เดิมทีโจวซื่อยังไม่อยากจากไป ไม่ง่ายเลยกว่าที่นางจะหาโอกาสตอนที่ฮูหยินผู้เฒ่าออกไปข้างนอกแล้วลอบมาดูบุตรสาวได้เช่นนี้ ทั้งยังได้ยินบุตรสาวเรียกตนเองว่าแม่ และคำพูดที่ว่านางเป็ผู้ให้กำเนิด เช่นนั้นนางก็จะเป็ท่านแม่ของอีกฝ่ายตลอดไป ยามนี้นางคิดแต่จะกอดบุตรสาวตนเองแล้วร้องไห้ออกมาจริงๆ จังๆ สักหนเสียด้วยซ้ำ ยังจะให้นางคิดจากไปที่ใดอีก
แต่เมื่อเห็นเด็กน้อยบนเตียงมีสีหน้าอ่อนล้า ที่ศีรษะพันไว้ด้วยผ้าพันแผลสีขาวหนาๆ นางครุ่นคิดแล้วสุดท้ายจึงเอ่ยว่า “หว่านวาน เช่นนั้นแม่จะกลับไปก่อน พรุ่งนี้ค่อยมาเยี่ยมเ้าใหม่อีกครั้ง”
ทว่าพรุ่งนี้ฮูหยินผู้เฒ่าอยู่ในเรือน เกรงว่านางอยากจะมาที่นี่เพียงใดก็ยังไร้ซึ่งหนทางอยู่ดี
คิดมาถึงตรงนี้โจวซื่อก็รู้สึกว่าดวงตาร้อนผ่าวยิ่งนัก นางอยากร้องไห้ออกมาอีกครั้งอย่างช่วยไม่ได้
หลินหว่านเห็นเช่นนั้นก็รีบเอ่ย “ท่านแม่วางใจเถิด รอผ่านไปสักพักหลังจากข้าหายดีแล้ว ข้าจะไปหาท่านด้วยตนเองเ้าค่ะ”
โจวซื่อได้ยินแล้วถึงได้ยอมให้ไฉ่เวยประคองตนเองกลับไป ทว่าก่อนจากไปยังคงกำชับให้หลินหว่านนอนพักผ่อนให้มาก อย่าลืมเปลี่ยนยาให้ตรงเวลา และห้ามให้าแโดนน้ำเป็อันขาด “ถ้ามีแผลเป็ขึ้นมา เช่นนั้นก็แย่แล้ว”
หลินหว่านผงกศีรษะตอบรับทุกๆ คำอย่างอดทน
รอจนโจวซื่อออกไปแล้วหลินหว่านก็สลัดผ้าห่มบนตัวทิ้งทันที เธอวางขาลงกับพื้น้าจะลุกขึ้นยืน
สาวใช้ที่เดิมทียืนอยู่ด้านข้างรีบร้อนเดินขึ้นหน้ามาประคองผู้เป็นาย บนใบหน้าปรากฏรอยยิ้มประจบประแจง เอ่ยถาม “คุณหนู้าอะไรหรือ สั่งให้บ่าวไปทำให้ก็เหมือนกัน เหตุใดต้องลุกขึ้นมาด้วยเ้าคะ”
หลินหว่านเหลือบมองนางคราหนึ่ง เสื้อกั๊กสีชมพูสดใสคู่กับกระโปรงยาวสีชมพู บนศีรษะปักปิ่นเงินลายดอกท้อ มีรูปโฉมน่ามอง นับได้ว่ามีความบริสุทธิ์งดงามอยู่หลายส่วน
ในใจหลินหว่านคาดเดาว่าสาวใช้ผู้นี้น่าจะเป็ ‘ฮว่าผิง’ ดังนั้นเธอจึงลองหยั่งเชิงด้วยการเรียกออกไป “ฮว่าผิง?”
ฮว่าผิงรีบรับคำ ทั้งยังถามขึ้นมาอีกครั้ง “คุณหนูจะสั่งอะไรหรือเ้าคะ”