"นิยายบ้า ๆ วัน ๆ ไม่ทำอะไร เอาแต่อุ่นเตียง"
"ท่านว่าอะไรนะเ้าคะ" หลินหลงที่กำลังจัดแต่งทรงผมให้ไป๋เจินจูเอ่ยถาม ด้วยความที่เป็สาวใช้คนสนิทที่ติดตามมาจากจวน เมื่อเห็นไป๋เจินจูพูดพึมพำ ภาษาที่ได้ยินก็แปร่งหูจึงอดถามด้วยความสงสัยไม่ได้
"ปะ เปล่า ไม่มีอะไรหรอก" นางรีบกลืนคำพูดที่เหลือลงท้อง ยกมือขึ้นนวดไหล่ตัวเองใบหน้าบูดบึ้ง "ข้าก็แค่...คิดอะไรนิดหน่อย"
"อย่าดิ้นสิเ้าคะ..." หลินหลงบอกเ้านายเสียงนุ่ม มองทรงผมที่นางจัดแต่งอย่างภูมิใจ "เสร็จแล้วเ้าค่ะ วันนี้คุณหนู ...พระชายางามมากนะเ้าคะ ไม่สิ ท่านงดงามอยู่แล้ว"
"ปากหวาน..." นางอมยิ้ม ใครบ้างจะไม่ชอบเวลาถูกชม ไป๋เจินจู เอียงศรีษะ มองผ่านกระจกอย่างพึงพอใจ
"วันนี้พระชายาจะเริ่มจัดระเบียบตำหนักเลยหรือเปล่าเ้าคะ" หลินหลงถามขึ้น ั้แ่แต่งเข้าตำหนักองค์รัชทายาท นี่ก็ผ่านมาเจ็ดวัน เ้านายตนถึงได้ออกมาเห็นเดือนเห็นตะวัน
ถูกองค์รัชทายาทกักขังไว้แต่ในห้องหอเจ็ดวันเจ็ดคืน ช่างน่าสงสารพระชายา พอได้มาปรนนิบัติวันนี้ นางก็ต้องแอบทอดถอนใจ...
พระชายาเนื้อตัวมีแต่ร่องรอยรักประทับทั่ว ใต้ตาดำคล้ำเหมือนคนอดนอน รูปร่างที่บอบบางน่าทะนุถนอมก็ดูผอมลง องค์รัชทายาทช่างใจร้ายจริง!
"อืม" ไป๋เจินจูยกมือปิดปากหาว ใจจริงอยากนอนให้สมกับที่นอนไม่เต็มอิ่มมาหลายวัน แต่เพราะภาระหน้าที่พระชายาจึงฝืนลืมตาขึ้น "เรียกพวกเขามาพบข้าที่ห้องโถงก็แล้วกัน"
"เ้าค่ะ..."
ไม่นานบรรดาข้ารับใช้ทั้งตำหนักองค์รัชทายาทก็ยืนเรียงรายเบื้องหน้า ไป๋เจินจูนั่งตาปรือตาจะหลับมิหลับเหล่ นางโบกมือให้หลินหลงแจ้งกฏและระเบียบของตำหนักที่ร่างขึ้นใหม่ เพราะนั่งฟังไปเพลิน ๆ สุดท้ายนางก็เผลอหลับกลางอากาศ
บรรดาข้ารับใช้เมื่อเห็นพระชายาที่เหน็ดเหนื่อยจากการปรนนิบัติสวามี นั่งหลับไปเสียอย่างนั้น ต่างส่งสายตาแสดงความเห็นใจให้ บางสายตาก็เต็มไปด้วยความชื่นชม...
พระชายาผู้นี้อายุก็เพิ่งพ้นวัยปักปิ่น แต่กลับรับมือองค์รัชทายาทผู้สง่างามและมีพละกำลังมากได้ถึงขนาดเจ็ดวันเจ็ดคืน น่านับถือ ๆ
หลินหลงร่ายกฏและชี้แจงรายละเอียดต่างๆ จนครบ ก็โบกมือให้ทั้งหมดกลับไปทำงานต่อ นางหันไปอีกทีพระชายาก็นั่งหลับไปเสียแล้ว
"เฮ้อ น่าสงสารพระชายาจริง ๆ " หลินหลงมองเ้านายตนแล้วรำพึงรำพัน
.....................................
ไป๋เจินจูสะดุ้งตื่น พอลืมตามองในห้องก็มืดมิดเสียแล้ว มีเพียงแสงจากเปลวเทียนตรงหัวเตียงเท่านั้นที่ทำให้นางพอจะมองเห็นราง ๆ
เสียงขยับตัวของนางทำให้หลินหลงที่เฝ้าอยู่นอกม่านกั้นร้องถาม
"พระชายาตื่นแล้วหรือเ้าคะ"
"อืม"
"ท่านหลับไปนานมาก ตอนนี้มืดแล้วเ้าค่ะ"
"เวลาใดแล้วหลินหลง"
"ตอนนี้ยามโหย่วแล้วเ้าค่ะ"
นางย่นคิ้วจนแทบจะชนกัน รู้สึกเหมือนขาดอะไรไปบางอย่าง...
"รัชทายาทล่ะ" จู่ ๆ ก็หลุดปากถามออกไป นางใยกมือขึ้นปิดริมฝีปาก
"องค์รัชทายาทถูกฝ่าาเรียกตัวเพคะ" หลินหลงรายงานยิ้ม ๆ หลังม่าน "หลังจากที่ท่าน เอ่อ หลับไป องค์รัชทายาทก็กลับมาพอดี จึงอุ้มท่านเข้ามานอน ไม่นานขันทีของฝ่าาก็มา บอกว่าฝ่าามีรับสั่งให้องค์รัชทายาทเข้าเฝ้า ไปั้แ่ยามเว่ยตอนนี้ยังไม่กลับเ้าค่ะ"
"อ๋อ" นางรับคำในลำคอ ยังคงรู้สึกง่วงงุน จึงล้มตัวนอนต่อ
"พระชายาไม่ชำระกายหรือเ้าคะ" หลินหลงร้องถาม เมื่อไม่ได้ยินเสียงหลังม่านอีก
"ไม่ล่ะ ข้าจะนอนต่อแล้ว เ้าออกไปเถอะ" นางซุกตัวใต้ผ้าห่ม โบกมือไล่
หลินหลงรับคำเสียงเบา แล้วออกจากห้องไป
"อากาศเย็นขนาดนี้ใครจะบ้าอาบน้ำกัน..." นางพึมพำกับผ้าห่ม หลับตา พลางขมวดคิ้ว "เ้ารัชทายาทหื่นกามไม่อยู่ก็ดีเหมือนกัน ข้าจะได้พักบ้าง..."
ไม่นานไป๋เจินจูก็เข้าสู่ห้วงนิทราอีกครั้ง
ยามซวี หลี่รุ่ยเดินเข้าตำหนัก เขาโบกมือไล่ข้ารับใช้ที่เฝ้าหน้าประตูห้องออกไปให้หมด แล้วเดินเข้าไปในห้องนอน มองผ่านม่านกั้นบาง ๆ เห็นพระชายาตัวน้อยนอนขดตัวในผ้าห่ม หลับตาพริ้ม ท่าทางสบาย
"สบายจริง"
เขามองแล้วส่งเสียงขึ้นจมูก นึกไม่สบอารมณ์เสียเลย เมื่อนึกถึงเื่ที่เจอวันนี้ เห็นชายารักนอนหลับอย่างสบายใจ แต่เขากลับต้องมาปวดหัวกับเื่ที่เสด็จพ่อจะให้แต่งชายารองเข้าตำหนัก!
คิดแล้วก็ปีนขึ้นเตียง ล้มตัวลงทับไป๋เจินจู ใบหน้าหล่อเหลาฝังลงกับซอกคอนาง...
อึดอัด!
ไป๋เจินจูขมวดคิ้วทั้งที่ยังหลับตา จู่ก็ขยับตัวไม่ได้ หายใจไม่ออก
หรือผีจะอำ!
นางเริ่มเหงื่อออก สองขาขยับไปมา รู้สึกปวดหน้าอกทั้งสองข้างจึงค่อย ๆ ลืมตาขึ้น
ในความมืด แสงเทียนสลัว บุรุษผู้หนึ่งนอนทับตัวนาง สองมือขย้ำหน้าอก ใบหน้าซุกอยู่ตรงซอกคอ เห็นแต่เรือนผมยาวดกดำ
หลี่รุ่ย รัชทายาทหื่นกามผู้นี้นี่!
ไป๋เจินจูหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก ความรู้สึกถูกลวนลามยามหลับเหมือนผีอำ ทั้งหนัก ทั้งหายใจลำบาก นางขยับตัว ปากก็ร้อง
"ทะ ท่าน ปล่อยข้า...ข้าหายใจไม่ออก"
หลี่รุ่ยเงยหน้าขึ้น มองนาง แล้วยิ้มมุมปาก นางกำลังจะอ้าปากต่อว่ากลับถูกเขายื่นใบหน้ามาใกล้แล้วกัดริมฝีปากจนเจ็บแปล๊บ
"โอ๊ย! "
นางน้ำตาเล็ดเพราะความเจ็บ รู้สึกถึงความเค็มจากรสโลหิต บุรุษบ้าผู้นี้กัดนางจนเืออก
"เจ็บหรือชายารัก..." เขาก้มลงริมฝีปากชิดอีกครั้ง ครานี้มีได้ขบกัด แต่กลับแลบลิ้นเลียเบา ๆ ซับรอยเืจนแห้งหายไป
"..." ไปเจินจูปล่อยให้อีกฝ่ายเล็มริมฝีปากเงียบ ๆ ตอนนี้นางทั้งโมโห และหงุดหงิดที่ถูกปลุกกลางดึก หงุดหงิดจนไม่อยากพูดอะไรด้วยซ้ำ!
นางทำตัวแข็งทื่อ เมื่อถูกฝ่ามือร้อนลูบไล้ ผ้าห่มหายไปเมื่อไรก็ไม่รู้ เสื้อผ้าถูกเปลื้องออก เผยผิวขาวนวลเนียนกระทบแสงจันทร์
"โกรธข้าหรือ...โมโหข้าใช่หรือไม่..."
รู้แล้วยังจะถาม!
นางเม้มริมฝีปาก อยากยกเข่าเตะผ่าหมากนัก!
หลี่รุ่ยเห็นนางไม่ปริปากก็ยิ่งทวีความขุ่นเคืองในใจ หากเขาบอกนางว่าเสด็จพ่อให้รับชายารองเข้าตำหนัก อยากจะรู้นักนางจะตอบว่าอย่างไร
"ท่านเป็อะไร หือ" นางเอ่ยถาม เมื่อจู่ ๆ เขาก็ล้มตัวนอนทับนางอีกครั้ง ใบหน้าฝังอยู่บนทรวงอก
"เสด็จพ่อมีรับสั่งให้ข้ารับชายารองเข้าตำหนัก..." เขาบอกเสียงอู้อี้กับอกนาง
"อ๋อ" ไป๋เจินจูเหม่อมองเพดาน รับคำในลำคอ ชายารองรึ...ก็คือเมียน้อยสินะ ยุคจีนโบราณก็แบบนี้ ยิ่งเป็องค์รัชทายาท จะมีเมียเดียวคงเป็ไม่ไม่ได้ นางคิด
"เ้า...เห็นด้วยหรือไม่ หากข้ามีชายารอง"
"ถามข้า? " นางสบตาเขาในความมืด หลี่รุ่ยเงยหน้ามองนาง รอฟังคำตอบ "ข้า...ก็มิได้ว่าอะไรนี่ มันเป็หน้าที่อยู่แล้ว ข้า จะเป็พระชายาที่ดี หากท่านจะรับชายารอง ข้าก็มิขัดข้อง ข้าจะดูแลนางให้ดี จะใจกว้าง ท่านสบายใจได้..."
"เ้าจะเป็พระชายาที่ดี? "
"ใช่สิ" นางตอบรับอย่างรวดเร็ว ถึงแม้น้ำเสียงของอีกฝ่ายจะดูเยือกเย็นแปลก ๆ "ข้าเห็นด้วยกับท่าน ท่านแต่งชายารองเข้ามาเถอะ"
"ข้าบอกหรือว่า้าแต่งชายารอง..." เขาเลื่อนฝ่ามือขึ้นบีบเคล้นซาลาเปาน้อย ออกแรงจนไป๋เจินจูนิ่วหน้า หลี่รุ่ยรู้สึก้าระบายอารมณ์ แต่งเข้ามาเป็พระชายาได้กี่วัน ก็ทำเหมือนจะโยนเขาให้สตรีผู้อื่น ไม่อยากปรนนิบัติสวามีอย่างเขารึ!
"อะ หลี่รุ่ย! "
ไป๋เจินจูหวีดร้อง เมื่อจู่ ๆ ก็ถูกจับพลิกตัว ก่อนจะถูก หนักหน่วง และ ร้อนแรง...
เขาเป็บ้าอะไร! นางก่นด่าในใจ แต่ร่างกายกลับขยับไปตามธรรมชาติ เพราะถูกเคี่ยวกรำมาหลายวันหลายคืน ร่างกายของนางจึงไม่ใช่ของตัวเองอีกต่อไป พอถูกกระตุ้น...ก็จำยอมให้บุรุษมักมากผู้นี้กระทำตามใจชอบ
นางไม่ได้เต็มใจนะ ไม่ได้เต็มใจ!
"เจินจู..." เขาพึมพำเสียงแหบพร่าขณะเคลื่อนไหว โน้มใบหน้าเข้าใกล้ใบหูนางแล้วขบกัด...
"อื้อ..." นางกัดริมฝีปากอดกลั้นเสียงคราง วันนี้ทั้งถูกแทงถูกกัด นางทำผิดอะไรหรือ!
ถูกองค์รัชทายาทจับพลิกหงายตลอดทั้งคืนจนถึงรุ่งเช้า ไป๋เจินจูนอนแผ่หมดสภาพบนเตียง...หลังจากเขาอุ้มนางไปอาบน้ำชำระกายเสร็จ ก็แต่งตัวให้นางด้วยตัวเอง ทำเหมือนสามีภรรยารักใคร่ปรองดองกัน บรรดาสาวใช้ ต่างอมยิ้ม สายตาที่มองนางเต็มไปด้วยความอิจฉา
"ข้าเข้าวังก่อนนะชายารัก" เขาโน้มใบหน้ามาใกล้แล้วจูบหน้าผากมนเบา ๆ ท่าทางยิ้มแย้มอารมณ์ดี
ไป๋เจินจูทำปากคว่ำ สายตามองสวามีตนอย่างทิ่มแทง
"เื่ที่ข้าถามเ้าเมื่อคืนก็ลืมมันไปซะ...หากเสด็จแม่เรียกเ้าไปขอความเห็น เ้าคงรู้นะว่าจะตอบเยี่ยงไร..."
"..." นางกัดริมฝีปาก สุดท้ายก็ตะแคงตัวหนี ได้ยินเสียงหัวเราะก่อนเงียบหายไปยิ่งโมโหจนทุบเตียงครั้งหนึ่ง
หลินหลงที่เห็นองค์รัชทายาทเดินออกตำหนักไป ก็ก้าวเข้ามาปรนนิบัติไป๋เจินจูตามปกติ ปากก็ว่า
"ดูเหมือนพระชายาจะเป็ที่รักขององค์รัชทายาทนะเพคะ...ดูสิ มิให้พวกหม่อมฉันเข้ามาปรนนิบัติ ทั้งที่ฐานะสูงศักดิ์ปานนั้น กลับลงมืออาบน้ำแต่งกายให้พระชายาเอง"
ไป๋เจินจูดึงแขนเสื้อขึ้นกัด ข่มกลั้นความรู้สึกอยากจะกรี๊ดให้ตำหนักะเื
รักบ้าบออะไร บุรุษผู้นั้นคือเสือหิวชัด ๆ
กลับเข้าตำหนักก็มากอดรัดฟันแทงนางจนสาสมใจ ยามเฉินก็เดินตัวเบาเข้าวัง เห็นนางเป็อะไร เครื่องบำบัดความใคร่รึ!
มาถามนางเื่รับชายารองบ้าบอนั่น พอนางออกความคิดเห็นเขากลับดุร้ายรังแกนางจนปวดเอว ปวดเข่า!
แถมยังข่มขู่นางกลาย ๆ ว่าหากถูกฮองเฮาเรียกไปขอความเห็นก็ต้องปฏิเสธ นางจะทำอะไรได้รึ ทั้งที่ใจอยากจะหาสตรีนางอื่นมาช่วยแบ่งเบาภาระงานหนักยามกลางคืน แต่์ไม่เป็ใจ...
เขากล้าดีอะไร จะให้นางต้องรองรับภาระหนักหนาเพียงผู้เดียว