บทที่ 2 บุญคุณที่ช่วยชีวิต ต้องตอบแทนด้วยร่างกาย
"อยากให้เื่จบ ต้องจ่ายมาหนึ่งพันหยวน กับตั๋วอาหารห้าร้อยจิน ถ้าเอาของมาให้ ฉันก็จะออกจากกองทัพทันที แล้วจะไม่มาให้เห็นหน้าอีกเลย
ถ้าไม่ยอมให้ คุณกับ 'ไข่มุก' ข้างหลัง อยากจะแต่งงานกัน ก็ต้องมาดูกันว่าฉันจะยอมไหม
หลักฐานของคุณอยู่ในมือฉัน วันไหนฉันไม่พอใจ เอาเื่พวกนี้ไปฟ้องผู้บัญชาการ 'ไข่มุก' ของคุณยังจะช่วยคุณได้อีกหรือเปล่าล่ะ!"
หยางเทียนเหอกลัวที่สุดก็เื่นี้ แม้ว่าเงินกับตั๋วอาหารจะมากไปหน่อย แต่ก็ต้องยอมจ่าย เพียงแต่เงินกับตั๋วที่สะสมมาหลายปีต้องให้คนอื่นไปหมด ในใจก็รู้สึกอึดอัดขึ้นมา
"มันมากเกินไป ขอลดหน่อยได้ไหม?" หยางเทียนเหอ พยายามเจรจาต่อรองกับฉินซวงซวงด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง "ห้าร้อยหยวน กับตั๋วอาหารหนึ่งร้อยจิน ได้ไหม?"
"ฮึ!" ฉินซวงซวงเย้ยหยัน "หยางเทียนเหอ! ถึงคุณจะหล่อมากหรือเก่งมาจากไหน แต่ถ้าฉันไม่ได้ตามที่้า ก็แตกหักกันไปเลย เลือกเอาเองแล้วกัน!"
เฉินจูจูสะกิดที่เอวของหยางเทียนเหอ "ให้เขาไปเถอะ ต่อไปจะได้ไม่เป็ภัยกับเราได้"
หยางเทียนเหอกัดฟันกระทืบเท้า "ตกลง! งั้นเอาจดหมายมาคืนฉันก่อน เดี๋ยวฉันไปหาเงินมาให้"
"คิดว่าฉันโง่หรือไง?" ฉินซวงซวงเดินเข้าไปเปิดประตู "จ่ายเงินมาแล้วค่อยเอาของไป รีบ ๆ ไป ฉันจะไปนั่งเล่นบ้านหัวหน้าของคุณก่อน"
“คุณจะไปบ้านผู้บังคับการทำไม? หยางเทียนเหอ กลัวว่าฉินซวงซวงจะก่อเื่วุ่นวาย จึงรีบรั้งเธอไว้ “เขาไม่อยู่ ไปเยี่ยมบ้านยังไม่กลับมา”
“โชคดีที่เขาไม่อยู่ ถ้าเขาอยู่ ฉันจะถามเขาให้รู้เื่ไปเลยว่าตาบอดหรือยังไง ถึงได้ไปรับของไร้ค่าอย่างคุณมา” ฉินซวงชี้ไปข้างนอกแล้วบอกว่า “มืดแล้ว พาฉันไปที่พักด้วย ค่าใช้จ่ายคุณก็ต้องจ่ายให้ฉัน”
หยางเทียนเหอไม่กล้าพูดอะไร ได้แต่พาฉินซวงซวงออกไปที่พัก เฉินจูจูเดินตามหลังไป ทหารหนุ่มหลายคนเดินผ่าน แล้วมองเธอด้วยหางตา
ตอนที่เ้าของร่างเดิมมาตามหาคนรักที่กองทัพ ทหารที่ยืนยามเป็ทหารเก่าของหยางเทียนเหอ เมื่อได้ยินว่ามีคนมาหาเขา พวกเขาก็พาเธอไปที่ห้องทำงานของหยางเทียนเหอทันที
บังเอิญที่เฉินจูจูมาหาหยางเทียนเหอพอดี เมื่อรู้ว่าเธอคือคู่หมั้นจากบ้านเกิดของหยางเทียนเหอ เธอก็โวยวายขึ้นมา
แต่ตอนนี้ดีขึ้นแล้ว เนื่องจากฉินซวงซวงตบไปสองฉาด จนไม่กล้าโวยวายอีก
เมื่อออกจากห้องทำงาน ฉินซวงซวงก็นึกขึ้นได้ว่าที่ที่เธอเพิ่งอยู่คือหน่วยงานผู้บังคับการ
เ้าของร่างเดิมน่าสงสารมาก เดินทางมาไกลเพื่อตามหาคู่หมั้น แต่กลับต้องมาเจอเื่แบบนี้ ถ้าพ่อแม่และปู่ที่บ้านรู้เข้า คงจะช็อกและเสียใจมากแน่ ๆ
ปู่ฉินเป็พรานเฒ่า ั้แ่เด็ก ๆ เขามักจะพาเธอวิ่งเล่นไปทั่วูเา ปู่ของหยางเทียนเหอก็เป็พรานเฒ่าเหมือนกัน ทั้งสองเป็พี่น้องร่วมสาบานกัน
สองครอบครัวไปมาหาสู่กันบ่อย ๆ ความสัมพันธ์ก็ค่อนข้างสนิทสนม
เมื่อครั้งที่หยางเทียนเหอเดินทางมาถึงค่ายทหาร คุณปู่ของเขาเอ่ยปากขอให้เขาได้หมั้นหมายกับฉินซวงซวง คุณปู่ของเธอไม่เห็นด้วย อ้างว่าหลานสาวยังเล็กจึงปฏิเสธไป บอกให้เขาไปหาคนอื่นเถอะ เพราะหยางเทียนเหออายุมากกว่าเธอถึงหกปี ในชนบทเรียกว่า ‘ลิ่วชง’*[1] เกรงว่าแต่งงานกันไปแล้วสามีภรรยาจะอยู่ด้วยกันไม่ได้
คุณปู่ของตระกูลหยางจึงล้มเลิกความตั้งใจไป ภายหลังท่านล้มป่วยหนัก ใกล้จะสิ้นลมหายใจแล้ว ความปรารถนาเดียวของท่านคืออยากเห็นหยางเทียนเหอได้หมั้นหมายกับฉินซวงซวง คุณปู่ของเธอจึงไม่อยากขัดศรัทธาครั้งสุดท้ายของสหายเก่า จึงตกลงปลงใจกับเื่ ‘การหมั้น’ ในครั้งนี้
ตอนนั้นเธออายุเพียงสิบหกปี นับั้แ่เริ่มพูดคุยเื่การหมั้นหมายจนกระทั่งตกลงกันได้ก็ล่วงเลยไปนานพอสมควร เสียเวลาไปถึงสามปี กว่าจะได้รู้ว่าเขาเป็ผู้ชายเลว ๆ คนหนึ่ง
หยางเทียนเหอกับเฉินจูจูกลัวว่าระหว่างทางที่พาฉินซวงซวงไปที่พัก เธอจะไปพูดคุยกับคนอื่นเื่ระหว่างเราสามคน พวกเขาจึงตามติดเธอไม่ห่าง เมื่อมีใครถามก็จะบอกว่าเธอเป็น้องสาวของหยางเทียนเหอ
ยิ่งไปกว่านั้น เฉินจูจูยังขอร้องให้คนที่พักดูแลหญิงสาวอย่างดี อย่าให้เธอออกไปไหนมาไหนตามลำพัง เกรงว่าจะทำลายชื่อเสียงของหยางเทียนเหอ
รอจนถึงพรุ่งนี้หลังจากให้เงินและตั๋วแล้วก็จะส่งตัวเธอกลับไป ตัดขาดการติดต่อกัน เื่ราววุ่นวายก็จะได้จบลงเสียที
เมื่อเดินออกมาจากประตูค่ายทหารได้ไม่ไกล ฉินซวงซวงก็พบกับชายคนหนึ่งสะพายกระเป๋าผ้าทหาร มือถือกระเป๋าเดินทาง เธอไม่รู้จักใครในค่ายทหารอยู่แล้ว จึงไม่ได้สนใจมองไปรอบ ๆ
หยางเทียนเหอกับเฉินจูจูกำลังจะเอ่ยปากทักทายชายคนนั้น แต่เขากลับร้องทักฉินซวงซวงด้วยความดีใจ
“ฉินซวงซวง! ฉินซวงซวง! ฉินซวงซวง! เป็เธอจริง ๆ เหรอเนี่ย ทำไมเธอถึงมาที่นี่ มาหาฉันเหรอ บอกฉันที เธอมาหาฉันจริง ๆ ใช่ไหม?”
ฉินซวงซวงหันกลับไปมองชายคนนั้นด้วยความงุนงง เธอไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับเขาเลย
เขาดูแข็งแกร่งและองอาจ ผิวสีแทนบ่งบอกว่าผ่านสมรภูมิรบมาอย่างโชกโชน
เขาเป็ใคร? เ้าของร่างเดิมรู้จักเขาเหรอ?
เมื่อเห็นเธอเหม่อลอย ชายคนนั้นก็รีบพูดขึ้น “สาวน้อย! เธอจำฉันไม่ได้แล้วเหรอ ฉันชื่อ ‘เสิ่นเฉินิ’ ไง คนที่เคยโดนงูกัดจนเกือบตายไง”
ทันทีที่เขาพูดจบ ภาพในอดีตก็ผุดขึ้นมาในหัวของฉินซวงซวง
ห้าปีก่อน เธอตามคุณปู่ขึ้นเขาไปล่าสัตว์ คุณปู่วิ่งไล่จับกวางตัวหนึ่งไป ส่วนเธอก็เดินเล่นในป่าเพียงลำพัง
จู่ ๆ ก็เห็นผู้ชายคนหนึ่งหน้าซีดเซียว เดินโซเซมาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอในระยะหนึ่งจั้ง*[2]
ฉินซวงซวงรีบวิ่งเข้าไปดู ก็พบว่างูได้กัดเขาเข้า เธอจึงใช้ผ้าพันแผลที่เตรียมมา พันรอบต้นขาของเขาไว้
จากนั้นก็ป้อนยาแก้พิษที่คุณปู่ให้ติดตัวเอาไว้ และใช้มีดเล่มเล็กกรีดแผลที่ถูกงูกัด บีบเืพิษออก จนกระทั่งเืเปลี่ยนเป็สีแดงสด เธอจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก
สุดท้ายก็ได้สมุนไพรมารักษาแผล เมื่อพันผ้าเสร็จ เขาก็ฟื้นขึ้นมาพอดี
"สาวน้อย เธอชื่ออะไร?"
"ฉินซวงซวง"
"จำไว้นะ ฉันชื่อเสิ่นเฉินิ เป็ผู้บังคับการกองที่ 1 ของกองพล 597 ไห่เฉิง เมื่อเธอโตขึ้น ก็มาหาฉันนะ ฉันจะแต่งงานกับเธอ"
"ไม่เอา"
คนผู้นี้น่ากลัวเหลือเกิน เ้าของร่างเดิมใจนวิ่งหนีไปทันที
เสียงของเสิ่นเฉินิดังไล่หลังตามมาว่า "สาวน้อย! บุญคุณช่วยชีวิต ต้องตอบแทนด้วยชีวิตนะ!"
ความทรงจำมีเพียงเท่านี้ ฉินซวงซวงมองชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ คิ้วเข้ม ตาโต ใบหน้าคมคาย ราวกับเป็แหล่งรวมความหล่อเอาไว้ด้วยความประหลาดใจ
"เสิ่นเฉินิ?"
"ใช่ฉันเอง" เสิ่นเฉินิบีบจมูกของฉินซวงซวงเบา ๆ "สาวน้อยตัวแสบ! ในที่สุดเธอก็จำได้ กว่าจะมาหาฉัน! ถ้าเธอยังไม่มา ฉันก็ว่าจะไปหาเธอปีใหม่นี้แล้ว"
คำพูดของเสิ่นเฉินิทำเอาหยางเทียนเหอกับเฉินจูจูอึ้งไปเลย รู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในโลกแฟนตาซีเข้าแล้ว
คนสองคนที่ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกันได้ กลับรู้จักกัน ทั้งยังสนิทกันมากอีก นี่มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย?
ถึงแม้เสิ่นเฉินิจะเล่าเื่ทั้งหมดให้ฟังแล้ว แต่หยางเทียนเหอก็ยังใจหายใจคว่ำ ฉินซวงซวงดันไปรู้จักกับเขา ทั้งยังเป็ถึงผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตเขาไว้?
หยางเทียนเหอเพิ่งจะขอถอนหมั้นกับฉินซวงซวงไปหยก ๆ ถ้าให้เสิ่นเฉินิที่เป็ ‘หัวหน้าใหญ่’ รู้เข้า เขาจะมีชะตากรรมยังไงล่ะ?
คนที่เ็ปที่สุดคงหนีไม่พ้นเฉินจูจู เสิ่นเฉินิเป็ทหารที่เก่งที่สุดในกองทัพ ปลายปีนี้ก็จะได้เลื่อนขั้นเป็รองผู้บัญชาการ เขาเป็คนที่เฉินจูจูหมายปองมาตลอดแต่ก็ไม่เคยสมหวัง
ตอนนี้เขาอายุยี่สิบแปดแล้ว ยังไม่เคยสู่ขอใครเลย คนอื่น ๆ ต่างลือกันว่าเขาไม่สมประกอบ ที่แท้ก็ไม่ใช่?
หรือว่าที่จริงแล้วเสิ่นเฉินิกำลังรอฉินซวงซวงอยู่?
[1] ลิ่วชง เป็ความสัมพันธ์ระหว่าง
[2] 1 จั้ง ยาวประมาณ 3.33 เมตร