[นิยายแปล] Logging 10000 Years into the Future - เทพไร้พ่าย ลุยเดี่ยวอนาคตหมื่นปี【จบ】

    เล่มที่ 4 บทที่ 95 แต่ละคนมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกัน ปีศาจแมงมุมตาสีม่วง (3)

            ไม่นานนัก ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา ท่าทางสง่างาม สะพายกระเป๋าเป้และลากกระเป๋าเดินทางก็ก้าวลงจากรถ

            เบื้องหลังชายหนุ่ม ยังมีครอบครัวหนึ่งซึ่งประกอบด้วยพ่อ แม่ ลูก ที่ดูไม่ธรรมดาตามลงมาด้วย

            เด็กหญิงตัวน้อยยังคงสนุกกับการเล่นโยนลูกบอลเมื่อครู่ พอก้าวลงจากรถก็วิ่งเข้าไปจับมือชายหนุ่ม แล้วออดอ้อนว่า “พี่ชาย พรุ่งนี้มาเล่นกับนันนันอีกนะ?”

            ชายหนุ่มก้มลงลูบศีรษะเด็กหญิงด้วยรอยยิ้ม พยักหน้าตอบ “ได้สิ พรุ่งนี้ถ้ามีเวลาว่าง พี่จะมาเล่นกับหนู”

            “อือๆ”

            เด็กหญิงพยักหน้าอย่างมีความสุข

            ในตอนนั้นเอง หญิงสาวสวมแว่นกันแดดก็เดินเข้ามาใกล้ พูดว่า “พรุ่งนี้พี่สาวเล่นกับหนูด้วยดีไหม?”

            “ไม่เอา!”

            เด็กหญิงแลบลิ้นใส่หญิงสาวสวมแว่นกันแดด แล้วพูดว่า “พี่สาวใจร้าย ชอบแย่งลูกบอลของนันนัน นันนันไม่อยากเล่นกับพี่สาว นันนันอยากเล่นกับพี่ชาย”

            มือที่หญิงสาวสวมแว่นกันแดดยื่นไปลูบศีรษะเด็กหญิงชะงักค้าง ใบหน้าขาวผ่องฉาบไปด้วยความอึดอัดในทันที

            “ฮ่าๆ...”

            คู่สามีภรรยาวัยกลางคนมองเด็กหญิงด้วยรอยยิ้มเต็มใบหน้า แสดงออกถึงความเอ็นดูอย่างยิ่ง

            หลังจากกล่าวคำทักทายกับทุกคนแล้ว ครอบครัวนั้นก็เดินจากไป

            “ฉันก็ไม่อยากเล่นกับเธอเหมือนกัน เด็กเหลือขอ...”

            หญิงสาวสวมแว่นกันแดดพึมพำใส่ทิศทางที่ครอบครัวนั้นเดินจากไป มองชายหนุ่มรูปงามที่ยืนอยู่คนเดียว ดวงตาเป็นประกาย จึงคว้าแขนหญิงสาวผมยาวแล้วเดินเข้าไปหา

            “เฮ้ หนุ่มหล่อ ขอแอดเพื่อนหน่อยได้ไหม?”

            หญิงสาวสวมแว่นกันแดดยื่นโทรศัพท์มือถือออกมา พูดกับชายหนุ่มด้วยรอยยิ้ม

            ชายหนุ่มรูปงามลังเลเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้าตอบตกลง

            “ได้ครับ”

            ไม่นานนัก ทั้งสองก็เพิ่มเพื่อนในแอปพลิเคชันโซเชียลมีเดียกันเสร็จ หญิงสาวผมยาวก็ถูกเพิ่มเข้าไปด้วย

            “ลู่...เซิ่ง!”

            หญิงสาวสวมแว่นกันแดดอ่านชื่อที่ปรากฏบนโทรศัพท์ออกมา แล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ชื่อเท่จังเลย หนุ่มหล่อ ฉันไม่รบกวนแล้วนะ แล้วเจอกันใหม่”

            ชายหนุ่มพยักหน้าให้พวกเธอ แล้วมองพวกเธอเดินจากไป

            เมื่อหญิงสาวสวมแว่นกันแดดและหญิงสาวผมยาวเดินจากไป ลู่เซิ่งก็ค่อยๆ หุบรอยยิ้มบนใบหน้า ดวงตาแปรเปลี่ยนเป็นคมกริบขึ้นเรื่อยๆ

            เพียงไม่กี่ลมหายใจ บุคลิกของเขาก็แปรเปลี่ยนจากคนที่ดูไร้พิษสง กลายเป็นเย็นชาและยากจะคาดเดา

            “น่าสนใจ ในที่แบบนี้ยังเจอผู้มีพลังจิตได้...”

            ลู่เซิ่งมองไปยังทิศทางที่คู่สามีภรรยาวัยกลางคนเดินจากไป

            จุดหมายปลายทางของลู่เซิ่งคือส่วนลึกของเขาหนิวโถว เพราะไม่คุ้นชินกับสถานที่ และการเดินทางคนเดียวย่อมไม่สะดวก เขาจึงตัดสินใจสมัครเข้าร่วมกรุ๊ปทัวร์ไปยังเขาหนิวโถว

            จึงเกิดภาพเหตุการณ์เมื่อครู่นี้ขึ้น

            สิ่งที่ทำให้ลู่เซิ่งประหลาดใจก็คือ ในกรุ๊ปทัวร์เล็กๆ ที่มีสมาชิกไม่ถึงสามสิบคนนี้ กลับซ่อนนักสู้ทางการถึงสองคน และผู้มีพลังจิตระดับสองอีกหนึ่งคน

            สองสาวที่เพิ่งเพิ่มเพื่อนกับเขาเมื่อครู่นี้

            หญิงสาวสวมแว่นกันแดดชื่อเจิ้งตันตัน ส่วนหญิงสาวผมยาวตรงชื่อหลินจื่อซาน ทั้งสองคนเป็นนักสู้ทางการที่มีค่าพลังชีวิตเกิน 1.5

            โดยเฉพาะหลินจื่อซาน ยังเป็นนักสู้ระดับสองอีกด้วย

            ส่วนเด็กหญิงชุดแดงที่ดึงมือเขาไม่ยอมปล่อยเมื่อครู่นี้ ผู้เป็นพ่อ ชายวัยกลางคนที่ดูสุภาพอ่อนโยน กลับเป็นผู้มีพลังจิตระดับสองที่หาได้ยาก

            “แต่เขาน่าจะยังไม่รู้ตัวตนของฉัน อย่างมากก็แค่รู้สึกว่าฉันฝึกฝนศิลปะการต่อสู้...”

            ในเรื่องนี้ ลู่เซิ่งยังคงมั่นใจในตัวเอง

            หลังจากเจตจำนงของปรมาจารย์ก่อตัวขึ้น พลังจิตของลู่เซิ่งก็ถูกควบแน่นอย่างมาก จนยุบตัวกลายเป็นดวงอาทิตย์สีทองอร่ามอยู่ในแกนสมอง

            ตราบใดที่เขาไม่ปลดปล่อยออกมา คนทั่วไปไม่มีทางรู้ได้เลยว่าพลังจิตของเขานั้นแข็งแกร่งเพียงใด

            “ไม่ว่าคนพวกนี้จะมาเขาหนิวโถวด้วยจุดประสงค์อะไร ตราบใดที่ไม่ขัดขวางเป้าหมายของฉันก็แล้วไป แต่ถ้าบังเอิญขัดขวางละก็...”

            ลู่เซิ่งพึมพำกับตัวเองด้วยสีหน้าสงบว่า “ก็คงต้องกำจัดทิ้งเท่านั้น”

            กล่าวจบ ลู่เซิ่งก็ลากกระเป๋าเดินทาง เดินไปยังทิศทางของบ้านพักบนภูเขา

            ...

            “ว้าว ที่นี่บรรยากาศดีจังเลย มองเห็นลำธารฝั่งตรงข้ามด้วย เธอว่าตอนเช้าตื่นมาจะได้กลิ่นดอกไม้ใบหญ้าไหมนะ...”

            เจิ้งตันตันทิ้งกระเป๋าเดินทางทันทีที่เข้าห้องพัก ถอดแว่นกันแดดออก แล้ววิ่งไปยังระเบียงห้องพัก ใบหน้าเต็มไปด้วยความยินดีและความสุข

            “เมื่อกี้เธอยังบ่นว่าที่นี่ล้าหลังอยู่เลยไม่ใช่เหรอ?”

            “เมื่อกี้ก็ส่วนเมื่อกี้ ตอนนี้ก็ส่วนตอนนี้”

            เจิ้งตันตันชูโทรศัพท์มือถือขึ้นมา ส่งสายตา “เธอคงเข้าใจนะ” ให้หลินจื่อซาน

            หลินจื่อซานได้แต่ส่ายหน้าอย่างจนใจ พูดอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “ฉันว่าไม่ใช่เพราะวิวสวยหรอกมั้ง แต่เป็นเพราะใครบางคนกำลังใจเต้นมากกว่า”

            “ฮิๆ...”

            เจิ้งตันตันพูดด้วยรอยยิ้มว่า “เดี๋ยวนี้หาหนุ่มหล่อคุณภาพดีแบบนี้ยากนะ

            หนุ่มน้อย หน้าตาดี ผิวพรรณดี หุ่นดี แถมยังมีน้ำใจและอ่อนโยน เป็นหนุ่มน้อยในอุดมคติเลย

            อย่าหาว่าฉันไม่แบ่งนะ ถ้าเธอชอบ ฉันจะยกให้”

            หลินจื่อซานส่ายหน้า “ไม่ดีกว่า ฉันไม่ชอบผู้ชายไม่มีมาดแบบนั้น เธอเก็บไว้เองเถอะ ส่วนเพื่อนในแอป ฉันจะลบแล้วนะ...”

            “อย่าเพิ่งสิ เธอบอกว่าไม่ชอบ แต่ฉันชอบนะ”

            เจิ้งตันตันร้องขึ้น “ไม่แน่ว่าต่อไปเขาอาจจะเป็นแฟนฉันก็ได้นะ ถ้าเธอลบเพื่อนเขาไป ฉันจะอายมาก...

            ว่าแต่ เธอยังคิดถึงเฉินเฟยอยู่อีกเหรอ”

            เจิ้งตันตันเปลี่ยนเรื่อง แล้วเริ่มปลอบใจหลินจื่อซาน

            “ถ้าจะให้ฉันพูดนะ ผู้ชายเฮงซวยแบบนั้นมีอะไรให้เธอต้องเสียใจด้วย ไม่ใช่แค่พรสวรรค์ด้านศิลปะการต่อสู้ดีกว่าหน่อยหรอกเหรอ หน้าตาก็ไม่ได้หล่อ แถมยังเจ้าชู้ โปรยเสน่ห์ไปทั่ว

            สู้ลู่เซิ่งของฉันไม่ได้เลยสักนิด...

            อีกอย่าง เธอกับเขาไม่เคยจับมือกันด้วยซ้ำ จะเรียกว่าแฟนได้ยังไง เสียใจไปก็เปล่าประโยชน์

            ไม่แน่ว่าในใจเขาอาจจะไม่ได้คิดอะไรกับเธอเลยก็ได้”

            สีหน้าของหลินจื่อซานหม่นหมองลง ไม่พูดอะไรสักคำ

            เธอและเจิ้งตันตันเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยตงหนิง ทั้งคู่เรียนอยู่ชั้นปีสอง

            เฉินเฟยที่เจิ้งตันตันพูดถึงคือประธานชมรมนักศึกษาศิลปะการต่อสู้ ถือเป็นแฟนเก่าของหลินจื่อซาน

            อย่างที่เจิ้งตันตันพูด เฉินเฟยมีพรสวรรค์ด้านศิลปะการต่อสู้ดี ปากหวาน เอาใจเก่ง ทำให้หลินจื่อซานที่ไร้เดียงสาในตอนเข้ามหาวิทยาลัยใหม่ๆ ถูกหลอกจนเสียท่า กลายเป็นแฟนของเขาอย่างงงๆ

            แต่เพราะหลินจื่อซานเป็นคนหัวโบราณ เฉินเฟยจึงค่อยๆ หมดความอดทนกับเธอ

            กว่าหลินจื่อซานจะรู้ตัว เฉินเฟยก็แอบคบกับแฟนคนอื่นไปหลายคนแล้ว

            จึงเป็นที่มาของการเดินทางพักผ่อนที่เขาหนิวโถวในครั้งนี้

            “พอๆ เลิกพูดเรื่องผู้ชายได้แล้ว ในโลกนี้ยังมีผู้ชายอีกเยอะแยะ เธอสวยขนาดนี้ หุ่นก็ดี แถมยังเป็นนักสู้ระดับสองอีกต่างหาก กลัวว่าจะหาแฟนไม่ได้เหรอ?

            ใช้ชีวิตให้คุ้มค่า และสนุกไปกับช่วงวัยรุ่นน่ะดีที่สุดแล้ว”

            เจิ้งตันตันตบไหล่หลินจื่อซาน จากนั้นก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา เลือกรายชื่อเพื่อนคนหนึ่ง แล้วส่งข้อความไปอย่างมีความสุข

            “พี่ชาย พี่ชาย ถึงห้องพักแล้วเหรอคะ? (น่ารัก)”

            “...”

            หลินจื่อซานมองเพื่อนสนิทที่กำลังทำอะไรแผลงๆ อย่างจนปัญญา หันไปมองวิวทิวทัศน์นอกหน้าต่าง พลันรู้สึกว่าตอนนี้ก็ดีเหมือนกัน

            อย่างน้อย ความเศร้าจากการอกหักก็จางหายไปในพริบตา

            ...

            “วิ่งช้าๆ หน่อย พื้นไม่เรียบ ระวังล้มนะ”

            หญิงงามวัยกลางคนเดินตามหลังเด็กหญิงตัวน้อย คอยเตือนด้วยความเป็นห่วง

            ข้างๆ เธอมีชายหนุ่มผู้มีบุคลิกอ่อนโยนเดินเข้าไปในห้อง แววตาเปล่งประกายประหลาด พลังที่มองไม่เห็นแผ่ซ่านออกมา ห่อหุ้มห้องทั้งห้องไว้ในชั่วพริบตา

            ครู่ต่อมา แสงในดวงตาของชายหนุ่มก็ดับวูบลง พูดว่า “ไม่มีกล้องวงจรปิด ไม่มีเครื่องติดตาม ห้องนี้สะอาดมาก”

            หญิงงามอุ้มเด็กหญิงขึ้นเตียง แล้วหันกลับมาพูดเสียงเบาว่า “คุณก็ระวังตัวมากเกินไปแล้ว ถึงแม้อู๋ซีจิ้งจะมีอิทธิพลมากในเป่าติ้ง แต่จะสามารถยื่นมือมาถึงเขาหนิวโถวได้เลยเหรอ?”

            “พาคุณกับนันนันมาด้วย ระวังตัวไว้ก่อนจึงดีที่สุด”

            ชายหนุ่มผู้มีบุคลิกอ่อนโยนกล่าวเสียงหนักแน่น “อย่าลืมว่าตอนนี้พวกเรากำลังหนีเอาชีวิตรอด อู๋ซีจิ้งเป็นผู้มีพลังจิตระดับสามที่มีชื่อเสียงมานาน ฉายา ‘ปีศาจแมงมุมตาม่วง’ เป็นคนใจแคบ คิดเล็กคิดน้อย

            ถ้าไปทำให้เขาขุ่นเคืองใจ จะต้องได้รับการแก้แค้นอย่างแน่นอน

            หวังว่าพวกเราจะสามารถหลบหนีจากการตามล่าของเขาได้โดยง่าย ขอแค่หลบซ่อนตัวอยู่ที่ค่ายเซียนหลินสักปีครึ่ง ก็น่าจะไม่มีอะไรแล้ว

            ถ้าถูกเขาตามตัวเจอจริงๆ ก็ยังมีพ่อของเธออยู่ พวกเราสองคนระดับสองร่วมมือกัน อาจจะสามารถรับมือกับเขาได้บ้าง

            แน่นอนว่า นั่นคือผลลัพธ์ที่เลวร้ายที่สุดแล้ว”

            “เฮ้อ หวังว่าจะราบรื่นปลอดภัย”

            หญิงงามถอนหายใจเบาๆ แล้วพูดว่า “ไม่ได้เจอพ่อมานานแล้ว ไม่รู้ว่าท่านสบายดีไหม”

            แววตาของชายหนุ่มผู้มีบุคลิกอ่อนโยนอ่อนลง เขาก้าวไปข้างหน้า โอบกอดหญิงงามเบาๆ แล้วปลอบโยนเสียงเบาว่า “พ่อของเธอฝึกฝนศิลปะการต่อสู้ไม่ด้อยกว่าใคร แถมยังเป็นผู้มีพลังจิตระดับสองขั้นสุดยอด บางทีตอนนี้อาจจะเลื่อนเป็นระดับสามแล้วก็ได้ ยังหนุ่มยังแน่น สุขภาพร่างกายจะมีปัญหาอะไรได้....

            วางใจเถอะ ผมจะไม่ยอมให้คุณกับนันนันได้รับอันตรายแน่นอน”

            หญิงงามพยักหน้า พิงอกของชายหนุ่มเบาๆ รู้สึกอุ่นใจขึ้นมาเล็กน้อย

            ไม่ไกลออกไป เด็กหญิงตัวน้อยในชุดกระโปรงสีแดงยืนอยู่บนเตียง ถือลูกบอลพลาสติกลูกน้อย กระโดดโลดเต้น หัวเราะคิกคักไม่หยุด...

            ...

            ลู่เซิ่งเดินเข้าไปในห้องพักที่บริษัททัวร์จัดเตรียมไว้ให้ กวาดสายตามองโดยรอบอย่างคร่าวๆ ไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ จึงวางสัมภาระลง

            เขาจัดข้าวของเล็กน้อย แล้วนั่งลงบนเตียง หยิบขวดแก้วขนาดเล็กออกมาจากกระเป๋า

            ในขวดบรรจุยาเม็ดสีดำสนิทสิบกว่าเม็ด

            ลู่เซิ่งเทออกมาเม็ดหนึ่ง โยนเข้าปาก

            รู้สึกได้ว่ายาบำรุงไขกระดูกแตกตัวในร่างกาย กลายเป็นกระแสความร้อนที่ไหลเวียนไปยังแขนขา เขาจึงเริ่มฝึกฝนท่าทางตามใน “วิชาฝึกร่างกายแห่งดาวฤกษ์”

            กระบวนการนี้ดำเนินต่อไปจนกระทั่งท้องฟ้ามืดสนิท

            ลู่เซิ่งจึงหยุด

            รู้สึกว่าค่าพลังชีวิตเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ความคืบหน้าในการหลอมกระดูกด้วยกายทองอมตะก็ก้าวหน้าไปอีกขั้น ลู่เซิ่งก็เผยรอยยิ้มพึงพอใจออกมาบนใบหน้า

            “มียาเม็ดช่วยเสริม มันเร็วกว่าเดิมมากจริงๆ

            ถ้าเป็นไปตามความคืบหน้านี้ คาดว่าไม่เกินสองเดือน ฉันก็จะสามารถสำเร็จการฝึกฝนกายทองอมตะขั้นแรก สร้างพลังภายใน ก้าวเข้าสู่แถวหน้านักสู้ระดับสี่ได้อย่างเป็นทางการ...”

    คล้ายกับเรื่อง[นิยายแปล] Logging 10000 Years into the Future - เทพไร้พ่าย ลุยเดี่ยวอนาคตหมื่นปี【จบ】 ที่คุณอ่าน