ซูลี่ไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายมาดีหรือมาร้าย ดังนั้นจึงยังไม่ได้ออกคำสั่งต่อเหล่าองครักษ์ให้จัดการคนตรงหน้า และนางก็กำลังรอคำตอบจากสตรีสวมหน้ากากอยู่ แต่นอกจากอีกฝ่ายจะไม่ตอบคำถามแล้ว ยังย้อนถามกลับในสิ่งที่ตนไม่คาดคิด
“เจ้าไม่ใช่ซูฮวา เจ้าเป็นใคร” น้ำเสียงของซูฮวาราบเรียบเยือกเย็น ที่นางยอมให้คนล้อมเอาไว้เพราะต้องการรู้ว่าคนคนนี้เป็นใครแล้วเหตุใดจึงสวมรอยเป็นนาง ที่สำคัญเลยก็คืออีกฝ่ายมีจุดประสงค์อะไร ดีหรือร้ายกันแน่
ซูลี่เบิกตากว้างอีกครั้ง เพราะจากท่าทางของอีกฝ่ายดูมั่นใจเสียเต็มประดาว่านางไม่ใช่ซูฮวาจริงๆ
ส่วนหัวหน้าองครักษ์หวูหย่งที่พอได้ยินสิ่งที่สตรีสวมหน้ากากกล่าว เขาก็ไม่รอช้าที่จะลงมือกับอีกฝ่ายเพราะกลัวว่าตัวตนของผู้เป็นนายจะถูกเปิดเผย นั่นคงไม่เป็นผลดีหากเรื่องนี้รู้ไปถึงเบื้องสูง
นอกจากดาบขององครักษ์นับสิบ ดาบในมือของเขาเดิมก็ชี้จ่ออยู่ที่ลำคอของหญิงสาวอยู่แล้ว เมื่อเขาตัดสินใจว่าต้องการเอาชีวิตอีกฝ่าย ออกแรงเพียงนิดคมดาบก็คงแทงทะลุลำคอได้อย่างง่ายดาย
เขามีความมั่นใจแทบเต็มสิบส่วนว่านางไม่มีทางหลบพ้นไปได้ แต่ผิดคาด...
ซูฮวาที่รับรู้จากการเคลื่อนไหวเล็กๆ น้อยๆ ก็รู้ได้ทันทีว่าชายคนนี้คงตัดสินใจที่จะสังหารนาง ไวเท่าความคิดนางจึงเคลื่อนกายหลบแนวดาบของเขาทั้งยังคว้าดาบเล่มนั้นไปไว้ในมือ เพียงชั่วพริบตาก็เคลื่อนกายประชิดตัวเข้าด้านหลังของซูลี่โดยเอาดาบพาดไปที่ลำคอ
ซูลี่หายใจเฮือกพร้อมกับใจที่เต้นแรงจนแทบทะลุอก นางรู้สึกได้ถึงโลหะเย็นเยียบที่ต้นคอ ดังนั้นจึงไม่กล้าแม้แต่จะหายใจเข้าออก นางเคยถูกลอบสังหารมาก็หลายครั้ง ทว่าไม่มีครั้งไหนเลยที่จะตกอยู่ในสถานการณ์เช่นตอนนี้
“อย่าเข้ามา” ซูฮวาเอ่ยเสียงเย็น ส่งผลให้องครักษ์พวกนั้นยิ่งตกตะลึง เมื่อครู่สตรีสวมหน้ากากยังอยู่ในวงล้อมของดาบนับสิบเล่มอยู่เลยแท้ๆ มาบัดนี้ยังทำราวกับหายตัวได้ เพียงเสี้ยวลมหายใจหนึ่งนางกลับไปโผล่ที่ด้านหลังของผู้เป็นนายแล้ว
“เจ้าจะทำอะไร ปล่อยท่านหญิงเดี๋ยวนี้” หวูหย่งกำดาบในมือสั่นๆ เพราะเขาไม่คาดคิดว่าอีกฝ่ายจะหลบไปได้ เขาพยายามเจรจาพลางคิดว่าหากทำงานที่เขาได้รับมอบหมายไม่สำเร็จ คนที่ต้องตายต้องเป็นเขาแน่นอน
ซูฮวาไม่ได้ฟังสิ่งที่หวูหย่งพูด คิดว่าอยู่ในระยะพิสูจน์แล้วนางจึงใช้มือข้างหนึ่งจับไปที่ใบหน้าบริเวณปลายคางของสตรีที่นางคุมตัวอยู่ ก่อนจะออกแรงดึงก็ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น มีเพียงเสียงร้องของอีกฝ่าย
“จะทำอะไร” ซูลี่ถามอย่างไม่เข้าใจแต่ก็เหมือนเดิม นั่นคือไม่ได้รับการตอบกลับ และมีเพียงเสียงพึมพำของอีกฝ่ายเท่านั้น
“ไม่มีหน้ากาก...” ซูฮวาพึมพำ ครุ่นคิดไม่ตกว่าในโลกนี้จะมีคนที่หน้าเหมือนนางนอกจากซูลี่ได้อย่างไร หรือว่านางจะคือซูลี่จริงๆ
ในเมื่อไม่มีเหตุผลอื่น ตัวเลือกสุดท้ายที่ซูฮวาคิดจะพิสูจน์นั่นก็คือ...
“ซูลี่...” เสียงเรียกชื่อที่ออกมาจากปากของนาง ส่งผลให้ร่างนั้นกระตุกขึ้นอย่างตกใจ จากปฏิกิริยาที่อีกฝ่ายแสดงออกมานั่นก็ทำให้ซูฮวารู้ได้ทันที นางปล่อยตัวซูลี่ออกจากการควบคุม และจ้องมองผู้เป็นพี่สาวฝาแฝดด้วยความคิดที่ซับซ้อน จนเริ่มมีเสียงดังขึ้นในหัว
...อัตราการเต้นของหัวใจผิดปกติ จะทำการปรับให้อยู่ในสภาวะสมดุล...
...กำจัดสิ่งผิดปกติเรียบร้อย อัตราการเต้นของหัวใจ คงที่...
แต่ทว่าไม่นานก็ดังขึ้นอีก
...อัตราการเต้นของหัวใจผิดปกติ จะทำการปรับให้อยู่ในสภาวะสมดุล...
...กำจัดสิ่งผิดปกติเรียบร้อย อัตราการเต้นของหัวใจ คงที่...
ซูฮวาใจเต้นแรงเพราะกำลังตื่นเต้นที่ได้เจอซูลี่ในเวลานี้ ทว่าในสมองกลับเอาแต่สั่งให้ร่างกายกายปรับการตื่นเต้นจนลดลงเป็นปกติ
หวูหย่งที่เห็นช่องว่างก็ไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไปอย่างเสียเปล่า อีกฝ่ายคล้ายคนสติหลุดไม่สนใจรอบข้างไปแล้ว ดังนั้นเขาเลยคว้าดาบจากองครักษ์คนข้างๆ แล้วลอบแทงเข้าที่ด้านหลังของสตรีสวมหน้ากากจนทะลุผ่านอกไปด้านหน้า
ฉึก!
ซูฮวาที่กำลังตีกับตัวเองในสมองรับรู้ได้ถึงความเจ็บปวดจากการถูกแทง นางมองไปยังดาบเล่มนั้นที่ทะลุบริเวณอกผ่านขั้วหัวใจมาด้านหน้าด้วยความตกใจ ก่อนจะล้มลงในท่าคุกเข่า
หวูหย่งชักดาบเล่มนั้นออกส่งผลให้ซูฮวากระอักเลือดออกมาและทรุดตัวนอนไปกับพื้น ในชีวิตนี้ร่างนี้ นี่เป็นครั้งแรกที่นางถูกโจมตีจนบาดเจ็บสาหัส
...ตรวจพบอาการบาดเจ็บขั้นรุนแรงสูงสุด มีผลอันตรายถึงชีวิต...
...จะเริ่มทำการรักษาอาการบาดเจ็บภายในอย่างเร่งด่วน...
ในระหว่างที่เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นในหัวของซูฮวา ซูลี่ที่เห็นว่าคนของตนลงมือโดยที่ไม่ได้รับอนุญาตก็ขึ้นเสียงดังใส่เขาทันที
“หวูหย่ง ใครสั่งให้เจ้าฆ่านาง” ซูลี่แสดงสีหน้ามีโทสะ
“ท่านหญิงก็เห็นว่านางรู้ตัวตนของท่านแล้ว เพื่อความปลอดภัยข้าต้องกำจัดนางทิ้ง อีกอย่างเมื่อครู่นางจับตัวและหันคมดาบหมายเอาชีวิตท่าน ข้าเป็นองครักษ์เงาต้องดูแลผู้เป็นนายด้วยชีวิต” เขากล่าวชัดถ้อยชัดคำ
“แต่เมื่อครู่เจ้าก็เห็นว่านางปล่อยตัวข้า ก่อนนี้ก็ช่วยชีวิตข้าเอาไว้ อย่างน้อยควรจับตัวเพื่อสอบถามความจริงก่อน” ซูลี่เอ่ยไปก็คิดหนักไป นางมีความรู้สึกว่าอีกฝ่ายไม่ได้มาร้าย อีกอย่างไม่รู้ทำไมยามที่สตรีนางนี้เอ่ยเรียกชื่อนางเมื่อครู่จึงรู้สึกคุ้นเคยยิ่งนัก ยิ่งคิดก็ยิ่งไม่เข้าใจ
ในระหว่างที่ซูลี่กำลังหัวฟัดหัวเหวี่ยงกับหวูหย่ง เสียงในหัวของซูฮวาก็ยังคงแจ้งเตือนย้ำๆ อยู่ตลอด
...เริ่มทำการรักษาอาการบาดเจ็บภายในอย่างเร่งด่วน...
...เริ่มการซ่อมแซมรักษาอวัยวะภายในที่ถูกทำลายเพื่อเพิ่มค่าพลังชีวิต...
...ค่าพลังชีวิตปัจจุบัน หนึ่ง... ห้า... สิบ... ยี่สิบ... สี่สิบ... เก้าสิบ... หนึ่งร้อย...
...การซ่อมแซมรักษาเสร็จเรียบร้อย สมดุลร่างกาย คงที่...
ในขณะนั้นเอง คนที่พวกเขาเคยคิดว่าสิ้นใจไปแล้ว กลับลืมตาขึ้นมา เลือดที่เคยไหลทะลักออกมาจากกายของหญิงสาวบัดนี้เริ่มหยุดไหลจนพวกเขาต่างตื่นตกใจในสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่เว้นแม้แต่ซูลี่ที่ในตอนนี้นางมองภาพเบื้องหน้าอย่างไม่ค่อยเข้าใจนักว่า เหตุใดสตรีผู้นี้จึงทำให้นางตกตะลึงได้ถึงหลายครั้งหลายคราเช่นนี้ นางเป็นใครกัน...