“ฮูหยิน้าสอบถามเราสองคนแม่ลูกเกี่ยวกับเื่ใดหรือเ้าคะ” เป่าซื่อถามขึ้นอย่างมีความหวัง นางก็คิดเหมือนลูกชายที่ว่าหากพวกนางมีงานทำ ต่อไปพวกนางก็ไม่จำเป็ต้องไปขอทานเขากินอีก ในอนาคตนางอยากจะเก็บเงินซื้อบ้านหลังเล็กๆ จากนั้นจะแต่งลูกสะใภ้ให้ลูกชายสักคน เมื่อแก่ตัวไป นางก็จะอยู่บ้านเลี้ยงหลาน ความฝันสูงสุดของนางมีเท่านี้
“ท่านป้าเคยอยู่กับสามีของท่านมานาน ทั้งยังเคยช่วยเขาทำงานที่โรงน้ำชาแห่งนี้ด้วย ตอนนั้นที่โรงน้ำชาขายขนมแบบใดบ้างหรือเ้าคะ” จูจื้อโหยวถาม แต่นางก็มองเป่าซื่ออย่างเกรงใจ เพราะนางกลัวว่าคำถามของนางจะไปสะกิดถึงอดีตของอีกฝ่าย “คำถามของข้าทำให้ท่านป้าลำบากใจหรือไม่เ้าคะ”
เป่าซื่อยิ้ม “ไม่ลำบากใจเลยเ้าค่ะ ตอนนั้นโรงน้ำชาแห่งนี้ขายขนมที่มีชื่อของแคว้นเรา โดยนายท่านของข้าได้ว่าจ้างพ่อครัวหลวงที่ปลดเกษียณแล้วมาช่วยงาน นอกจากนั้นยังมีขนมของดินแดนตะวันตกที่นายท่านเขียนสูตรขึ้นมาเอง แต่น่าเสียดายที่สูตรขนมพวกนั้นนายท่านเผาทิ้งไปหมดแล้ว”
“ท่านพอจะจำได้หรือไม่เ้าคะว่าขนมที่ว่ามีอะไรบ้าง”
“ข้าเรียกชื่อขนมอบพวกนั้นไม่ถูกเลยเ้าค่ะ รู้แต่ว่าขนมส่วนใหญ่จะทำมาจากแป้งสาลี ตอนนั้นข้าไม่ได้สนใจอะไรมากนัก แค่ช่วยงานตามที่พวกเขาบอกเท่านั้น อีกอย่างข้าก็ฟังภาษาที่พวกเขาพูดไม่ค่อยเข้าใจด้วย ดังนั้นงานส่วนใหญ่จึงเป็เพียงการนวดแป้งและการอบขนม”
“เช่นนั้นก็เหมาะเลยเ้าค่ะ ข้าทำขนมตะวันตกเป็หลายอย่างเพราะได้สูตรมาจากท่านอาจารย์ ในเมื่อท่านป้าเคยนวดแป้งกับอบขนมมาก่อน ข้าก็จะให้ท่านช่วยงานในครัว แต่ข้าจะให้ท่านทำในตำแหน่งคนคุมงานอีกที เพราะการนวดแป้งและตีแป้งต้องใช้กำลังมากพอสมควร ดังนั้นหน้าที่นี้ข้าจะรับสมัครเด็กสาวร่างกายแข็งแรงเข้ามาทำ ส่วนท่านป้าก็คอยสอนงานและควบคุมงานให้ข้าเท่านั้นก็พอ ท่านป้าอย่าคิดว่างานนี้เป็งานที่ง่ายและสบาย เพราะท่านต้องเอาประสบการณ์ที่มีมาใช้ควบคุมและสอนงานให้กับพวกนาง ไม่เช่นนั้นขนมที่ข้าทำออกขายจะไม่ได้มาตรฐาน”
“ฮูหยิน ท่านไว้ใจข้าถึงเพียงนั้นเลยหรือเ้าคะ”
“ไม่ใช่แค่เชื่อถือท่าน แต่ข้ายังเชื่อใจพี่จงด้วย เพราะนอกจากข้าจะให้ท่านเป็ผู้คุมงานในครัวแล้ว ข้ายังจะให้พี่จงเป็ผู้จัดการร้าน ไม่สิ...เป็หลงจู๊ทำหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยของร้านด้วย” จูจื้อโหยวยิ้มตอบ เพราะก่อนหน้านี้นางให้หงหลินช่วยตรวจสอบอุปนิสัยของสองแม่ลูกคู่นี้มาก่อนแล้ว และหงหลินก็ยืนยันแล้วว่าทั้งสองคนเป็คนดีและเชื่อถือได้
“หา! ท่านจะให้ข้าเป็หลงจู๊หรือขอรับ ฮูหยิน...ท่านคิดเื่นี้ใหม่อีกทีดีหรือไม่ขอรับ ความสามารถของข้ามีไม่ถึงขั้นนั้นหรอก” เป่าจงรีบปฏิเสธ
“ทำไมท่านถึงดูถูกตัวเองเช่นนั้นเ้าคะ ท่านเขียนหนังสือได้หรือเปล่า” จูจื้อโหยวถามเป่าจง
“เขียนได้ขอรับ”
“งั้นเื่นี้ก็ไม่มีปัญหา ข้าจะให้ท่านพี่ช่วยสอนการทำบัญชีให้ท่าน แล้วยังจะเอาคู่มือการเป็หลงจู๊ที่ดีมาให้ท่านอ่านสักเล่ม พี่จง.....ไม่มีใครทำงานเป็ทุกอย่างมาั้แ่เกิดหรอกนะเ้าคะ ทุกคนต้องผ่านการศึกษาและเรียนรู้มาทั้งนั้น หากท่านไม่รับหน้าที่เป็หลงจู๊แล้วท่านอยากทำหน้าที่อะไร แบกฟืน ทำความสะอาด หรือว่าอยากไปช่วยงานในครัว” จูจื้อโหยวมองเป่าจง “ต่อไปท่านป้าต้องหวังพึ่งพาท่าน ในอนาคตท่านก็ต้องแต่งงานและเป็หัวหน้าครอบครัว ท่านไม่อยากคว้าโอกาสที่จะทำงานในตำแหน่งที่ก้าวหน้าขึ้นหรือเ้าคะ หรือว่าท่าน้าทำแค่งานใช้แรงไปวันๆ เท่านั้น ที่ข้าพูดอย่างนี้ไม่ใช่ว่าข้าดูถูกคนใช้แรงงาน แต่ข้าเห็นว่าท่านมีโอกาสที่จะได้ทำงานในตำแหน่งดีๆ แต่ท่านกลับเอาแต่ปฏิเสธเพียงเพราะว่ามันเป็งานที่ท่านไม่เคยทำ แล้วอย่างนี้อนาคตของท่านยังจะหวังอะไรได้อีกถ้าท่านเอาแต่กลัว”
คำพูดของจูจื้อโหยวอาจจะดูรุนแรง แต่นางอยากกระตุ้นเป่าจงให้เขาก้าวพ้นจากความกลัว และคำพูดของนางก็ไม่มีส่วนใดผิดเลยแม้แต่น้อย เพราะในอนาคตมารดายังหวังให้เขาเลี้ยงดู ส่วนภรรยากับลูกชายลูกสาวที่จะเกิดมาในอนาคต เขาก็อยากจะมอบชีวิตที่ดีและความเป็อยู่ที่ดีให้กับลูก
เป่าจงหันไปมองมารดาที่จ้องเขาตาไม่กระพริบ และหันไปมองจูจื้อโหยวกับฟู่ซีซวนที่ยืนยิ้มไม่พูดอะไร สุดท้ายเขาก็พยักหน้าตอบรับอย่างหนักแน่น “ขอรับฮูหยิน ข้าจะรับหน้าที่เป็หลงจู๊และดูแลกิจการของท่านให้ดี ให้สมกับที่ท่านเชื่อใจ”
“ขอบคุณนะเ้าคะ” จูจื้อโหยวยิ้ม “่นี้ท่านสองคนคงยังไม่มีที่ไป แต่จะให้พวกท่านพักอยู่ที่นี่คงไม่สะดวกนัก ท่านสองคนตามข้ากลับไปพักที่จวนของข้าก่อนก็แล้วกัน รอให้โรงน้ำชาปรับปรุงให้เรียบร้อย จากนั้นข้าจะทำบ้านพักไว้ให้พวกท่านไว้อาศัย”
“ขอรับ” เป่าจงตอบอย่างไม่รีรอ ไม่ใช่ว่าเขาอยากจะไปพักในที่ที่สะดวกสบาย แต่เท่าที่ได้คุยกับเ้านายคนใหม่ เขาก็พอจะรู้แล้วว่าหากเ้านาย้าอะไร นางจะไม่ยอมให้เขาปฏิเสธ
“ท่านพี่คิดว่ายังมีเื่ไหนที่เราต้องทำอีกหรือไม่เ้าคะ” จูจื้อโหยวหันไปถามสามี
“เ้าหาคนงานจนลืมเื่การปรับปรุงโรงน้ำชาไปแล้วหรือ” ฟู่ซีซวนยิ้ม
“ข้าลืมเื่นี้ไปแล้วจริงๆ ถ้าท่านพี่ไม่พูด ข้าคงนึกเื่สำคัญนี้ไม่ออกแล้ว ท่านพี่ช่วยข้าได้ไหมเ้าคะ”
ฟู่ซีซวนหันไปพูดกับเป่าจง “เช่นนั้นข้าคงต้องมอบหมายหน้าที่นี้ให้หลงจู๊ของเราได้แสดงฝีมือเสียแล้ว”
“นายท่าน้าให้ข้าทำอะไรหรือขอรับ” เป่าจงเริ่มตื่นตัวขึ้นมาทันที เพราะนี่เป็งานแรกที่เ้านายมอบหมาย เขาอยากจะทำงานให้ออกมาดีเพื่อเป็การพิสูจน์ตัวเอง
“ข้าคิดว่าตอนที่ท่านกับท่านป้าทำงาน พวกท่านคงรู้จักคนอยู่ไม่น้อย ข้าอยากให้ท่านช่วยหาคนงานชายหญิงที่ไว้ใจได้มาทำงานกับเรา เริ่มแรกจะให้พวกเขาทำความสะอาดและปรับปรุงโรงน้ำชาตามแบบที่โหยวเอ๋อ้า หลังจากนั้นก็จะให้พวกเขาเข้ามาเป็คนงานที่โรงน้ำชา ข้าขอย้ำว่าคนที่ท่านหามาต้องเชื่อใจได้และเป็คนซื่อสัตย์ งานนี้ท่านทำได้หรือไม่”
เมื่อเห็นเป่าจงยังนิ่ง เป่าซื่อที่มีประสบการณ์มากกว่าลูกชายก็รู้ว่าเ้านายกำลังทดสอบพวกตนอยู่ นางจึงเป็คนตอบคำถามแทน “เื่หาคนไม่ใช่เื่ยาก พวกขอทานและคนงานรับจ้างที่เราสองคนแม่ลูกรู้จักก็มีคนที่พอใช้ได้อยู่หลายคน เดี๋ยวเราจะไปพาคนพวกนั้นมาให้นายท่านกับฮูหยินคัดเลือกอีกทีดีหรือไม่เ้าคะ”
ฟู่ซีซวนยิ้มพอใจกับความรอบคอบของเป่าซื่อ “ท่านป้าช่างรอบคอบยิ่ง เอาเป็ว่าหากท่านหาคนมาได้ ข้ากับโหยวเอ๋อจะเป็คนสัมภาษณ์งานพวกเขาเอง”
“งานที่โรงน้ำชาของเ้ารองกับโหยวเอ๋อไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหม” อ๋องฉีถามองครักษ์
“ไม่มีปัญหาอะไรเลยขอรับ คุณชายรองกับคุณหนูดูแลงานต่างๆ ได้ดีมาก ตอนนี้โรงน้ำชาปรับปรุงไปได้มากกว่าครึ่งหนึ่งแล้ว”
“ไม่มีปัญหาอะไรก็ดี ในเมื่อข้ารับฟู่ซีซวนมาเป็ลูกชายบุญธรรม ข้าต้องดูแลเขาให้ดี และหากข้ามองคนไม่ผิด ในอนาคตฟู่ซีซวนจะเป็ขุนนางที่เก่งกาจคนหนึ่ง ฝ่าากับรัชทายาทจะมีคนเก่งไว้ใช้งานมากขึ้น ส่วนเ้าใหญ่ก็จะมีน้องชายไว้คอยหนุนหลัง” อ๋องฉีถอนหายใจ “ไม่ใช่ว่าข้า้าเลี้ยงดูเขาเพื่อหลอกไว้ใช้งาน แต่เขาทำให้ข้านึกสงสาร เพราะชีวิตของฟู่ซีซวนช่างเหมือนกับข้าในวัยเด็กนัก ยังดีที่ฝ่าาไว้ใจและไม่ได้มีอคติกับข้าเหมือนกับพี่น้องคนอื่น ข้าจึงมีพี่ชายไว้ให้พึ่งพาได้ แต่ฟู่ซีซวนกลับตัวคนเดียว เขาไม่มีใครแม้กระทั่งบิดา”
“คุณชายรองคงไม่คิดเช่นนั้นหรอกขอรับ”
“เ้าส่งองครักษ์เงาเพิ่มอีกสักสองคนให้คอยติดตามอารักขาเ้ารอง แต่ไม่ต้องปรากฏตัวให้เขาเห็น ข้ากลัวว่าเขาจะอึดอัด แล้วองครักษ์สี่คนก่อนหน้านี้เป็อย่างไร”
“พวกเขาแยกกันดูแลคุณชายรองกับคุณหนูฝั่งละสองคนขอรับ”
“เ้าคิดว่ามีองครักษ์ติดตามพวกเขาแค่สองคนจะพอไหม ข้าต้องส่งองครักษ์ไปเพิ่มหรือเปล่า อย่างไรตอนนี้ทั้งสองคนก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับจวนอ๋องแล้ว ข้าเป็ห่วงเื่ความปลอดภัยของพวกเขา”
“ท่านอ๋องมอบองครักษ์เงาให้คุณชายรองเพิ่มอีกสองคน เช่นนั้นก็เพิ่มองค์รักเงาให้คุณหนูเพิ่มอีกสองคนดีหรือไม่ขอรับ”
“เอาตามเ้าว่าก็แล้วกัน”
“ท่านอ๋องขอรับ ก่อนหน้านี้องครักษ์แจ้งมาว่ามีคนคอยติดตามความเคลื่อนไหวของคุณชายรองกับคุณหนู มีด้วยกันสองกลุ่ม กลุ่มแรกเป็คนของสกุลเฉียน อีกกลุ่มหนึ่งเป็คนของสกุลหลี่”
“สกุลเฉียนที่เป็เ้าของกิจการค้าใบชาของแคว้นเราน่ะหรือ แล้วคนสกุลหลี่คือใคร” อ๋องฉีขมวดคิ้ว
“สกุลหลี่คือบิดาของฮูหยินคนใหม่ของรองเ้ากรมอาญาฟู่เต๋อหย่งขอรับ”
“อ้อ...ที่แท้ก็คือหลี่ซุย” อ๋องฉียิ้มเยาะ “พวกเขาอยากตามก็ปล่อยให้พวกเขาตาม ส่วนพวกเ้าก็คอยดูแลความปลอดภัยของเ้ารองกับโหยวเอ๋อให้ดี อย่าให้พวกเขามีอันตราย แล้วก็ส่งคนของเราไปสืบต่อด้วยว่าพวกเขาสองสกุลให้คนมาติดตามลูกชายกับลูกสะใภ้ของข้าเพราะอะไร”
“แล้วเื่นี้เราต้องแจ้งให้คุณชายรองกับคุณหนูทราบด้วยหรือไม่ขอรับ”
“ไม่จำเป็ พวกเ้าดูแลความปลอดภัยไปห่างๆ ก็พอ หากเห็นว่าพวกเขารับมือไม่ได้ค่อยเข้าไปช่วย ข้าอยากฝึกให้เ้ารองกับโหยวเอ๋อดูแลตัวเอง ต่อไปพวกเขาต้องเติบโตได้ด้วยตัวเอง ไม่อาจหวังพึ่งแค่บารมีของจวนอ๋องไปตลอด ทำอย่างนี้ในอนาคตถึงจะไม่มีใครกล้ามารังแกพวกเขา”