ลิลลี่ นางแบบสาวสวยหุ่นเอ็กซ์ เนื้อนมไข่ ที่ยืนมองชายที่ตนเองหมายปองจูบหวานชื่นกับผู้หญิงจึงเกิดความอิจฉา เพราะว่าเธอนั่นเทียวไล้เทียวขื่นอยู่นาน บดินทร์อยู่นานแต่ชายหนุ่มก็ไม่ได้เห้นความสำคัญอย่างที่เธออยากจะเป็ แต่ทว่าระหว่าที่เธอเทียวไปเทียวมาชายหนุ่มก็ไม่ค่อยมีผู้หญิงอื่นเหมือนกัน เธอจึงคิดเอาเองว่าชายหนุ่มมีเพียงเธอเท่านั่น เมื่อเธอได้เห้นภาพบาดตา เธอจึงนึกถึงแผนการณ์ ที่จะทำให้ชายหนุ่มนั้นตกเป็ของเธอเพียงคนเดียว คนอื่นจะมาชุบมือเปิบไปไม่มีทาง
คุณดาว : อ่าคุณผู้คะคุณเข้าไปไม่ได้นะค่ะ คุณดินทร์ท่านทำงานอยู่คะ ( เสียงเลขาหน้าห้องของบดินทร์ดังขึ้น ขณะสาวสวยหุ่นเซ็กซี่เธอมาในชุดเดรท เกาะอกสีแดง สั้นผ่าหลังเมื่ออยู่บนตัวเธอก็ดูเซ็กซี่เหลอล้น ก็เดินเข้ามายังห้องทำงานของชายหนุ่มโดยไม่ฟังคำทัดทานของเลขา ทำให้ชายหนุ่มที่กำลังจดจ่ออยู่กับเอกสารกองโตต้องเงยหน้าขึ้นมา เมื่อมีเสียงดังจากด้านนอกมารบกวน)
ดินทร์ : เห่อ! (เค้าถนหายใจออกมาเฮือกใหญ่) ไม่เป็ครับคุณดาว ( เค้าเอ่ยกับเลขาของเค้า แล้วมองไปยังผู้มาเยือนขณะนี้เธอส่งยิ้มหวานให้เค้า)
ลิลลี่ : ดินทร์ ขาลิลลี่คิดถึงคุณจังเลยคะ ( เธอไม่พูดเปล่า สาวเท้าเดินเข้าไปหาดินทร์แล้วนั่งตัก อย่างที่เธอเคยทำ และ ดินทร์ก็ไม่ได้ว่าอะไร )
ดินทร์ : ลิลลี่มาหาผม มีธุระอะไรรึเปล่าครับ
ลิลลี่ : แหม ดินทร์ ลิลลี่มาต้องมีธุระอะไรด้วยเหรอคะ ( เธอออดอ้อนซบหน้าไปที่ไหล่ของเค้า) ลิลลี่แค่คิดถึงดินทร์ค่ะหมู่นี่ดินทร์ไม่ติดต่อลิลลี่เลยนี่คะ
ดินทร์ : ขอโทษครับเพราะ่นี่ผมยุ่งมาก(เค้าตอบเอาตามตรง)
ลิลลี่ : ไม่เป็ไรคะต่อไปนี้ลิลลี่มาหาดินทร์เองก็ได้ ดินทร์จะได้ไม่เสียเวลาทำงานไงคะ
ดินทร์ : อ่า! ผมเกรงว่าจะไม่สะดวก คือว่า... (ชายหนุ่มพยายามปฏิเสธแบบสุภาพแต่เค้ายังไม่ทันได้พูดจบ ประห้องทำงานเค้าก็ถูกเปิดออก แต่ทว่าไม่ใช่คุณดาวเลขาหน้าห้องของเค้า กับเป็ อ้อมกออด หญิงสาวอันเป็ที่รักของเค้านั่นเอง )
อ้อมกอด : พี่ดินทร์คะ.......(ภาพที่อ้อมกอดเห็นขณะนี้คือหญิงสาวทรงโตชุดแดงนั่งซบที่ไหล่ของผู้ชายที่พึ่งบอกบอกรักเธอเมื่อคืน)
ดินทร์ : กอดครับ พี่ ....(ชายหนุ่มหน้าเริ่มถอดสี) มันไม่มีอะไรนะครับ(รีบแก้ตัว)
อ้อมกอด : ผู้หญิงคนนี้ใครคะ (ต้องยอมรับว่าฉันช็อกกับภาพที่เห็นมาก มันเจ็บจิ๊ดที่หัวใจ แต่จะให้ฉันวิ่งหนีออกจากภาพที่บาดตาเหมือนนางเอกละครน้ำเน่าเหรอ ไม่มีทาง )
ดินทร์ : เอ่อ ....ไม่ใช่อย่างที่กอดคิดนะครับ(ยังๆๆยังพยายามแก้ตัวอีก)
อ้อมกอด : อ่อ เหรอคะ เพื่อนเก่าพี่ดินทร์ นะคะ สวัสดีคะ ฉันอ้อมกอด คู่หมั้นพี่ดินทร์ อ่า รบกวนลงจากตักคู่หมั้นฉันด้วยคะ ( ฉันพยายามข่มใจ และแกล้งทักทักทายหญิงสาวทรงโตคนนั้น ฉันไม่รู้หรอกว่าฉันกับพี่ดินทร์จะเป็ไงต่อจากนี้แต่ ถ้าจะไปก็ขอไปแบบผู้ชนะหน่อย หึหึ หมดยุคที่ผู้หญิงจะต้องฝ่ายวิ่งหนีด้วยน้ำตาแล้ว เมื่อฉันแนะนำตัวว่าเป็คู่หมั้น มันก็ทำให้พี่ดินทร์ถึงกับดีดตัวหญิงสาวทรงโตออกจากตักโดยปริยายและมองหน้าฉันเจื่อนๆๆๆ)
ลิลลี่ : นี่มันอะไรกันคะดินทร์ คูหมั้นอะไรกัน (เธอหันไปแว๊ดเสียงใส่เค้า)
ดินทร์ : เอ่อ ก็ตามนั้นแหละครับ นี่อ้อมกอดเธอเป็คู่หมั้นผมเอง ( เค้าซึ่งไม่มีทางเลือกจึงแนะนำฉันกับสถานะที่ฉันพึ่งตั้งขึ้นเองสดๆร้อน)
อ้อมกอด : เดี๋ยวนี้พี่ดินทร์ให้เพื่อน...เก่า..นั่งตักด้วยเหรอคะ กอดไม่ยอมนะคะตักนี้เป็ของกอดคนเดียว ( ฉันเดินเข้าไปหาเค้าพร้อมเอาแขนเรียวไปโอบคอแล้วนั่งตักเค้าอย่างแสดงความเป็เ้าพร้อมส่งยิ้มหวานเยาะเย้ยลิลลี่ผู้มาเยือน)
ลิลลี่ : อ๊ายยยย!ดินทร์ค่ะนี่มันอะไร ลิลลี่ไม่ยอมนะคะ ( เธอโว้ยวาย ใส่เค้า)
อ้อมกอด : นี่ไม่ได้โง่ใช่ไหมค่ะ ฉันก็พึ่งแนะนำตัวเมื่อกี้ว่าเป็ ว่าคู่หมั้น คู่หมั้นอ่ะคะ เอะหรือฟังภาษาไทยไม่รู้เื่ ( ฉันจงใจเน้นตรงคำว่าคู่หมั้น เพื่อให้คนฟังได้ดิ้น)
ลิลลี่ : อ๊ายยยย นังนี่ แก ( ลิลลี่ผู้ซึ่งเมื่อได้ยินแบบนั่นก็เอาแต่กรี๊ดดดๆๆ โว้ยวาย และกำลังพยายามเข้าถึงตัวฉัน ก็โดนเค้าร้องห้าม)
ดินทร์ : ลิลลี่ผมว่าคุณสงบสติอารมณ์ แล้วครับไปซะ ผมกับคุณมันไม่สามารถเป็ไปได้มากเกินกว่าเพื่อนครับ ผมขอโทษที่ไม่ชัดเจนกับคุณ(เค้าแจงสถานะของลิลลี่สาวทรงให้หล่อนได้ฟัง)
ลิลลี่ : อ๊ายยย ลิลลี่ไม่ยอมค่อยดูเถอะนังอ้อมกอด ( เธอกรี๊ดใส่หน้าฉัน และสะบัดก้นเดินออกจากห้องไปเมื่อสู้ไม่ได้)
ดินทร์ : เห่อ ! ขอโทษครับที่รัก แต่พี่กับลิลลี่เราไม่ได้มีอะไรเกินเลย จริงๆนะครับ ( ฉันลุกออกจากตักและหมายจะเดินออกจากห้องทำงานเค้าไปซะ เมื่อกี้ฉันแค่ไม่อยากเสียหน้าและไม่อยากเป็ผู้หญิงที่อ่อนแอไม่สู้คน แต่เค้าก้ไวกว่าฉันเค้าได้คว้าแขนของฉันและลากฉันเข้าห้องนอนเล็กของเค้าและทำการล็อกประตูไว้)
อ้อมกอด : ปล่อยฉันคะ ฉันจะกลับบ้าน ( ฉันเปลี่ยนคำเรียกแทนตัวเองและเค้า เมื่อความซะใจผ่าพ้นไป ก็กลายเป็ความเจ็บจี๊ดเข้าแทนที่ ดีแค่ไหนที่ฉันพยายามกลั้นไว้แต่ก็ไม่รู้ว่าจะกลั้นได้นานแค่ไหน ฉันจึงอยากไปให้พ้นจากที่นี่ซะก่อน ไม่อยากให้ใครได้เห็นน้ำของความพ่ายแพ้))
ดินทร์ : โธ่กอดครับ พี่ไม่ได้มีอะไรกับเค้าจริงๆนะครับ วันนี้ลิลลี่มาพี่เองพี่ไม่ได้นัดเค้ามาเลย ก่อนหน้านี้พี่อาจจะมีผู้หญิงเข้ามาบ้าง แต่ั้แ่ีกอดพี่ก็หยุดทุกสิ่งอย่างแล้วนะครับ เชื่อพี่นะครับคนดี ( เค้ากอดฉัน ฉันไม่ได้ขืนตัวออกแต่อย่างไร เพราะสมองฉันตอนนี้ยังไม่สามารถรับรู้หรือไตร่ตรองอะไร)
อ้อมกอด : ปล่อยก่อนคะ ตอนนี้ฉัน้าเวลา ที่จะทบทวนด้วยตัวของฉันเองและยังไม่พร้อมที่จะรับรู้อะไร ( ฉันพูดด้วยเสียงเรียบ โดยพยายามอย่างที่สุดไม่ให้มันสั่น เพราะกลั้นน้ำน้ำไม่ให้ไหล และเค้าก็ยอมปล่อย ฉันออกจากอ้อมกอดของเค้า )
ดินทร์ : ก็ได้ครับ พี่ให้เวลาก็กอดได้สงบสติอารมณ์ก่อน แต่พี่ก็ยืนยันนะคะ ว่าพี่ไม่ได้นอกกายหรือนอกใจกอดแม้แต่ครั้งเดียว ( น้ำเสียงเค้าหนักแน่น ฉันหันไปมองหน้าเค้าแล้วเดินออกจากห้องเค้าไป)
ซวยแล้วครับอยู่ดีๆก็มีเื่ครับ ผมไม่คิดเลยว่าผู้หญิงที่น่ารักๆอย่างอ้อมกอดเวลาโกรธขึ้นมาน่ากลัวขนาดนี้ เธอไม่กรีดร้องโว้ย หรือร้องไห้คร่ำครวญ เธอเงียบอย่างที่สุด เธอพยายามอย่างที่สุดที่จะอดกลั้นผมสามารถรับรู้ได้ ซึ่งนั่นมันรับยากกว่าผู้หญิงที่แสดงออกชัดเจนว่าตัวเอง้าอะไรด้วยการกรีดร้องอย่างลิลลี่ซะอีก ผมไม่อยากเสียเธอไป แต่ตอนนี้ผมไม่รู้จะง้อเธอยังไง คงต้องรอให้เธอใจเย็นลงอีกนิดก่อน เจองานยากแล้วไอ้ดินทร์ นี่ผมกำลังตัดพ้อกับตัวเองอยู่ครับ
ตอนหน้าาดูกันว่าดินทร์จะง้ออ้อมกอดยังไง และอ้อมกอดจะยอมใจอ่อนหรือป่าว