“กริ่งงง กริ่งง กริ่งง!!”
“ว่าไงปริม โทรมาแต่เช้าเชียว”
“แย่แล้วค่ะคุณรินทร์ อยู่ดีๆลิฟท์ที่โรงแรมก็ค้างค่ะ ไฟก็ดับตอนนี้ลูกค้าโวยวายกันใหญ่เลยค่ะ”
“อะไรนะ!! ที่โรงแรมไม่เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้นิ”
“ใช่ค่ะ ตอนนี้ปริมเริ่มรับมือลูกค้าไม่ไหวแล้ว”
“เดี๋ยวฉันจะรีบไป”
“ค่ะ ค่ะ ค่ะ”
ดารินทร์ ลูกสาวนายการัณย์ เกียรติไพบูลย์ ซึ่งเป็คนดูแลกิจการโรงแรมแทนพ่อรีบบึ่งรถยนต์ไปยังโรงแรมทันที หลังจากวางสายจากปริมเลขาสาวสวยคนสนิท พอเธอมาถึงก็พบว่าลูกค้าที่เข้ามาพักในโรงแรมกำลังโวยวาย นี่ก็ผ่านไปเป็ชั่วโมงแล้วแต่ไฟยังไม่ติด
“โทรเรียกช่างหรือยังปริม”
“โทรเรียกแล้วค่ะ ตอนนี้ช่างกำลังตรวจสอบอยู่ค่ะ”
“แล้วคนที่ติดอยู่ในลิฟท์ช่วยออกมาหมดหรือยัง”
“ช่วยออกมาหมดแล้วค่ะ”
“โอเค เดี๋ยวฉันจะคุยกับลูกค้าเอง”
หลังจากดารินทร์ยืนหลบมุมคุยกับปริมได้สักพักเสียงโหวกเหวกโวยวายของลูกค้าก็เริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ
“ทางโรงแรมต้องขอโทษลูกค้าจากใจจริงนะคะ รินทร์ยินดีชดใช้ค่าเสียหายให้กับลูกค้าทุกท่าน ทางเราต้องขออภัยด้วยนะคะที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ตอนนี้ทีมช่างกำลังตรวจสอบให้อยู่”
“ไฟติดแล้วค่ะคุณรินทร์”
ปริมเลขาสาวคนสนิทเอ่ยขึ้นเมื่อไฟในโรงแรมเริ่มสว่างและทุกอย่างกลับมาเป็ปกติ
“ตอนนี้ไฟฟ้าสามารถใช้ได้ปกติแล้วนะคะ ลูกค้าที่เข้าพักกับทางโรงแรมทุกห้องทางเราจะคิดค่าที่พักเพียงห้าสิบเปอร์เซ็นเท่านั้นและรินทร์สัญญานะคะ จะไม่มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก”
หลังจากดารินทร์พูดคุยกับลูกค้าจนเข้าใจ และทุกคนเลิกโวยวายแล้วแยกย้ายกันกลับห้องหญิงสาวจึงถอนหายใจแรงๆก่อนจะเอ่ยถามเลขาของตนขึ้น
“เฮ่อ°°ปกติไม่เคยเกิดเื่แบบนี้แล้วช่างเขาว่าอย่างไรบ้างปริม”
“มีคนไปตัดวงจรไฟฟ้าของทางโรงแรม ตอนนี้ช่างทำให้เสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ”
“ตัดวงจรไฟงั้นหรอ แล้วตรวจสอบกล้องวงจรปิดหรือยัง”
“ตรวจสอบแล้วค่ะ นี่ค่ะรูปจากกล้องและปริมก็ส่งให้ตำรวจเรียบร้อยแล้ว”
“ปิดหน้าปิดตาซะขนาดนี้หวังว่าตำรวจคงตามเจอนะ รินทร์ก็อยากรู้เหมือนกันว่าเขา้าอะไร”
ในระหว่างที่กำลังสนทนากับเลขาอยู่นั้นหญิงสาวก็หันไปเจอชายคนหนึ่งที่ยืนมองเธอผ่านกระจกใสหน้าประตูทางเข้าของโรงแรม เขายกยิ้มมุมปากอย่างพอใจก่อนจะยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาคุย
“นายทำได้ดีมาก ได้เงินแล้วก็ไปให้ไกลจากที่นี่”
ชายหนุ่มวางสายลงก่อนจะยัดโทรศัพท์เข้ากระเป๋ากางเกง หญิงสาววิ่งออกมาดูให้แน่ชัดว่าตาเธอไม่ได้ฝาดไป ก่อนจะเห็นหลังไวๆของเขาเดินไปยังด้านหลังของโรงแรม ในความคิดของเธอเขาต้องไม่หวังดีแน่ๆเธอจะตามไปจนกว่าจะรู้ว่าเขาเป็ใคร
“คุณรินทร์จะไปไหนคะ”
“เดี๋ยวฉันมา”
หญิงสาวกึ่งเดินกึ่งวิ่งตามหลังเขาไปจนถึงสนามหญ้าหลังโรงแรมเธอมองหาจนทั่วก็ไม่พบร่องรอยของเขา
“สวัสดีครับ คุณดารินทร์ เกียรติไพบูลย์”
จนมีเสียงหนึ่งทักทายเธอขึ้นมาจากด้านหลังทำให้หญิงสาวหันกลับมารวดเร็วแบบไม่ได้ตั้งตัว เธอชนเข้ากับแผงอกแกร่งของชายหนุ่มจนเซถลาไม่เป็ท่าแต่ดีที่แขนแข็งแกร่งของเขายังคว้าไว้ทันก่อนจะดึงเข้ามาแนบอก
“นี่คุณเป็ใคร ปล่อยฉันนะ”
หญิงสาวพูดไปพรางดิ้นรนออกจากวงแขนของเขาแต่ไม่เป็ผลจนเธอเงยหน้าขึ้นมองเขาดวงตาสวยคู่นั้นไปจ้องเข้ากับดวงตาคมของเขาทันที ตอนนี้สายตาของทั้งคู่ประสานกันราวกับว่าโลกกำลังหยุดหมุน สายตาของเขาสำรวจไปทั่วดวงหน้าของเธอที่ขาวเนียนอมชมพูระเรื่อริมฝีปากอวบอิ่มทำให้ชายหนุ่มอยากจะลิ้มลอง สายตาของเขาที่จ้องเธอราวกับจะละลายแม้ว่าใบหน้าของเขาจะเต็มไปด้วยหนวดเคราแต่หากมองชัดๆเขาคือผู้ชายที่หล่อเหลาและมีเสน่ห์เอามากๆ
“คุณรินทร์คะ อยู่ไหนคะ”
เสียงของเลขาสาวทำให้ทั้งคู่หลุดจากภวังค์ เธอมาตามหาเ้านายเพราะเห็นว่าคนเป็เ้านายนั้นออกมานานแล้ว แต่ชายหนุ่มก็ไวกว่าจึงใช้มือปิดปากเธอไว้ก่อนจะลากตัวเธอไปหลบที่ต้นไม้ใหญ่
“คุณรินทร์นะคุณรินทร์หายไปไหนของเขาเนี่ย”
ปริมคิดว่าเ้านายคงไม่อยู่แถวนี้จึงเดินบ่นอุบอิบออกไปจากตรงนั้นเมื่อเขาแน่ใจว่าเลขาสาวของเธอได้กลับไปแล้วเขาจึงปล่อยมือออกจากปากของเธอ
แต่แขนแข็งแกร่งของเขายังรัดเอวบางนั้นไว้
“ปล่อยฉันนะ คุณเป็ใคร รู้จักชื่อฉันได้ยังไง”
“ลูกสาวเ้าของโรงแรมระดับห้าดาวของเมืองภูเก็ต ทั้งสวยทั้งเก่งผมคงหาข้อมูลของคุณได้ไม่ยาก”
“คุณ้าอะไร”
“ผม้าคุณ”
ชายหนุ่มได้บอกถึงความ้าของตัวเอง ก่อนจะก้มลงจูบเรียวปากอวบอิ่มของเธออย่างอดใจไม่ไหว ก่อนจะมีเสียงของอาทิตย์ลูกน้องคนสนิทเรียกขึ้นมาจากอีกด้านของต้นไม้
“อีกครึ่งชั่วโมงถึงเวลาเข้าประชุมแล้วครับคุณดิน”
“น่าเสียดายปากหวานๆ เราจะได้เจอกันอีกแน่นอน”
ชายหนุ่มยิ้มเ้าเล่ห์ให้กับเธอก่อนจะเดินออกไปและมองหน้าลูกน้องอย่างเอาเื่ปล่อยให้ดารินทร์ยืนงงงวยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น…