ย่างเข้ายามไฮ่ ในระหว่างที่ทั้งสี่กำลังดื่มสุราที่หญิงสาวทั้งสี่ป้อนอยู่ จินหยางก็ัับางอย่างได้ที่ด้านหลังว่ามีใครบางคนกำลังจ้องมองเขาอยู่อย่างไม่วางตาพร้อมกับแผ่จิตสังหารเล็ดลอดออกมา
“เทียนคง เ้าตรวจจับดูซิว่าจิตสังหารที่ข้าััได้มาจากที่ใด?”
นานนับยี่สิบลมหายใจจินหยางก็ลุกขึ้นยืน
“คุณชายหยวนจางข้ารู้สึกท้องไส้ปั่นป่วนขอตัวไปสุขาได้หรือไม่?”
“แน่นอน แน่นอน เชิญเ้าเถอะ สุขาอยู่ด้านนอกทางด้านหลัง เ้าอยากให้สาวงามข้างกายเ้าไปส่งหรือไม่?”
“เื่นั้นไม่ต้องขอรับ ข้าไปเองสะดวกกว่า หากเป็ไปได้ข้ารบกวนคุณชายหยวนจางดูแลแม่นางท่านนี้ให้ข้าก่อนได้หรือไม่?”
“แน่นอน แน่นอนเพื่อน้องชายจินหยางข้าสามารถดูแลนางได้เ้าวางใจเถอะ”
จินหยางก้มไปกระซิบข้างหูหยวนจาง
“เมื่อใดที่ข้าลงไปแล้วรบกวนท่านตรวจสอบชายฉกรรจ์สองคนที่โต๊ะด้านในสุดทางขวามือได้หรือไม่? หากคนทั้งสองลุกขึ้นจากโต๊ะรบกวนท่านพาเพื่อนของข้าทั้งสองกลับไปก่อนได้หรือไม่?”
หยวนจางได้ยินเช่นนั้นถึงกับขมวดคิ้ว
“มีสิ่งใดกันน้องชาย?”
“ข้าคิดว่าคนทั้งสองอาจเป็คนตระกูลหยางส่งมาจัดการข้า ท่านไม่ต้องเป็ห่วงข้าจะกลับมาอย่างแน่นอน อีกอย่างท่านอย่าได้ติดตามพวกเขาไป ข้าไม่อยากให้ท่านต้องลำบาก เพราะพวกเขาเป็ยอดฝีมือที่พวกท่านทั้งสามยากที่จะสู้ได้”
หลังจากนั้นจินหยางก็เดินลงไปจากชั้นสองเดินออกไปทางประตูหลัง เป็ไปตามที่จินหยางเอ่ยวาจาแจ้งแก่หยวนจาง ชายฉกรรจ์ทั้งสองโต๊ะด้านในขวามือลุกขึ้นลงไปยังด้านล่างออกไปด้านหลัง หยวนจางรีบเอ่ยวาจาให้หญิงงามทั้งสี่ออกไปจากโต๊ะ สร้างความแปลกใจให้แก่ชุนฟงและเล่อคังไม่น้อย
“เกิดสิ่งใดขึ้นขอรับคุณชายหยวนจาง?”
“จินหยางมีปัญหาใดกับตระกูลหยาง?”
“ท่านรู้เื่นี้ได้อย่างไร?”
ชุนฟงเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“จินหยางคงตรวจพบบางอย่างเขาจึงเดินออกไป”
“เช่นนั้นพวกเราติดตามออกไปเถอะ”
หยวนจางส่ายศีรษะไปมา
“หากพวกเราไปรังแต่จะเป็ปัญหาให้จินหยางโดยใช่เหตุ เื่นี้ปล่อยให้เขาจัดการเถอะ”
ทันทีที่ออกมาด้านหลังจินหยางถีบเท้าพุ่งทะยานไปยืนอยู่บนหลังคาโรงเตี๊ยม เมื่อเห็นชายฉกรรจ์สองคนก้าวเดินออกไปเขาแสยะยิ้มอย่างเ้าเล่ห์
“รบกวนพวกท่านติดตามข้าออกไปนอกเมืองเถอะ ข้าไม่อยากให้ผู้อื่นต้องมาเกี่ยวข้อง”
สิ้นเสียงกล่าวจินหยางก็ถีบเท้าพุ่งทะยานออกไป เขาเหยียบหลังคาบ้านเรือนมุ่งหน้าออกทางไปทางทิศตะวันออกของเมืองเพราะเป็ทางที่ใกล้ที่สุดที่จะออกจากเมือง ชายฉกรรจ์ทั้งสองเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ถีบเท้าพุ่งติดตามจินหยางประดุจเงาตามตัว จินหยางไต่กำแพงเมืองขนาดใหญ่พุ่งหายออกไปในความมืด เกือบหนึ่งเค่อจินหยางก็หยุดยืนนิ่งบนพื้นที่โล่งไกลจากเมืองสี่ลี้ ไม่ถึงห้าลมหายใจชายฉกรรจ์ทั้งสองก็ปรากฏตัวด้านหน้าของจินหยาง
“ไม่ทราบว่าพวกท่านทั้งสองคือผู้ใด? เหตุใดถึงคิดสังหารข้า?”
“เด็กน้อยเ้าเลือกสถานที่ได้ดียิ่งนัก เ้าไม่จำเป็ต้องรับรู้หรอกว่าพวกข้าเป็ใคร มีใครบางคน้าจับตัวเ้าเพียงแค่นั้น เ้ายินดีจะติดตามพวกข้าไปหรือไม่?”
“ข้าคงติดตามท่านทั้งสองไปไม่ได้ ข้ายังต้องทำภารกิจของสำนัก ท่านพอจะบอกต่อข้าได้หรือไม่ว่าเป็ผู้ใดที่้าตัวข้า หากเสร็จสิ้นตรงนี้ข้าจะเร่งเดินทางโดยเร็ว”
“คำขอของเ้ามากเกินไปมีให้เลือกเพียงสองทางคือ ติดตามพวกข้าไปอย่างปกติ หรือให้พวกข้าทั้งสองทุบตีเ้าแล้วนำเ้ากลับไป”
“หากข้าเลือกทางที่สามละ?”
“ไม่มีทางที่สามหรอกไอ้หนู”
“ทางที่สามก็คือข้าจะจัดการพวกท่านที่นี่”
“ในเมื่อเ้าเลือกเช่นนั้นก็อย่าหาว่าข้าไม่เตือน”
ชายฉกรรจ์ทั้งสองเอื้อมมือไปด้านหลังดึงดาบออกมาจากฝักกำชับเอาไว้แน่น
“เ้าไม่ต้องกลัวว่าพวกข้าจะสังหารเ้า เพราะคำสั่งมีเพียงจับตัวเ้าเท่านั้น แต่ว่าเ้าอาจจะเสียแขนหรือขาไปบ้างก็อย่าโทษข้าก็แล้วกัน”
จินหยางแสยะยิ้มยกมือซ้ายขึ้นกวักเรียกใช้มือขวาคว้าจับไปที่ด้ามกระบี่ด้านหลัง
“เทียนคงสแกนวิชาและค้นหาจุดอ่อนของพวกมันทั้งสองคน”
“ขอรับคุณชาย”
ในจังหวะนั้นเองชายฉกรรจ์ทั้งสองก็พุ่งเข้ามา คนผู้หนึ่งโยกตัวไปทางซ้าย ส่วนอีกคนโยกตัวไปทางขวา ทั้งสองถือมีดสั้นทั้งสองเล่มกระหน่ำแทงเข้ามา จินหยางรีบชักกระบี่ออกจากฝักตวัดต้านรับ เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง! ไม่ถึงยี่สิบลมหายใจจินหยางตวัดกระบี่ต้านรับมีดสั้นทางซ้ายมือ เขาก็ถูกมีดสั้นของอีกคนกรีดไปที่ต้นขาด้านขวา ถึงแม้กระบี่ในมือจะยาวกว่าแต่ทว่าท่าทางของชายฉกรรจ์ทั้งสองรวดเร็วยิ่ง เกือบครึ่งเค่อจินหยางถีบเท้าถอยออกมา ร่างกายมีแต่าแเสื้อผ้าสวมใส่ฉีกขาดเพราะคมมีด
“เทียนคงรีบรักษาาแโดยด่วน”
“เป็อย่างไรบ้างไอ้หนู? เ้ายินยอมจะติดตามพวกข้าไปหรือไม่?”
“ข้ายังยืนยันคำเดิม”
“ดี เ้าอวดดีนักข้าชอบ มาดูกันว่าหากเ้าเสียแขนไปสักข้างเ้าจะยังยืนยันคำเดิมหรือไม่”
จินหยางแสยะยิ้มเมื่อได้ยินเสียงดังแว่วเข้ามาในหู ทันใดนั้นเองชายฉกรรจ์ทั้งสองก็พุ่งเข้ามาอีกครั้ง จินหยางถีบเท้าขวาพุ่งออกไปทางซ้ายฟาดฟันกระบี่ในแนวขวาง ชายฉกรรจ์ทางซ้ายตื่นใยกมีดสั้นสกัดกั้น เคร้ง! จินหยางหมุนตัวถีบเท้าซ้ายรีบพุ่งเข้าประชิดตัวชายฉกรรจ์ด้านหลัง พร้อมตวัดกระบี่ต้านรับคมมีดสองเล่ม เคร้ง! เขาออกแรงวาดกระบี่ไปทางขวา และซัดฝ่ามือซ้ายไปที่หน้าอกด้วยทักษะฝ่ามือเมฆนภาอย่างถนัดถนี่ เปรี้ยง! เสียงกระดูกแตกดังลั่นชายฉกรรจ์กระอักเืกระเด็นออกไป จินหยางได้ยินเสียงสบถดังลั่นมาจากด้านหลังเขารีบหมุนตัวซัดกระบี่ออกไป พร้อมทั้งใช้มือทั้งสองดึงมีดสั้นที่หน้าอกสองเล่มซัดติดตาม ชายฉกรรจ์ร้องคำรามใช้มีดในมือปัดป้องกระบี่ ทันใดนั้นเองมีดสั้นสองเล่มก็พุ่งแทงไปที่ต้นขาทั้งสองข้าง
จินหยางยกยิ้มดึงมีดสั้นอีกสองสามซัดออกไป มีดสั้นแทงไปที่หัวไหล่ทั้งสองข้าง เขาเดินไปหยิบกระบี่ที่ร่วงลงพื้นเก็บเข้าฝัก หลังจากนั้นเขายกเท้าขวาถีบไปที่หน้าอกของชายฉกรรจ์พร้อมกับเหยียบเอาไว้
“ตอนนี้ท่านมีเพียงทางเลือกเดียวที่จะบอกกล่าวต่อข้าว่าใครเป็ผู้จ้างวานพวกท่าน ตอนนี้พวกท่านรีบรักษาอาจหายเป็ปกติ แต่หากช้ากว่านี้อาจจะตายได้”
ชายฉกรรจ์หรี่ตามองอีกคนที่นอนนิ่ง หลังจากนั้นเขาก็กัดบางอย่างที่ทำให้ร่างกายกระตุกไปชั่วขณะหลังจากนั้นก็สิ้นลม จินหยางได้แต่ส่ายศีรษะไปมา เขารีบเก็บมีดสั้นพร้อมกับค้นตัวชายฉกรรจ์ทั้งสองพบเจอถุงเงินสองถุงและขวดยาสามขวดไม่นานจินหยางก็รีบกลับไปยังห้องพัก พบว่าชุนฟงและเล่อคังยังไม่กลับมาเขาจึงรีบอาบน้ำ จินหยางใช้เศษผ้าที่เหลือม้วนแล้วกันเอาไว้
“เทียนคงโอนถ่ายทักษะไปยังสมองและกล้ามเนื้อ”
หลังจากโอนถ่ายทักษะเสร็จสิ้นจินหยางก็รีบเปลี่ยนเสื้อผ้า ไม่นานพวกชุนฟง เล่อคังก็ถูกคนรับใช้ของหยวนจางแบกเข้ามาในบ้านพัก จินหยางยิ้มชี้ไปยังห้องนอนของทั้งสองให้คนรับใช้ จินหยางเดินออกมาหน้าบ้านพัก
“ออกมาเถอะคุณชายหยวนจางข้ารู้ว่าท่านอยู่ที่นี่”
“ทักษะของข้าปิดบังเ้าไม่ได้เลยรึจินหยาง?”
“ท่านมีสิ่งใดรึ? เหตุใดถึงปรากฏตัวที่นี่?”
“ข้าเพียงอย่างจะสอบถามเ้าว่าพวกเขาทั้งสองที่ติดตามเ้าออกไปเป็ผู้ใด”
“ข้าไม่ทราบ พวกเขากัดยาพิษตกตายไปเสียก่อนที่ข้าจะสอบสวน แต่ช่างเถอะพวกเขาคงเป็คนของตระกูลหยางส่งมา ว่าแต่ท่านคงไม่เพียงแต่ถามเื่นี้ใช่หรือไม่?”
“ข้าปิดบังเ้าไม่ได้จริง ๆ กล่าวตามตรงข้ากลัวมีปัญหาในการบุกทำลายค่ายโจรแมงมุมแดงในครั้งนี้”
“ปัญหาใดกันที่เป็สิ่งกวนใจท่าน?”
“สำนักหมัดปีศาจและกลุ่มราตรีทมิฬ”
“ทำไมหรือขอรับ?”
“จากข่าวที่ข้ารับรู้มาโจวฟางผู้นำกลุ่มราตรีทมิฬที่จะมาที่นี่ เขามีความสัมพันธ์อันดีกับอู่อิงเ้าสำนักหมัดปีศาจ ตอนนี้บุตรชายของเขาตกตายไป เขาคงไม่เชื่อแน่ว่าชิวฟูเป็คนสังหารอู่ชิงหยาง เพราะพวกเขาทั้งสองสนิทกันมาก”
“ดังนั้นท่านคิดว่าการบุกค่ายโจรในครั้งนี้พวกเขาจะร่วมมือกันสังหารท่านและท่านแม่ทัพ?”
“ข้าคิดว่าอย่างนั้น ข้าจึงมาปรึกษากับเ้าจินหยาง”
“เื่นี้ข้าคงบอกสิ่งใดท่านไม่ได้เพราะเื่มันยังไม่เกิด อีกอย่างมันเป็เพียงการคาดเดาของท่าน ท่านวางใจเถอะ ข้าจะช่วยเหลือท่านแม่ทัพเองหากพวกเขาร่วมมือกันจริงดั่งที่ท่านคาดการณ์เอาไว้”
หยวนจางยกยิ้มขึ้นมาเมื่อได้ยินสิ่งที่จินหยางเอ่ยวาจาออกมา
“เช่นนั้นตอนนี้เ้านอนเถอะ”