"เ้านี่น่ะรึ? เหล็กไหลทมิฬที่ร่ำลือกัน?"
เยี่ยหลางยืนจ้องมองวัตถุเบื้องหน้าด้วยสายตาเป็ประกายระยิบระยับ ท่ามกลางอากาศที่หนาวเหน็บจนเสียดกระดูกภายใน "คลังสมบัติลับ" ชั้นใต้ดินที่ลึกที่สุดของสำนักกระบี่์
เบื้องหน้าของเขา คือแท่นหินหยกเย็นขนาดใหญ่ ตรงกลางมี 'กรงแก้วผลึก' ใสแจ๋วครอบอยู่ ภายในกรงแก้วนั้น ไม่มีก้อนแร่แข็งๆ อย่างที่เขาจินตนาการไว้ แต่มีเพียง 'ของเหลวสีดำสนิท' ปริมาณเท่ากำปั้น ลอยคว้างอยู่กลางอากาศราวกับไร้น้ำหนัก มันเคลื่อนไหวบิดเบี้ยวไปมา เปลี่ยนรูปทรงไม่หยุดหย่อน เดี๋ยวเป็ทรงกลม เดี๋ยวเป็หนามแหลม ดูราวกับสิ่งมีชีวิตที่กำลังทุรนทุราย
หลิวซืออิน ที่เป็คนนำทางมา ยืนอยู่ข้างหลังเยี่ยหลาง สีหน้าของนางเต็มไปด้วยความหวาดระแวง มือข้างหนึ่งจับด้ามกระบี่แน่น "ระวังปากเ้าหน่อย เยี่ยหลาง... นั่นไม่ใช่ของเล่น มันคือ 'โลหิตมารศาสตรา' หรือที่เรารู้จักในชื่อเหล็กไหลทมิฬ มันมีจิติญญาที่บ้าคลั่ง มันกลืนกินทุกสิ่งที่เข้าใกล้ ไม่ว่าจะเป็โลหะหรือเนื้อหนัง"
"กินทุกอย่างเลยเหรอ?" เยี่ยหลางเลิกคิ้ว "งั้นก็เหมาะเลย... เพราะลูกชายข้ามันก็ตะกละเหมือนกัน"
เขาปลด 'ท่อนเหล็กดำ' (เสาค้ำ์ปราบมาร) ลงจากบ่า ทันทีที่ท่อนเหล็กดำปรากฏตัว ของเหลวสีดำในกรงแก้วก็หยุดนิ่งไปชั่วขณะ... ก่อนจะเริ่มสั่นระริกอย่างรุนแรง ราวกับััได้ถึง 'ผู้ท้าชิง'
"เปิดกรงเลยศิษย์พี่หญิง" เยี่ยหลางสั่ง
"เ้าแน่ใจนะ?" หลิวซืออินลังเล "ถ้ามันหลุดออกมาแล้วควบคุมไม่ได้ ข้าอาจต้องตัดแขนเ้าทิ้งเพื่อหยุดมัน"
"เออน่า... เชื่อใจข้า (และเชื่อใจความตะกละของเ้าท่อนทื่อ) เถอะ"
หลิวซืออินสูดหายใจลึก นางร่ายคาถาปลดผนึกแล้วกดปุ่มกลไก คลิก... ฟู่ววว!
กรงแก้วผลึกค่อยๆ เลื่อนเปิดออก ทันใดนั้น!
ก๊าซซซซ!!
เสียงกรีดร้องแหลมสูงดังออกมาจากก้อนเหล็กไหล มันไม่ได้เป็เสียงเส้นเสียง แต่เป็เสียงเสียดสีของโลหะที่แสบแก้วหู เหล็กไหลทมิฬพุ่งตัวออกมาทันทีราวกับงูฉก! เป้าหมายของมันไม่ใช่เยี่ยหลาง... แต่เป็ 'กระบี่' ที่เอวของหลิวซืออิน!
"ระวัง!" เยี่ยหลางะโ
มันพุ่งเข้าหุ้มปลอกกระบี่ของนางอย่างรวดเร็ว กัดกร่อนเนื้อโลหะจนเกิดควันโขมง "กระบี่ข้า!" หลิวซืออินใ รีบชักกระบี่ทิ้ง แต่เหล็กไหลเกาะแน่นไม่ปล่อย มันกำลัง 'ย่อย' กระบี่ระดับสูงให้กลายเป็ของเหลวเพื่อเพิ่มขนาดตัวมันเอง
"เฮ้ย! นั่นไม่ใช่ของกินของแก!" เยี่ยหลางไม่รอช้า เขาเหวี่ยง 'ท่อนเหล็กดำ' เข้าใส่ก้อนเหล็กไหลเต็มแรง
เคร้ง!
แทนที่เหล็กไหลจะถูกตีจนกระเด็น มันกลับ 'แผ่ขยาย' ตัวออกเหมือนตาข่ายยางเหนียวหนืด รับแรงกระแทกของท่อนเหล็ก แล้วพันธนาการท่อนเหล็กเอาไว้แน่น!
"จะเล่นแบบนี้ใช่มั้ย?" เยี่ยหลางแสยะยิ้ม
ตอนนี้ท่อนเหล็กดำของเยี่ยหลาง ถูกเหล็กไหลทมิฬหุ้มไว้เกือบครึ่งท่อน มันพยายามจะ 'กัดกิน' ท่อนเหล็กดำ เหมือนที่มันทำกับกระบี่ ซูมมม... เสียงการกัดกร่อนดังขึ้น
แต่ทว่า... ผ่านไปสามลมหายใจ ท่อนเหล็กดำยังคงสภาพเดิม ไม่มีรอยขีดข่วน กลับกัน... ตัวอักษรบนท่อนเหล็กเริ่มส่องแสงสีแดงเื 'เสา... ค้ำ... ์...'
มันโกรธ! มันโกรธที่มี 'ปรสิตชั้นต่ำ' บังอาจมาเกาะแกะมัน!
วูมมมม!!!
แรงดึงดูดมหาศาละเิออกมาจากแกนกลางของท่อนเหล็กดำ คราวนี้ไม่ใช่แค่การดูดิญญาเหมือนตอนเจอมารโลหิต แต่เป็การ 'ดูดกลืนสสาร' (Material Absorption)
เหล็กไหลทมิฬที่กำลังลำพองใจ จู่ๆ ก็กรีดร้องลั่นเมื่อพบว่าตัวเองกำลังถูกดึงเข้าไปในเนื้อเหล็กที่แข็งแกร่งกว่า "กิ๊ซซซซ!" มันพยายามจะสลัดหลุด พยายามจะหนีกลับไปหากระบี่ที่กินค้างไว้ แต่สายไปแล้ว!
ท่อนเหล็กดำเหมือนหลุมดำที่หิวกระหาย มันดูดเหล็กไหลเข้าไปทีละน้อย จากของเหลวหนืดๆ ถูกดึงยืดเป็เส้นด้ายสีดำ ไหลซึมผ่านรูพรุนเล็กๆ บนผิวท่อนเหล็กดำเข้าไปสู่แกนกลาง
เยี่ยหลางยืนเกร็งแขนแน่น เหงื่อเม็ดโป้งผุดขึ้นเต็มหน้าผาก "กินเข้าไป! กินให้หมด! อย่าให้เหลือแม้แต่หยดเดียว!"
การต่อสู้ระหว่างศาสตราดำเนินไปอย่างดุเดือด หนึ่งคือเหล็กไหลที่ไร้รูปร่าง สองคือเสาเหล็กโบราณที่ไร้วันทำลาย
สุดท้าย... ผู้ชนะย่อมเป็ผู้ที่แข็งแกร่งกว่า
วูบ...
เหล็กไหลหยดสุดท้ายถูกดูดหายเข้าไปในท่อนเหล็กดำ เสียงกรีดร้องเงียบหายไป ท่อนเหล็กดำสั่นสะท้านเฮือกสุดท้าย ก่อนจะสงบนิ่ง
หลิวซืออินยืนอ้าปากค้าง มองดูกระบี่ของตัวเองที่เหลือแต่ด้ามกุดๆ แล้วหันไปมองอาวุธของเยี่ยหลาง "มัน... มันกินเหล็กไหลเข้าไปจริงๆ รึ?"
เยี่ยหลางยกท่อนเหล็กขึ้นมาสำรวจ รูปลักษณ์ภายนอกของมันเปลี่ยนไปอีกครั้ง จากเดิมที่เป็ท่อนเหล็กดำด้าน ผิวขรุขระเหมือนสนิมเกาะ ตอนนี้... ผิวของมัน 'เรียบเนียน' ราวกับกระจกดำ มันดูเหมือนของเหลวที่ถูกแช่แข็ง มีความมันวาวและดูลื่นไหล
เยี่ยหลางลองเขย่ามันดู กึก... กึก...
เขารู้สึกได้ถึง 'การเคลื่อนไหวภายใน' แกนกลางของท่อนเหล็ก ไม่ได้ตันสนิทอีกต่อไป แต่มี 'ของเหลว' (เหล็กไหลทมิฬ) ไหลเวียนอยู่ข้างใน!
"โอ้โห..." เยี่ยหลางตาโต "น้ำหนักเพิ่มขึ้นเป็ 'ร้อยยี่สิบชั่ง' (60 กก.) ได้มั้งเนี่ย" แต่สิ่งที่น่าทึ่งกว่าน้ำหนัก คือ 'โมเมนตัม' (Momentum)
เมื่อเขาเหวี่ยงท่อนเหล็กไปข้างหน้า ของเหลวข้างในจะไหลไปกองที่ส่วนปลาย ทำให้เกิดแรงเหวี่ยงทวีคูณ (Centrifugal Force) และเมื่อปะทะเป้าหมาย... ของเหลวที่ตามมาทีหลังจะสร้างแรงกระแทกซ้ำสอง (Secondary Impact) เหมือนค้อนทราย (Dead Blow Hammer) แต่รุนแรงกว่าร้อยเท่า!
"สุดยอด..." เยี่ยหลางยิ้มแก้มปริ "นี่มันไม่ใช่แค่ท่อนเหล็กแล้ว... นี่มันคือ 'กระบองทลายภูผา' ชัดๆ"
ตัวอักษรบนท่อนเหล็ก ปรากฏคำใหม่ขึ้นมาเรืองแสงสีทองจางๆ 'เสา... ค้ำ... ์... ปราบ... มาร... ไร้... ลักษณ์' (Formless)
"ไร้ลักษณ์?" เยี่ยหลางสงสัย เขาลองส่งกระแสจิต (หรือแค่จินตนาการ) ไปที่ท่อนเหล็ก "ยืดออกซิ!"
ครืดดด!
ท่อนเหล็กที่ยาวหนึ่งเมตร จู่ๆ ก็ 'ยืด' ออกอย่างรวดเร็วเป็สองเมตร! ไม่ใช่การยืดแบบเวทมนตร์ แต่เนื้อเหล็กไหลข้างในดันตัวออกมาและขยายโครงสร้างภายนอก และเมื่อเขาสั่งให้หด มันก็หดกลับมาเท่าเดิม
"เปลี่ยนรูปร่างได้นิดหน่อย... ยืดหดได้... แถมหนักขึ้น" เยี่ยหลางหัวเราะร่า "ทีนี้แหละ ไอ้พวกมารหน้าไหนก็ดาหน้ากันเข้ามาเลย พ่อจะหวดให้กลิ้งเป็ลูกขนุน!"
หลิวซืออินมองดูชายหนุ่มที่กำลังคุยกับอาวุธอย่างบ้าคลั่ง แล้วก็ได้แต่ส่ายหัว "เยี่ยหลาง... ข้าไม่รู้ว่าเ้าเป็อัจฉริยะหรือคนบ้ากันแน่" "แต่ข้าหวังว่า... ความบ้าของเ้า จะช่วยพวกเราได้ในอีกสองวันข้างหน้า"
...
สองวันต่อมา... คืนจันทร์ดับ
ท้องฟ้าเหนือยอดเขาเทียนเจี้ยนมืดสนิทไร้แสงดาว เมฆดำทะมึนลอยต่ำปกคลุมยอดเขา บรรยากาศเงียบสงัดจนน่าขนลุก ศิษย์สำนักกระบี่์ทุกคนประจำการอยู่ที่จุดยุทธศาสตร์ สวมเกราะเต็มยศ ใบหน้าเคร่งเครียด
เยี่ยหลางยืนอยู่บนหลังคาหอระฆัง จุดที่สูงที่สุดที่มองเห็นทางเข้าสำนัก เขานั่งพิง 'เสาค้ำ์' (ชื่อย่อใหม่ของท่อนเหล็ก) เคี้ยวหมั่นโถวแห้งๆ อย่างสบายใจ
"มาแล้วสินะ..."
สายตาของเขาจับจ้องไปที่ความมืดเบื้องล่าง ที่ตีนเขา... มีจุดไฟสีเขียวดวงเล็กๆ ปรากฏขึ้นหนึ่งดวง ตามด้วยสองดวง... สิบดวง... ร้อยดวง... จนกลายเป็ทะเลเพลิงสีมรกตที่เคลื่อนตัวขึ้นมาตามบันไดหิน
เสียงกลองรบดังกึกก้อง แฝงด้วยพลังปราณที่ทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ ตึง! ตึง! ตึง!
"นิกายมารโลหิต บุกแล้ว!" เสียงะโแจ้งเตือนดังลั่น
เยี่ยหลางกลืนหมั่นโถวคำสุดท้าย ลุกขึ้นยืนบิดี้เี "เอาล่ะ... ได้เวลาออกกำลังกายหลังอาหารเย็น"
เขาจับท่อนเหล็กดำที่ตอนนี้ดูเหมือนจะสั่นระริกด้วยความตื่นเต้น (หรือความหิว) "คืนนี้เป็บุฟเฟ่ต์นะลูกพ่อ... กินให้พุงกางไปเลย!"