บทที่ 8 นอกใจ? (รีไรต์)
เฉียวอวี้เหอพูด “เสิ่นชิงเซ็นสัญญากับบริษัทเจียอี้ ตราบใดที่เราซื้อบริษัทเจียอี้มาได้ เสิ่นชิงก็จะตกอยู่ในกำมือของพวกเรา”
ถ้าคุณอยากจะควบคุมใครสักคน จงเป็เ้านายของคนคนนั้น
ต้องยอมรับว่ากลยุทธ์ของเฉียวอวี้เหอแยบยลมาก
แม้ว่าการซื้อบริษัทเจียอี้จะต้องใช้เงินไม่น้อย แต่สามีภรรยาตระกูลเฉียวก็ยังพอแบกรับไหว
การที่เฉียวอวี้เหอ้าซื้อบริษัทเจียอี้มีอยู่สองเหตุผล หนึ่งคือ้าควบคุมเสิ่นชิง และสองคือเธอเล็งเห็นโอกาสในอุตสาหกรรมบันเทิงเมืองหางโจว
ปัจจุบัน อุตสาหกรรมส่วนใหญ่ในเมืองหางโจวต่างตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของตระกูลเก่าแก่ อวี้เหอจึงแทบจะไม่มีโอกาสได้ส่วนแบ่งเลย
มีเพียงอุตสาหกรรมบันเทิงเท่านั้นที่ยังเติบโตไม่เต็มที่ จึงมีศักยภาพในการเติบโตอีกมาก
เฉียวเฟิงฟังการวิเคราะห์ของเฉียวอวี้เหอแล้ว แววตาของเขาก็เผยความชื่นชมออกมา
เฉียวอวี้เหอมีหัวด้านการค้าอย่างมาก สมกับที่เป็ลูกสาวของเขา
หลังจากนั้น เฉียวเฟิงก็ไปที่บริษัทเจียอี้ ส่วนแม่เฉียวพาเฉียวอวี้เหอไปเยี่ยมคุณลุงของตระกูลเฉียว
เมื่อออกมาจากบ้านคุณลุง เฉียวอวี้เหอก็ถือซองกระดาษไว้แน่น มุมปากยกยิ้มเล็กน้อย ดวงตาและคิ้วเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม
เธอเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย สั่งพ่อบ้านว่า “ไปหาทนายความที่ไว้ใจได้มา ฉันจะมอบของขวัญชิ้นใหญ่ให้เสิ่นชิง”
ทางด้านห้องไลฟ์สด เสิ่นชิงยังคงก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือ
หญิงสาวไม่รู้เื่ที่คุณปู่ทิ้งพินัยกรรมไว้ให้เลยแม้แต่น้อย
ถ้าหุ้น 10 เปอรืเซ็นต์ถูกแปลงเป็เงินหยวน เธอจะกลายเป็เศรษฐีนีในพริบตา ไม่ต้องพูดถึงยกเลิกสัญญา หล่อนคงซื้อบริษัทเจียอี้ได้สักสิบแห่ง
เสิ่นชิงเพิ่งอ่านประมวลกฎหมายอาญาจบ กฎหมายและข้อบังคับทุกข้อในหนังสือได้ประทับฝังอยู่ในใจหมดแล้ว
แต่เสิ่นชิงรู้ดีว่าการท่องจำเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ ต้องผสานรวมเข้ากับกรณีศึกษาเพื่อให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงสำคัญ
ดังนั้น เธอจึงมองไปที่ห้องไลฟ์สด และพูดว่า “ทุกคนมีคำถามทางกฎหมายที่้าปรึกษาไหมคะ? ฉันสามารถตอบข้อสงสัยให้ทุกคนได้”
เมื่อพูดจบ ผู้ชมในห้องไลฟ์สดก็ตื่นเต้นกันยกใหญ่
ช่องแชต : เสิ่นชิง คุณกำลังอ่านประมวลกฎหมายอาญาอะไรอยู่เนี่ย? อย่าทำอะไรไร้สาระ รีบไปทบทวนข้อสอบข้าราชการดีกว่า
ช่องแชต : เหลือเวลาอีกไม่กี่เดือนก็จะสอบแล้ว เสิ่นชิง เลิกทำอะไรที่มันไม่มีประโยชน์ได้แล้ว
ช่องแชต : แค่อ่านหนังสือกฎหมายสองสามเล่มก็คิดว่าตัวเองเป็ทนายความแล้ว? คิดว่าตัวเองเจ๋งขนาดนั้นเลยรึไง
ผู้ชมในไลฟ์ไม่รู้ว่าเสิ่นชิงกำลังสอบวุฒิปริญญาสาขานิติศาสตร์ด้วย พวกเขาจึงพากันโต้เถียงกันในช่องแชต
เสิ่นชิงมองไปที่ช่องแชต เอามือเท้าคาง พูดอย่างเนิบช้าว่า “ฉันก็ต้องอ่านหนังสือสิ ถ้าไม่ได้วุฒิปริญญานิติศาสตร์ ฉันจะไปสมัครสอบข้าราชการได้ยังไง…”
ผู้ชมในไลฟ์งงเป็ไก่ตาแตก
ช่องแชต : อะไรนะ?
วุฒิปริญญายังต้องสอบอีกเหรอ?
นี่ไม่ได้ล้อกันเล่นใช่ไหม?
ช่องไลฟ์สดลุกเป็ไฟ
ช่องแชต : โอ้โห ที่แท้เธอยังไม่มีวุฒิปริญญาแม้แต่ใบเดียวเหรอ?
ช่องแชต : ขำกลิ้ง เธอคงไม่ได้คิดจะไปสอบวุฒิปริญญาตรีสาขานิติศาสตร์ก่อน แล้วค่อยไปสมัครสอบข้าราชการนะ
ช่องแชต : นี้มันเกินไปแล้ว แม้ว่าสาขานิติศาสตร์จะมีข้อได้เปรียบในการสอบข้าราชการได้ง่ายขึ้น แต่จะมีใครไปสอบวุฒิปริญญานิติศาสตร์เพื่อสอบติดบ้าง?
ช่องแชต : เหลือเวลาอีกแค่สามเดือน เธอจะสอบทั้งนิติศาสตร์และสอบข้าราชการ เวลาไม่พอแน่นอน เสิ่นชิง เธอควรจะเลิกฝันได้แล้ว
แอคเคาท์ที่ชื่อ ‘หนุ่มหล่อ’ ก็ทนไม่ไหว ส่งสติกเกอร์แสดงอารมณ์โล่งอก ดูเหมือนจะไม่ต้องยืนกินอุจจาระแล้วสินะ ศักดิ์ศรีของเขายังอยู่
นับั้แ่ที่เดิมพันกัน หนุ่มหล่อเห็นเสิ่นชิงขยันขนาดนี้ ก็อดกังวลใจไม่ได้ เขาภาวนาขอให้เสิ่นชิงสอบไม่ติดทุกวัน
คราวนี้ดีแล้ว เขาไม่ต้องกังวลอีกต่อไป เสิ่นชิงยังไม่มีแม้แต่วุฒิการศึกษาด้วยซ้ำ ถึงเธอจะไปสอบตอนนี้ก็ไม่ทันแล้ว เพราะโดยปกติแล้วจะใช้เวลานานในการออกใบรับรองการศึกษาด้วยตนเอง
เสิ่นชิงเม้มริมฝีปาก ดื่มชาอย่างใจเย็น แล้วพูดอย่างเชื่องช้าว่า “ฉันสมัครเรียนที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเจิ้งต้า คนที่สอบผ่านสามารถยื่นขอวุฒิปริญญาได้ภายในหนึ่งสัปดาห์”
ระหว่างที่เธอกำลังพูด จอโทรศัพท์ของเสิ่นชิงก็สว่างขึ้น มีข้อความปรากฏขึ้นที่้าของหน้าจอ
[เรียนผู้สมัครสอบ เรายินดีต้อนรับสู่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเจิ้งต้า ข้อมูลการสมัครของคุณได้รับการบันทึกแล้ว สามารถพิมพ์บัตรประจำตัวสอบได้ั้แ่วันที่ 15 กรกฎาคม ถึง 5 สิงหาคม]
ผู้ชมในไลฟ์สดเห็นข้อความนั้น ต่างก็เบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ
ช่องแชต : แม่เ้า! ฉันไม่ได้ตาฝาดใช่ไหม! เธอสมัครเรียนที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเจิ้งต้าจริง ๆ!
ช่องแชต : บ้าจริง! นั่นมันคณะนิติศาสตร์ที่มีอัตราการตอบรับเพียง 0.05% นะ!
ช่องแชต : ฉันจะร้องไห้ เธอเอาจริงเหรอเนี่ย สอบนิติศาสตร์ สอบข้าราชการก็ว่ายากแล้ว นี่เธอยังสมัครเรียนมหาลัยเจิ้งต้าอีก นี่มันยากขึ้นเป็สองเท่าเลยนะ!
ช่องแชต : ไข่ไก่ไปต่อสู้กับหิน เธอคิดว่าจะสอบติดเจิ้งต้าได้งั้นเหรอ? ฝันกลางวันชัด ๆ
เดิมทีอัตราการตอบรับของมหาวิทยาลัยเจิ้งต้าก็ไม่สูงอยู่แล้ว การสอบเข้าเรียนด้วยตัวเองยิ่งยากขึ้นไปอีก
ผู้ชมในไลฟ์คิดว่า หากเสิ่นชิงเตรียมตัวสอบข้าราชการในฐานะนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ เธอก็พอมีโอกาสคว้าตำแหน่งมาได้
แต่คณะนิติศาสตร์ที่เธอสมัครเรียนคือมหาวิทยาลัยเจิ้งต้านะ!
การสอบเข้ามหาวิทยาลัยเจิ้งต้าด้วยตัวเองน่ะ ยากยิ่งกว่าการสอบข้าราชการเสียอีก!
นี่เธอไม่ได้กำลังขุดหลุมฝังตัวเองหรอกเหรอ?
เมื่อเห็นแบบนี้ แอคเคาท์ที่ชื่อ ‘หนุ่มหล่อ’ก็วางใจมากขึ้น เขาพิมพ์ข้อความลงในช่องแชตว่า
หนุ่มหล่อ : เรียบร้อยแล้ว ไม่ต้องอกสั่นขวัญแขวนแล้ว
เสิ่นชิงมองดูปฏิกิริยาของชาวเน็ตแล้วรู้สึกขบขำ สำหรับคนธรรมดาอาจจะยาก
แต่สำหรับเสิ่นชิง ตราบใดที่เธอยังอ่านหนังสือ เนื้อหาในหนังสือก็ประทับอยู่ในสมองแล้ว
พร์แบบนี้ เมื่อใช้ในการสอบถือว่าเป็ทักษะที่พิเศษมาก
คณะนิติศาสตร์เป็สาขาวิชาที่เน้นทฤษฎีล้วน ๆ การสอบเนติบัณฑิตจึงเป็เื่ง่ายสำหรับเธอ
พออ่านหนังสือจนรู้สึกเหนื่อย เสิ่นชิงจึงลุกขึ้นยืนบิดี้เีแล้วเดินไปทีคอกหมู
การเรียนรู้ควรผสมผสานระหว่างการเรียนกับการพักผ่อน เธอจึงใช้โอกาสนี้ผ่อนคลายกล้ามเนื้อขณะที่ทำฟาร์ม
เสิ่นชิงตักรำข้าวสองทัพพีใส่ในรางอาหาร แล้วเทน้ำล้างจานผสมอาหารลงไปครึ่งถัง
เมื่อเห็นว่ามีอาหาร ลูกหมูตัวน้อยก็วิ่งแย่งกันไปที่รางอาหารเพื่อกินข้าว
เสียงดังฮึดฮัด พวกมันเคี้ยวอาหารดังสนั่น
หมูน้อยกินอย่างเอร็ดอร่อย
เมื่อมองดูหมูน้อยตัวอ้วนกลม เสิ่นชิงก็รู้สึกภาคภูมิใจ
ลูกหมูเหล่านี้เป็ลูกหมูที่เธอช่วยคลอดเองกับมือ เพียงเดือนเดียวก็โตเป็หมูสีชมพูอ้วนท้วนน่ารัก
เธอรู้สึกว่าชีวิตตอนนี้สมบูรณ์แบบ และน่าพึงพอใจมาก
ถ้าไม่มีสัญญานั่น เธอก็สามารถปลูกผัก เลี้ยงหมู อ่านหนังสือ และใช้ชีวิตอย่างสบายใจได้
“เอ๊ะ? พี่สาวเสิ่นชิง ทุกคนชอบดูพี่ทำฟาร์มเหรอ?”
จางเหว่ยพบว่าตราบใดที่เสิ่นชิงทำงานบ้าน ยอดคนดูในห้องไลฟ์สดก็พุ่งทะยานทันที
เสิ่นชิงเหลือบมอง เห็นยอดคนดูในไลฟ์สดพุ่งสูงราวกับจรวด
เสิ่นชิงถอนหายใจ น่าเสียดายที่เธอไม่อยากอยู่ในวงการบันเทิงแล้ว ยอดคนดูในไลฟ์สดจะสูงหรือต่ำ ก็ไม่สำคัญสำหรับเธออีกต่อไป
ในคอกหมู หมูน้อยเบียดเสียดกันที่รางอาหารเพื่อแย่งอาหาร
ลูกน้อยตัวหนึ่งถูกเบียดจนล้มหงายท้อง มันนอนร้องครวญครางอยู่บนพื้น
เมื่อเสิ่นชิงเหลือบมองไปเห็น ก็สังเกตเห็นส่วนที่ไม่สามารถบรรยายได้ระหว่างขาหลังของหมูน้อย
“หืม? ลิ้นจี่น้อยโตขนาดนี้แล้วเหรอ?” เสิ่นชิงคิด
เธอก้มลงแล้วเอื้อมมือไปจับขาหลังของลูกหมูที่กำลังดิ้นพล่านออก แล้วมองอย่างพิจารณา
ช่องแชต : แม่เ้า! ฉันเห็นสิ่งที่ไม่บริสุทธิ์ ฉันต้องหาน้ำล้างตาแล้ว!
ช่องแชต : น่าอายจัง! โมเสกอยู่ไหน! โมเสกอยู่ไหน! ลูกหมูก็้าความเป็ส่วนตัวนะ!
ช่องแชต : อืม... ดูเหมือนจะใหญ่กว่าของแฟนฉันอีกนะ
ช่องแชต : เอ้ะ? ้า คุณไม่ลองหาแฟนใหม่ดูล่ะ?
ช่องแชต : บ้าจริง! แสบตาชะมัด เสิ่นชิงยังมองอยู่ได้ยังไง หรือว่าเธอไม่อยากได้ผู้ชายแล้ว?
ช่องแชต : ้านี่ไม่รู้อะไร นี่เธอกำลังพิจารณาเื่ตอนหมูต่างหาก หมูที่กินได้ต้องเป็หมูที่โดนตอนแล้วเท่านั้น
ภายในช่องไลฟ์สดกำลังปั่นป่วน ทว่าริมฝีปากของเสิ่นชิงกลับเผยรอยยิ้มพึงพอใจ
ลูกหมูโตแล้ว ถึงเวลาทำหมันแล้วสินะ
ในขณะที่เธอกำลังมองหาเครื่องมือสำหรับทำหมันหมู เสียงทะเลาะวิวาทของผู้หญิงก็ดังมาจากข้างบ้าน ปะปนกับเสียงของตกแตก
เสิ่นชิงชะเง้อมองออกไป ก็พบว่าอาสะใภ้รองกำลังตีอารองอย่างบ้าคลั่ง
อาสะใภ้รองโบกไม้กวาด พลางะโด่าว่า “แกมันไอ้สารเลว ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าแกจะขโมยเงินฉัน แถมยังเอาเงินของฉันไปให้ผู้ชายคนอื่นอีก!”
เมื่อเสิ่นชิงได้ยินเช่นนั้น เธอก็ตั้งใจฟังอย่างตั้งใจ
อะไรนะ อารองนอกใจ? แถมชู้ยังเป็ผู้ชายอีก?