ซ่งอี้มารับอาอู่ตามเวลานัด แล้วหลวงปู่ก็เรียกซ่งอี้ มาคุยเื่ของอาอู่ ว่าเขาเป็เด็กฉลาดเกินคนอื่น จึงต้องมีอาจารย์มาสอนให้เป็พิเศษ ซ่งอี้ พยักหน้า แต่ไม่รู้สึกแปลกใจอะไร เพราะเขารู้อยู่แล้ว ว่าอาอู่ไม่ใช่เด็กธรรมดา
“อาอู่ วันนี้เรียนเหนื่อยไหม “ อาสะใภ้สามถาม ขณะที่อาบน้ำให้อาอู่
“อาอู่ ไม่เหนื่อย สนุกดี แต่ว่า ต่อไปอาสะใภ้สาม ไม่ต้องอาบน้ำให้อาอู่แล้วนะ อาอู่โตแล้ว เรียนหนังสือแล้ว อาอู่อาบเองได้แล้ว” อาอู่รีบบอกอาสะใภ้สามไว้ก่อน อาสะใภ้สามหยิกแก้มเบาเบา แล้วบอกว่า
” ไว้ปีนขึ้นจากถังอาบน้ำได้แล้วจะให้อาบเอง” อาอู่ได้แต่มองตาปริบๆ
เช้าวันนี้มาซ่งอี้มาส่งอาอู่เหมือนเดิม อาอู่ก็แต่งชุดเหมือนเดิม แต่วันนี้ไม่ใส่หมวก ซ่งอี้ปล่อยให้อาอู่เดินไปเอง โดยส่งที่ท่าน้ำเท่านั้น เพื่อฝึกเขาให้ทำอะไรได้ด้วยตัวเอง อาอู่ก็ะโขึ้นไปที่ลานวัดด้วยความว่องไว วันนี้ครูชัยจะสอนพิเศษตัวต่อตัว เลยต้องรอให้ครูชัยสอนห้องประจำก่อน เช้าเลยว่าง ขณะเดินเล่นรอบวัด ได้มี เด็กโตประมาณ 10 ขวบ ประมาณ 4 คนเดินเข้ามาทำท่าว่าจะหาเื่
“ นี่ไอ้ตี๋น้อย แกกล้ายืนขวางพวกข้าหรือ รู้ไหมว่าข้าเป็ใคร” เด็กโตท่าทางเป็หัวโจก เริ่มเดินมากระแทกใส่อาอู่ ก่อน แต่อาอู่หลบไปทางขวาทำให้เด็กโตล้มหน้าคว่ำไปกับพื้นทันที
“ องค์ชายสี่” เสียงร้องของลูกสมุนทั้ง 3 คน รีบไปพยุง พอลุกขึ้นมาได้ก็จ้องไปที่อาอู่
“ แกกล้าทำร้ายข้า พวกเอ็งจับมันไว้” องค์ชาย 4 สั่งการ
ลูกน้อง สามคนช่วยกันไปจับอาอู่ทันที อาอู่ตัวสูงไม่ถึงหน้าอก ของเด็กทั้งสาม
แต่ก็ไม่ยอมถอย พุ่งเข้าไปหาทั้งสามโดยะโเอาหัวพุ่งชนโดนปลายคางของเด็กโตด้านขวาจนล้มกลิ้งไป
เด็กโตตรงกลางรีบคว้ากอดตัวอาอู่ อาอู่ ใช้ส้นเท้าเหยียบไปที่นิ้วเท้าของเด็กโตคนกลางจนร้องลั่น
ส่วนคนที่ เหลือ อาอู่ เตะไปที่เป้าตรงตรง ร้องเสียงหลง
อาอู่ไม่หยุดแค่นั้น รีบวิ่งเข้าเอาไหล่เข้าชน ที่ท้องขององค์ชายสี่ อย่างเต็มแรง จนองค์ชายสี่ร้อง อ๊ากกกกก ลงไปนั่งจับท้อง จุกจนลุกไม่ขึ้น
“ จำเอาไว้ ข้าชื่อ ซ่งจินอู่ “ อาอู่พูดเสร็จก็ยืดตัวตรงแล้วเดินไปห้องเรียน เพื่อรอครูชัยมาสอน
“ อาอู่มานี่เร็ว เกิดเื่แล้ว” เด็กวัดคนหนึ่งที่คอยรับใช้เ้าอาวาสรีบวิ่งมาบอกข่าว
“ พี่มั่น มีอะไร ข้ากำลังรอครูชัยอยู่” อาอู่บอก
“ มีองครักษ์ของเมืองสุพรรณภูมิ กำลังฟ้องเ้าอาวาสว่าเ้าทำร้ายองค์ชายสี่ของเขา เ้าอาวาสเลยให้ข้ามาตามเ้า เ้ารีบหาคำแก้ตัวไว้เลย” พี่มั่น รีบพูดอย่างเร็ว
“ ไม่เห็นต้องแก้ตัวอะไรเลย” อาอู่พูดเหมือนไม่มีอะไร แล้วเดินไปกุฏิท่านเ้าอาวาส
“ มาแล้ว มานี่ซิ อาอู่ ไหว้ท่านองครักษ์ จัน ซะ” เ้าอาวาสสั่ง
อาอู่รีบเข้าไปไหว้ทันที แล้วนั่งทำตาใส องครักษ์เห็นอาอู่ก็รู้ชื่นชอบ แต่ เอ๊ะ เ้าตัวน้อยนี่หรือที่ทำร้ายองค์ชายสี่กับพวกอีก 3 คน ตัวใหญ่กว่ากันตั้งเยอะ เข้าใจอะไรผิดกันหรือเปล่านี่!
“ นี่ ท่านองค์รักษ์ ท่านฟังมาผิดหรือเปล่า ที่ว่าอาอู่ ไปทำร้ายองค์ชาย 4 กับพวกอีก 3 คน เด็กพวกนั้นอายุ 10 ปี แล้วไม่ใช่หรือ” เ้าอาวาสถามตามตรง
“ นั่นซิขอรับ กระผมว่าน่าจะเข้าใจผิดกัน เ้าหนูนี่ตัวแค่นี้ ยกแขน ยกขายังไม่ถึงหน้าอกเลย จะไปทำอะไรได้ คงจะเข้าใจผิดกัน งั้นกระผมขอลาไปก่อนนะขอรับ”
องค์รักษ์รีบกลับไปในทันที แต่เ้าอาวาส หันมามองอาอู่ แล้วเอ่ยว่า
“พูดมา” อาอู่เล่าเื่ทั้งหมดให้หลวงปู่ฟังโดยไม่มีตกหล่น โดยเฉพาะ ่ที่วิ่งเอาไหล่พุ่งชนท้ององค์ชายสี่ จนจุกลุกไม่ขึ้น หลวงปู่อดไม่ได้เลยหัวเราะออกมา
“เ้านี่มันร้ายจริงจริง ตัวเล็กกว่าสู้กำลังเขาไม่ได้ก็ใช้วิธี หัวทิ่ม วิ่งชน เอ้อ ร้ายกาจไม่เบา” หลวงปู่จับหัวอู่ แล้วกระซิบเบาเบาว่า
“ต่อไปข้าจะสอนใช้วิธี ชกกับคนตัวใหญ่กว่าให้เ้า ไม่ใช้เอาแต่วิ่งชน เหยียบเท้าเตะเป้าคนอื่น อย่างนี้" หลวงปู่พูดเสร็จก็หัวเราะ
“ หลวงปู่ครับ องค์ชายสี่นี่เขาใหญ่โตมากไหม แล้วจะทำให้ท่านพ่อเดือดร้อนหรือไม่ขอรับ” อาอู่ถามไว้ก่อน
“ ไม่หรอก ต่อให้เ้าเมืองมาเอง ก็ไม่กล้าทำอะไรกับพ่อเ้าหรอก แต่กลับเ้าไม่แน่เพราะเด็กที่อยู่ในราชวงค์พวกนี้จิตใจมันโเี้กันั้แ่เด็ก เ้าต้องระวังเอาไว้ ข้าคงต้องหาอะไรให้เ้าติดตัวไว้ “ แล้วหลวงปู่ก็ไปหยิบตระกรุดมาให้อาอู่คล้องคอ
“นี่คือไม้พญางิ้วดำ ตอนข้าไปธุดงค์ที่ป่าแถวเมืองมอญ ข้าเจอเทพธิดาองค์หนึ่งท่านมอบไม้พญางิ้วดำ แก่ข้า ตอนนี้ข้ามอบให้เ้า อย่างน้อย ก็อาจจะผ่อนหนักให้เบาลง และข้าหวังว่าท่านเทพธิดาจะช่วยคุ้มครองเ้า ใหเคล้วคลาดปลอดภัย ไปเรียนได้แล้ว” หลวงปู่คิดถึงบางเื่
ตอนนั้นท่านเทพธิดาบอกว่าให้หลวงปู่มอบให้กับผู้ที่มีบุญญาธิการ แล้วถามนางว่าจะรู้ได้อย่างไรว่าคนนั้นมีบุญ นางบอกถ้าข้าให้ใคร คนนั้นก็คือผู้ที่มีบุญญาธิการ หรือว่าอาอู่.........
วันนี้อาอู่ก็สร้างความแปลกใจให้กับครูชัยอีกครั้ง ใช้เวลาอ่านไม่ถึงครึ่งชั่วยาม อาอู่ก็ เรียนรู้ และจำได้อย่างแม่นยำ คราวแรกตั้งใจเอาตำรามาสอน ครึ่งวัน แต่ว่า
อาอู่ใช้เวลาไม่ถึง ครึ่งวัน ก็ รู้และเข้าใจทั้งหมด ครูชัยเลยปล่อยให้พัก พรุ่งนี้เขาต้องเตรียมตำรา มาให้เยอะกว่านี้ เทียนออกไปเดินเล่น ได้มีผู้ชายคนหนึ่งอายุราว 20 ปีดูแล้วคล้ายทหารมากกว่า เดินเข้ามาหาอาอู่ เหมือนจะมาหาเื่
“เ้าคืออาอู่ ใช่....” ชายคนนี้พูดไม่ทันจบ ก็มีไม้ท่อนหนึ่ง ฟาดเข้ามา เปรี้ยง ! ที่กลางหน้าผาก ทำให้สติมึนงง เซถลา แต่ยังไม่ทันได้ล้ม ก็โดนฟาดไปที่แขนซ้าย แล้ว ก็แขนขวา อีก อ๊ากกกก! อาอู่ยังไม่หยุดแค่นั้น ฟาดไปที่หัวเข่าขวา
และหัวเข่าซ้าย อีกครั้ง คราวนี้ชายหนุ่มถึงกับทรุดลงไปร้องครวญครางอยู่กับพื้น ลุกไม่ขึ้น
อาอู่ รู้อยู่แล้วว่าชายคนนี้มาหาเื่ เลยเตรียมตัวไว้ก่อน โดยเอาไม้ท่อนหนึ่งที่เก็บได้มาซ่อนเอาไว้ข้างหลังพอเอ่ยปากเท่านั้นแหละ อาอู่ เลยจัดการก่อน พอเห็นอีกฝ่ายหมดสภาพแล้ว อาอู่ก็เก็บไม้ท่อนนั้นไว้ข้างหลังแล้วเดินจากไป
“ องค์ชายสี่แห่งเมืองสุพรรณภูมิ เจอกันคราวหน้า เห็นดีกันแน่ ส่งคนมาจัดกับข้าอย่างนั้นหรือ ฮึ่ม..” อาอู่เตรียมล้างแค้น
อีกมุมหนึ่งของวัดพนัญเชิง มีองค์ชายสี่ และสมุนอีก 3 คนนั่งรอข่าวที่ส่งคนไปจัดการกับ อาอู่ โดยมีเด็กหนุ่มวัน13 ปีนั่งอยู่ด้านข้าง กับ คนรับใช้อีก 3 คน
“องค์ชายสี่ ท่านไม่ต้องกังวลไป คนที่ข้าส่งไปนั้น เป็ทหารองค์รักษ์ประจำตัวของข้าเอง จัดการเด็ก 5 ขวบ ไม่เห็นต้อง กระสับกระส่าย แบบนี้เลย” ชายหนุ่มวัย13ปี เอ่ยขึ้น
“ องค์ชายอาฑิตย์ ท่านไม่รู้หรอก เ้าเด็กนี่มันเ้าเล่ห์นัก ใครจะคิดว่าพิษสงมันจะร้ายกาจขนาดนี้ " องค์ชายสี่กล่าวด้วยความแค้น
“ยังไงก็แค่เด็ก จะไปมีพิษสงอะไร ไอ้ดำกับไอ้แดง พวกเอ็ง ไปดูซิ ป่านนี้แล้วองครักษ์ทำไมไม่มาสักที” องค์ชายอาฑิตย์ รีบสั่งให้ไปดู เพราะรู้สึกแปลกๆไม่นานทั้งสองคน ก็หิ้วปีก องครักษ์ ซึ่งหมดสภาพ เดินไม่ไหว
“ เกิดอะไรขึ้นท่านองครักษ์ ใครมันบังอาจทำร้ายท่านถึงเพียงนี้” องค์ชายอาฑิตย์กล่าวด้วยความใ
“ เ้าเด็กนรกนั่น มันอาศัยข้าไม่ทันระวังตัว เอาไม้ตีหัวของข้าจนข้ามึนงง แล้วจากนั้นมันก็ไล่ตีข้าจนมีสภาพแบบนี้แหละขอรับ” องค์รักษ์กล่าวอย่างเคียดแค้นองค์ชายอาฑิตย์ตบโต๊ะ ปัง
“ บังอาจนัก มันกล้าทุบตีองครักษ์ จากเมืองละโว้ข้าจะหักแขนหักขาเ้าด้วยมือของข้าเอง พวกเราไป” องค์ชายอาฑิตย์แห่งเมืองละโว้ พูดด้วยความโมโหยิ่งนัก
อาอู่ เข้ามานั่งสมาธิในโบสถ์ รอเวลากลับบ้าน นั่งได้ไม่นาน ก็มีเสียงดังมาจากด้านนอก
“อาอู่ แย่แล้ว พวกละโว้ กับ พวกสุพรรณภูมิ มากัน 8 คน จะมาเล่นงานเ้าทำยังไงดี”พี่มั่นวิ่งมาบอกอย่างเร็วอาอู่ลืมตาขึ้น
“ พี่มั่นอีกสักประเดี๋ยว รอข้าเริ่มไล่ตีพวกมัน ท่านค่อยไปแจ้งหลวงปู่ ตอนนี้พี่มั่น ใจเย็นรอทำตามที่ข้าบอก” อาอู่รู้อยู่แล้วว่าต้องมีเื่อีกเลยเก็บไม้ท่อนนั้นไว้
“ เ้าหนูเ้าช่างหาเื่ได้เก่งจริงๆ นะ ฮิ ฮิ ฮิ” เสียงเบาๆ หัวเราะเล็กน้อยเข้ามาหูของอาอู่
“ ท่านเป็ใคร” อาอู่ใ ที่ไม่เห็นตัวคนพูดได้
“ ข้าเป็เทพธิดา ที่จะมาคอยปกป้องเ้าให้เ้าได้เติบใหญ่ยังไงล่ะ” เทพธิดาเอ่ยเสียงเย็น
“ เทพธิดา " อาอู่ตะลึง นึ่งเงียบ
“ ใช่แล้ว ข้าอาศัยอยู่ในตะกรุดไม้ พญางิ้วดำที่เ้าสวมไว้” เทพธิดากล่าว
“ ดีจริง พี่เทพธิดา ข้าจะมีพี่สาวเป็เทพธิดาแล้ว “ อาอู่ดีใจ แทนที่จะหวาดกลัว
“ ไม่ต้องดีใจมากนัก ตอนนี้มีคนตั้งใจมาเล่นงานเ้าอยู่หลายคน ข้ารู้ว่าเ้าเก่งแต่กระดูกเ้ายังอ่อนนัก ไปปะทะกับพวกมันเ้ามีแต่จะเจ็บตัวไปด้วย เ้าจงใช้ไม้พญางิ้วดำที่เ้าถืออยู่นั้นเป็อาวุธ ข้าจะสอนวิธีใช้ให้
เ้าเพียงแค่ส่งพลังจิตของเ้าเข้าไปในไม้ พญางิ้วดำ และเ้าก็เพียงคิดจะให้มันยาวหรือสั้น มันก็จะเป็ไปได้ตามที่เ้าคิด พอเลิกใช้งาน เ้าก็เพียงกำมันไว้แล้วนึกคิดว่าจะเก็บ มันก็จะอยู่ในมือของเ้า กลายเป็รูปไม้พญางิ้วดำ บนฝ่ามือเ้า”เทพธิดากล่าว
อาอู่ลองหยิบไม้ออกมาจากด้านหลัง เห็นมันเริ่มมีความเงาแวววาวอย่างน่าประหลาด ลองใช้สมาธิส่งจิตเข้าไปในไม้พญางิ้วดำ แล้วสั่งให้มันยาวขึ้น พรึบ!มันยาวตามที่ใจปราถนาจริงๆ อาอู่ดีใจมาก แล้วลองสั่งให้มันสั้นลง พรึบ!
มันก็สั้นลงตามที่สั่งจริงๆ แล้วลองสั่งเก็บอีกที พรึบ! มันก็หายไปกลายเป็รูปไม้อันเล็กอยู่บนฝ่ามือจริงๆ
“ ขอบคุณพี่เทพธิดา มากขอรับ” อาอู่ดีใจมากเหมือนเด็กได้ของเล่น
“ ตอนนี้เ้ามีอาวุธแล้ว ไปไล่ตีพวกมันได้ ” เทพธิดาพูดอย่างน้ำเสียงราบเรียบ