้~
ดินแทบจะฝังปากกระบอกปืนเข้าหัวสมองฉันแล้ว เขากดมันลงบนหน้าผากฉันอย่างแรง จนหัวฉันเอนไปทางด้านหลัง ตามระดับน้ำหนักที่ส่งมาจากมือใหญ่
“ฮือๆ ฉันบอกความจริงนายไปหมดแล้วนะไอ้บ้า! จะคาดคั้นเอาอะไรจากฉันอีก รู้งี้ปล่อยให้โดนยิงตายไปซะก็ดี”
ฉันทำเสียงเหมือนจะร้องไห้ ทั้งๆ ที่น้ำตากลับไม่มีไหลออกมาสักหยด ไม่ใช่ว่ากำลังแสดงละคร เรียกร้องความสงสารเห็นใจจากเขานะ แต่เพราะว่าฉันกลัวมาก จนน้ำตามันยังไม่กล้าไหลออกมาต่างหาก
“คิดได้ตอนนี้ก็สายไปแล้ว บาย...”
“เดี๋ยว!!”
“อะไรอีก มีเื่จะสั่งเสียหรือไง?” ดินชักจะหมดความอดทนกับฉันแล้ว เขาดูรำคาญเอาเสียมากๆ และอยากส่งฉันกลับบ้านเก่าเต็มทน
“นั่นแม่นายไม่ใช่เหรอ?”
ฉันว่าพลางชี้นิ้วไปทางด้านหลังเขา และเหมือนสิ่งที่ฉันเอ่ย จะดึงดูดความสนใจจากดินได้มากพอสมควร ใบหน้าหล่อเหลารีบหันขวับไปตามทางที่ฉันชี้ พร้อมกับมือซึ่งถืออาวุธอยู่ค่อยๆ ผ่อนระดับต่ำลง
ไม่รอช้า ฉันอาศัยจังหวะที่หลอกเขาได้ รีบปัดมือใหญ่อย่างเต็มแรง จนปืนหลุดออกจากมือดินและร่วงหล่นลงพื้น ก่อนสไลด์ไปตามแรงที่ฉันปัด
สองขายาวๆ ของฉันรีบหมุนกายกลับหลังหัน ก่อนจ้ำอ้าวด้วยความเร็วที่มีอยู่วิ่งออกมาจากโกดัง เพื่อหวังจะหนีเอาชีวิตรอดจากผู้ชายด้านหลังให้ได้
ด้านนอกมีแต่ป่ารกร้าง ต้นไม้ใบหญ้าขึ้นเต็มไปหมด จนมองแทบไม่เห็นถนนใหญ่เลย แต่ฉันก็ยังเลือกที่จะวิ่งต่อไปบนถนนดิน ซึ่งมีต้นหญ้าเล็กๆ โผล่พ้นขึ้นมาเป็หย่อมๆ
ตึก ตึก ตึก ตึก
“หยุดเดี๋ยวนี้!! ไม่งั้นฉันฆ่าเธอแน่!!!”
เสียงะโอย่างโกรธเกรี้ยวดังตามหลังมาติดๆ และเหมือนจะได้ยินเสียงฝีเท้าของอีกฝ่ายวิ่งตามมาห่างๆ ด้วยแหละ
“หยุดก็โง่แล้ว ยังไงนายก็ฆ่าฉันอยู่ดี!!”
ฉันยังคงตั้งหน้าตั้งตาโกยแน่บ ปากก็ะโตอบเขากลับไปด้วย เสี่ยงวิ่งหนีเพื่อเอาชีวิตรอด ดีกว่าไปยืนเสวนาขอความเห็นใจจากเขาเป็ไหนๆ
“เธอเลือกเองนะ...”
ปัง!!
สองขาที่กำลังวิ่งหยุดชะงักกลางอากาศ ก่อนร่างบอบบางของฉันจะเซถลาคว่ำหน้าลงกับพื้นหญ้าแห้งๆ รู้สึกได้ถึงความผิดปกติ ซึ่งกำลังเกิดขึ้นกับร่างกาย กลางลำตัวชาดิก แขนขาเริ่มไร้เรี่ยวแรง จึงค่อยๆ พลิกกายขึ้นนอนหงายมองท้องฟ้า
ฉันเอื้อมมืออันสั่นเทาลงไปจับยังจุดที่รู้สึกว่าชาไม่หาย ััเปียกชื้นเหนียวเหนอะหนะทำให้ฉันใจคอไม่ดี และเมื่อยกขึ้นดูก็พบเข้ากับน้ำสีแดงฉานเปื้อนติดมือมาด้วย
มันคือเืแน่ๆ ไม่ต้องบอกก็รู้ ความรู้สึกกลัวจับจิตจับใจแผ่ซ่านไปทั้งร่าง หยดน้ำอุ่นๆ เริ่มไหลรินออกจากหางตา และก่อนที่สติจะดับสิ้น ดินก็เดินเข้ามาอยู่ในภาพสุดท้ายที่ฉันเห็น หน้าหล่อๆ ของเขาลอยอยู่ตรงหน้าก่อนเปลือกตาฉันจะปิดลง
ไง สมใจอยากไหม? ได้ตายด้วยฝีมือของคนหล่อ แถมยังได้เห็นหน้าหล่อๆ เป็รางวัลชีวิต เจริญ!!