หลังจากเลิกเรียน
17:30 น.
ณ ร้านอาหารดังนอกเมือง เ้าของร้านชื่อ ฌอน เป็หนุ่มโสดเนื้อหอม เขาเป็เพื่อนสนิทของน้าแอ๋ม ร้านอาหารแห่งนี้มีลูกค้าเยอะทุกวัน ส่วนมากจะเป็คนมีฐานะเข้ามารับประทานอาหารบ้าง นั่งดื่มกันบ้าง ดังนั้นพนักงานของร้านทุกคนจะต้องแต่งตัวให้ดูดีตลอดเพื่อให้การบริการที่ประทับใจแก่ลูกค้าไฮโซเหล่านี้ แน่นอนว่าอลิซเองก็ต้องแต่งหน้าให้ดูสวย ใส่ชุดเมจน่ารักๆแน่นอน
“สวัสดีค่ะ หนู่ชื่ออลิซ พึ่งมาทำงานวันนี้เป็วันแรก ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ”
อลิซได้เข้าแนะนำตัวกับเพื่อนร่วมงานทุกคน ดูเหมือนทุกคนจะเป็มิตร พวกเขาต่างเอ็นดูและชมว่าเธอน่ารักมาก ชุดเหมาะกับเธอมากนั่นก็เพราะเธอเด็กที่สุดในร้านด้วย
“ทุกคนที่นี่ทำงานด้วยกันแบบเป็พี่เป็น้องวางใจได้ ถ้ามีปัญหาอะไรก็ปรึกษาได้ทุกคนเลยนะ ไม่ต้องเกรงใจ” น้าฌอนพูด
แล้วทุกคนก็แยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตัวเอง ส่วนน้าฌอนได้พาอลิซไปสำรวจรอบๆร้านและสอนงานไปด้วย
19:00 น.
ลูกค้าเริ่มทยอยมากันแล้ว พนักงานทุกคนก็ต่างทำหน้าที่ของตนไป โดยเฉพาะอลิซที่เวลาอยู่ที่ทำงานเหมือนเป็คนละคนกับตอนอยู่โรงเรียนมาก เธอดูเป็ผู้ใหญ่ขยันทำงานและเธอก็ให้บริการอย่างดี พูดคุยกับลูกค้าทั้งชาวไทยชาวต่างชาติอย่างสนุกสนาน ราวกับคนที่มีประสบการณ์ด้านทำงานมาเยอะแล้ว ภาษาอังกฤษก็สำเนียงเหมือนกับเ้าของภาษา จนน้าฌอนเองต้องทึ่งกับความสามารถของเด็กผู้หญิงคนนี้
“อลิซ มานี่หน่อย” น้าฌอนกวักมือเรียกอลิซ
“คะ” อลิซเดินมาหาน้าฌอน
“อีกสักพักนักร้องจะมาแล้วช่วยดูแลเค้าหน่อยนะ”
“ค่ะ อลิซจะดูแลเป็อย่างดีค่ะ ไม่ต้องห่วง”
ไม่นานนักร้องได้มาถึงร้าน เขาได้เดินตรงไปที่โต๊ะที่หลังร้านเพื่อเตรียมตัวรอขึ้นร้องเพลง ในตอนนั้นรุ่นพี่ที่ร้านได้ะโบอกอลิซให้เธอรีบไปดูแลเขาทันที
“สวัสดีค่ะ ไม่ทราบว่าจะรับเครื่องดื่มอะไรดีค่ะ” อลิซเดินเข้าไปถามนักร้องคนนั้นด้วยท่าทีที่สุภาพ
“ขอน้ำอุ่น”
ชายหนุ่มตอบเธอโดยที่ไม่ได้มองหน้าของเธอ เขาเอาแต่ก้มหน้าเช็ดถูกีต้าร์ไปมา
“แล้วอาหารล่ะคะ จะรับอะไรดี”อลิซถาม
“แค่น้ำอุ่นพอ”
ชายคนนั้นตอบด้วยน้ำเสียงเ็า เขาตอบโดยที่ไม่มองหน้าเธอด้วยซ้ำเพราะมัวแต่ก้มหน้าเช็คเสียงสายกีตาร์ของเขา
ไม่นานสาวน้อยได้นำน้ำอุ่นมาวางไว้บนโต๊ะพร้อมกับมองดูกีต้าร์ของชายคนนั้น ด้วยความสงสัยเธอจึงถามชายคนนั้นไป
“กีต้าร์เท่ดีนะคะ เอ๊ะ! กีตาร์ตัวนี้ใช่ของ Antonio de Torres ใช่ไหมคะ " อลิซถาม
สักพักนักร้องคนนั้นก็ละมือจากกีต้าร์แล้วเงยหน้าขึ้นมองสาวน้อยขี้สงสัยทันที จังหวะนั้นเขาถึงกับแสดงสีหน้าประหลาดใจเพราะคาดไม่ถึงว่าสาวสวยน่ารักที่ยืนอยู่ต่อหน้าเขาจะเป็อลิซ เขามองดูเธอั้แ่หัวจรวดเท้า
“รู้เื่กีต้าร์กับเขาด้วยหนิ”
“เอ๊ะ! นี่นาย….หน้าคุ้นๆ” สาวน้อยคุ้นหน้านักร้องคนนี้มากแต่จำไม่ได้ว่าเคยเห็นที่ไหน
ทันใดนั้นได้มีเสียงเรียกจากน้าฌอนดังขึ้น
“ลุค มาถึงแล้วหรอ” น้าฌอนพูดชื่อของเขาพร้อมกับเดินเข้ามาทักทาย
ทั้งสองหนุ่มพูดคุยกันอย่างสนิทสนมจนลืมไปว่าสาวน้อยอลิซยืนทำหน้างงๆอยู่ใกล้ๆ สักพักน้าฌอนได้หันไปหาเธอพร้อมกับแนะนำเธอให้กับลุครู้จัก
“ลุค นี่พนักงาน part time คนใหม่ชื่ออลิซพึ่งมาทำงานวันแรก เป็หลานของเพื่อนสนิทพี่เอง ส่วนอลิซ นี่ลุคเป็ลูกพี่ลูกน้องน้าเอง” น้าฌอนพูด
“อ่อ หวัดดี แม่สาวนักเลง6/9” ลุคพูดด้วยสีหน้าเฉยชาก้มหน้าดีดกีต้าร์ต่อ
“เด็กนี่รู้จักเราด้วยหรอ แต่เรียกชื่อคนอื่นได้…&¥฿..มาก”ในความคิดของอลิซ
อลิซถึงกับชักสีหน้าเมื่อได้ยินคำว่า แม่สาวนักเลง จากปากคนไร้มารยาท แต่ก็ต้องอดทนไม่ถือสาเพราะเขาเป็ลูกพี่ลูกน้องของหัวหน้าตัวเอง ในตอนนั้นเธอพยายามจะนึกให้ออกว่าเคยเจอเขาที่ไหน
“พูดชื่อเขาดีๆหน่อย กี่ปีๆก็ไม่เคยเปลี่ยนเลยนะนิสัยแบบนี้” น้าฌอนพูดตำหนิพร้อมกับเอามือเขกหัวลุคเบาๆ
ในตอนนั้นเองอลิซก็เริ่มรู้สึกคุ้นๆกับใบหน้าอันหล่อเหลาแต่เ็าและนิสัยไร้มารยาทเมื่อกี้ จากนั้นภาพเหตุการณ์ตอนไปเรียนวันแรกที่เธอเข้าไปถามห้องเรียนกับนักเรียนชายรูปหล่อแต่ไร้น้ำใจก็เข้ามาในหัวเธอทันที
“อ้อ นายคนไร้น้ำใจ ที่โรงเรียนวันนั้นหนิ”อลิซพูดขึ้น
จากนั้นลุคได้มองหน้าอลิซแบบเคืองๆ เพราะถูกเธอเรียกว่า คนไร้น้ำใจ
“อยู่โรงเรียนเดียวกันเองหรอ งั้นก็ควรจะดีๆกันไว้นะ”น้าฌอนพยายามพูดเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศที่กำลังตรึงเครียดของทั้งสอง
“ลุค พี่ต้องไปดูแลลูกค้าก่อนนะ ถ้า้าอะไรก็บอกอลิซละกัน” น้าฌอนพูดพร้อมกับเดินออกไป
และแล้วสาวน้อยก็ได้เข้าใจกระจ่างแจ้งว่าผู้ชายไร้น้ำใจ ที่ถามแล้วไม่ตอบแถมเดินหนีไปวันนั้นเป็ใคร
“นายคนไร้มารยาท ชื่อลุค สินะ”
“รู้แล้วก็ไปได้แล้ว ฉัน้าสมาธิ” ลุคพูดด้วยน้ำเสียงที่เ็าพร้อมกับลุกไปนั่งที่อื่น
นิสัยเ็าบวกกับกิริยาอันไร้ซึ่งมารยาทของเขาทำเอาสาวน้อยหัวเสียกันเลยทีเดียว ได้แต่คิดว่า โลกมันกลมอะไรขนาดนี้ที่ต้องมาเจอเขา เธอเดินออกมาโดยที่ไม่พูดอะไรต่อแต่ในใจนั้นโคตรเห็นขี้หน้าผู้ชายคนนี้เลย แต่ก็ต้องอดทนไว้ เธอได้แต่สูดหายใจเข้าออกช้าๆเพื่อสงบสติอารมณ์แล้วกลับไปทำงานของตน
เช้าวันต่อมา
ลุคและเพื่อนๆได้เดินผ่านหน้าห้อง6/9 ทำเอาสาวๆในห้องกรี๊ดกันเป็แถวรวมไปถึงแนนและมิ้นที่กำลังสั่นระริกเมื่อเจอผู้หล่อๆเดินผ่านหน้าห้อง แต่ทว่ามีหนึ่งคนที่ถอนหายใจแล้วเบะปาก ทำหน้าไม่สบอารมณ์เมื่อเจอลุค นั่นก็คือ อลิซ
“พักก่อนจ้าสาวๆ พวกเธอกรี๊ดคนแบบนายนั่นหรอ”อลิซพูด
“โห หล่อ รวย นิสัยดี เรียนเก่ง Perfect ขนาดนี้ ฉันยอมพลีกายจ้า”แนนพูดพลางหัวเราะชอบใจกับมิ้น
“นี่อย่าบอกนะ ว่าเธอไม่ชอบผู้ชายแบบลุคอ่ะ คือรสนิยมเพี้ยนนะเพื่อน”มิ้นพูด
“ฉันว่าพวกเธอต่างหากนะรสนิยมเพี้ยน ไปชอบคนนิสัยแย่ๆเหมือนนายนั่น จะมีดีก็แค่ร้องเพลงเพราะ”อลิซพูด
จากเหตุการณ์เมื่อคืนอลิซก็ได้บ่นถึงเื่ราวตอนทำงานที่ร้านอาหารกับลุคให้มิ้นและแนนฟัง ทำนองบ่นถึงนิสัยไร้มารยาทและใบหน้าอันเ็าของเขา แต่ดูเหมือนว่าเพื่อนๆของเธอไม่ได้สนใจนิสัยแย่ๆของเขาเลย กลับชอบนิสัยเ็าของเขา แถมพวกเธอดูจะเป็แฟนคลับลุคอีกด้วย แล้วทั้งสองก็เล่าเื่ราวของลุคที่พวกเธอทราบมาให้อลิซฟังว่า ลุค นักเรียนดีเด่น6/1เป็ลูกเศรษฐีใหญ่ รวยมากๆ ที่โรงเรียนเราดูหรู ยิ่งใหญ่ มีตึกที่ทันสมัยมากมายแห่งนี้ก็เพราะได้รับเงินสนับสนุนจากพ่อของเขา ครูทุกคนในโรงเรียนก็ดูจะชื่นชมและรักเขามาก เพราะเขาเป็คนเก่งรอบด้าน ไม่ว่าจะด้านวิชาการ กีฬา ดนตรี หรืออื่นๆ คือแบบPerfectที่สุดในรุ่นแล้ว เห็นเป็คนหยิ่งๆ เ็า ปากร้ายบ้างแต่ก็ไม่เคยไปหาเื่ใคร หรือเบ่งอำนาจกับนักเรียนคนอื่นเลย คนแบบนี้ต้องเรียก..เทพบุตร..ถึงจะถูก เมื่ออลิซได้ยินเื่ราวของเขาก็แทบไม่อยากจะเชื่อ
่กลางคืน
ณ ร้านอาหารน้าฌอน
เมื่อลูกค้าก็เริ่มแน่นร้านขึ้นเรื่อยๆ เสียงปรบมือจากลูกค้าสาวๆดังขึ้นเพราะถึงคิวที่ลุคต้องออกไปร้องเพลง เขาเดินขึ้นไปบนเวทีถือกีตาร์ตัวโปรดพร้อมกับนั่งบนเก้าอี้ ตอนนี้เขาดูหล่อ และเท่ห์มากๆ
“มีผู้หญิงคนนึงบอกผมไว้ว่า เพลงจะเพราะไม่ได้ขึ้นอยู่กับแค่คนร้องหรือดนตรี แต่ต้องมีความหมายดีๆโดนใจคนฟังด้วย”ลุคพูดพลางเผยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มอันทรงเสน่ห์ออกมาด้วย
จากคำพูดที่ลุคได้บอกผ่านเสียงไมค์ ในจังหวะนั้นเองอลิซเธอก็ได้นึกไปถึงเื่ราวตอนที่เธอยังเป็ ผู้หญิงชื่อเจน
ในอดีต 4 เดือนก่อน
่นั้นเธอยังคงเป็เจนมนุษย์ป้าบ้าเกม เวลาว่างๆเธอมักจะเข้าไปเล่นเกมกับเด็กหนุ่มคนหนึ่งเป็ประจำเขามีชื่อว่าลุค ทั้งสองพูดคุยกันอย่างสนุกสนานราวกับเป็เพื่อนวัยเดียวกัน เขามักจะคอยให้คำปรึกษาเจนเสมอ เวลาที่เธอเครียดหรือทุกข์ใจกับเื่งาน เธอก็มักจะหาเวลาไปเล่นเกมกับเขา ครั้งหนึ่งในตอนที่ทั้งสองเล่นเกมอยู่นั้นเจนได้ร้องเพลงเพลงหนึ่งออกมา ชื่อเพลง เพียงรัก ลุคที่ฟังอยู่ก็เผลอหัวเราะออกมาเพราะเจนร้องเหมือนคนบ่น
“555นั่นร้องเพลงเพราะแล้วใช่ไหมป้า”ลุคพูด
“เพลงจะเพราะไม่ได้ขึ้นอยู่กับแค่คนร้องหรือดนตรี แต่ต้องมีความหมายดีๆโดนใจคนฟังนะไอ้หนู”เจนพูด
“เฉียบ!”ลุคที่ได้ฟังก็พลางยิ้มออกมา
กลับมาที่ปัจจุบัน
จากคำพูดนั้นของลุคทำให้อลิซถึงกับยืนอึ้ง และรู้สึกสับสนว่าเด็กหนุ่มคนนั้นใช่ลุคคนที่นั่งอยู่ต่อหน้าหรือไม่ แต่ทว่าพอนึกถึงคำพูดหรือนิสัยของทั้งสองมันกับต่างกันโดยสิ้นเชิง
“ผมขอมอบเพลงเพลงนี้ให้กับทุกคนในค่ำคืนนี้ครับ…เพียงรัก…”ลุคพูดด้วยสีหน้าที่ชวนสาวๆหลงใหลเสน่ห์อันหาที่สุดไม่ได้ของเขา
ชื่อเพลงที่ลุคเอ่ยออกมา มันช่างบังเอิญอะไรขนาดนี้ ยิ่งทำให้อลิซเริ่มสับสนตัวตนของลุคขึ้นมาจริงๆ เธอภาวนาว่าเด็กหนุ่มในเกมคนนั้นจะไม่ใช่ลุคที่เ็าคนนี้
ในขณะที่ลุคร้องเพลงนี้ เสียงร้องของเขาทำให้อลิซไม่เป็อันทำงาน เธอได้แต่ยืนมองเขาราวกับว่าเธอหลงเข้าไปในวังวนเสียงเพลงนี้ เธอได้เห็นใบหน้าอันหล่อเหลามีเสน่ห์ดึงดูดจนไม่อาจจะละสายตาจากเขาได้พร้อมกับเสียงเพลงที่ไพเราะน่าหลงใหล
“นี่สินะ เสน่ห์หนุ่ม Hot ที่เค้าพูดถึงกัน” สาวน้อยเผลอปากพูดออกไปโดยที่ไม่รู้ตัว
“อุ๊ยนี่ฉันเผลอพูดอะไรออกไป ตบปาก 3 ที”อลิซรีบสำนึกผิด
ในขณะที่ลุคกำลังร้องเพลงอยู่เขาก็ได้จ้องมองมาที่อลิซ ทั้งคู่สบตากันเพียงเวลาไม่นานเขาก็เมินหล่อนไปซะดื้อๆ
“ไม่ได้ๆนะอลิซเธอคิดอะไรอยู่ เด็กปากดีนั่นไม่ใช่สเปคของเธอซะหน่อย” สาวน้อยตบหน้าเรียกสติตัวเองกลับมา
เวลาล่วงเลยมาถึงสี่ทุ่มกว่าๆอยู่ดีๆฝนก็ดันตกลงมาแรงมาก ลูกค้าก็เริ่มทยอยกลับกันบ้างแล้ว พนักงานหลายคนก็เริ่มเหนื่อยแต่ผิดกับอลิซที่ยังขยันเดินเก็บของไปมาได้อย่างสบาย ไม่บ่นว่าเหนื่อยสักคำ แถมนางดูจะสนุกกับงานอีกด้วย ส่วนลุคที่ร้องเพลงเสร็จก็ไปช่วยน้าฌอนดูแลลูกค้า VIP ต่อ
่ที่ลุคนั่งคุยอยู่กับลูกค้า VIP อยู่นั้น เขาก็บังเอิญได้ยินกลุ่มวัยรุ่นไฮโซสี่คนที่อยู่โต๊ะข้างๆคุยกันอย่างสนุกปากพร้อมกับชี้ไปที่อลิซที่ขณะนั้นเธอกำลังเก็บแก้วน้ำอยู่อีกโต๊ะ
“เฮ้ยมึง! เด็กเสิร์ฟคนนั้นแม่งแจ่มว่ะ มึงลองเรียกน้องเค้ามานี่ดิ”หนึ่งในวัยรุ่นพูดขึ้น
“เออว่ะ แจ่มจริงน่าลองเดี๋ยวกูเรียกเอง”
แล้วหนึ่งในนั้นก็เรียกให้อลิซมาหา ขณะนั้นลุคที่นั่งอยู่โต๊ะข้างๆก็แอบฟังสิ่งที่วัยรุ่นกลุ่มนั้นพูดไปด้วย
สักพักอลิซก็เดินเข้าไปหากลุ่มวัยรุ่นนั้น
“ไม่ทราบว่า้าอะไรเพิ่มรึเปล่าคะ” อลิซพูด
“ถ้าพี่้าน้องจะให้พี่ได้ป่าวล่ะ”หนึ่งในวัยรุ่นกระซิบบอกอลิซเบาๆ
“ขอโทษนะคะ ถ้าไม่มีอะไร ดิฉันขอตัวไปทำงานต่อนะคะ”อลิซพูดพร้อมกับหลีกเลี่ยงวัยรุ่นกลุ่มนั้นทันที
“เดี๋ยวสิน้อง อยากได้อะไรเดี๋ยวพี่ซื้อให้” หนึ่งในกลุ่มวัยรุ่นพูดพร้อมกับคว้ามือของเธอไว้
“ดิฉันไม่้าอะไรจากคุณทั้งนั้น ปล่อยค่ะ” อลิซพูดด้วยสีหน้าที่เริ่มไม่พอใจและสะบัดมือออก
แล้ววัยรุ่นคนนั้นก็ขอโทษเธอแล้วขอให้เธอช่วยเติมเหล้าให้ ลุคที่นั่งดูเหตุการณ์อยู่โต๊ะข้างๆมองดูวัยรุ่นคนนั้นกำลังใช้โทรศัพท์เอื้อมมาถ่ายใต้กระโปงของเธอ เขาจึงรีบลุกขึ้นจากโซฟาแล้วตรงไปที่อลิซทันที
“ทำแบบนี้ไม่ดีเลยนะครับ”ลุคพูดกับวัยรุ่นคนนั้น
สาวน้อยผู้ไม่รู้อะไรเลย ถูกอ้อมแขนปริศนาโอบตัวไว้จากด้านหลัง แล้วดึงร่างเธอเข้ามาซบที่อกอันแสนอบอุ่น กลิ่นน้ำหอมอันชวนหลงใหลกระจายรอบๆจมูกของเธอ เสียงของชายหนุ่มที่กอดเธอไว้ฟังดูคุ้นๆหู อลิซยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น
เธอเงยหน้าขึ้นดูเ้าของเสียงที่กำลังโอบเธอไว้อยู่ ทันใดนั้นใบหน้าของลุคก็ปรากฏขึ้น
“นี่นาย จะทำอะไรเนี้ย” อลิซใรีบผลักเขาออกในทันที
ลุคที่ถูกอลิซผลักออก ได้เดินตรงไปกระชากโทรศัพท์มือถือจากมือของวัยรุ่นคนนั้นทันที บรรยากาศในร้านตอนนั้นเริ่มตึงเครียดขึ้นน้าฌอนและทุกคนในร้านมุ่งความสนใจไปที่ลุคกับวัยรุ่นคนนั้นทันที
“แอบถ่ายใต้กระโปรงผู้หญิง ไม่แมนเลยนะ” ลุคพูดพร้อมกับลบวีดิโอออกจากมือถือผู้ชายคนนั้น
แล้วลุคก็ขู่วัยรุ่นคนนั้นว่าจะแจ้งตำรวจและจะเอาเื่ให้ถึงที่สุด น้าที่เห็นเหตุการณ์ก็เดินตรงมาถามลุคว่าเกิดอะไรขึ้น จากนั้นวัยรุ่นกลุ่มนั้นก็เกิดรู้สึกกลัวจึงรีบออกจากร้านไป ส่วนลุคก็กลับไปนั่งคุยกับลูกค้าVIPต่อ พร้อมกับขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ลูกค้าทุกคนเข้าใจและปรบมือให้กับความเป็สุภาพบุรุษของเขา อลิซที่ยืนอึ้ง ทำอะไรไม่ถูก จนลืมขอบคุณลุคที่ช่วยเธอไว้ เธอพยายามจะไปขอบคุณเขาแต่หาจังหวะไม่ได้ พอนึกถึงภาพตอนที่โดนลุคโอบตัวไว้ทีไรก็เขินหน้าแดงไม่กล้าพูดขึ้นมาซะงั้น
“นี่ฉันเป็อะไรไป กล้าๆหน่อย”อลิซพูดพลางเอามือสองข้างกุมอก
เกือบๆเที่ยงคืนฝนยังตกหนักไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเลย พนักงานก็เริ่มทยอยกลับกันแล้ว ส่วนอลิซที่ขับรถมอเตอร์ไซค์มาได้แต่ยืนรอให้ฝนหยุดตกก่อน น้าฌอนที่กำลังวุ่นๆกับงานอยู่ในร้านเห็นเธอยังไม่กลับเลยเดินเข้าไปคุยกับเธอ
“ฝนตกหนักขนาดนี้ ขับรถกลับบ้านคนเดียวอันตราย ยิ่งเป็ผู้หญิงตัวเล็กๆด้วยเดี๋ยวน้าให้ลุคขับรถไปส่งแทนนะ” น้าฌอนพูด
“ไม่เป็ไรค่ะ บ้านใกล้แค่นี้เอง อลิซกลับเองได้ค่ะน้า” อลิซปฏิเสธน้าฌอน
“ไม่ได้ๆ ยิ่งฝนตกแบบนี้ยิ่งน่าเป็ห่วง เดี๋ยวแอ๋มก็ด่าน้าหูแฉะพอดี”
ในตอนนั้นเองลุคได้เก็บของกำลังจะกลับน้าฌอนก็ได้เรียกเขาไว้ และฝากให้เขาไปส่งอลิซที่บ้านน้าแอ๋มให้หน่อย ลุคเงียบแล้วมองไปที่อลิซ สาวน้อยหลบสายตาอันเ็าของเขาทันที
“อลิซว่าอลิซไม่รบกวนเขาดีกว่าค่ะ” สาวน้อยพูดปฏิเสธออกไป
“ไม่ได้ ถ้าเกิดวัยรุ่นพวกนั้นแอบตามอลิซไปล่ะ น้าไม่สบายใจเลย”
ลุคที่ยืนฟังอยู่ก็ได้พูดขึ้นพร้อมกับเดินไปที่รถ
“งั้นก็รีบตามฉันมา”
อลิซเมื่อได้ยินที่เขาพูดถึงกับประหลาดใจ เธอลังเลว่าจะกลับไปกับเขาดีไหม แต่พอมองดูสถานการณ์ตอนนี้แล้วก็คงต้องนั่งรถไปด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
อย่างน้อยวันนี้เขาก็ได้ช่วยเธอไว้ถึงสองครั้ง ราวกับเป็ …..อัศวินขี่ม้าขาว….