่เวลาพักเที่ยงเหล่านักเรียนก็ต่างจับกลุ่มคุยกันเป็ธรรมดาของโรงเรียนไม่ว่าจะที่ใหน ในกลุ่มของพลายทุกคนกำลังเซ็งกับคำพูดของแม็กที่กำลังบ่นถึงเื่เดิมๆ
“เฮ้ยพลายกูว่ามนต์กูสมบูรณ์แล้วนะทำไมยัยมะลิยังแก้ได้อีกวะ มึงก็เหมือนกันทำไมไม่บอกจุดอ่อนหรือหาทางป้องกันให้กูวะ” แม็กบ่นไปมา ทั้ง 3หนุ่มต่างนั่งเท้าคางอย่างเซ็งอารมณ์
“ทำไมกูต้องบอกแกด้วยวะ มึงก็รู้กูเกลียดมนต์ดำพวกนี้ถ้าจะให้กูแกมนต์ละพอได้ ถ้าแกอยากรู้อะไรก็ไปปรึกษาคนศึกษามนต์ดำแบบแกนั่นไป”พลายบ่นไป พร้อมกับชี้นิ้วไปยังหลังห้อง โดยไม่ดูว่าจะชี้ไปโดยใครแม็กหันไปมองหลังห้องพบเด็กสาวผมสั้นผิวคล้ำ นั่งถักโคเชต์อยู่
“ใช่แล้ว เจ้ฝ้าย” สามหนุ่มหันไปมองทางเดียวกันทันที่แม็กะโขึ้น
“เอาละสิครับคุณพลายชี้มั่วไปโดนเจ้ฝ้ายพอดี คราวนี้เจ้เขาต้องซวยแน่เลยครับ”เอกหันมามองพลายและกระซิบเบาๆพลายเรียกเอกกับวุธมาใกล้ๆ
“ค่อยๆ หลบออกไปก่อนที่เจ้แกจะรู้ดีกว่า”ว่าแล้วทั้งสามก็ค่อยๆย่องออกจากห้องไปโดยที่แม็กไม่รู้ตัวเลย ทางด้านแม็กก็ตระโกนเรียก“เจ้ฝ้าย” แล้วรีบวิ่งเข้าไปหาเจ้ที่กำลังนั่งถักโคเชต์อยู่ เจ้ฝ้ายได้ยินก็หันมามองทางแม็ก
“เจ้ ผมมีเื่รบกวนหน่อย” แม็กวิ่งไปและนั่งคุกเข่ามือเกาะโต๊ะไว้
“มีอะไรให้ฝ้ายช่วยหรือแม็ก” เจ้ฝ้ายหยุดถักโคเชต์และหันมาสนทนากับแม็ก
“เนี้ยนะแม็กก็ศึกษาทางด้านมนต์ดำเหมือนเจ้แหละ พอดีว่าแม็กเจอปัญหาว่าจะจัดการจุดอ่อนอย่างไรถ้าเราทำมนต์เสน่ห์กับตัวเองงะ”แม็กถามด้วยใบหน้าบ้องแบ้ว ทำตากลมดิ้ก
“ได้สิเดี๋ยวฝ้ายอธิบายให้ฟัง” ขณะที่เจ้ฝ้ายกำลังอธิบายให้แม็กฟังกลุ่มสามสาวเปรี้ยวจี้ด อันได้แก่ เชอร์รี่ มะนาวและเมล่อน ก็เดินเข้ามา
“พวกดำๆ ก็ชอบอะไรที่มันดำๆ พออยู่ด้วยกันยิ่งดำมืด มองอะไรไม่เห็น”มะนาวโผล่ออกมาทางด้านหลังเชอร์รี่แล้วกระแนะกระแหนเจ้กับแม็ก แม็กรีบลุกขึ้นยืน
“นี่ยัยมะนาว เธอว่าใครดำ “แม็กเริ่มมีน้ำโห
“ต๊ายตาย เถื่อน นี่ผู้ใช้มนต์ดำเขาไม่มีสุภาพอ่อนโยนบ้างเหรอ” มะนาวชี้หน้าด่าแม็กแม็กเริ่มมีน้ำโหทำท่าจะพุ่งใส่มะนาว แต่เจ้ฝ้ายฉุดมือแม็กเอาไว้
“อย่ามีเื่เลยแม็ก ปล่อยเขาเถอะ เดี๋ยวถ้าเขาเบื่อก็เลิกเองแหละ”เจ้ฝ้ายพยายยามหยุดแม็กไว้
“เป็คนดีจังเลยนะ เจ้ที่แสนดีของคนทั้งห้อง”เชอร์รี่ก้มลงมองหน้าเจ้ฝ้าย
“เชอร์รี่เธอมีธุรอะไรกับฝ้ายหรือเปล่า”เจ้ฝ้ายถามกลับด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“เปล่า แค่อยากมาดูแม่พระของคนในห้องหน่อย” เชอร์รี่มองเจ้ฝ้ายด้วยสายตาที่ดุดันราวกับโมโห
“นี่เชอร์รี่พวกเธอว่างกันมากเลยหรือไงคนเขากำลังปรึกษาหาความรู้กัน พวกเลี้ยงผีเลี้ยงสางอย่างเธอไปหาเ้าวุธไป”แม็กพูดไปโบกไม้โบกมือไล่ไป
“แก หยุดพูดถึง ถึง นายนั่นนะ คอยดูเถอะแล้วแล้วแกจะรู้สึกระวังตัวไว้ละ”พูดจบเชอร์รี่ก็เดินหนีไป สองสาวแทบไม่ทันตั้งตัวรีบวิ่งตามเชอร์รี่ไป
“อย่าสนใจเลยเจ้ พวกขี้อิจฉานะเห็นใครปรึกษาอะไรกันไม่ได้หรอกคอยมาขัด เรามาว่าเื่ของเราต่อเถอะ”แม็กพูดจบก็นั่งคุกเข่าเหมือนเดิม
“จะ จ๊ะ”เจ้ฝ้ายรับคำพลาง มองดูเชอร์รี่ และหันกลับมาคุยกับแม็กต่อ
หลังเลิกเรียน สี่หนุ่ม ก็กลับมานั่งเสวนากันที่ห้องนอนต่อ
“นี่พวกนายสามคน แสบนักนะทิ้งกันได้ลง นี่ถ้าเกิดยัยเชอร์รี่เรียกผีมาหักคอกูจะทำยังไง”แม็กพูดไปบีบคอตัวเองไปแล้วเดินไปทั่วห้อง
“มึงก็คิดมากไปน่าแม็ก เชอร์รี่เขาไม่ทำอย่างนั้นหรอกอีกอย่างปกติแล้วเชอร์รี่เขามักจะไม่ไปหาเื่ใครก่อนนะ ถ้า...” วุธหยุดคิดนิดหนึ่งและเงียบไปทำเอาทุกคนเข้ามาสนใจวุธแทนแม็ก ทำเอาแม็กถึงกับหน้ามุ่ย
“นี่มึงไม่ต้องมาออกรับแทนยัยนั่นหรอก พวกเราก็รู้กันอยู่แล้วว่านิสัยอย่างยัยนั่นเป็ยังไงมึงก็ยังโดนมาแล้วนี่”
“แต่นั่นมัน..” ไม่ทันที่วุธจะได้อธิบายอะไร ก็โดนแม็กพูดขัดคอแทรกมาก่อน
“ไม่ต้องพูดดีกว่ามึงมันคนดี เป็คนมองโลกในแง่ดีพ่อพระแบบนี้น่าจะจับมาคู่กับเจ้ฝ้ายนะ พ่อพระกับแม่พระยังไงละ” วุธได้แต่ก้มหน้าเงียบไปพลายกับเอกได้แต่มองหน้ากันแล้วส่ายหัว
“เดี๋ยวนี้คุณแม็ก อะไรๆ ก็เป็เจ้ฝ้ายหมดนะครับ สงสัยจะเป็เอามาก”เอกเริ่มแหนบแนมแม็ก
“เฮ้..ไอ้เอ๋อ อย่าคิดอคติกับเจ้แกแบบนั้นนะ เจ้เขาจะเสี่ยมเสีย เอ่อเดี๋ยวกูต้องไปก่อนนะ นัดเจ้เขาไว้ เจ้เขาจะสอนการป้องกันของเข้าตัว ไปละ”
“คุณแม็กอย่ากลับค่ำมากละครับ ได้ยินข่าวลืออะไรไหมครับเขาว่า่นี้เป็่ผีในป่าช้าจะดุและโหดร้ายเป็พิเศษนี่มีคนบอกกันว่ามีเด็กมัธยมจุฑาราช เดินย่างก้าวเข้ามาในป่าช้าแค่ไม่กี่ก้าวก็ถูกผีในป่าช้ารุมทึ้ง กะจะกินเครื่องในเด็ก ตอนนี้ยังนอนไม่ได้สติอยู่ที่โรงพยาบาลเลยอาการเป็ตายเท่ากันกลับค่ำมากๆ แม้แต่คุณแม็กก็อาจโดนลากไปกินเครื่องในได้นะ แฮร่” เอกเอาไฟฉายมาส่องหน้าแล้วยื่นหน้าไปทางแม็กแต่ก็โดนแม็กเขกหัวไปทีหนึ่ง
“ไอ้เอ๋อ กูจะไปฝึกมนต์ดำที่ตึกเรียน ไม่ได้ไปป่าช้าสักหน่อยแต่ต่อให้มาเถอะ รู้จักฤทธิ์พ่อน้อยไป” แม็กเปิดลิ้นชักโต๊ะแล้วหยิบตะปูออกมาสองสามอัน
“นี่ตะปูเจ็ดป่าช้า พอลงอาคมปั้บผีก็ผีเถอะ ไม่เหลือ ไปละ” แม็กพูดจบก็วิ่งออกห้องไปทิ้งให้วุธกับพลายนั่งมองหน้ากันอย่างเป็กังวล
“เอก ไปหลอกมันแบบนี้ เกิดมันเห็นคนเดินมานึกว่าเป็ผี แล้วเสกตะปูเข้าท้องทำไง”พลายหยิบสมุดมาตีหัวเอกทีหนึ่ง
“คุณพลายก็ ผมไม่ได้หลอกสักหน่อย” เอกกุมหัวทำหน้าจ๋อยส่วนวุธมองหน้าต่างลงไปเห็นแม็กวิ่งออกไป และทำท่าเหมือนคิดอะไรซักอย่าง
ลานกว้างหน้าอาคารเรียนแม็กกับเจ้ฝ้ายยืนอยู่ด้วยกันกำลังพูดคุยเื่ของไสยเวทกันอย่างจริงจัง
“จำไว้นะแม็กเวลาเย็นๆ แบบนี้แหละที่เหมาะแก่การใช้พวกมนต์ดำและการทำพวกคุณไสย การทำคุณไสยต้องอาศัยทิศทางการไหลเวียนของจิตคนมักจะบอกว่า่เวลานอนจิตจะอ่อนความจริงแล้วตอนนอนจิตถูกซ่อมแซมจากการไหลเวียนมาทั้งวัน จิตจะคงที่และเสถียนที่สุดเพราะฉะนั้นตอนเย็นนี่แหละจิตจะอ่อนที่สุด”
“อื่อมันก็จริงนะ” แม็กเห็นด้วย แม็กทำท่าครุ่นคิด และเดินไปมาเหมือนคิดอะไรซักอย่าง
“อย่างนี้นี่เอง ตอนประลองกันวันนั้นมันตอนเที่ยงนี่น่าจิตยังคงแข็งอยู่ หา!!!”แม็กใสุดขีดเมื่อเห็นว่ามีโหงพรายตัวหนึ่งพุ่งเข้ามาแม็กรีบโดดหมอบหลบเ้าผีพรายแต่ว่าเจ้ฝ้ายไม่เห็นจึงหลบไม่ทันจึงถูกโหงพรายชนจนกระเด็นไป
“เจ้ฝ้าย”แม็กตระโกนเรียกด้วยความใ แม็กวิ่งเข้าไปช่วยเจ้ฝ้ายแม็กมองไปรอบๆ เพื่อหาเ้าของผี ก็เห็นเชอร์รี่ยืนอยู่บนอาคารชั้นสาม
“ยัยเชอร์รี่” แม็กหยิบตะปูขึ้นมาสองสามอัน กำไว้แน่น ก่อนที่จะบริกรรมคาถาออกไป
“แม็กอย่า” เจ้ฝ้ายห้ามแต่สายไป แม็กแบมือออก พลันตะปูทั้งหมดก็หายไป
“แย่แล้วเชอร์รี่หลบเร็ว”มะนาวเตือนเชอร์รี่ เมล่อนที่อยู่ใกล้เชอร์รี่ที่สุดจึงได้รีบฉุดเชอร์รี่ล้มลง พลันกระจกก็แตก เศษตะปูตกกระจัดกระจาย
“เชอร์รี่เป็อะไรหรือเปล่า” มะนาวรีบวิ่งมาดูเชอร์รี่กับเมล่อนที่ล้มลงกับพื้น
“ฉันไม่เป็ไรหรอกแต่เมล่อน” เชอร์รี่รีบพยุงเมล่อนขึ้นมะนาวที่ช่วยดึงอยูก็มองดูเมล่อนก็ต้องใเมื่อมือซ้ายของเมล่อนมีเศษตะปูโผล่ออกมา
“รีบพาเมล่อนไปรักษาก่อนเถอะ ไปกันเถอะเชอร์รี่อย่าไปยุ่งกับพวกเขาเลยมะนาวกับเชอร์รี่ก็รีบพยุงเมล่อนจากไปเหลือเพียงแต่สายตาที่เคียดแค้นจ้องมองมาทางแม็กและเจ้ฝ้าย
“เจ้เป็อะไรบ้าง” แม็กที่ละสายตาจากพวกเชอร์รี่ รีบกลับมาดูเจ้ฝ้ายที่ล้มกลิ้งอยู่กับพื้น
“ไม่เป็ไรแม็ก” แม็กพยุงเจ้ฝ้ายลุกขึ้นท้งสองต่างจ้อมมองไปทางที่เชอร์รี่เคยยืนอยู่ทั้งสองต่างมีสายตาที่เคียดแค้นไม่แพ้เชอร์รี่กับพวกเลยแม้แต่น้อย
เช้าวันรุ่งขึ้นในห้องเรียนแม็กเดินไปตบโต๊ะเชอร์รี่เสียงดังทำให้คนทั้งห้องต่างหันมามอง
“เชอร์รี่เธอจะเล่นกันแรงเกินไปนะ” แม็กตวาดใส่เชอร์รี่ลั่นห้องวุธกับพลายเห็นว่าจะมีเื่จึงรีบวิ่งเข้ามาห้าม
“แรงเหรอ ยัยนั่นเป็อะไรบ้างละ นายดูเมล่อนสิดีนะที่ตะปูมันเข้าที่มือ ถ้ามันเข้าท้องหรือเข้าสมองจะเกิดอะไรขึ้น” เชอร์รี่ตะวาดกลับแล้วดึงมือเมล่อนที่พันผ้าพันแผลไว้แน่นให้แม็กดู
“หึ แล้วไง เธอมันหาเื่เองนี่”แม็กแสยะยิ้มให้ทีหนึ่ง “เพี้ยบ” เชอร์รี่ตบหน้าแม็กไปทีหนึ่งคนทั้งห้องต่างพากันอึ้งกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แม็กลูบหน้าที่โดนตบ
“ยัยเชอร์รี่กล้าตบฉันเหรอ”พูดจบแม็กก็บีบคอเชอร์รี่อย่างแรง มะนาวและเมล่อนต่างลุกขึ้นช่วยแกะมือแม็กออกจากคอเชอร์รี่วุธ และ พลายที่วิ่งมาถึง ก็รีบดึงตัวแม็กออก มือแม็กหลุดออกจากคอเชอร์รี่ เชอร์รี่สำลักหายใจด้วยความอ่อนแรงแม็กยังทำท่าจะพุ่งเข้าใส่เชอร์รี่อีก
“หยุดได้แล้วแม็ก นายทำแรงไปนะ” วุธรีบห้าม และเรียกสติแม็กกลับมา
“แรงเหรอแล้วที่มันจงใจทำร้ายเจ้ฝ้ายละ” แม็กชี้หน้าเชอร์รี่พยายามปรี่เข้าหาแต่ก็ถูกวุธและพลายฉุดดึงรั้นไว้
“หยุดเถอะแม็ก” เจ้ฝ้ายเดินเข้าห้องมาเห็นเหตุการณ์พอดี
“ฝ้ายก็ไม่ได้เป็อะไรมาก ก็แค่ขาแพลงนิดหน่อย”เจ้ฝ้ายพยายามอธิบายให้แม็กใจเย็นลง
“เธอเหรอฝ้าย” เชอร์รี่หันมามองฝ้ายด้วยสายตาดุดันเ็า
ฝ้ายเดินกลับไปที่โต็ะ ขณะที่ก้มตัวลงนั่งก็มีลมพัดวนอยู่ในห้องวูปหนึ่ง พลันโต๊และเก้าอี้ที่เจ้ฝ้ายนั้งก็หักโค่นลง ทำให้เจ้ฝ้ายต้องล้มลงกับพื้นแม็กเห็นดังนั้นก็รีบวิ่งเข้าไปพยุงเจ้ฝ้าย
“ผีพรายอีกแล้วเหรอเชอร์รี่ เธอมันนังมารร้ายชัดๆ” คำพูดนี้ทำเอาเชอร์รี่อึ้งเงียบเชอร์รี่มองไปรอบๆเห็นสายตาของคนทั้งห้องมองเธอด้วยสายตาเดียวกับที่เธอมองเจ้ฝ้าย
“เชอร์รี่เธอไม่เคยเป็แบบนี้นี่” วุธกล่าวขึ้น เชอร์รี่หันมามองวุธและเหมือนจะกลั้นใจพูด
“นายก็รู้ดีอยู่แล้วนี่ ถามทำไมอีกละ” เชอร์รี่วิ่งออกจากห้อง ระหว่าทางผ่านเจ้ฝ้ายกับแม็กที่มองเธอด้วยสายตาเคียดแค้น
“เธอก็เหมือนกันแม็กระวังตัวให้ดีเถอะ” เชอร์รี่เดินออกห้องไปสองสาวรีบวิ่งตามทันที
“มะลิช่วยพาเจ้ไปห้องพยาบาลที” พลายหันไปทางมะลิและหญิงแว่นที่เข้าไปช่วยเจ้ฝ้าย
“ได้ ไปหญิงแว่นช่วยที” มะลิและหญิงแว่นต่าง่กันพยุงเจ้ผ้ายขึ้น แต่ทันไดนั้นแม็กก็ปัดมือมะลิออก และมองตาขวางใส่มะลิและหญิงแว่น
“ไม่เป็ไรฉันไปเอง” แม็กอุ้มเจ้ฝ้ายขึ้นเดินไปแต่ทันใดนั้นแม็กก็ทรุดตัวลงเจ้ฝ้ายหลุดจากวงแขนแม็กล้มลงแม็กจับคอตัวเองแล้วทุรนทุราย พูดไม่ออกเหมือนกับถูกบีบคออยู่สักพักก็อาเจียนออกมาเป็น้ำ สร้างความใของคนทั้งห้อง พลาย วุธ เอก มะลิหญิงแว่นรีบวิ่งเข้ามาช่วยแม็กที่ดิ้นทุรนทุราย
“แม็กเป็อะไร ทำใจดีๆไว้” มะลิ หญิงแว่นคอยถามและแนะนำให้แม็กทำตามทางด้านหนุ่มๆก็พยายามจับตัวแม็กเอาไว้ เจ้ฝ้ายเห็นก็ใสุดขีดแล้วทำท่าเหมือนจะอาเจียนอีกคน แล้วจึงวิ่งออกไปทางห้องน้ำหญิง
“หญิงแว่นไปดูเจ้ฝ้ายหน่อย” มะลิให้หญิงแว่นไปดูเจ้ฝ้ายหญิงแว่นรับคำและวิ่งตามเจ้ฝ้ายไป ในขณะเดียวกันนันอาจารย์บุญศักดิ์ก็เดินเข้าพอดี
“เกิดอะไรขึ้น” อาจารย์บุญศักดิ์วิ่งเข้าไปเห็นแม็กดิ้นทุรนทุรายอยู่อาจารย์บุญศักดิ์ฉีกสมุดหน้ากลางออกมาแผ่นหนึ่งแล้วทำการพันรอบคอแม็ก แล้วบริกรรมคาถาพลันก็ปรากฏอักขระบางอย่างที่กระดาษ อาจารย์บุญศักดิ์รีบกระฉากกระดาษออกจากคอแม็กอย่างแรงแม็กถึงกับหมดสติไปเลย
“พวกเธอพานายอภินันท์ไปห้องพยาบาลก่อนเดี๋ยวผมตามไป”
“ครับ/ค่ะ” วุธและมะลิ รับคำอาจารย์วุธรีบแบกแม็กโดยมีมะลิพยุงหลังไว้ให้รี บวิ่งออกจากห้องตรงไปห้องพยาบาลทันที
“เอาละนักเรียนทุกคนวันนี้อยู่กันเงียบๆในห้องก่อน ห้ามก่อเื่อีกละ”อาจารย์บุญศักดิ์พูดจบ พลายก็หยิบเศษเก้าอี้ที่หักมาให้อาจารย์ดู
“ไม่น่าเชื่อว่าจะมีนักเรียนของเราทำได้ถึงขนาดนี้เื่นี้ผมคงปล่อยไว้ไม่ได้แล้วละ พลายแก้ว คุณหาเธอให้เจอตามดูพฤติกรรมแล้วแจ้งผมทันทีผมคิดว่าเธอคงเครียด อาจมีอาการทางจิตได้ปล่อยไว้อาจจะทำอะไรที่รุนแรงกว่านี้ก็ได้”
“ครับ” พลายรับคำอาจารย์แล้ววิ่งออกไป
“ส่วนคนที่เหลือวันนี้ไปเรียนรวมกับพวกห้องหนึ่งก่อน ผมขอไปทำธุระก่อน เอ้า หยิบของตามผมมา”จบคำพูดอาจารย์บุญศักดิ์ก็พาเด็กห้องสองที่เหลือไปฝากเรียนกับเด็กห้องหนึ่งก่อนที่ตัวเองจะรีบเดินตรงไปยังห้องของรองผู้อำนวยการ