ตอนที่ 7 เริ่มถ่ายทอดวิชา
อวิ๋นเซียง: "มาดูกันว่าใครจะสามารถยืนหยัดได้นานกว่ากัน!"
การประลองไม่เพียงแต่เป็การทดสอบความแข็งแกร่งและความสามารถ แต่ยังเป็การเรียนรู้จากกันและกัน เพื่อนร่วมรุ่นช่วยแนะนำและปรับปรุงทักษะของกันและกัน การประลองเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและความพยายามที่จะพัฒนาและเติบโต
บรรยากาศในสนามฝึกเต็มไปด้วยเสียงเชียร์และกำลังใจจากเพื่อนร่วมรุ่น ทุกคนมุ่งมั่นที่จะพัฒนาความสามารถของตนเองและเตรียมพร้อมสำหรับความท้าทายที่อยู่ข้างหน้า
เฟยหง: "พวกเราอย่าลืมฝึกการทำงานเป็ทีมด้วย การต่อสู้ร่วมกันจะช่วยให้เรามีความสามัคคีและพร้อมรับมือกับศัตรูได้ดียิ่งขึ้น"
เหลียนฮวา: "ใช่แล้ว เฟยหง เราจะฝึกการต่อสู้แบบกลุ่มกันต่อไป"
การได้รับคำชมจากปรมาจารย์
หลังจากที่หลงเหยียนได้แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าและความสามารถในการประลองกับเพื่อนร่วมรุ่น
ปรมาจารย์อี้ซานซึ่งได้เฝ้าดูการฝึกฝนและการประลองของเขาตลอดเวลาเห็นว่าหลงเหยียนได้พัฒนาตนเองอย่างมาก จึงตัดสินใจมอบคำชมเชยเพื่อเป็กำลังใจและยืนยันในความสามารถของเขา
สนามฝึกที่เคยเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและเสียงเชียร์จากการประลอง ตอนนี้กลับมาเงียบสงบและเปี่ยมด้วยความภาคภูมิใจของผู้ฝึกฝน
พื้นที่สนามฝึกที่กว้างขวางล้อมรอบด้วยูเาสูงและต้นไม้ใหญ่ให้บรรยากาศที่สดชื่นและสงบ หลังจากการประลองเสร็จสิ้น เพื่อนร่วมรุ่นนั่งพักผ่อนและสนทนากันถึงประสบการณ์และความรู้ที่ได้รับจากการฝึกฝนในวันนี้
หลงเหยียนยืนอยู่กลางสนามฝึก เขาหายใจลึกๆ เพื่อผ่อนคลายหลังจากการประลองที่เข้มข้น รู้สึกถึงความเหนื่อยล้าแต่ก็เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจและความพึงพอใจในความสำเร็จของตนเอง เขามองไปรอบๆ เห็นเพื่อนร่วมรุ่นนั่งพักผ่อนและสนทนากันด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ
ปรมาจารย์อี้ซานเดินเข้ามาใกล้หลงเหยียน ใบหน้าของปรมาจารย์แสดงถึงความพอใจและความภูมิใจในตัวศิษย์ของตน ท่านหยุดยืนอยู่ตรงหน้าหลงเหยียนและมองดูเขาด้วยสายตาที่อ่อนโยน
ปรมาจารย์อี้ซาน: "หลงเหยียน วันนี้เ้าทำได้ดีมาก ข้าเห็นความพยายามและความมุ่งมั่นของเ้าในการฝึกฝนและการประลอง ข้าอยากให้เ้ารู้ว่าข้าภูมิใจในตัวเ้ามาก"
หลงเหยียน: "ขอบคุณท่านปรมาจารย์ ข้าพยายามอย่างเต็มที่เพื่อพัฒนาตนเอง ข้าดีใจที่ท่านเห็นความก้าวหน้าของข้า"
ปรมาจารย์อี้ซาน: "การฝึกฝนเป็สิ่งสำคัญ แต่การมีจิตใจที่แข็งแกร่งและความมุ่งมั่นในการพัฒนาตนเองนั้นสำคัญยิ่งกว่า เ้าพิสูจน์ให้ข้าเห็นแล้วว่าเ้ามีทั้งสองสิ่งนี้"
หลงเหยียน: "ข้าจะไม่หยุดที่นี่ ข้าจะพยายามพัฒนาตนเองต่อไป เพื่อให้ข้าแข็งแกร่งขึ้นและสามารถปกป้องคนที่ข้ารักได้"
ปรมาจารย์อี้ซาน: "ข้าเชื่อในตัวเ้า หลงเหยียน เ้าจะสามารถไปถึงจุดที่สูงยิ่งขึ้นได้ อย่าลืมรักษาความมุ่งมั่นและความพยายามนี้ไว้เสมอ"
เพื่อนร่วมรุ่นคนอื่นๆ เห็นเหตุการณ์นี้ก็รู้สึกยินดีกับหลงเหยียน พวกเขาต่างลุกขึ้นมาและเข้าไปแสดงความยินดีกับหลงเหยียนด้วยรอยยิ้มและคำยกย่อง บรรยากาศเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจและความสามัคคี
เหลียนฮวา: "หลงเหยียน เ้าทำได้ดีจริงๆ เราทุกคนภูมิใจในตัวเ้า"
หยางเหวิน: "ใช่ เ้าพัฒนาขึ้นมาก เรามาเติบโตและพัฒนาตนเองไปพร้อมกันเถอะ"
การแสดงออกของปรมาจารย์และการยอมรับจากเพื่อนร่วมรุ่นทำให้หลงเหยียนรู้สึกภาคภูมิใจและได้รับกำลังใจในการพัฒนาตนเองต่อไป มันเป็แรงบันดาลใจและกำลังใจที่ทำให้เขามุ่งมั่นที่จะพัฒนาตนเองต่อไป
หลังจากเหตุการณ์ที่หลงเหยียนได้รับคำชมจากปรมาจารย์อี้ซาน ร่างกายและจิตใจของเขาเต็มไปด้วยพลังและความมุ่งมั่น ความภาคภูมิใจในคำชมจากปรมาจารย์ทำให้เขารู้สึกมั่นใจในตนเองมากขึ้น พร้อมที่จะก้าวเข้าสู่การฝึกฝนวิชาขั้นสูง
หลงเหยียนตื่นขึ้นมาแต่เช้าตรู่ แสงแดดแรกของวันใหม่เพิ่งเริ่มส่องแสงเหนือขอบฟ้า เขาเดินไปยังลานฝึกฝนกลางนิกายผาสุข ที่นั่น ปรมาจารย์อี้ซานยืนรอเขาอยู่ ท่ามกลางบรรยากาศที่สดชื่นและสงบสุข
ปรมาจารย์อี้ซาน: "หลงเหยียน เ้าได้แสดงให้ข้าเห็นถึงความสามารถและความมุ่งมั่น ข้าเห็นว่าเ้าพร้อมที่จะเรียนรู้วิชาขั้นสูงแล้ว วันนี้ข้าจะให้เ้าเลือกวิชาพื้นฐานที่เ้า้าฝึกฝน เ้าสามารถเลือกได้สองวิชา"
หลงเหยียนยืนนิ่งครู่หนึ่ง พิจารณาถึงวิชาที่เขา้าเรียนรู้ หลังจากนั้นเขาก็ตัดสินใจ
หลงเหยียน: "ข้าเลือก ย่างก้าวมัจฉา และ หมัดพายุทะเล ท่านปรมาจารย์"
ปรมาจารย์อี้ซานพยักหน้าอย่างพอใจ จากนั้นท่านได้เริ่มถ่ายทอดวิชาให้หลงเหยียน
การฝึกฝนย่างก้าวมัจฉา:
ย่างก้าวมัจฉาในสายธารใส, เหมือนปลาว่ายน้ำไปไม่หวั่นไหว,
เบาบางพริ้วพรายในสายน้ำใส, เงียบสงบยิ่งใจมั่นในกระแสธาร.
ปรมาจารย์อี้ซานนำหลงเหยียนไปยังลำธารที่ใสสะอาด ท่านสอนหลงเหยียนวิธีย่างก้าวอย่างลื่นไหลเหมือนปลาที่ว่ายน้ำในน้ำใส หลงเหยียนเรียนรู้การควบคุมลมหายใจและการเคลื่อนไหวที่นุ่มนวลแต่เปี่ยมด้วยพลัง
ปรมาจารย์อี้ซาน: "หลงเหยียน ย่างก้าวมัจฉาต้องใช้ความสงบในจิตใจและการควบคุมร่างกายอย่างสมบูรณ์ เ้าต้องรู้สึกเหมือนปลาที่ว่ายน้ำ ไม่ฝืนแรงน้ำ แต่ใช้พลังของมัน"
หลงเหยียนฝึกฝนย่างก้าวมัจฉาอย่างขะมักเขม้น เขาพยายามให้ทุกก้าวย่างเป็ธรรมชาติและลื่นไหลเหมือนน้ำ
การฝึกฝนหมัดพายุทะเล:
หมัดพายุทะเลก้องกังวาน, พลังแรงล้นทะลุผ่านทะเลใหญ่,
เหมือนคลื่นซัดหาดไม่หยุดยั้งไป, โหมกระหน่ำดั่งพายุในท้องทะเล.
หลังจากนั้น ปรมาจารย์อี้ซานพาหลงเหยียนไปยังชายหาดที่มีคลื่นซัดสาด ท่านสอนวิธีใช้พลังคลื่นและพายุในหมัด หลงเหยียนเรียนรู้การควบคุมพลังของคลื่นและการผสมผสานพลังนั้นเข้ากับหมัดของเขา
ปรมาจารย์อี้ซาน: "หมัดพายุทะเลต้องใช้พลังและความแข็งแกร่งจากภายใน เ้าต้องรู้สึกถึงพลังของคลื่นที่ไม่หยุดนิ่ง และใช้มันเป็ส่วนหนึ่งของหมัด"
หลงเหยียนฝึกฝนหมัดพายุทะเลด้วยความตั้งใจ เขารู้สึกถึงพลังของคลื่นที่ผสานเข้ากับหมัดของเขา ทำให้การโจมตีของเขามีความรุนแรงและลื่นไหลเหมือนพายุทะเล
การพัฒนาหลังการฝึกฝน
หลังจากหลายวันของการฝึกฝน หลงเหยียนเริ่มมีความชำนาญในวิชาย่างก้าวมัจฉาและหมัดพายุทะเล การเคลื่อนไหวของเขาลื่นไหลและสง่างามเหมือนปลาที่ว่ายน้ำในน้ำใส และหมัดของเขามีพลังรุนแรงเหมือนคลื่นทะเลที่โหมกระหน่ำ
ปรมาจารย์อี้ซานเห็นพัฒนาการของหลงเหยียน ท่านรู้สึกภูมิใจและเชื่อมั่นในศิษย์ของตน ท่านให้คำแนะนำเพิ่มเติมและสนับสนุนให้หลงเหยียนพัฒนาตนเองต่อไป
ปรมาจารย์อี้ซาน: "หลงเหยียน เ้าได้แสดงให้ข้าเห็นถึงความสามารถและความมุ่งมั่น เ้าพร้อมที่จะก้าวสู่การฝึกฝนขั้นสูงยิ่งขึ้น จงรักษาความมุ่งมั่นและความพยายามนี้ไว้ เ้าจะเป็ผู้ที่ยิ่งใหญ่ได้ในอนาคต"
เื่ราวหลังการฝึกฝน
หลังจากที่หลงเหยียนได้ฝึกฝนวิชาย่างก้าวมัจฉาและหมัดพายุทะเลจนมีความชำนาญมากขึ้น เขาใช้เวลาในแต่ละวันในการทบทวนและฝึกฝนเพิ่มเติมเพื่อให้ทักษะของเขาก้าวหน้าและสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น
วันหนึ่งใน่บ่าย:
หลงเหยียนเลือกที่จะฝึกฝนและทบทวนวิชาของเขาที่ลานฝึกฝนกลางนิกายผาสุข บรรยากาศเงียบสงบและเต็มไปด้วยพลังปราณธรรมชาติทำให้เขาสามารถมีสมาธิและมุ่งมั่นในการฝึกฝนได้อย่างเต็มที่
เขาเริ่มด้วยการฝึกวิชาย่างก้าวมัจฉา ก้าวย่างของเขาลื่นไหลเหมือนปลาที่ว่ายน้ำในน้ำใส ทุกการเคลื่อนไหวของเขาเป็ธรรมชาติและสง่างาม จากนั้นเขาเปลี่ยนไปฝึกหมัดพายุทะเล หมัดของเขามีพลังรุนแรงเหมือนคลื่นทะเลที่โหมกระหน่ำ