โต๊ะลงทะเบียนตั้งอยู่หน้าทางเข้าอาคารสนามประลอง กระดาษรายชื่อผู้เข้าแข่งขันเรียงกันเป็แถว เ้าหน้าที่หญิงรับแบบฟอร์มจากเอสโดยไม่แสดงอารมณ์ กวาดสายตาตรวจสอบแล้วประทับตราสีแดงลงไป
"คู่หมายเลขสิบสี่ เข้าพักที่ห้องเตรียมตัว D"
เอสรับเอกสารกลับมาพร้อมกับสังเกตเห็นชื่อที่เขียนอยู่บนแบบฟอร์มของชูการ์ฉบับที่วางซ้อนกันอยู่ก่อนจะถูกเก็บเข้าแฟ้ม
ชูการ์ อัลติเมท
เขาไม่ได้พูดทันที รอจนกว่าทั้งสองจะเดินออกมาจากโต๊ะก่อน
"ตระกูลอัลติเมท" เขาพูด ไม่ใช่คำถาม
ชูการ์หันมามอง "รู้จักหรอ?"
"เคยอ่านผ่านๆ" เขาตอบ "ตระกูลที่แข็งแกร่งที่สุดในบันทึกของรายชื่อตระกลูใหญ่ๆในโลกของนิตา ทุกคนได้รับพรจากทูต์ Alpha ั้แ่เกิด บางคนได้มากกว่าหนึ่งพร"
ชูการ์ไม่แสดงว่าประหลาดใจ "รู้ละเอียดดีนะ"
"แต่ที่ฉันไม่เคยอ่านคือ" เอสมองมาที่หลังมือของเธอที่ตราสัญลักษณ์ Jera หายไปแล้ว "คนในตระกูลอัลติเมทไม่ใช่ว่าจะได้แต่พรอย่างเดียวหรอ?"
ชูการ์เงียบสักครู่ แล้วก็ตอบตรงๆ
"เพิ่งมีฉันคนแรกนี้แหละที่ได้คำสาปด้วย" เธอพูดแบนราบ ไม่มีความรู้สึกพิเศษในน้ำเสียง "พรจาก Alpha ฉันก็มี คำสาปจาก Jera ฉันก็มีเหมือนกัน ตระกูลไม่ค่อยพอใจเื่นี้"
เอสพยักหน้า ไม่ถามต่อว่าตระกูลไม่พอใจหนักแค่ไหน บางเื่ไม่จำเป็ต้องรู้ทั้งหมดในวันแรกที่รู้จักกัน
"ฉันจะพาไปซื้อดาบ ของเธอหักไปแล้ว"
"ไม่ต้อง" ชูการ์ส่ายหัว "ในห้องเตรียมตัวมีอาวุธให้ ทุกคู่ได้มาตรฐานเดียวกัน ห้ามเอาอาวุธส่วนตัวลงสนาม"
เอสหยุดก้าว
"ดาบมารด้วยหรือเปล่า?"
"ทุกอาวุธ" เธอพูด "เพื่อไม่ให้ใครได้เปรียบจากอุปกรณ์ที่ดีกว่า แข่งกันที่ฝีมือล้วนๆ"
เอสมองมือขวาของตัวเองสักครู่ ดาบมารยังเหน็บอยู่ที่ข้าง แต่ถ้าลงสนามต้องทิ้งไว้ข้างหลัง แปลว่า ไม่มีความคมที่ตัดโลหะ
มีแค่ตัวเองกับดาบเหล็กธรรมดา
"โอเค" เขาพูด
สนามประลองใหญ่กว่าที่คิด
อัฒจันทร์รอบสนามเต็มั้แ่ยังไม่ถึงเวลาแข่ง คนนั่งเบียดกันบนขั้นหินั้แ่แถวหน้าจนถึงแถวบนสุด เสียงพูดคุยกลายเป็เสียงฝูงชนที่กดทับลงมาจากทุกทิศ กลิ่นอาหารขบเคี้ยวลอยออกมาจากแผงค้าริมทาง เมือง Arcanum ไม่ค่อยมีโอกาสดูการต่อสู้ที่ไม่พึ่งเวทมนตร์ คนที่มาจึงมาเพราะอยากเห็นของแปลก ไม่ใช่แค่เพราะเชียร์ใคร
เอสและชูการ์เดินเข้ามาทางฝั่งตะวันตกของสนาม
ชูการ์หยุดก้าวกะทันหันแล้วพยักหน้าไปทางอัฒจันทร์ฝั่งตรงข้าม
"นั่นแหละ เพื่อนฉัน"
เอสมองตามทิศที่เธอชี้
สเตลล่านั่งอยู่แถวกลาง ผมขาวโดดเด่นในฝูงชน ข้างๆ เธอมีจิวนั่งตัวตรงอย่างที่เขาไม่เคยเห็นจิวผ่อนคลายในท่าอื่น
จิวมองลงมาที่สนาม แล้วสายตาก็หยุด
ตรงที่เอสยืนอยู่
ทั้งสองสบตากันข้ามสนามกว้าง เอสไม่ขยับ จิวก็ไม่ขยับ มีเพียงเสียงฝูงชนและลมที่พัดผ่านระหว่างนั้น
เอสพยักหน้าเบาๆ
จิวขมวดคิ้วนิดหน่อย ในสายตามีคำถามที่ยังไม่ได้รับคำตอบ
"เพื่อนนายคนนั้นแหละที่คู่เก่าฉันพาไปเดทด้วย" ชูการ์พูดแบนๆ
"รู้แล้ว" เอสตอบ แล้วหันมาทางสนาม
ชูการ์มองเขาครู่หนึ่งก่อนจะหันตาม
กรรมการยืนกลางสนาม ชายร่างสูงในชุดสีดำถือธงสองสีไว้ในมือ
"กติกาการแข่งขันงานประลองคู่แห่ง Arcanum" เสียงกรรมการดังออกมาชัดถ้อยชัดคำ "ห้ามใช้เวทมนตร์ทุกประเภท ห้ามใช้พลังสายจิต สายเจตจำนง และสายิญญา ห้ามใช้พรหรือคำสาปจากทูต์หรือทูตนรก การแข่งขันตัดสินด้วยการยอมแพ้ หมดสติ หรือออกนอกเส้นสนาม คู่ที่ทำผิดกติกาถูกตัดสิทธิ์ทันที"
เอสฟังอย่างตั้งใจ
ทุกอย่างที่เขาพัฒนามาในสองปีสุดท้าย ทั้งสายจิต ตราโอเมก้า ดาบมาร อาคม ถูกปิดไว้หมดในกติกาชุดนี้ สิ่งที่เหลืออยู่คือฝีมือดาบที่ฝึกในโรงเรียนของกอร์ด กับสัญชาตญาณการอ่านการเคลื่อนไหวของคู่ต่อสู้ที่สะสมมา
มีแค่นั้น
กรรมการยกธงสีขาว
"คู่หมายเลขหนึ่ง เข้าสนาม"
เอสและชูการ์ไม่ใช่คู่แรก พวกเขาดูสองคู่ก่อนหน้าจากริมสนามก่อน
ชูการ์วิเคราะห์สั้นๆ "คู่สองอ่อนแอ คู่สามพอใช้ได้"
เอสไม่พูด แต่สังเกตเห็นในแบบที่เขาสังเกตเห็นเสมอ รูปแบบการก้าวเท้า จุดที่คนมักเปิดช่องป้องกันหลังโจมตีหนัก ความเคยชินในการถือดาบที่บอกว่าคนนั้นฝึกมานานแค่ไหน
พอถึงคิว กรรมการเรียก
"คู่หมายเลขสิบสี่"
ทั้งสองเดินเข้าสนาม หยิบดาบจากชั้นวางที่มีอาวุธมาตรฐานเรียงไว้ ดาบเหล็กทื่อสันหนา น้ำหนักพอเหมาะ ไม่มีความพิเศษใดๆ
คู่ต่อสู้รอบแรกเป็ชายสองคนที่ดูเหมือนนักผจญภัยระดับกลาง ท่าทางมั่นใจ ยืนแยกกันสองทิศสองทาง คิดว่าการแยกกันจะทำให้เอสและชูการ์แบ่งความสนใจไม่ได้
กรรมการยกธงแดง
ชูการ์บุกทันที ไม่ลังเล ไม่สำรวจ เธอเดินตรงเข้าหาคนด้านซ้ายในสามก้าวแล้วฟันด้วยแรงที่ผลักดาบของอีกฝ่ายออกไปทางข้าง ก่อนจะแตะปลายดาบที่คอในวินาทีถัดมา
ชายคนนั้นยกมือยอมแพ้
เอสหันมารับอีกคนที่กำลังเข้ามาจากด้านขวา รอให้เขาเข้ามาในระยะก่อนแล้วจึงถอยข้างเดียว ทำให้แรงโจมตีผ่านว่างเปล่า เขาไม่ฟันทันที แต่กดดาบของอีกฝ่ายลงด้านล่างด้วยน้ำหนักข้อมือ ล็อคจังหวะ แล้วจึงเคลื่อนดาบเข้าหาไหล่ช้าๆ ชัดเจน
ชายคนนั้นไม่ยอมแพ้ทันที พยายามหมุนออก เอสตามด้วยก้าวสั้นๆ ไม่ฟันหนักกว่าเดิม แค่ตามจนอีกฝ่ายพบว่าไม่มีทิศที่จะถอยได้แล้วจึงยกมือขึ้น
ธงขาวขึ้น จบรอบแรก
ฝูงชนปรบมือ
ริมอัฒจันทร์ ชายในชุดเดินทางสีน้ำตาลเข้มนั่งพิงราวกันตก ไม่ปรบมือตาม แค่มองลงมาที่สนามอย่างสนใจ สายตาหยุดอยู่ที่เอสนานกว่าคนอื่น
เขาพูดเบาๆ เพื่อตัวเองมากกว่า
"เด็กนั่น…ยังไม่กล้าฟัน แต่มีความฉลาดเหมาะจะเป็ลูกศิษย์ของฉัน"
ห้องพักระหว่างรอบอยู่ใต้อัฒจันทร์ เพดานเตี้ย มีม้านั่งไม้เรียงตามผนัง เอสวางดาบมาตรฐานลงบนม้านั่ง แล้วก็เห็นจิวเดินเข้ามาก่อนที่ประตูจะปิดสนิท
ชูการ์มองชายผมฟ้าพาสเทลที่เดินเข้ามาในห้อง แล้วก็เข้าใจเอง เดินออกไปทางประตูอีกด้านโดยไม่พูดอะไร
จิวหยุดอยู่ห่างสองก้าว
"ทำไมถึงไม่บอกกันเลยละครับ" เขาถาม น้ำเสียงเงียบแต่ไม่ใช่เสียงโกรธ
เอสนั่งลง "เพราะถ้าบอก นายก็คงยกเลิกเดทแล้วมาที่นี่"
จิวไม่ตอบทันที
"และฉันอยากรู้ว่าตัวเองทำได้แค่ไหนโดยไม่มีนายอยู่ข้างๆ" เอสพูดต่อ ตรงและไม่มีการแก้ตัว "มันไม่ใช่เื่ทิ้งนาย มันแค่อยากรู้ว่าฉันยืนได้เองหรือเปล่า"
จิวเงียบอยู่นานกว่าปกติ
"เอสแขนขวาเป็ยังไงบ้างครับ" เขาถามในที่สุด
เอสกำมือ คลาย "ดีแล้ว"
"แน่ใจแล้วหรอครับ"
"ใช่"
จิวพยักหน้า แล้วก็นั่งลงบนม้านั่งฝั่งตรงข้ามโดยไม่บอกว่าจะนั่งอยู่นานแค่ไหน เหมือนกับว่าการนั่งตรงนั้นคือคำตอบที่เพียงพอ ไม่้าคำพูดเพิ่ม ไม่มีดราม่า ไม่มีข้อแม้
"ถ้าจะทำภารกิจในกิล บอกผมด้วยนะครับ" จิวพูดครั้งสุดท้าย
"รู้แล้ว"
จิวออกไปก่อนที่เสียงเรียกรอบถัดไปจะดัง
เอสลุกขึ้นหยิบดาบมาตรฐาน หมุนข้อมือทดสอบน้ำหนักในมือ มันเบากว่าดาบมารมาก เหมือนถือกิ่งไม้เทียบกับถือหิน
"ฝีมือของนายไม่เลว"
เสียงนั้นมาจากทางประตู
ชายในชุดสีน้ำตาลเข้มยืนพิงกรอบประตูอยู่ อายุราวห้าสิบ ผมสีเทาปนดำเกรียนสั้น ใบหน้าบึ้งตึงแบบที่ไม่ได้โกรธใคร แค่เป็แบบนั้นเอง เขาถือดาบไว้ในฝักข้างเอว มือหนึ่งอยู่ในกระเป๋า ดูเหมือนคนที่ไม่ค่อยสนใจว่าคนอื่นจะคิดยังไง
เอสมองเขาโดยไม่แสดงอาการใ "มีอะไรหรอครับ"
"ดูนายสู้ั้แ่รอบแรก" ชายคนนั้นพูดเดินเข้ามาช้าๆ สายตาไม่ได้มองที่ใบหน้า แต่มองที่ท่าทางและวิธีที่เอสถือดาบ "นายอ่านการเคลื่อนไหวเก่ง อ่านจังหวะเก่ง รู้ว่าจะยืนตรงไหน รู้ว่าจะถอยเมื่อไหร่"
เขาหยุด
"แต่นายไม่กล้าฟัน"
เอสไม่ตอบโต้ แต่ก็ไม่ปฏิเสธ
"นายกลัวว่าถ้าฟันหนักไป ศัตรูจะป้องกันได้แล้วสวนกลับ" ชายคนนั้นพูดต่อ ไม่ใช่เสียงวิจารณ์ แต่ราวกับอ่านออกจากบางอย่างที่เห็น "เลยเลือกกดและควบคุมแทน ปลอดภัยกว่า แต่ก็เอาชนะได้ช้ากว่า ถ้าเจอคนที่อดทนได้นานกว่านาย นายจะเสียเปรียบ"
เอสมองเขาสักครู่
"คุณเป็ใคร"
ชายคนนั้นถึงยิ้มออกมาเป็ครั้งแรก ไม่กว้าง แค่มุมปากขยับ
"ครูดาบที่ไม่มีลูกศิษย์มาสักสามปีแล้ว" เขาตอบ แล้วก็พูดต่อเลยโดยไม่รอ "สนใจเรียนเพลงดาบไร้เทียมทานไหม?"
เอสมองชายคนนั้นนิ่งอยู่สักครู่
ชื่อวิชานั้นไม่ใช่ชื่อที่คนตั้งขึ้นมาเล่นๆ
"บอกก่อนได้ไหมว่า เพลงดาบไร้เทียมทานคืออะไร"
ชายคนนั้นไม่ตอบทันที มองเอสอยู่สักพักราวกับกำลังตัดสินว่าคำถามนั้นสมควรได้คำตอบหรือเปล่า แล้วก็พูด
"เพลงดาบที่สอนให้ฟัน โดยต้องไม่กลัวอะไร"
เสียงเรียกรอบถัดไปดังขึ้นจากด้านนอก
เอสมองไปที่ประตู แล้วก็มองกลับมาที่ชายคนนั้น
ยังไม่ตอบ แต่ก็ยังไม่เดินออกไป