เยี่ยนชิงหยางหันมอง พบว่านี่คือหญิงสาวชุดแดงที่พูดกับนางบนเรือเซียน
หญิงสาวในชุดสีแดงหันศีรษะของนางกลับมา ได้เห็นเยี่ยนชิงหยาง จึงใเล็กน้อย ก่อนส่งเสียงในลำคอ
เยี่ยนชิงหยางไม่สนใจนาง ดึงฉู่เจินเจินเดินเข้าไปในห้อง
หญิงสาวในชุดแดงกับลู่อวิ๋นพูดคุยกันไม่กี่คำ
หลังจากนั้นไม่นาน ลู่อวิ๋นกลับเข้ามา ในมือถือขวดหยกขนาดเล็กขวดหนึ่ง
นางยกขวดหยกอวดจินหรงด้วยความภาคภูมิใจ มองเยี่ยนชิงหยางด้วยสายตาเย้ยหยันพลางพูดเสียงดังว่า “เมื่อครู่ท่านพี่หญิงของข้าให้โอสถกับข้ามา โอสถอวิ้นหลิงตาน! หนึ่งขวด!”
พูดพลางเปิดขวดโอ้อวด เทโอสถออกมาสองเม็ด
เยี่ยนชิงหยางเหลือบมอง ก็รู้ว่าเป็โอสถอวิ้นหลิงตานระดับต่ำ
จินหรงรีบเข้ามาประจบเอาใจทันที ทว่าลู่อวิ๋นเทออกมาเพียงเพื่อโอ้อวด ไม่ได้ตั้งใจที่จะกินมัน นำโอสถใส่กลับเข้าไปในขวดอย่างระมัดระวัง
วันต่อมา เยี่ยนชิงหยางไปที่ห้องครัวตามปกติ เมื่อนางกลับมาที่ห้องในตอนกลางคืน กลับพบว่ามีคนมากมายอยู่ในห้อง
“เป็นาง นางขโมยโอสถอวิ้นหลิงตานของข้า!” ลู่อวิ๋นวิ่งมาตรงหน้าเยี่ยนชิงหยาง แผดเสียงดัง
เยี่ยนชิงหยางขมวดคิ้วและพูดว่า “หืม เ้ามีหลักฐานอะไร”
ลู่อวิ๋นหันมองรอบข้างก่อนเอ่ยเสียงดัง “ให้ข้าค้นเตียงของเ้าก็จะเข้าใจทุกอย่าง”
“จริงเหรอ” เยี่ยนชิงหยางแค่นหัวเราะ แล้วพูดอย่างใจเย็น “หากข้าขโมยโอสถอวิ้นหลิงตานของเ้าจริง ก็ต้องกินมันหรือขายไปแล้ว หรือไม่ก็ซ่อนมันไว้ จะโง่เอามันไว้ที่เตียงงั้นเหรอ”
เมื่อพูดจบ เยี่ยนชิงหยางก็ฉีกยิ้มเย็น “หรือไม่ก็เอาไปใส่ไว้ในเตียงของจินหรงเพื่อใส่ร้ายนาง! เ้าว่าจริงไหม”
ลู่อวิ๋นดวงตาเบิกกว้างด้วยความใ ชี้ไปที่เยี่ยนชิงหยาง กัดฟันและพูดอย่างเกลียดชัง “ไม่ว่ายังไงข้าก็จะค้นเตียงของเ้า”
ในตอนนั้น ศิษย์ที่อยู่ข้างๆ เดินเข้ามา พูดอย่างเคร่งขรึม “ถูกต้อง ต้องค้นเตียงของทุกคน!”
ศิษย์คนนี้เป็ศิษย์รับใช้ แซ่หลิว ฝึกปราณถึงขั้นที่สาม เป็ผู้ดูแลพื้นที่นี้ อายุเกือบสามสิบปีแล้ว รูปลักษณ์ของนางงดงามยิ่ง
เยี่ยนชิงหยางปฏิเสธทันที “ศิษย์พี่หลิว นี่มันไม่ค่อยเหมาะไหม”
ลู่อวิ๋นกวาดตามอง เดินไปที่เตียงของเยี่ยนชิงหยาง ยกที่นอนของนางขึ้น นำขวดหยกเล็กออกมา พร้อมกล่าวด้วยเสียงดัง “ดูนี่ ข้าหาเจอแล้ว เยี่ยนชิงหยาง คาดไม่ถึงว่าเป็เ้าที่ขโมยมัน!”
เยี่ยนชิงหยางมองด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง ราวกับกำลังดูเื่ตลก
ลู่อวิ๋นคนนี้ใส่ร้ายเื่นางเป็ขโมยอย่างไม่รอบคอบ
ผู้ดูแลหลิวพูดขึ้นทันที “เยี่ยนชิงหยาง เ้าขโมยโอสถของคนอื่น ไป ตามข้าไปรับโทษ!”
เยี่ยนชิงหยางเงยหน้าขึ้นมอง ส่งสายตาราวกับคมดาบไปทางผู้ดูแลหลิว
ช่างเป็การใส่ร้ายที่ง่ายดายอะไรเช่นนี้ นึกไม่ถึงว่าผู้ดูแลหลิวจะทำตามสถานการณ์ ดูเหมือนว่าจะร่วมมือกับลู่อวิ๋น
ลองพิจารณาดูอีกครั้ง นางพลันเข้าใจเื่ทั้งหมด พี่สาวของลู่อวิ๋นเป็ศิษย์สายใน ผู้ดูแลหลิวไม่ใช่ว่าจะทำดีเพื่อประจบประแจงหรอกหรือ
คิดมาถึงตรงนี้ เยี่ยนชิงหยางจ้องมองผู้ดูแลหลิว พูดชี้แจงอย่างเนิบช้า “ถ้าเป็เช่นนั้น ผู้ดูแลหลิวก็พาข้าเข้าไปในหอวินัยเพื่อรับการลงโทษเถอะ”
หอวินัยของสำนักอวิ๋นหวาเป็สถานที่ที่เอาไว้จัดการกับศิษย์ที่ทำผิดโดยเฉพาะ หากมีการลงโทษจะต้องมีการตรวจสอบสาเหตุที่แน่ชัด ถ้าเยี่ยนชิงหยางบอกถึงต้นสายปลายเหตุ คนของหอวินัยมีหรือจะฟังอุบายไม่ออก
เมื่อผู้ดูแลหลิวได้ยินอย่างนั้นก็สะอึก นางไม่ได้คาดคิดว่าศิษย์รับใช้เล็กๆ อย่างเยี่ยนชิงหยาง เพิ่งเข้าสู่สำนักได้เพียงเดือนเดียวจะรู้จักหอวินัย ผู้ดูแลหลิวส่งเสียงในลำคอก่อนจะพูดว่า “เ้าคิดว่าเ้าเป็ใคร แค่ศิษย์รับใช้เล็กๆ จะสามารถเข้าไปในหอวินัยได้อย่างนั้นเหรอ ข้าจะลงโทษเ้าเอง!”
“ศิษย์พี่หลิวเป็ผู้ดูแลพวกเรา แน่นอนว่าสามารถลงโทษข้าได้!” เยี่ยนชิงหยางตอบโต้ด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบในทันที
ทันใดนั้นน้ำเสียงเปลี่ยนเป็หนักแน่นและเอ่ยขึ้นว่า “แต่ว่า ข้าไม่สบายใจ ดังนั้นข้าตั้งใจจะไปหอวินัย ให้พวกเขาให้ความยุติธรรม!”
พูดจบก็หมุนตัว มุ่งหน้าไปยังหอวินัย
“เ้าเป็แค่ศิษย์รับใช้ เ้ากล้า!” ผู้ดูแลหลิวโกรธอย่างมาก เข้าขวางเยี่ยนชิงหยาง
“ศิษย์พี่หลิวเอาแต่บอกว่าข้าเป็ศิษย์บริวาร หรือว่าศิษย์สายในเป็ศิษย์ ส่วนศิษย์สายนอกไม่ใช่ศิษย์กัน” เยี่ยนชิงหยางหัวเราะและมองผู้ดูแลหลิวด้วยใบหน้านิ่งเรียบ
มองเห็นผู้ดูแลหลิวใบหน้าแดงก่ำเต็มไปด้วยความโกรธ เยี่ยนชิงหยางจ้องนางและกล่าวขึ้นอีกคำ “และอีกอย่าง ข้ากล้า!”
ผู้ดูแลหลิวสั่นเทิ้มด้วยความโกรธ นางเป็ผู้ดูแลมาหลายปี แต่กลับถูกวิพากษ์วิจารณ์โดยศิษย์รับใช้ที่เพิ่งเข้ามาและยังไม่ได้ชักนำปราณเข้าสู่ร่างกาย ทันใดนั้นความโกรธก็พลุ่งพล่านขึ้นในจิตใจ นางยกมือขึ้น
มือของนางเป็ประกายสีแดง
เยี่ยนชิงหยางเห็นดังนั้น จึงพูดด้วยเสียงดังก้อง “ถ้าข้าเป็อันตรายแม้แต่น้อย อวี้ผิงเจินเหรินจะไม่ปล่อยท่าน!”
ผู้ดูแลหลิวชะงัก มือที่ยกสูงหยุดลง
แน่นอนว่านางรู้จักอวี้ผิงเจินเหริน เ้าหุบเขาอวี้ผิง เจินเหรินระดับแก่นปราณทองคำ เป็ผู้ที่นางทำได้เพียงแหงนมองเท่านั้น แล้วเยี่ยนชิงหยางกับอวี้ผิงเจินเหรินมีความสัมพันธ์อะไรกัน
ในตอนนี้ นางอดไม่ได้ที่จะมองไปที่เยี่ยนชิงหยางอย่างหวาดระแวง
เห็นเยี่ยนชิงหยางสีหน้าราวกับหยกไร้สี อารมณ์แข็งกร้าว ลักษณะไม่เหมือนศิษย์รับใช้ทั่วไป และนึกได้ว่านางมักจะเป็คนสุภาพ สงบนิ่งและไม่สนใจสิ่งใด จึงค่อยๆ ลดมือลง
เยี่ยนชิงหยางเบาใจ
“ดี เ้าเก่งมาก ไม่ยอมรับว่าขโมยโอสถงั้นเหรอ คอยดูเถอะ เดี๋ยวเราจะได้เห็นดีกัน!” ผู้ดูแลหลิวะโเสียงดัง พูดกับเยี่ยนชิงหยางอย่างแข็งกร้าว แต่ภายในกลับสั่นไหว
จากนั้นก็ขยิบตาให้ลู่อวิ๋น ก่อนจะหมุนตัวเดินออกไป
ลู่อวิ๋นหวาดกลัวต่อท่าทางน่าเกรงขามของเยี่ยนชิงหยางเมื่อครู่ จึงไม่กล้าหาเื่นางอีก
เมื่อถึงตอนกลางคืน เยี่ยนชิงหยางนอนไม่หลับ จึงลุกขึ้นมายังใต้ต้นแปะก๊วยอีกครั้ง
เื่วันนี้นับว่าอันตรายเกินไป ผู้ดูแลหลิวฝึกปราณได้ถึงขั้นที่สาม หากไม่ใช่นางเอ่ยถึงอวี้ผิงเจินเหรินออกไปใน่เวลาคับขัน เกรงว่าจะถูกผู้ดูแลหลิวฆ่าตายหรืออาจได้รับาเ็ไปแล้ว
แต่เยี่ยนชิงหยางในชีวิตที่แล้วเป็อัจฉริยะที่น่าเกรงขาม โดยพื้นฐานนางไม่ใช่คนที่มีความอดทนอดกลั้นสูงนัก
สำหรับลู่อวิ๋น ไม่ชอบก็คือไม่ชอบ นางไม่มีทางฝืนใจประจบ
“ยากนักที่จะมีชีวิตอยู่ โดยปราศจากความแข็งแกร่ง!” เยี่ยนชิงหยางทอดถอนใจ
“โอสถ โอสถ ข้าต้องคิดวิธีที่จะหาเงินซื้อโอสถ!” เยี่ยนชิงหยางสาบานกับตนเองในใจ
ในเช้าวันถัดมา เยี่ยนชิงหยางกำลังจะออกไปข้างนอก แต่ผู้ดูแลหลิวมาถึงอีกครั้งเสียก่อน
ผู้ดูแลหลิวหน้าดำคล้ำ พูดอย่างเ็า “เยี่ยนชิงหยาง ่นี้โรงเตาหลอมกำลังขาดคน เ้าไม่ต้องไปที่ครัวอีกแล้ว หลังจากนี้ให้ไปที่โรงเตาหลอม” เมื่อพูดจบ จากนั้นก็ขว้างป้ายไปให้นาง แล้วหันหลังเดินจากไป
ฉู่เจินเจินเร่งรีบแต่งตัวแล้วเดินออกไป พูดขึ้นว่า “ชิงหยาง นางส่งเ้าไปโรงเตาหลอมได้ยังไง ที่นั่นล้วนมีแต่ศิษย์ชาย เป็การทำงานหนัก เ้าเป็เด็กสาวตัวเล็กๆ จะไปทำแบบนั้นได้ยังไง”
เยี่ยนชิงหยางมองที่ป้าย เห็นได้ชัดว่าเป็การแก้แค้นในเื่ส่วนตัวของผู้ดูแลหลิว แต่นางก็มีความรับผิดชอบในงานที่ได้รับมอบหมาย การปรับเปลี่ยนงานให้เยี่ยนชิงหยางตอนนี้ก็นับว่าเหมาะสม
ลู่อวิ๋นเดินเข้ามา ทำเสียงดังขึ้นจมูก ชำเลืองมองเยี่ยนชิงหยางแล้วพูดว่า “ขโมยของแล้วไม่กล้ายอมรับ ทั้งยังมีปัญหากับผู้ดูแลหลิว เ้าคิดว่าเ้าเป็ใคร ตอนนี้รู้แล้วสิ! หึ”
เยี่ยนชิงหยางหันไปตามเสียง จ้องมองลู่อวิ๋นด้วยสายตาเข้ม “หยุดหาเื่ข้า! มิฉะนั้น...”
เมื่อเห็นลู่อวิ๋นใบหน้าซีดเผือดด้วยความหวาดกลัว นางจึงถอยหลังถือป้ายเดินจากไป
นางไม่ได้อยากจะทะเลาะกับลู่อวิ๋น แต่การฝึกฝนนั้นลำบาก แมลงวันตัวน้อยที่บินไปมาสร้างปัญหาเป็ครั้งคราว ปล่อยไว้ไม่ได้จริงๆ จำต้องตีมันให้ตาย
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/c054af1f144fd2b59ae896f52d0f6c37