หลินหว่านฝันอีกแล้ว
เื่ราวในความฝันเกี่ยวข้องกับจุดจบของหลี่หลิงหว่านตัวประกอบหญิงในนิยายเื่ ‘น้องสาวขุนนางทรราช’ ที่เธอเขียนจนเกือบจะจบอยู่แล้ว
่ตงจื้อ
ยามที่หิมะตกหนัก ณ วัดร้างแห่งหนึ่งบริเวณชานเมืองหลวง หลี่หลิงหว่านถูกตัดลิ้น ถูกป้อนหญ้าไส้ขาด และกำลังเกลือกกลิ้งไปมาบนพื้นอันเย็นเยียบด้วยความเ็ป ที่ด้านข้างมีบุรุษผู้หนึ่งยืนอยู่ เขาสวมเสื้อคลุมกำมะหยี่สีดำตัวใหญ่ดูสะอาดหมดจด ใบหน้าคมคายโดดเด่นแผ่กลิ่นอายสง่างามออกมา ทว่าดวงตาที่เขาใช้มองเธอกลับเยือกเย็นอำมหิตจนน่ากลัว
หลินหว่านหวีดร้องเสียงดังก่อนสะดุ้งตื่นขึ้นมา บนหน้าผากเต็มไปด้วยหยดเหงื่อเม็ดเล็กๆ
เดิมทีโจวซื่อ กำลังพูดเสียงเบาคอยกำชับบรรดาสาวใช้อยู่ที่ด้านนอกถึงเื่ที่จะต้องระมัดระวังใน่หลายวันนี้ พอได้ยินเสียงหวีดร้องดังขึ้นมานางก็รีบเดินอ้อมฉากบังลมทอลายดอกอวี้หลัน ก้าวเร็วๆ มาจนถึงหน้าเตียง โน้มตัวลงพลางยื่นมือออกไปลูบศีรษะของหลินหว่านแล้วเอ่ยถามว่า “หว่านวาน เกิดอะไรขึ้นลูก”
หลินหว่านเงยหน้าขึ้นมองไปที่คนตรงหน้าอย่างเหม่อลอย
เธอข้ามมิติมาที่นี่ได้สองวันแล้ว และก็รู้ว่าหญิงสาวหน้าตางดงามผู้นี้ก็คือแม่แท้ๆ ของ ‘หลี่หลิงหว่าน’
ก็นะ…เธอจะไม่รู้จักอีกฝ่ายได้อย่างไร ในเมื่อโจวซื่อผู้นี้ก็เป็เหมือนกับหลี่หลิงหว่าน ต่างเป็ตัวละครที่เธอเขียนขึ้นมาในนิยายเื่ ‘น้องสาวขุนนางทรราช’ ทั้งสิ้น
แล้วก็เป็เพราะว่ารับรู้ความจริงในเื่นี้ หลินหว่านถึงได้อยากจะร้องไห้ขึ้นมา
ก่อนจะข้ามมิติมาเธอเป็นักเขียนที่เซ็นสัญญากับบริษัทจิ้นเจียงเหวินเสวียเฉิง ที่ผ่านมาเธอแทบจะเป็คนไร้ตัวตนคนหนึ่ง อยู่ๆ วันหนึ่งเธอกลับเกิดแรงบันดาลใจเขียนนิยายเื่ ‘น้องสาวขุนนางทรราช’ ขึ้นมา จากนั้นก็อัพโหลดไปบนหน้าเว็บไซต์ของจิ้นเจียงเหวินเสวียเฉิง คิดไม่ถึงว่าผลตอบรับจะเรียกได้ว่าดีเยี่ยม เธอดีใจมาก หลังจากนั้นก็ทุ่มเทลงตอนใหม่ไปทุกวัน กระทั่งเื่ราวใกล้จะจบอยู่แล้ว ปรากฏว่าดันเกิดปัญหาที่ทำให้งานเขียนต้องหยุดชะงักไป เธอจำได้ว่าเมื่อคืนก่อนเธอยังอดหลับอดนอนเพื่อเค้นบทสุดท้ายของเื่ ‘น้องสาวขุนนางทรราช’ ออกมาทีละคำๆ อยู่เลย คิดไม่ถึงว่าเพียงแค่หลับตาแล้วลืมตาขึ้นใหม่อีกครั้ง เธอก็ข้ามมิติมาอยู่ในนิยายเื่นี้เสียแล้ว มิหนำซ้ำยังข้ามมิติมาเป็หลี่หลิงหว่าน ตัวประกอบหญิงผู้มีนิสัยยโสโอหัง อีกทั้งจุดจบสุดท้ายยังน่าอเนจอนาถหาใครเปรียบผู้หนึ่ง
เมื่อเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่ต้องะโลงไปในหลุมซึ่งตนเองเป็คนขุดเช่นนี้ หลินหว่านจึงรู้สึกเศร้าโศกเป็อย่างยิ่ง จากความตระหนกใเมื่อแรกเริ่ม หลังจากนอนอยู่บนเตียงพร้อมอาการปวดศีรษะได้สองวันเธอก็เริ่มทำใจยอมรับมันอย่างไร้ทางเลือก
โจวซื่อยังคงลูบศีรษะเธออยู่ เมื่อเห็นบุตรสาวไม่พูดจา สีหน้านางจึงแฝงไปด้วยความกังวลอย่างอดไม่ได้ “หว่านวาน เ้าเป็อะไรไป อย่าทำให้แม่ใเช่นนี้สิ”
หลินหว่านกำลังคิดถึงบุคลิกของตัวละครโจวซื่อในนิยาย…โจวซื่อเป็บุตรสาวของหัวหน้าสำนักศึกษาหลวง ด้วยอิงตามหลักการแต่งงานที่ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของบิดามารดาและวาจาของแม่สื่อ นางจึงได้แต่งให้กับหลี่ซิวป๋อ หลังแต่งงานได้ไม่ถึงครึ่งปีหลี่ซิวป๋อก็ต้องโยกย้ายไปอยู่ต่างเมือง เขาทิ้งโจวซื่อเอาไว้ที่บ้านเพียงลำพังเพื่อให้ดูแลแม่สามี ในยามที่หลี่ซิวป๋อจากไปแล้วโจวซื่อถึงได้รู้ตัวว่าตนเองตั้งครรภ์ ก่อนจะคลอดหลี่หลิงหว่านออกมา