เมื่อเธอขับรถอ้อมไหล่เขาสูงชันออกไป ก็มองเห็นอาคารที่ทําการของไร่ปรากฏอยู่ตรงหน้า เป็การง่ายที่จะมองเห็นอาคารหลังที่ใช้เป็กองอํานวยการในท่ามกลางอาคารหลังต่าง ๆ มันตั้งอยู่ในท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ที่ไร้ใบ กิ่งก้านสีดํานั้นแผ่ออก ราวใยแมงมุม พื้นที่ว่างหน้าตัวอาคารหลังนั้นมีทางสําหรับวิ่งและทางเดินตัดผ่านกันอยู่บนผืนแผ่นดินที่เย็นเยือก และแห้งกรัง
สุนัขขนยาวตัวหนึ่งวิ่งออกมาจากใต้ร่มเงา และเห่าใส่รถขณะที่เลย์นขับเข้าไปในบริเวณด้านหน้าของตัวอาคารแห่งนั้น แต่ดูเหมือนจะเป็มันตัวเดียวที่สังเกตเห็นมาถึงของเธอ นอกจากนั้น ก็มีม้าอีกหลายตัวอยู่ในคอก และฝูงปศุสัตว์ที่กระจัดกระจายอยู่ในหุบเขาที่เลยบริเวณที่ตั้งของตัวอาคารออกไป
เนื่องจากเธอมองไม่เห็นใครเลยทั้งในอาคารที่เป็โรงนา และในคอกปศุสัตว์ เลย์นจึงขับรถตรงไปยังตัวบ้านและจอดรถลงตรงเบื้องหน้าบ้านหลังนั้น ทั้งริมฝีปากและลําคอแห้งผาก ชีพจรเต้นระรัวขึ้นด้วยความตื่นเต้นจากสิ่งที่คาดหมายไว้ในใจ รู้สึกแข้งขาอ่อนแรงลงตอนที่ก้าวลงจากรถ
เธอใช้เวลาอยู่เป็ครู่เพื่อที่จะกลัดกระดุมเสื้อปาร์ก้าให้เรียบร้อย และสงบสติอารมณ์ก่อนที่จะเดินเข้าไปใกล้ตัวบ้าน เนื่องจากกางเกงยีนที่สวมอยู่นั้นปลายขาถูกสอดเข้าไว้ในรองเท้าบู๊ทแบบโคบาล ส้นที่ค่อนข้างสูงเป็การออกแบบเพื่อสวมใส่ตามแฟชั่นมากกว่าจะใช้งานได้อย่างเต็มที่ ดังนั้น จึงไม่ง่ายนักที่จะเดินไปตามพื้นดินที่ขรุขระ เลย์นจึงเลือกที่จะเดินไปตามทางเท้าที่ทอดไปสู่บันไดระเบียงของบ้านไร่ ซึ่งเป็อาคารแบบสองชั้น ฉาบไว้ด้วยสีขาวทั้งหลัง
สุนัขเซฟเฟิร์ดตัวใหญ่วิ่งเข้ามาวนอยู่รอบตัว กระดิกหางอยู่ไปมา แสดงท่าทางดีอกดีใจอย่างโง่ ๆ อยู่ เลย์นลูบหัวมันเบา ๆ และเ้าเซฟเฟิร์ดก็หอบฮัก ๆ ด้วยความดีใจ ลมหายใจร้อน ๆ เป็ควันขาวคลุ้งอยู่ การแสดงออกถึงความเป็มิตรของมันทําให้เลย์นรู้สึกมีกําลังใจขึ้นมาก แต่มันก็ไม่ได้เดินตาม เมื่อเธอขึ้นบันไดที่มีอยู่แค่สามขั้นไปยังระเบียงบ้านด้านหน้า
เมื่อเดินเข้ามาถึงประตู เลย์นก็หยุดตั้งสติ เตรียมตัวให้พร้อมสําหรับการที่ต้องเผชิญหน้ากันในแบบตัวต่อตัวเช่นนี้ เธออยากจะให้อารมณ์ของตัวเองในยามนี้ได้รับการอําพรางไว้อย่างดีที่สุด...เพื่อที่มันจะไม่ได้ปรากฏออกมาให้ใครมองเห็นได้
ในที่สุด เลย์นก็ยกมือขึ้นเคาะตรงหน้าประตูบานนั้น และรออยู่เป็ครู่ แต่ก็ไม่ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นจากภายในตัวบ้านเลย ดังนั้น เธอจึงเคาะซ้ำ ซึ่งครั้งนี้ดังกว่าครั้งแรก แต่กระนั้น ก็ยังมีเพียงความเงียบเช่นเดิม เธอจึงขยับตัวจะเดินไปยังหน้าต่างบานหนึ่งซึ่งเปิดออกสู่ระเบียงด้านหน้า เพื่อที่จะมองเข้าไปภายในว่ามีใครอยู่หรือไม่
“มีอะไรที่ฉันจะช่วยได้บ้างคะ” มีเสียงถามดังมาจากทางเื้ั
เลย์นหันขวับไปทันทีด้วยความใ เสียงนั้นเป็เสียงเดียวกันกับที่เธอตอบโต้ทางโทรศัพท์กับเธอมาแล้วนั่นเอง เลย์นจําได้ไม่ผิดเพี้ยน และได้แต่จ้องหน้าผู้หญิงคนนั้นอยู่
ร่างของเธอเตี้ยกว่าเลย์นเล็กน้อย สวมกางเกงยีนแบบผู้ชาย กระเป๋าเสื้อคลุมตัวหนาข้างหนึ่งขาดอยู่ มีผ้าพันคอสีน้ำตาลสลับเหลืองพันอยู่รอบคอ กับหมวกปีกกว้างที่สวมใส่เฉพาะเวลาทํางานปิดบังส่วนหนึ่งของใบหน้าไว้ ปอยผมที่ย้อมไว้เป็สีแดงโผล่พ้นขอบหมวกออกมาให้เห็น อากาศที่หนาวเยือกเย็นทําให้แก้มกับจมูกเป็สีแดงปลั่ง มองเห็นรอยตกกระที่กระจายอยู่บนใบหน้า แต่มันกลับทําให้ใบหน้าของหล่อนดูอ่อนวัยลง แม้ว่าจะมีรอยตีนกาปรากฏอยู่ให้เห็นได้อย่างชัดเจนแล้วก็ตาม
“เธอ้าอะไร...หรือว่าหลงทางมา” ดวงตาคู่สีเขียวจางจ้องมองหน้าเลย์น อยู่
คําถามประโยคนั้น...ทําให้เลย์นรู้สึกตัวขึ้น รีบหลบสายตาพร้อมกับตอบออกไปอย่างตะกุกตะกักว่า
“เปล่าหรอกค่ะ...แต่คุณคงเป็...เอ้อ...แมทตี้ เกรย์ ใช่ไหมคะ” ในที่สุด เธอก็สามารถบังคับตัวเองให้พูดออกมาจนจบประโยคได้
“ใช่...ฉันคือ แมทตี้ เกรย์ แล้วเธอล่ะ...” แมทตี้ยังคงจ้องมองเลย์นอยู่เหมือนรอเวลาที่เธอจะแนะนําตัวเอง
บุคลิกลักษณะประการแรกของผู้หญิงคนนี้... ที่เลย์นสังเกตเห็นได้ทันที คือความเป็คนพูดจาแบบตรงไปตรงมา ซึ่งทําให้ความตึงเครียดในรอยยิ้มจางลงไปได้ และเธอก็ตอบออกไปว่า
“ฉันชื่อ เลย์น แม็คโดนัลด์ ค่ะ”
สีหน้าของแมทตี้ เกรย์ ออกจะอ่านยากอยู่ เธอไม่ได้แสดงความเป็มิตรหรือไม่เป็มิตรแต่อย่างใดทั้งสิ้น สายตาที่สําแดงออกถึงความเฉลียวฉลาด กวาดลงไปจนถึงรองเท้าบู๊ทตามแบบสมัยนิยมที่เลย์นสวมอยู่ รวมทั้งกางเกงที่ได้รูปทรง เสื้อปาร์ก้าขนสัตว์สีเทา ดูเหมือนมันจะเป็สีที่ไม่เหมาะสมจะแต่งมาในสถานที่เช่นนี้เลย...เพราะมองเห็นร่องรอยความสกปรกได้โดยง่าย
“ท่าทางของเธอไม่ใช่คนที่นี่ ถ้าเช่นนั้น เธอก็คงมาจากในเมืองสินะ” แมทตี้เอ่ยขึ้นอย่างจะตั้งข้อสังเกต
“จากโอมาฮ่าค่ะ” เลย์นตอบ
ลึกลงไปในใจ เลย์นกําลังต่อสู้กับความคิดของตัวเองอยู่ว่าสมควรจะเปิดเผยตัวเองหรือไม่ คําเตือนมารดาบุญธรรมกลับมาก้องอยู่ในหู นี่คือการพบปะกับแมทตี้เป็ครั้งแรก และเพียงครั้งเดียวในชีวิตเท่านั้น มันออกจะเป็การเสี่ยงอยู่มาก ถ้าเธอจะบอกให้แมทตี้รู้ว่า แท้ที่จริงแล้วเธอเป็ใคร
“ผู้ชายคนหนึ่งในเมืองเขาช่วยชี้ทางที่จะมาที่ไร่ปศุสัตว์ของคุณให้ค่ะ” เลย์นกล่าวต่อ ใช้ประโยชน์จากนาทีอันมีค่า ลอบสังเกตรายละเอียดบางประการที่เกี่ยวกับสตรีผู้ให้กําเนิด ผู้กําลังยืนอยู่ต่อหน้าของเธอในเวลานี้...แมทตี้เองก็กําลังมองจ้องหน้าเลย์นด้วยสายตาที่บอกถึงความรู้สึกอันเปิดเผย ท่าทางที่ตั้งใจฟังอยู่นั้น เหมือนจะชั่งน้ำหนักในแต่ละคําพูดที่เลย์นกล่าวออกมา
“อ้อ...” แมทตี้พยักหน้าช้า ๆ ราวกับหล่อนพอจะล่วงรู้ถึงเหตุผลการมาของเลย์น อยู่แล้ว... “น่ากลัวเธอคงจะได้ยินละสิ ว่าเรากําลัง้าจะจ้างคนงานอยู่” และแล้ว เธอก็ยกมือขึ้นโบก เมื่อเห็นเลย์นทําท่าเหมือนจะพูดอะไรบางอย่างออกมา “ฉันรู้ว่าพวกผู้หญิงสาว ๆ น่ะอยากจะทํางานในไร่ด้วยกันทั้งนั้นแหละ และเธอก็คงคิดว่า เพราะฉันเป็ผู้หญิง เพราะฉะนั้น เธอย่อมมีโอกาสที่จะได้รับการว่าจ้างแน่ เอาละ ว่าแต่เธอมีความสามารถด้านไหนบ้างล่ะ”
นี่ไม่ใช่การสนทนาในรูปแบบเช่นที่เลย์นคาดคิดไว้แม้แต่น้อย มันทําให้เธอรู้สึกมึนงงไป และแทบจะคิดอะไรไม่ออกเอาเสียด้วยซ้ำ
“จริง ๆ แล้ว...เอ้อ...” เธอเอ่ยขึ้น
“แต่เธอก็รักสัตว์ แล้วก็ขี่ม้าเป็อย่างนั้นใช่ไหม...?” แมทตี้ เกรย์ เดาออกมาด้วยความมั่นใจ เช่นคนที่เคยได้ยินเื่เช่นนี้มามากมายหลายครั้งเต็มที
“เอ้อ...ค่ะ...”
“นี่...ฉันจะบอกให้เธอรู้ไว้นะ ว่าการทํางานที่แท้จริงน่ะ มันยังมีอะไรอีกมากกว่านั้นนัก ผิวพรรณของเธอจะแห้งเกรียม เล็บหัก และก็ยังต้องเผชิญกับความหนาวจนกระดูกร้าว...เธอเป็ผู้หญิงที่หน้าตาสวยมาก เพราะฉะนั้น งานอย่างนี้มันไม่เหมาะกับเธอหรอก”
ครั้งนี้ เลย์นเป็ฝ่ายหันไปพินิจพิจารณาผู้หญิงคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเสียเอง นับแต่รองเท้าบู๊ทที่มีโคลนตมติดอยู่เกรอะกรัง จนกระทั่ง ถุงมือหนา ๆ ที่แมทตี้สวมอยู่
“แต่ว่าคุณก็ทําได้...อย่างนั้นใช่ไหมคะ” น้ำเสียงของหญิงสาวบอกการท้าทายอยู่
“ใช่สิ” แมทตี้ตอบพร้อมกับไหวไหล่เบา ๆ “แต่ถึงยังไง นั่นมันก็ไม่ใช่ข้อพิสูจน์อะไรเลยนี่ เสียใจด้วยนะที่เธออุตส่าห์เดินทางมาถึงที่นี่ แต่แล้ว ก็ไม่ได้เื่อะไรเลย แต่ก็ไม่เป็ไรหรอก เชิญเข้าบ้านก่อนสิ กินกาแฟสักถ้วยก็ยังดี ทําตัวให้อบอุ่นไว้ก่อนที่จะต้องขับรถกลับไป ซึ่งก็คงจะเป็ระยะทางที่ค่อนข้างจะไกลอยู่กระมัง” หางเสียงนั้นเป็เชิงถาม ก่อนที่แมทตี้จะเดินขึ้นบันได และผ่านหน้าเลย์นไปยังประตูบานนั้น
“ขอบคุณมากค่ะ” ขณะนี้ สมองของเธอกําลังทํางานอย่างหนัก ด้วยความคิดที่ไม่เคยคาดถึงมาก่อนซึ่งผ่านแวบเข้ามา
มีพรมผืนสั้น ๆ ปูทับพื้นกระดานอยู่ตรงประตู แมทตี้ เกรย์ หยุดอยู่ตรงพรม ถอดรองเท้าบู๊ทที่คลุมขึ้นมาจนถึงน่องออก และเอาวางไว้บนกระดาษหนังสือพิมพ์ที่อยู่ใกล้ แม้ว่ารองเท้าของตัวเองจะสะอาด แต่เลย์นก็เช็ดกับพรมอีกผืนหนึ่งจนแน่ใจแล้ว จึงได้เดินตามแมทตี้ซึ่งสวมเพียงถุงเท้าขนสัตว์สีขาวเข้าไปภายใน
มันเป็บ้านเก่าแก่ ที่ภายในเต็มไปด้วยความอบอุ่นแสนสบาย เลย์นถอดหมวกไหมพรมออก สลัดพวงผมออกมาจากภายใต้ปกเสื้อคลุม เธอมีเวลาเพียงแค่กวาดสายตามองดูเครื่องเฟอร์นิเจอร์ที่ตกแต่งห้องนี้ไว้ ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็ของเก่า แต่สีสันของมันเป็สีน้ำตาลอ่อนกับทอง อันเป็สีของแผ่นดินเสียเป็ส่วนมาก