เธอมองหน้าเขานิ่งแล้วก็ไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาพูด เห็นั้แ่แรกก็พอรู้ว่าเขาไม่ใช่คนใจดีแต่ก็ไม่คิดว่าจะใจร้ายได้ขนาดนี้ เขาไล่เธออย่างกับไม่ใช่คนแถมยังปรายตามองด้วยความรังเกียจ
“ยืนบื้อทำไมอยู่ รีบไสหัวไป!”
“ไม่ค่ะ” จากแววตาที่ไม่กล้าแม้แต่จะสบตาเขา กลับลุกขึ้นมาสู้อย่างกับคนละคน เมื่อเห็นเธอเริ่มมีสีหน้าไม่พอใจเขาก็หรี่ตาลงแล้วไล่สายตามองเธออย่างประหลาดใจ
“เธอกล้าตอบว่า ไม่ อย่างงั้นเหรอ”
“คุณอาให้ปัดอยู่ที่นี่ ต่อให้เฮียไล่ ปัดก็จะไม่ไปไหนทั้งนั้นค่ะ” เธอพูดไปพลางกลืนน้ำลายเฮือกใหญ่ไปด้วย กลัวเขาก็กลัว แต่เธอจะไม่ยอมหอบเสื้อผ้าออกไปเดินเร่ร่อนข้างถนนเด็ดขาด
“ฉันไม่ได้ใจดีเหมือนคุณอาที่เธอกำลังพูดถึงหรอกนะ จะมาอยู่ในความดูแลของฉันรู้มาก่อนรึเปล่าว่าฉันไม่ชอบเด็ก โดยเฉพาะเด็กที่ชอบเถียงอย่างเธอ!”
“ไม่รู้ค่ะ” เธอตอบสั้น ๆ น้ำเสียงห้วน นั่นก็ยิ่งทำให้เขาเืขึ้นหน้าเข้าไปกันใหญ่ เพราะไม่คิดว่าอยู่ลับหลังพ่อของเขา เธอจะกลายเป็คนละคน
“ดี ฉันจะได้รู้ว่าควรปฏิบัติกับเธอยังไง” เธอหลบสายตาเขาก่อนจะกลืนน้ำลายเฮือกใหญ่อย่างไม่รู้ตัว คราวนี้เขาเริ่มมองเธอด้วยแววตาที่ดุดันกว่าเดิม เธอจึงยอมลดโทนเสียงลงเพื่อไม่ให้เขาโมโหไปมากกว่านี้
“อย่าไล่ปัดเลยนะคะ ปัดไม่รู้ว่าถ้าออกไปจะไปอยู่ที่ไหน แล้วตอนนี้มันก็ค่ำมืดแล้วด้วย” เขาละสายตาจากเธอ ก่อนจะชายตาไปมองยังข้างนอกที่ไม่มีแสงสว่างจากดวงอาทิตย์แล้วจริง ๆ
“เฮียครับ ผมว่าให้เธออยู่ที่นี่เถอะนะครับ ถ้าปล่อยให้ออกไปแล้วเกิดอะไรขึ้นมา คนเดือดร้อนจะเป็เฮียนะครับ” เซนต์บอดีการ์ดมือขวาของเขาช่วยพูดอีกแรง ทำให้เขามีสติมากขึ้นก่อนจะหันกลับมามองหน้าเธออีกครั้ง
“ได้ ฉันยอมให้เธออยู่ที่นี่ก็ได้ แต่!” ร่างเล็กมองหน้าเขานิ่ง
“คะ...?”
“เธอเป็แค่ผู้อยู่อาศัย ไม่มีสิทธิ์อะไรในบ้านหลังนี้หรือแม้กระทั่งออกคำสั่งกับคนของฉัน”
“ค่ะ” เธอมองหน้าเขาก่อนจะเหลือบไปมองบอดีการ์ดทั้งสองคน
“และ...ถ้าฉันสั่งให้เธอทำอะไร เธอก็ต้องทำโดยไม่มีข้อแม้ อย่างที่อาของเธอได้กำชับไว้นักหนาไง จำได้รึเปล่า” ร่างเล็กมองหน้าเขานิ่ง ด้วยสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ทำให้เธอต้องเป็ผู้รับฟังอย่างเดียว
“จำได้ค่ะ”
“เข้าใจแล้วก็ไสหัวไปให้พ้นหน้าฉัน ไอ้เซนต์ไปหยิบไวน์มาให้กู กูจะไปนั่งรอที่สระว่ายน้ำ”
“ครับเฮีย”
หลังจากนั้นเธอก็รีบเดินกลับเข้ามายังห้องนอนทันที แน่นอนว่าเมื่อเข้ามาในห้องก็รีบล็อคประตูอย่างดี เพราะนาทีนี้ไม่มีอะไรปลอดภัยทั้งนั้น สถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกทำให้เธอต้องทนอยู่ที่นี่ไปก่อน แม้ว่านี่เพิ่งจะเป็วันแรกก็ตาม
เช้าวันต่อมา
“สายแล้ว! สายแล้ว!” ร่างเล็กรีบหอบหนังสือวิ่งออกจากห้อง ก่อนจะหันไปเห็นบอดีการ์ดเดินผ่านมาแถวนั้น
“เอ่อ...พี่คะ ช่วยไปส่งปัดที่มหาลัยหน่อยได้ไหมคะ” การ์ดสองคนหันไปมองหน้ากัน ก่อนจะทำหน้านิ่ง
“ไม่ได้ครับ ถ้าไม่ได้รับคำสั่งจากเฮีย”
“แต่ว่า...มันสายมากแล้ว ตอนนี้เขาน่าจะยังไม่ตื่นช่วยไปส่งปัดก่อนได้มั้ยคะ มหาลัยอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลนี่เอง” แต่จู่ ๆ ก็มีเสียงดังขึ้นมาจากด้านหลัง
“ถ้าไม่ไกลก็เดินไปเองสิ มีขาไว้ทำไม”