2
Dear กวีวัธน์
……….
“ ชมรมวรรณศิลป์ คณะอักษรศาสตร์ ”
“ รายละเอียด กิจกรรม The Letter ส่งรักผ่านจดหมาย มีดังนี้ ….. ”
“ หนึ่ง .. เขียนจดหมายรักถึงบุคคลใดก็ได้ ไม่ว่าคนคนนั้นจะเป็ใคร มีชีวิตหรืออาจเป็บุคลคลในจินตนาการขึ้นมาเองก็ได้ โดยให้มีเนื้อหาที่สอดคล้องกับชื่อของชมรมคือ “The Letter ส่งรักผ่านจดหมาย” ”
“ สอง .. ผู้เขียนจะต้องคิดนามปากกาของตัวเองขึ้นมาใช้เอง หรือจะใช้ชื่อจริงของตัวเองก็ได้ ในการจ่าหน้าซองและใช้ในการเขียนข้อความลงในกระดาษจดหมาย”
“ สาม .. หากเขียนจดหมายและจ่าหน้าซองเสร็จแล้ว ให้นำจดหมายมาใส่ไว้ในตู้ล็อกเกอร์ โดยทางชมรมจะติดชื่อ และรูปภาพใบหน้าของสมาชิกทุกคนติดอยู่หน้าตู้ล็อกเกอร์ของตัวเอง ซึ่งทางชมรมได้จัดตู้ล็อกเกอร์ให้สมาชิทุกคนไว้ที่หน้าห้องชมรม…. หากผู้เขียนไม่ประสงค์จะส่งจดหมายของตัวเองให้สามาชิกในชมรม โปรดให้ผู้เขียนจ่าหน้าซองถึงบุคคลคนนั้น และสแกนคิวอาร์โค้ด เพื่อแจ้งความประสงค์ และส่งที่อยู่ให้แอดมินได้ทราบว่าผู้เขียนมีความประสงค์จะส่งถึงใคร ที่ไม่ใช่สมาชิกของชมรม และทางแอดมินจะทำการส่งจดหมายรักของผู้เขียนให้กับคนที่ผู้เขียนประสงค์จะส่งให้ ”
“หากว่าสมาชิกเข้าใจในรายละเอียดแล้ว ของให้สมาชิกทุกท่าน .. เพลิดเพลินในการเขียนจดหมายรักในกิจกรรมครั้งนี้ด้วยนะครับ ปล.เขียนหาแอดมินบ้างนะครับ “ วี ..กวีวัธน์ (ประธานชมรม) ” ”
“ โพสต์ประกาศของกิจกรรม ที่ถูกปักหมุกในเพจเฟสบุ๊คของชมรม ด้วยฝีมือการพิมพ์และถูกแชร์ออกไปสู่ผู้คนที่ติดตามและสมาชิกของชมรม เกิดขึ้นโดย กวีวัธน์ ประธานกิจกรรม The Letter ”
……………..
Part กวีวัธน์
“ พวกมึงว่า จะมีใครเขียนไหมวะ กูกลัวจะแป๊กว่ะ … T_T ” ….. ผมที่คิดมากกับผลคาดหวังที่จะได้รับ เลยคุยกับเพื่อนแบบสีหน้าที่เคร่งเครียด และจริงจัง
“ มึงจะคิดมากทำเหี้ยอะไรวะ ถ้าไม่มีคนใจ ยอดสมาชิกคงไม่ถึงสามร้อยกว่าคนหรอกมั้ง มึงคิดดีๆสิวะไอ้วี”…. ภพ ที่คอยพูดปลอบใจผมอยู่เสมอ
“ เออ.. ไอ้ภพพูดถูก จะดีหรือไมดี มึงอย่าเพิ่งตัดสินแต่ตอนนี้สิวะ มันต้องใช้เวลา .. สำหรับกูนะ กูว่าปังแน่นอน ปังปุริเย่ด้วยล่ะ เซนส์กูมันบอกมาแบบนี้ .. แล้วมึงก็ควรหยุดเครียดด้วย เดี๋ยวนี้!! ” … ฺบุ้งกี๋ ที่พูดต่อจากภพ ดูท่าทางจะซีเรียสมากกว่าภพอีกด้วยซ้ำไป
“ เออ .. โอเค ก็รอดูต่อไปก็แล้วกันว่ะ .. ออกไปหาอะไรแดกเหอะ หิวแล้วว่ะ”….. ผมที่ชวนเพื่อนออกไปข้างนอก ด้วยความที่ว่าผมหิวข้าว เพราะวันนี้ผมตื่นสายและรีบเข้ามาห้องที่ห้องชมรม และยังไม่ได้กินอะไรรองท้องมาเลย
“ เฮ้ยยย!! ไอ้วี ตู้มึงมีจดหมายด้วยว่ะ ”….. ภพ อุทานออกมาแบบใ
“ เออนั่นดิ .. แหม!! วันแรกก็เนื้อหอมเลยน๊าาา พ่อหนุ่ม!!”…. บุ้งกี๋ ที่แซวผมเหมือนนัดไว้กับภพ
“ เหอะ .. เขาอาจจะหย่อนผิดตู้ก็ได้นะมึง”….. ผมที่ได้พูดตัดพ้อเพื่องผมทั้งสองคน
“ หยิบขึ้นมาดูดิไอ้วี”
“ เออ..”…. ผมที่หยิบจดหมายที่มีคนมาหย่อนไว้ในตู้ของผม ซึ่งผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับว่า เป็จดหมายของใครมาส่งทิ้งไว้ในตู้ของผมเมื่อเช้านี้
“ To … กวีวัธน์ ” …. หน้าซองจดหมายสีน้ำเงิน ที่สลักชื่อของผมลงหน้าซองด้วยลายมือที่น่ารัก ราวกับฟอนต์วัยรุ่นในเว็บขายเลยก็ว่าได้ ผมเลยตัดสินใจเปิดซองจดหมายน้ำเงินนั้นออกมาอ่าน เพื่อที่จะได้รู้ว่า เป็ใครกันนะที่ส่งจดหมายฉบับแรกมาให้ผม
“ …………” …. ผมที่เปิดซองจดหมาย ถึงกับต้องใเแป็นเอามา เพราะว่ากระดาษจดหมายที่อยู่ข้างในซองนั้น กลับไม่มีข้อความที่เอ่อยถึงผมหรือว่าใครเลย กลับมีภาพวาดใส่กระดาษวาดภาพมาแทน ซึ่งภาพวาดที่ผมได้เห็นนั้น ก็คือภาพวาดของตัวผมเอง ที่กำลังทำท่าเอาแฟ้มขึ้นมาบังแดดแล้วยิ้มให้กับท้องฟ้าบนในตอนที่ผมกำลังเดินบนถนน ซึ่งภาพที่ถูกวาดขึ้นนั้น เป็ภาพที่สวยถูกใจผมเอามากๆ ภาพที่ถูกวาดโดยดินสอสีดำ ลายเส้นเนียนละเอียด และที่สำคัญเขาคนนั้นวาดได้น่ารักกว่าตัวผมเองเสียอีก … เพื่อนของผมทั้งสองคนทันทีที่ได้เห็น ต่างก็พูดเป็เสียงเดียวกันว่า มีคนกำลังจีบผมอยู่แน่ๆ ถึงได้วาดภาพแบบนี้แล้วส่งเป็จดหมายมาให้กับผม … นอกจากจะมีภาพวาดแล้ว ยังมีข้อความเล็กๆที่เขียนไว้มุมล่างทางขวา เป็ข้อความเล็กๆอีกว่า “ So Cute Baby” … ข้อความบนภาพนั้น ทำให้ผมครุ่นคิดดีๆไม่ได้เลยครับว่า ใครเป็เ้าของภาพนั้น เพราะผมอยากไปขอบคุณเขามากๆ ที่วาดรูปผมได้น่รักขนาดนี้
“ เชี้ยย!! … ทำไมวาดน่ารักขนาดนี้วะเนี่ย น่ารักกว่าตัวจริงมันอีกว่ะมึง!!”…. ภพที่ได้สบถออกมาด้วยความใ เมื่อได้เห็นภาพวาดที่มีคนได้วาดมาให้ผม
“ เวอร์ละ มึงอ่ะ…. รูปมันจะน่ารักกว่าตัวจริงได้ไงวะ ”….. ผมที่ตอบกลับเพื่อนไป ด้วยความหมั่นไส้
“ เออ จ๊าาา!! .. มีโซคง โซคิวท์ เบบี้ อีกต่างหากนะ .. กูว่านะไอ้กี๋ เพื่อนเราโดนจีบแล้วว่ะ ว่าแต่จะเป็ใครกันน้อ ที่มาแอบเต๊าะเพื่อนกู โดยการวาดรูปมันมาส่งให้แบบนี้ ”….. ภพที่พูดด้วยความสงสัย และกวนๆกับคำถามของมัน ที่อยากจะรู้ให้ได้ว่าใครเป็คนที่วาดภาพนี้มาให้ผม
“ เอออ ถ้าเก่งมากก็สืบให้กูดิ จะได้รู้ๆกันไปว่าใครเป็คนวาดรูปให้กู”…. ผมที่รำคาญกับท่าทางของภพ เลยพูดประชดออกไป แต่ไม่รู้ว่าการประชดของผมนั้น จะทำให้ภพคิดจะตามหาเ้าของภาพวาดจริงๆ
“ ไม่ต้องท้า .. มันสายไปแล้วล่ะมึง กูให้สายกูตามหาละ ว่าเป็ฝีมือของใคร เรียนอยู่คณะไหน ..มึงหายห่วงได้เลยเพื่อนวี ”…..
“ โอ้โห!! มึงนี่เร็วนะ ลงพื้นที่เร็วกว่า ฐาปณีย์ คุณกิตติซะอีก .. เรียนจบแล้วไปอยู้ BBC Newsก็ได้นะเว้ย กูว่ามึงรุ่งแน่ๆว่ะ ”….. ผมที่แซวภพกลับไปด้วยความหมั่นไส้อีกครั้ง
“ แน่นอน เื่ตั้งหม้อรอเผือก ให้ไว้ใจกูเถอะว่ะ … ทุกวันนี้โคนันยังเรียกกูว่าอาจารย์เลย”…. ภพ ยังคงกวนๆใส่ผมอยู่เสมอ
“ ค๊าบบ!! ยอมแล้วล่ะครับพ่อคุณเอ๊ยย!! …. ไปๆๆๆ กูหิวแล้ว ” ….. ผมที่รีบตัดบทสนทนาของเพื่อนเวลานั้นทันที เพราะหิวข้าวเสียเหลือเกิน และผมกกับเพื่อนก็พากันเดินไปหาอะไรทานที่โรงอาหารทันทีหลังจากที่ได้เก็บภาพวาดที่ผมได้ใส่ในกระเป๋าของผม
……………………
“ คณะเภสัชศาสตร์ ”
แกงค์ช้างเผือก ที่กำลังวุ่นวายกับการทำงานกลุ่มเพื่อที่จะเตรียมนำเสนออาจารย์ใน่บ่ายขอวันนี้ ต่างคนก็ต่างก้มหน้าก้มตานั่งทำงานอย่างเคร่งเครียดในห้องเรียนที่เขาให้เรียนประจำทุกวัน
Part ชลธร
“ นี่.. ไอ้ชล มึงได้เขียนจดหมายบ้างหรือยังวะ ” …. นที ที่ได้ถามผมด้วยความสงสัย
“ เขียนแล้ว ส่งแล้วเมื่อเช้านี้…มึงทำไมวะ?? ”… ผมที่ตอบกลับทีแบบมั่นใจ เพื่อจะให้เพื่อนได้หายจากอาการสงสัย .. แต่มันก็ไม่เป็ผลต่อเพื่อนของผมเลย
“ เฮ้ยๆๆๆ… ตอนไหนวะ มึงไปแอบเขียนตอนไหน ทำไมกูไม่รู้!!! ”…… นที ที่ยังถามผมแบบกวนๆต่อไป
“ ไอ้ที .. นี่กูต้องบอกมึงด้วยหรอวะ กูจะเขียนเวลาไหนก็เื่ของกูดิ.. มึงอ่ะ เขียนได้สักตัวบ้างยัง??” … ผมตอบกลับนทีด้วยน้ำเสียงที่น่าเบื่อ
“ ยังว่ะ กูก็ไม่รู้ว่าจะเขียนให้ใครเหมือนกัน … ยังไม่เจอคนที่ถูกใจว่ะ ”…. นทีตัดพ้อแบบหมดความหวัง
“ มึงก็ลองเขียนถึงเพื่อนก็ได้ .. ถ้านึกไม่ออก ก็เขียนให้เพื่อนมึงไปเลยดิ พวกอักษรอ่ะ ไม่เห็นจะยากตรงไหน เขียนเล่นไปพรางๆ ไม่ได้จริงจักสักหน่อย ”…. ผมตอบแกมบ่นๆ ให้นทีฟังหวังว่าจะให้มันคิดได้ แต่ก็ยังไม่เป็ผลอีกตามเคยครับ
“ โนๆๆๆ!! ไม่จ่ะไม่ เขียนให้พวกนั้น แล้วดันผีผลักขึ้นมาอ่ะ จะทำไงวะมึ๊งงง!! ”…. นที ตอบด้วยเสียงลากยาวๆ อ้อนๆ
“ เออ มึงจะเขียนให้ใครก็เื่ของมึงก็แล้วกัน กูชักจะรำคาญมึงละไอ้ที ”…… พล ที่แอบรำคาญก็ได้ตอบประชดนทีออกไป
“ งั้นเขียนให้มึงนะ ”….. นที ตอบพลแบบกวนๆ
“ ไม่อยากอ่านของมึงเลยจริงๆว่ะ กลัวอ่านแล้วดวงจะซวย ต้องไปวันสะเดาะเคราะห์อีก ว้าวุ่นกันเลยล่ะทีนี้ กรุณาเขียนให้คนอื่นเถอะนะครับ คุณชายนที”….. พล ที่ตอบกลับนทีในน้ำเสียงกวนๆต่อ
“ ฮ่าๆๆๆ+ กูก็เหมือนกันว่ะ มึงอย่าเขียนให้กูนะไอ้ที ”…… ผมที่อดขำกับคำพูดของพลไม่ได้ เลยหัวเราะลั่นออกไปตามเหตุการณ์
“ เออๆๆ .. เว้ยยยย จำไว้เลยนะพวกมึง บูลลี่กูนะ งอนแล้ววว ”….. นที ที่โดนแซวกลับ ถึงกับเขินอายจนทำตัวไม่ถูก แถมยังทำหน้ามองค้อนแบบงอนๆ ปนความน่ารักของมันออกมาทำให้ผมกับพลต้องใจอ่อน
“ โอ๋ๆๆๆ ไม่งอนน๊า!! คนดีของพี่ มาๆๆ เดี๋ยวพี่พาไปกินน้ำแข็งไส ”…… พล ที่เข้าไปปลอบใจนทีด้วยความเอ็นดูในสีหน้าที่งอนๆและออดอ้อน
“ เออ .. มึงเลี้ยงกูเลยนะไอ้พล ไม่เลี้ยงกูจะโกรธมึงจริงๆด้วย ”….. นที ทำท่าทีขู่พลด้วยความงอนที่ตัวเองได้ก่อขึ้นมาเอง
“ เออดีมากเลยนะมึง ก่อเื่เอง งอนเอง .. แล้วให้กูง้อ เจริญพรครับท่าน”….. พล ทำท่ามองค้อนนทีไปอีกครั้ง ต้วยความที่นที ใช้สกิลความเป็เด็กที่มีอยู่ในตัว เอาออกมาใช้จนพลกับผมต้องใจอ่อนในที่สุด
“ น๊าๆๆๆ อ้อนพวกมึงแล้วเนี่ยย … น๊าๆๆๆๆ ”…… นที ทำเสียงและท่าทางที่ออดอ้อน ะโเข้าไปเกาะแขนของพล แล้วทำท่าเหมือนคู่รักที่กำลังง้อกันอย่างน่ารัก จนคนรอบข้างในคณะ ต่างก็มองมาที่เพื่องของผมสองคน บางคนก็ทำท่าเขินๆฉบับสาววาย บางกลุ่มก็มีแอบถ่ายรูปไปได้บ้างเท่าๆที่ผมสังเกตุ .. แต่ที่เรียกเสียงฮือฮาที่สุดคือมีคนแอบถ่ายรูปของเพื่องผมสองคนไปลงในเพจ “Y'ชน (ประชาชนคนวายๆ)” เพจเฟสบุ๊คของบรรดาสาววายในมหาวิทยาลัยร่วมกันก่อตั้งขึ้นเมื่อหกปีก่อน และยังเป็เพจที่ดังที่สุดของมหาวิทยาลัยในระแวกนี้อีกด้วย มีผู้ติดตามมากมายนับล้านผู้ติดตาม
……………………….
“โรงอาหารคณะคหกรรมศาสตร์”
Part กวีวัธน์
“ ติดใจอ่ะดิ ที่กูพามากินของอร่อยๆที่นี่อ่ะ ”…. ภพขิงตัวเองสุดๆ ที่เพื่อนอย่างผมกับบุ้งกี๋ชอบใจในอาหารที่มันแนะนำและพาผมสองคนมากินถึงคณะคหกรรม
“ เออ อร่อยจิงนี่หว่า ไม่เสียแรงที่ไว้ใจมึงนะ .. เออ แล้วไอ้ทีล่ะ ชอบกินแบบมึงป่ะ”….. ผมที่สงสัยในตัวเพื่อน เลยถามไปแบบดื้อๆ
“ นั่นดิ ไอ้ทีกินเก่งเหมือนมึงป่าววะ ??”…… บุ้งกี๋ ยิงคำถามเดียวกันกับผมไปให้ภพตอบต่อ
“ ไอหมอนั่นอ่ะนะ .. โนว์จ่ะ ชอบของหวานเป็ชีวิตจิตใจ กินจนกูจะพาไปตรวจเบาหวานแม่งทุกเดือนละ ” พิภพ ที่ตัดพ้อด้วยสีหน้าเอือมๆ กับการตอบคำถามของเพื่อนที่ถามถึงพี่ชายฝาแฝดอย่างนที
“ มึงก็บอกให้มันเพลาๆ บ้างดิวะ .. เดี๋ยวเบาหวานก็แดกตายโหง ตายห่ากันพอดี ”….. บุ้งกี๋ พูดกับพลด้วยความที่เป็ห่วงเพื่อน
“ นี่มึงเป็ห่วงเป็ใช่มั้ยไอ้กี๋ .. แปลกๆจังเลยวะ ”….. ภพทำท่าเลิกคิ้วถามกลับบุ้งกี๋ด้วยความสงสัย
“ เออ เป็ห่วงแหล่ะ .. เตือนๆมันด้วยละกัน ”…… บุ้งกี๋ ตอบกลับภพด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ เออๆๆๆ เดี๋ยวกูเตือนมันเอง .. แต่ตอนนี้ ง่วงละ อิ่มแล้วนอนได้ ”….. ภพที่ตัดบท อยากกลับคณะไปงีบรอเรียนต่อ่บ่าย
“ นิสัย!!! กินแล้วนอน เดี๋ยวก็กรดไหลย้อน”….. ผมที่เป็ห่วงเพื่อน เลยเตือนไปด้วยความหวังดี … หลังจากที่ยืนคุยกันได้สักพัก ผมกับเพื่อนก็พากันเดินไปที่ลานจอดรถ เพื่อที่จกลับคณะเพื่อรอเรียนต่อใน่บ่าย
…………………………………………………..
“ ตุ๊บ!!! ”….. เสียงของแรงกระแทกบางอย่างดังขึ้น ระหว่างที่ทั้งสามคนเดินกลับไปที่ลานจอดรถ .. เสียงกระแทกที่เกิดขึ้นนั่นก็คือ …
เสียงของชลธร กับ กวีวัธน์ เดินชนกัน โดยที่กลุ่มของชลธร เดินขึ้นบันเดินโดยไม่ทันได้มองใคร .. กลุ่มของกวีวัธน์ก็เช่นกัน ต่างฝ่ายก็ต่างไม่ได้มองหรือสนใจใคร จนทำให้เกิดอุบัติเหตุเล็กๆขึ้น … แต่ที่ร้ายไปกว่านั้นกลับกลายเป็ กวีวัธน์ ที่ต้องโดนกาแฟในมือของชลธรที่ถือติดมือมาด้วย หกเลอะเทอะเสื้อนักศึกษาแบบเละตุ้มเปะไปหมด และต่างฝ่ายต่างก็ได้ทะเลาะกันเพียงนิดๆหน่อยๆ
“ เชี่ยยย เสื้อกู … เห้ย!! นี่มึงไม่เห็นหรอวะว่ามีคนเดินอยู่อ่ะ ” ….. กวีวัธน์ เริ่มตะหวาดเสียงแบบไม่พอใจใส่ชลธรด้วยความที่ตัวเองโมโหที่โดนกาแฟในมือของชลธรหกใส่เสื้อของตัวเองจนเละเทะ
“ เฮ้ย!! กูขอโทษ กูมองไม่เห็นจริงๆ มึงอ่ะก็เดินลงมาไม่มองชาวบ้านเขาเหมือนกันแหละวะ ”…. ชลธร สู้กลับกวีวัธน์แบบไม่มีใครยอมใคร ต่างฝ่ายต่างคิดว่าตัวเองนั้นไม่ได้มีความผิด
“ เฮ้ย!! นี่มึงขอโทษไม่เป็เลยหรอวะ เสื้อกูเลอะขนาดนี้มึงจะให้กูทำไงวะไอ้ชล”…..
“ เฮ้ยวี!! กูขอโทษ… แต่กูก็ไม่ได้ตั้งใจหรือเปล่าวะ มึงอ่ะที่เดินลงมาชนกู แล้ว…!!”
“ ไม่แปลกนะ ที่ยังไม่มีใครเอามึงแบบจริงจังสักที .. ก็เพราะว่าเป็คนแบบนี้ไง”…. กวีวัธน์ ทำทีท่าจะเดินจากไป
“ เฮ้ยไอ้วี!! … มึงพูดแบบนี้มึงจะมีเื่กับกูให้ได้เลยใช่ไหมวะ กูก็ขอโทษมึงแล้วนะ ”…… ชลธร คว้าแขนของ กวีวัธน์ไว้
“ มึงรับไม่ได้หรอว๊ะ เฮ๊อะ!! … ปล่อยกู กูจะไปเปลี่ยนชุด …. กูยังไม่อยากเสวนากับมึงตอนนี้ไอ้ชล ปล่อยกู”….. กวีวัธน์ ชักสีหน้ากวนๆโดยการเบะปาก และตอกหน้ากลับด้วยคำพูดที่ทำให้ชลธรต้องเจ็บใจ ถึงขั้นที่ชลธรต้องชักสีหน้าเครียดๆกลับคืนไปให้กวีวัธน์ ราวกับั์จะกินคน
“ ปากมึงเก่งมากใช่ไหม!! .. มึงมานี่ มึงยังจะปากดีกับกูอยู่มั๊ย!! ”….. ชลธร ด้วยความที่ได้เปรียบโดยการที่ร่างใหญ่กว่ากวีวัธน์ ชลธรเลยดึงแขนกวีวัธน์ออกจากกลุ่มของเพื่อนๆ และได้ผลักกวีวัธน์ขึ้นรถของตัวเองแล้วขับออกไปทันที
“ เฮ้ย!!! มึงจะพาไอ้วีไปไหนวะไอ้ชล”…… พิภพ รีบถามชลธรไปทันทีด้วยความใ
“ พาไอ้ดื้อของพวกมึงไปเปลี่ยนชุด …. ไอ้ที ฝากเพื่อนมันด้วยนะเว้ยย ”….. ชลธร ตัดบทเพื่อนทันที แล้วรีบขับรถเพื่อจะพากวีวัธน์ไปเปลี่ยนชุดที่หอทันที
……………………………..
to be continued
ฝากติดตาม กดไลค์ คอมเม้นต์ติชม กันด้วยนะครับ ^^
แล้วไว้มาอัพต่อน๊าาาา