จี้เยี่ยนจื๋อส่งตัวไต้เซี่ยงเฉียงที่ใบหน้าถอดสีเขียวคล้ำออกไปพ้นหูพ้นตาแล้วเขาก็หายไปจัดการธุระทางโทรศัพท์ที่นอกประตูอยู่พักใหญ่ก่อนจะกลับเข้ามาอีกครั้งหลังจากผ่านไปร่วมชั่วโมง
เดิมทีเขาตั้งใจจะตรงไปยังห้องทำงานทันทีทว่าเมื่อก้าวผ่านห้องนั่งเล่นกลับพบจี้ทิงนั่งนิ่งอยู่บนโซฟา
“มาทำอะไรตรงนี้?”
“ผมรอพี่อยู่” จี้ทิงหยัดกายลุกขึ้นยืนตัวตรงพลางปรับสีหน้าให้เรียบเฉย “ข้อเสนอของพี่ ผมไม่รับและผมจะไม่เรียนพิเศษต่อแล้วด้วย”
“ไม่เรียน?” จี้เยี่ยนจื๋อแค่นยิ้มเย็น “ถ้าอย่างนั้นก็เอาบัตรธนาคารคืนมา”
จี้ทิงชะงักไปชั่วครู่“พี่ให้ผมมาเพื่อเป็การขอโทษไม่ใช่เหรอเป็คนทำไมถึงกลับคำไปมาแบบนี้ล่ะครับ?”
“ขอโทษงั้นเหรอ ฉันไม่เคยพูดนะ” จี้เยี่ยนจื๋อละสายตาไปทางอื่นพลางพูดด้วยน้ำเสียงเนือยๆ “ยังไงซะเงินนั่นก็คือค่าเรียนพิเศษของนายในเมื่อไม่เรียนก็เอาคืนมาซะ”
หน้าอกของจี้ทิงกระเพื่อมขึ้นลงอย่างเห็นได้ชัดมือขาวนวลทั้งสองข้างกำหมัดแน่น เงินในบัตรใบนั้นรวมกับเงินเก็บของเ้าของร่างเดิมเขาเอาไปใช้ซื้ออุปกรณ์จนหมดเกลี้ยงแล้ว ถ้าจะให้คืนตอนนี้เขาย่อมไม่มีปัญญาหามาคืนได้ทันท่วงที
[จี้เยี่ยนจื๋อนี่มันจริงๆ เลย เป็พวก... เป็พวก...]
จี้ทิงรวบรวมแรงด่าอยู่ในใจตั้งนานแต่ก็คิดคำไม่ออกสุดท้ายจึงทำได้เพียงส่งสายตาจริงจังไปทางจี้เยี่ยนจื๋อ :[หลังจากนี้ฉันจะไม่เล่าเื่ตลกให้เขาฟังอีกแล้ว]
‘อ่อ งั้นก็ขอบใจมากนะ’ จี้เยี่ยนจื๋อแอบสบถในใจเื่ตลกพรรค์นั้นยังจะอุตส่าห์เก็บไว้เป็สมบัติล้ำค่าอีกหรือไง
“ถ้าต้องเรียนต่อ ก็ให้สวีเหรินกลับมาแล้วกันครับ” จี้ทิงพูดทิ้งท้ายไว้เพียงเท่านั้นก่อนจะหมุนตัวเดินตรงไปยังบันได
“สวีเหริน?”
“ครับ ครูสอนวิชาฟิสิกส์คนนั้น”
จี้เยี่ยนจื๋อนึกไปถึงท่าทีของสวีเหรินที่เคยขอเบอร์โทรศัพท์ก่อนหน้านี้จึงเริ่มเกิดความระแวงขึ้นในใจ “ทำไมต้องเจาะจง...”
ทว่ายังไม่ทันสิ้นประโยคโทรศัพท์ในมือของเขาก็สั่นรัวขึ้นมาเสียก่อน
จี้เยี่ยนจื๋อหลุบตามองหน้าจอครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ “เข้าใจแล้วนายกลับห้องไปก่อนเถอะ”
จี้ทิงมองตามแผ่นหลังของพี่ชายที่เดินรับสายมุ่งหน้าไปยังห้องทำงานในจังหวะที่บานประตูจวนจะปิดลง เขากลับได้ยินชื่อของ‘ไต้เซี่ยงเฉียง’ หลุดออกมาแว่วๆ
คิ้วเรียวขยับเข้าหากันเล็กน้อยจี้ทิงเริ่มนึกถึงเงื่อนงำบางอย่างที่เขาเคยสังเกตเห็นก่อนหน้านี้เขาจึงกลับเข้าห้องแล้วเปิดคอมพิวเตอร์เพื่อยืนยันข้อสันนิษฐานของตนเอง
ถ้าลำดับเวลาในตอนนี้คือ่ตอนที่เจ็ดสิบกว่าในนิยายต้นฉบับเื่ที่ไต้เซี่ยงเฉียงปลอมแปลงข้อมูลควรจะถูกเปิดโปงหลังจากนี้อย่างน้อยอีกครึ่งปี
ในนิยายพูดถึงเื่นี้เพียงสั้นๆแค่สองประโยคเท่านั้น ตอนนั้นจี้เยี่ยนจื๋ออยู่กับนายเอกแล้วเลขาก็โทรศัพท์มารายงานว่า ชิปที่เตรียมจะเข้าสู่กระบวนการผลิตถูกนักวิทยาศาสตร์ระดับหัวกะทิคนหนึ่งตรวจพบว่ามีการปลอมแปลงข้อมูลการทดลอง
แผนการนี้ถูกวางหมากเอาไว้ตั้งนานแล้วโดยมีใครบางคนจงใจวางหมากเพื่อเล่นงานจี้เยี่ยนจื๋อโดยเฉพาะแต่ทำไมไต้เซี่ยงเฉียงถึงได้เผยพิรุธออกมาเร็วกว่ากำหนดในวันนี้ล่ะ?
จี้ทิงละสายตาจากหน้าจอพลางครุ่นคิดครั้งก่อนคือจี้ลี่ผิง ครั้งนี้คือไต้เซี่ยงเฉียงวิธีการรับมือกับปัญหาใหญ่ทั้งสองเื่ของจี้เยี่ยนจื๋อนั้นช่างแตกต่างจากในนิยายอย่างสิ้นเชิง
หรือว่า...รอบตัวของจี้เยี่ยนจื๋อจะมี ‘ตัวแปร’ บางอย่างที่เขาไม่รู้จักเกิดขึ้น?
แววตาของจี้ทิงหม่นแสงลงเล็กน้อยแม้ตอนนี้เขาจะยังมองไม่ออกว่าตัวแปรนั้นคืออะไรแต่ในเมื่อเกิดปรากฏการณ์ผีเสื้อขยับปีก [1] ขึ้นแล้วเขาก็จำเป็ต้องเตรียมแผนสำรองไว้เผื่อเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
ภายในห้องทำงานแสงไฟยังคงสว่างโร่จนล่วงเข้าสู่ยามดึก
จี้เยี่ยนจื๋ออ่านเอกสารฉบับสุดท้ายจบเขาสูดลมหายใจลึกเพื่อข่มอารมณ์ที่พลุ่งพล่านอยู่ภายใน
บางทีแม้แต่ไต้เซี่ยงเฉียงเองก็คงคิดไม่ถึงว่าจะถูกจับพิรุธได้เร็วขนาดนี้อีกอย่างหลายเื่ยังซุกซ่อนได้ไม่ดีพอ พอส่งคนไปสืบจึงหาหลักฐานเจอได้ไม่ยาก
ที่แท้ไต้เซี่ยงเฉียงก็เป็หมากที่พ่อของเขาฝังไว้ั้แ่วันแรกที่เขาย่างกรายเข้าสู่บริษัทเขาคิดในใจว่า มิน่าล่ะ จี้ทิงถึงได้ล่วงรู้แผนการของทั้งคู่ล่วงหน้า
เมื่อความจริงปรากฏจี้เยี่ยนจื๋อกลับไม่มีความรู้สึกโกรธแค้นหรือเสียใจเลยแม้แต่น้อยเขาััได้เพียงความรู้สึกเวทนา สมเพชที่พ่อผู้เพียรพยายามวางแผนการอย่างรอบคอบแต่สุดท้ายกลับมาตกม้าตายง่ายๆ แบบนี้
ทว่าเมื่อนึกถึงจี้ทิงหัวใจของเขากลับมีความรู้สึกซับซ้อนบางอย่างก่อตัวขึ้น
จี้ทิงพยายามจะเตือนเขาหรือแม้กระทั่งกังวลว่าเขาจะไม่เชื่อจนยอมใช้วิธีที่ดูเงอะงะชี้นำให้ไต้เซี่ยงเฉียงเผยธาตุแท้ออกมาด้วยตัวเอง
บางที...เนื้อแท้ของจี้ทิงอาจจะไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้นเพียงแต่ถูกสั่งสอนมาในทางที่ผิดั้แ่เด็ก
จี้เยี่ยนจื๋อพยักหน้าอย่างมั่นใจในเมื่อเป็เช่นนี้ การจะเริ่มขัดเกลาน้องชายเสียใหม่ตอนนี้ก็ยังไม่สายเกินไปนัก
...
่บ่ายของวันถัดมาพ่อบ้านเคาะประตูห้องของจี้ทิงเบาๆ
“คุณชายรองครับ คุณครูสวีมาถึงแล้วครับ”
ภายในห้องเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะมีเสียงตอบรับ“เชิญครับ”
พ่อบ้านเปิดประตูพร้อมผายมือเชิญสวีเหรินจากนั้นจึงถอยออกไปและปิดประตูลงอย่างสำรวม
สวีเหรินในครั้งนี้ไม่มีท่าทีประหม่าเหมือนครั้งก่อนเขาขยับสายสะพายเป้บนบ่าพลางสาวเท้าก้าวตามเสียงรัวแป้นพิมพ์ตรงไปยังส่วนห้องนั่งเล่นเล็ก
“จี้ทิง!”
แสงแดดริมหน้าต่างทาบลงบนลำคอระหงของเด็กหนุ่มขับเน้นผิวขาวนวลให้ดูผุดผ่องใบหน้าที่เงยขึ้นมานั้นงดงามยิ่งกว่าที่จดจำไว้เสียอีกทว่าแววตาของผู้ที่ถูกเรียกกลับฉายแววเฉยชาและสงบนิ่งราวกับว่าความวุ่นวายทั้งมวลได้หยุดชะงักลง ณ ที่แห่งนี้
“มาแล้วเหรอครับ” จี้ทิงปรายตามองที่ว่างข้างกาย“นั่งสิ”
สวีเหรินได้สติกลับมาทันควันใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ “อ้อ...ครับ”
เขาวางเป้ลงทันทีที่ก้นััเก้าอี้ก็รีบเอ่ยออกมาอย่างอดรนทนไม่ได้“จี้ทิง การทดลองของผมเจอวัสดุโพรบที่เหมาะสมที่สุดแล้วนะ”
เมื่อเห็นประกายตาที่เปี่ยมด้วยความตื่นเต้นนั้นจี้ทิงยังคงรักษาความเรียบเฉยเอาไว้ “วัสดุอะไรล่ะ”
“ท่อนาโนคาร์บอนผนังเดี่ยว [2] ครับ” สวีเหรินพูดจบ สีหน้าก็เปลี่ยนเป็กังวลเล็กน้อย “คำตอบนี้...ถูกต้องไหม?”
ครั้งนี้มุมปากของจี้ทิงหยักโค้งเป็รอยยิ้มจางๆ “ถูกต้องครับ”
สวีเหรินเด้งตัวออกจากเก้าอี้ราวกับติดสปริงเขาพึมพำออกมาด้วยความดีใจจนลำคอแดงซ่านด้วยความตื่นเต้น
เมื่อดีใจเสร็จเขาก็หันกลับมาคว้ามือของจี้ทิงไปกุมไว้ “ขอบคุณนะขอบคุณจริงๆ ถ้าไม่ได้คุณ ผมคงคิดไม่ออกแน่ๆ!”
จี้ทิงพูดด้วยท่าทีสงบ“ผมแค่ชี้ทางให้เฉยๆ ส่วนที่เหลือนั่นคือความพยายามของคุณเอง”
เพียงแค่สัปดาห์เดียวสวีเหรินสามารถหาคำตอบท่ามกลางวัสดุนับพันชนิดได้ นั่นพิสูจน์ว่าเขาไม่ได้มีเพียงความพยายาม แต่ยังมีพร์ที่ยอดเยี่ยมอีกด้วย
ความตื่นเต้นเริ่มจางลงสวีเหรินนั่งลงตามเดิม เขาเม้มริมฝีปากพลางเอ่ย “คือว่า...มีเื่หนึ่งที่ผมอยากถามมาตลอด”
“อยากถามว่า ในเมื่อผมให้คำแนะนำคุณได้แต่ทำไมพี่ชายผมยังต้องจ้างคุณมาสอนพิเศษให้ผมอีก ใช่ไหมครับ?”
สวีเหรินชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าหงึกๆ
จี้ทิงจะตอบได้อย่างไรเขาไม่สามารถบอกได้หรอกว่าจี้เยี่ยนจื๋อน่ะเป็พวกคลั่งการควบคุม“สถานการณ์ในครอบครัวเรามันค่อนข้างซับซ้อนครับ เพราะงั้นต่อไปถ้าคุณเข้ามาในห้องนี้ ก็ทำเื่ของคุณไป ส่วนผมจะทำอะไรคุณก็ทำเป็มองไม่เห็นไปก็พอ”
สวีเหรินขมวดคิ้วอย่างลังเล“แต่ว่าคราวนี้ผู้ปกครองของคุณให้ค่าสอนผมตั้งสองเท่าถ้าผมไม่สอนอะไรเลย มันก็น่าละอายใจที่จะรับเงินนะครับ”
จี้ทิงนิ่งคิดครู่หนึ่งก่อนจะเสนอ“ถ้าอย่างนั้น รอจนผลการวิจัยจากการทดลองนี้ออกมาคุณก็พิจารณาขายเทคโนโลยีนี้ให้กลุ่มบริษัทซื่อลี่เป็อันดับแรกแล้วกัน”
“ไม่... ไม่ครับ” สวีเหรินรีบโบกมือปฏิเสธพัลวันก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงใจ “เทคโนโลยีนี้คุณเป็คนเริ่มชี้ทางให้ผมจะฮุบสิทธิบัตรไว้คนเดียวได้ยังไง?”
จี้ทิงรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยเขาจ้องมองอีกฝ่ายอยู่นาน “ไม่มีหลักฐานโดยตรงที่พิสูจน์ได้ว่าผมมีส่วนร่วมในการทดลองนี้ตราบใดที่คุณไม่ยอมรับ คุณก็สามารถรับเงินค่าใช้สิทธิบัตรก้อนโตไปคนเดียวได้เลยนะ”
สวีเหรินส่ายหน้าอย่างหนักแน่น“ไม่มีเงินผมก็แค่ขยันหาเอา แต่ผมจะไม่ทำเื่แบบนั้นเด็ดขาด”
จี้ทิงตกอยู่ในความเงียบงันเนิ่นนาน เมื่อเขาเอ่ยปากอีกครั้ง แววตาที่เคยมองข้ามกลับปรากฏประกายบางเบาขึ้นมา “สวีเหริน คุณอยากรู้ไหมว่าวัสดุที่ดียิ่งกว่าท่อนาโนคาร์บอนผนังเดี่ยวคืออะไร?”
เชิงอรรถ
[1]ปรากฏการณ์ผีเสื้อขยับปีก คือ แิที่ว่าการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยในระบบที่ซับซ้อนอาจส่งผลกระทบที่ยิ่งใหญ่และคาดไม่ถึงในภายหลัง
[2]ท่อนาโนคาร์บอนผนังเดี่ยว (Single-Walled Carbon Nanotubes หรือ SWCNT) คือวัสดุโครงสร้างนาโนที่มีลักษณะเป็ท่อกลวงยาว ซึ่งเกิดจากการม้วนแผ่นกราฟีนเพียงแผ่นเดียว จนกลายเป็ท่อที่ไร้รอยต่อมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางขนาดเล็กมากในระดับนาโนเมตร