“เ้าเล่าอาซ่ง ไม่คิดจะกลับไปร่ำเรียนต่อหรือเข้าร่วมการสอบเป็ขุนนางบ้างเลยหรือไร” เซียวหยุนหันมาถามบุตรชายคนเล็ก
“ไม่แล้วล่ะท่านพ่อ ข้าตั้งใจแต่แรกแล้วว่าจะเข้าเรียนในสำนักศึกษาก็เพื่อเสริมความรู้ให้ตนเองเพียงเท่านั้น ใจข้าคิดอยากจะมาช่วยกิจการในสกุลเซียวเพียงอย่างเดียว พวกเรามีกันแค่สองพี่น้อง พี่ใหญ่เข้าไปเดินในเส้นทางขุนนางแล้ว ก็จะไม่มีผู้ใดช่วยเหลือท่าน ข้าได้ลาออกจากสำนักศึกษาเก๋อหย่วนเรียบร้อยแล้วขอรับ” เซียวซ่งตอบผู้เป็บิดาอย่างสุภาพ
“น่าเสียดายเกินไป ความสามารถเ้าเหนือกว่าข้าด้วยซ้ำไปอาซ่ง หากเ้าอยากเป็ขุนนางก็ไม่ต้องกังวล กิจการในสกุลเซียวก็มีเพียงร้านเครื่องเขียนของเราเพียงแห่งเดียวเท่านั้น ให้ท่านพ่อจ้างคนมาดูแลก็ได้ เ้าไม่จำเป็ต้องฝืนใจทำอะไรเพื่อผู้ใดนะ”
“ไม่เลยขอรับพี่ใหญ่ ข้าชอบที่จะเป็อิสระเช่นนี้เอง อีกอย่างหากว่าท่านปู่ยอมย้ายมาอยู่เมืองหลวงกับพวกเรา ท่านพ่อก็จะไม่ต้องกังวลใจ แต่นี่ท่านปู่ยืนกรานจะอยู่ในเมืองเป่ยเจิ้งต่อไป ไม่แน่ว่าข้าอาจจะกลับไปเปิดร้านที่เมืองเป่ยเจิ้งเพื่อดูแลท่านปู่ได้สะดวกด้วยขอรับ”
สกุลเซียวเวลานี้มีทรัพย์สินเงินทองไม่น้อย แต่หากเทียบกับสกุลผิงก็ยังห่างชั้นกันอยู่อีกไกลโข พวกเขาใช้เงินที่หามาได้ไปกับการขยายกิจการร้านค้าจากเล็ก แล้วค่อยๆ ใหญ่ขึ้น เพิ่มจำนวนสินค้าให้หลากหลายขึ้นเพียงเท่านั้น แม้แต่บ่าวรับใช้ในสกุลพวกเขาก็ไม่ได้หาซื้อมามากเกินความจำเป็ สิ่งใดที่ทำเองได้ก็ทำเอง ใช้ชีวิตกันอย่างสมถะอย่างที่เคยเป็เมื่อครั้งยังอยู่ในหมู่บ้านผูหลง
เซียวอวี๋ผู้ชราก็ไม่ยินยอมให้พวกเขาส่งเงินทองกลับไปยังหมู่บ้านผูหลง ด้วยเกรงว่าตนเองอยู่ตัวคนเดียว การมีทรัพย์สินเงินทองติดกายมากเกินไปก็จะเป็อันตราย เซียวหยุนจึงทำเพียงแค่ส่งของขวัญตามเทศกาลกลับไปให้บิดาเป็ครั้งคราวเพียงเท่านั้น ไม่ว่าพวกเขาจะพยายามขอร้องเท่าใดเซียวอวี๋ก็ไม่ยอมที่จะย้ายเข้ามาอยู่ในเมืองหลวงอย่างเด็ดขาด
“ข้าพอจะมองออกมาว่าท่านผู้เฒ่าผิงชมชอบเ้าไม่น้อยเลยอาซ่ง สายตาที่เขามองเ้ากับมองหลานสาวจินเยว่นั้นดูเหมือนว่าอยากจะจับคู่ให้เ้าทั้งสองคน พ่อจึงอยากจะเตือนเ้าไว้สักหน่อย ข้าไม่อาจรับน้ำใจของคนสกุลผิงไปมากกว่านี้แล้ว เรากับเขายังต่างกันอยู่”
หากจะกล่าวถึงเื่การเลือกคู่ครอง การที่สองสกุลมีฐานะทางสังคมหรือทางการเงินเท่าเทียมกันย่อมเหมาะสมกันเป็ที่สุด แต่หากไม่เป็เช่นนั้น สตรีก็มักจะเลือกบุรุษสกุลที่สูงกว่า บุรุษต้องเลือกสตรีที่สกุลด้อยกว่า เช่นนี้คู่แต่งงานก็จะช่วยเหลือและแสดงอำนาจปกครองกันได้เหมาะสม ไม่ต้องให้คู่สมรสต้องอึดอัดใจ
ถ้าผิงเก่ออยากได้เซียวซ่งเป็หลานเขย ดูแล้วต่อไปบุตรชายคนเล็กของตนคงไม่สามารถมีปากมีเสียงเหนือคนสกุลผิงได้เลยแม้แต่นิด แม้ในใจตนจะไม่ได้ตั้งท่ารังเกียจพวกเขา และรู้ดีว่าผิงเก่อกับผิงซีหวงเอ็นดูบุตรชายตนมากเพียงใด แต่หากเลี่ยงได้ก็ควรเลี่ยง อีกอย่างคุณหนูผิงผู้นั้นก็หาใช่เด็กสาวที่ธรรมดาไม่ นางเป็หลานสาวเพียงคนเดียวของสกุลผิง มีแต่คนตามใจ อารมณ์ร้อน เกรงว่าเซียวซ่งผู้สุภาพจะต้องใช้ความอดทนไม่น้อยหากต้องใช้ชีวิตร่วมกัน
“ท่านพ่อ นางยังเด็กอยู่” เซียวซ่งตอบสั้น ๆ แต่นี่ก็เพียงพอที่จะทำให้เซียวหยุนชะงักค้างไปครู่หนึ่ง เขารู้ว่าบุตรชายคนเล็กเข้าใจในความหมายที่เขาเอ่ยเตือน แต่เซียวซ่งกลับเลือกที่จะไม่ตอบรับหรือปฏิเสธออกมา เขาได้แต่ถอนหายใจออกมาเบาๆ เื่เช่นนี้คงต้องแล้วแต่วาสนาของแต่ละคนแล้ว
………
่เวลา 3 เดือนแรกในการรับตำแหน่งขุนนางขั้น 9 ของเซียวซ่าน เขาต้องผจญกับสายตาที่เหยียดหยามและคำซุบซิบนินทาด้วยความอดทนอดกลั้นมาโดยตลอด เดิมทีสกุลพ่อค้าก็มักจะถูกมองว่าเป็สกุลคนละชั้นกับตระกูลขุนนางอยู่แล้ว ยังดีที่ความสามารถของเขาเป็ที่ประจักษ์ หลังจากผ่าน 3 เดือนที่เขาทุ่มเทจิตใจไปกับการทำงานอย่างซื่อตรง ก็ทำให้ได้รับการต้อนรับจากสหายร่วมงานมากขึ้น จนในที่สุดทุกคนก็ลืมไปแล้วว่าบุรุษแซ่เซียวผู้นี้มาจากตระกูลพ่อค้า
ทางด้านผิงจินเยว่หลังจากที่เห็นท่าทีของท่านปู่ นางก็ถือโอกาสใช้การออกไปหาเซียวซ่งที่ร้านค้าของสกุลเซียวเป็ข้ออ้างในการออกไปเที่ยวเล่นนอกจวน แวะเวียนมาหาเขาอยู่บ่อยครั้งจนกลายเป็ภาพที่ชาวบ้านชาวเมืองพบเห็นเป็ประจำ
เด็กสาวเองก็พึงพอใจที่ตนเองตกเป็เป้าสายตาของคนมากมาย นางชื่นชอบการโอ้อวดโฉมและมีชื่อเสียง ซ้ำเซียวซ่งก็ยังได้รับความนิยมจากบรรดาหญิงสาวหลายสกุล เพราะยามนี้ไม่เพียงเขามีหน้าตาหล่อเหลารูปลักษณ์องอาจสง่างามเพียงเท่านั้น แต่ยังพ่วงด้วยการเป็น้องชายขุนนางเซียวซ่านผู้มีอนาคตอีกด้วย สตรีใดที่ตกแต่งให้คุณชายรองเซียวผู้นี้อย่างไรก็นับว่าได้ผูกสัมพันธ์เป็เครือญาติกันกับสกุลขุนนางแล้ว
จวนสกุลผิง
“น้องชาย หลานชายข้ายินดีด้วย มาให้ข้ารินสุราอวยพรให้พวกเ้าทั้งสองสักคราเถิด” ผิงซีหวงคว้ากาสุราจากมือบ่าวรับใช้มารินใส่ถ้วยชาด้วยตนเอง
“พี่ชายหากไม่ใช่เพราะท่านสนับสนุนในคราวนั้น วันนี้อาซ่านก็คงไม่เติบโตได้ดีถึงเพียงนี้ เป็พวกเราต่างหากที่ต้องคำนับสุราให้กับท่าน” เซียวหยุนรับถ้วยสุราจากพี่ชายต่างสกุลมาแล้วคำนับให้กับเขาก่อน
“ฮ่าๆ หากอาซ่านไม่มีความสามารถจะมีวันนี้ได้หรือน้องชาย เพียง 9 เดือน หลานชายก็ได้เลื่อนตำแหน่งจากขุนนางขั้น 9 เป็ขั้น 8 แล้ว ทั่วทั้งเมืองหลวงจะมีสักกี่คนกันเชียวที่มีความสามารถโดดเด่นเช่นเขา”
ในระยะเวลา 9 เดือน จากความพยายามอย่างสุดความสามารถของเซียวซ่าน ที่้าลบตำสบประมาทที่ว่าตนใช้เส้นสายเข้ามาเป็ขุนนาง เขาเป็เสมียนตัวเล็กๆ ที่มีหน้าที่จดบันทึกจำนวนสินค้าและวัสดุภัณฑ์ที่หลวงเก็บเข้าคลัง แต่หลังจากที่ทำงานโดยไม่ลาหยุดและไม่เคยผิดพลาด เผยจิ้งสหายของผิงซีหวงที่เป็ขุนนางขั้น 5 ก็ถวายฎีกาเสนอชื่อให้เขาเลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็ขุนนางขั้น 8 ทำหน้าที่จัดเก็บภาษีอากร
“ยังมีอีกนะอาหยุน ใต้เท้าเผยเองก็ชื่นชมเซียวซ่านไม่น้อยเลย ทั้งยังเปรยๆ ว่าบุตรสาวคนรองของเขาอายุ 18 ปีแล้วยังไม่ได้หมั้นหมายเพราะยังไม่พบบุรุษที่ถูกใจ เขากล่าวว่า หากบุตรสาวได้ออกเรือนไปกับบุรุษเช่นคุณชายใหญ่สกุลเซียวก็คงจะดีไม่น้อย ข้าว่าคำกล่าวลอยๆ เช่นนี้เป็การจงใจพูดให้ข้าได้ยิน ถ้าพวกเ้าไม่ว่ากระไรข้าจะเป็พ่อสื่อไปสู่ขอคุณหนูสกุลเผยให้หลานชายด้วยตัวเอง”
เซียวซ่านได้แต่ก้มหน้าลงด้วยความเขินอาย คุณหนูรองสกุลเผยผู้นี้เขาได้พบหน้ามาแล้วหลายครั้ง นางมีบุคลิกอ่อนโยนนิ่มนวล เขาเคยได้สนทนากับนางอยู่ไม่กี่ประโยคแต่ก็นับว่าถูกตาต้องใจกันอยู่บ้าง หากเป็เมื่อก่อนเขาคงไม่อาจหาญริอ่านจะเป็คางคกหมายกินเนื้อหงส์ แต่ยามนี้ตนเองนับว่าสร้างเนื้อสร้างตัวได้อย่างมั่นคงแล้ว จึงได้พยักหน้าสื่อความเป็นัยให้กับบิดาอย่างเต็มใจ
“ท่านพ่อข้าไปด้วยเ้าค่ะ ข้าอยากจะไปพบพี่หญิงหลั่นหลิงด้วย พี่ใหญ่ซ่านข้าย่อมกล่าวถึงท่านกับพี่หลั่นหลิงให้มากอยู่แล้ว วางใจข้าได้เลยเ้าค่ะ” เด็กสาวกุลีกุจอขันรับอาสา
นางย่อมสนับสนุนเซียวซ่านและเผยหลั่นหลิงอยู่แล้ว ยามนี้บุรุษที่คู่ควรกับนางยังไม่มีผู้ใดเหมาะสมมากไปกว่าเซียวซ่ง ถึงแม้จะมีคุณชายอีกหลายคนที่มีฐานะดีกว่าสกุลเซียวแต่ก็หาบุรุษรูปงามเกินกว่าเขาไม่ได้ อีกทั้งข้อจำกัดที่นางเป็เพียงบุตรีของพ่อค้าต่อให้ร่ำรวยเพียงใดหากจะแต่งให้กับสกุลขุนนางก็เป็ได้เพียงอนุภรรยาเท่านั้น หากนาง้าเป็ภรรยาเอกก็มีเพียงแต่งให้กับสกุลพ่อค้าเช่นเดียวกัน นับประสาอันใดกับเซียวซ่านที่มีพี่ชายที่กำลังก้าวหน้าในเส้นทางขุนนางกันเล่า
และสะใภ้ใหญ่สกุลเซียวต่อไปย่อมมีอำนาจเหนือสะใภ้รอง คุณหนูทายาทเพียงคนเดียวของสกุลผิงเช่นนางย่อมไม่ยินยอมจะถูกกดหัวให้ต่ำกว่าผู้ใดเป็แน่ เผยหลั่นหลิงผู้นี้นางสนิทสนมเป็อย่างดีและรู้ว่านางเป็สตรีหัวอ่อน หากได้เผยหลั่นหลิงมาเป็พี่สะใภ้ในอนาคตของนาง ต่อไปอำนาจภายในสกุลเซียวก็ไม่แน่ว่าจะต้องเป็สะใภ้ใหญ่ที่จะได้จัดการทุกอย่างอย่างเบ็ดเสร็จเท่านั้น