ตอนที่ 17
แย่งชิงสมบัติ 2
แรงกดดันของการปะทะกันของรุ่นเยาว์ของสำนักผู้ฝึกตน คนหนุ่มสาวพวกนั้นล้วนแล้วคนหนุ่มสาวที่มาจากสำนักผู้ฝึกตนบนูเา
แน่นอนว่าอานุภาพในการปะทะการต่อสู้กัน เรียกได้ว่าเกินกว่าที่ผู้คนที่เป็ผู้ฝึกตนอิสระจะคาดคิดมากนัก
เพียงแค่การะเิฝ่ามือเพียงครั้งเดียว ก็รุนแรงกว่าพวกเขาหลายต่อหลายเท่า
แบบนั้นพวกผู้ฝึกตนอิสระเหล่านี้ แม้ว่าอยากจะเข้าไปมีส่วนร่วมกับการต่อสู้ ก็ไม่สามารถทำได้
ในยามนี้เมื่อผู้ฝึกตนอิสระเหล่านี้รู้ว่าตนเองไม่มีสิทธิ์ในการแย่งชิงโชควาสนาแล้ว
เพราะแบบนั้นพวกเขาจึงได้หยุดมือแล้วก็มาชมการต่อสู้ที่เกิดขึ้นแทน
ในตอนนี้แม้ว่าพวกเขาทั้งหมดจะร่วมมือกัน มันเองก็อาจจะไม่แน่ที่จะสามารถแย่งชิงโชควาสนามาจาก เทพเซียนบนูเาพวกนั้นได้
ไม่เพียงแค่พวกรุ่นเยาว์ที่มีความสามารถพวกนั้น ยังมีพวกผู้าุโที่กำลังต่อสู้อยู่บนยอดูเาอีก
พวกผู้ฝึกตนอิสระพวกนี้ไม่ต้องคิดก็รู้ว่าตนเองไม่มีสิทธิ์ในการแย่งชิงโชควาสนา
เพราะแบบนั้นเลยเลือกที่จะมองดูการต่อสู้อยู่ไกลๆแทน
ในตอนนี้คนสองกลุ่มที่ปะทะกันเป็ชายร่างกายใหญ่โตแล้วก็กลุ่มบัณฑิตชายหญิง การปะทะกันของคนทั้งสี่มายิ่งดุเดือด
แน่นอนว่าความรุนแรงไม่ต้องพูดถึง ตอนนี้บริเวณพื้นที่รอบร่างกายของคนทั้งสี่ กว่าสองลี้พังเสียหายไปจนหมด
แถมการต่อสู้เหมือนว่ายิ่งมายิ่งรุนแรงไม่มีท่าทีว่าจะเบาลง
ความเสียหายก็เริ่มขยายวงกว้างมากขึ้นเรื่อยๆ แต่แล้วหลังจากต่อสู้กันมาสักพัก อยู่ๆก็เห็นได้อย่างชัดเจนว่าร่างของคนทั้งสี่ปราณิญญาอ่อนแอลง
คนทั้งสี่อย่างไรเสียก็ยังเป็รุ่นเยาว์ แม้ว่าความสามารถจะโดดเด่นกว่าพวกผู้ฝึกตนอิสระ
แต่ว่าอย่างไรขีดจำกัดตอนนี้พลังปราณิญญา และปราณต่อสู้ในร่างกายก็เริ่มค่อยๆลดน้อยลง
ในตอนที่คนทั้งสี่หยุดพักแล้วก็ต่างกระจัดกระจายไปยืนคุมเชิงกันตรงจุดต่างๆ
นี่เป็การบ่งบอกให้ล่วงรู้ว่าร่างกายของคนทั้งสี่นั้นมาถึงขีดจำกัดแล้ว
ยามนี้เองบุรุษหนุ่มชุดดำที่มีฐานะเป็ถึงองค์ชายรอง ผู้มีความสามารถของราชวงศ์ต้าเฉินดวงตาเปล่งประกาย
ร่างกายขององค์ชายรองพุ่งทะยานตรงไปด้านหน้า พริบตาเดียวทะยานอยู่เหนือศีรษะของคนทั้งสี่มุ่งตรงใส่ของวิเศษเซียนชิ้นนั้น
ใน่เวลาการผลัดเปลี่ยนปราณิญญา ขณะที่คนทั้งสี่กำลังอยู่ใน่พักหายใจเป็่เวลาที่ดีที่สุดในการลงมือ
ทว่าในเวลาที่องค์ชายรองทะยานผ่านศีรษะของคนทั้งสี่ไป ผู้ติดตามหนุ่มที่ได้ตามมาด้านหลังใบหน้าเปลี่ยนสี “นายน้อย!!!”
ที่ผู้ติดตามหนุ่มผู้นี้ต้องร้องะโเตือน นั่นเป็เพราะว่ามองเห็นว่าคนทั้งสี่ที่ตอนแรกแสดงท่าทางอิดโรย
ในตอนนี้ใบหน้าของพวกเขานั้นเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ท่าทางอิดโรยก่อนหน้านี้ที่เหมือนกับจะหมดแรงแล้วกับสลายหายไปสิ้น
บ่งบอกให้ล่วงรู้ว่านี่เป็แผนการที่จัดเตรียมมาอย่างชัดเจน คนทั้งสี่ตั้งใจที่จะลงมือกับองค์ชายรองผู้ที่รอเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ครั้งสุดท้ายอยู่แล้ว
พวกเขาทั้งสี่ล้วนแล้วเป็คนจากสำนักผู้ฝึกตน แน่นอนว่าไม่ใช่คนโง่ ไม่เช่นนั้นคงจะไม่ได้ถูกให้สำนักออกมาหาวาสนา
พวกเขาทั้งสี่มีหรือจะไม่รู้ว่าคนที่อันตรายที่สุดย่อมเป็บุรุษชุดดำ ที่มีฐานะเป็องค์ชายรองผู้นี้
เพราะแบบนั้นพวกเขานั้นวางแผนเอาไว้ั้แ่แรกแล้ว ทั้งสี่ได้เข้าปะทะกันแต่ต่างฝ่ายก็รู้ดีอยู่แล้วว่าตนเองต้องทำอันใด
พวกเขาปะทะกันอย่างจริงจัง แน่นอนว่าเป็การปะทะกันเพื่อ เผาผลาญปราณิญญาในร่างกายของตนเอง
ถ้าเกิดว่าพวกเขาไม่สู้กันอย่างจริงจัง แผนการนี้ก็คงจะไม่สามารถดำเนินได้สำเร็จอย่างแน่นอน
ทว่าพวกเขาเองก็ต้องเตรียมปราณิญญาของตนเอง เอาไว้ในการโจมตีองค์ชายผู้นี้แล้ว
ในตอนนี้อีกฝ่ายกระโจนเข้ามาใส่กับดักที่พวกเขาขุดหลุมเตรียมเอาไว้
แน่นอนว่านี่ถือเป็เื่ที่ยอดเยี่ยมจริงๆ ทั้งสี่เรียกเร้นปราณิญญาออกมาจากร่างกาย
การโจมตีสี่สายพุ่งตรงเข้าใส่องค์ชายรองที่กำลังทะยานอยู่กลางอากาศ
องค์ชายรองผู้ที่เป็อัจฉริยะที่ทำให้ผู้คนมากมายแหงนมองผู้นี้ ขมวดคิ้วหันกลับไปมองด้านหลัง ทว่าใบหน้าก็ยังไม่ตื่นตระหนก
ในขณะที่การโจมตีพุ่งทะยานกระแทกเข้าใส่ร่างกาย
องค์ชายรองแห่งราชวงศ์ต้าเฉิน กัดฟันแน่นปราณิญญาพุ่งทะยานออกจากร่างกาย ปรากฏกลายเป็ัสีทองล้อมพันร่างกายป้องกันการโจมตีทั้งสี่สายที่พุ่งเข้ามา
ทว่าการป้องกันการโจมตีจากอัจฉริยะถึงสี่คน แน่นอนว่ามันไม่ใช่เื่ง่าย
องค์ชายรองผู้นี้สามารถป้องกันได้เพียงแค่สามการโจมตีเท่านั้น ในการโจมตีสุดท้ายเป็แสงกระบี่ที่ถูกปล่อยออกมาจากผู้ฝึกตนบัณฑิตหนุ่ม
มันพุ่งทะยานเข้าใส่องค์ชายรองแห่งต้าเฉิน
ทว่าองค์ชายรองผู้ที่ถูกขนานนามว่ามากพร์ พลิกร่างกายของตนเองอย่างรวดเร็ว ทำให้การโจมตีนั้นเฉียดผ่านจุดสำคัญไปโดนที่แขนข้างซ้าย
แขนข้างซ้ายโดนแสงกระบี่แทงจนเกิดาแขนาดใหญ่ โลหิตสีแดงสาดกระจายกลางอากาศ
ทว่าองค์ชายผู้นี้ก็ไม่ได้ส่งเสียงกรีดร้องออกมาเลยแม้แต่น้อย ดวงตาในตอนนี้หันกลับไปมองที่สมบัติวิเศษที่อยู่ด้านหน้า
ใน่เวลาที่อีกสี่คนยังไม่ได้ปล่อยการโจมตีอีกครั้งออกมา
ตัวของเขาจำเป็จะต้องคว้าจับสมบัติชิ้นนั้นเอาไว้ให้ได้ หลังจากนั้นก็ต้องรีบถอนตัวออกจากสถานที่แห่งนี้ให้เร็วที่สุด
เมื่อพวกอัจฉริยะทั้งสี่คนมองเห็นว่าองค์ชายผู้นั้นาเ็ ทว่ากลับไม่สามารถหยุดอีกฝ่ายได้ ในตอนนี้พวกเขาเองก็เริ่มร้อนรน
“หยุดเอาไว้!” หนึ่งในทั้งสี่ะโขึ้น พวกเขาทั้งสี่รวบรวมปราณิญญาอีกครั้ง เตรียมจะปล่อยการโจมตีเพื่อที่จะหยุดคนผู้นั้น
องค์ชายรองไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย พริบตาเดียวก็เคลื่อนไหวมาหยุดลงตรงหน้าสมบัติเซียนที่มีลักษณะคล้ายเชือกพันธนาการ
ทั้งสี่คนรู้ดีว่าในตอนนี้พลาดท่าเสียแล้ว พวกเขาไม่เคยคิดว่าองค์ชายรองของราชวงศ์ผู้นี้ มีความสามารถมากขนาดนี้
ตามคำพูดของผู้คนมากมายองค์ชายผู้นี้ถือได้ว่าเป็ผู้มีพร์ ที่สำนักผู้ฝึกตนอย่างสำนักลิขิตฟ้าถึงกลับมาเลือกหาด้วยตนเอง
แต่ว่าพวกเขาเองที่เป็อัจฉริยะของสำนักเซียนบนูเาเช่นเดียวกัน ก็ไม่คาดคิดว่าคนพวกนี้จะเป็อัจฉริยะขนาดต้านรับการโจมตีของพวกเขาทั้งสี่คนอย่างเต็มกำลังได้
ถ้าเกิดว่าคนผู้นั้นคว้าจับสมบัติเช่นนั้นไปเรียบร้อยแล้ว มันจะถือว่าการแข่งขันในครั้งนี้จบลงในทันที
เพราะแบบนั้นพวกเขาจึงรู้ได้ในทันทีว่าตนเองพลาดท่าแล้ว การโจมตีที่ปล่อยออกไปอย่างเต็มกำลังการจะปล่อยออกไปอีกทีต้องรวบรวมปราณิญญาไม่น้อย
แต่ว่าในตอนนี้คนผู้นั้นเคลื่อนไหว ไปอยู่ตรงหน้าของของวิเศษชิ้นนั้นไปแล้ว
ดวงตาขององค์ชายรองเปล่งประกาย ก่อนที่จะยื่นมือไปหวังจะคว้าจับ
ทว่าเื่ที่แปลกประหลาดก็เกิดขึ้น สมบัติเซียนที่อยู่นิ่งมาโดยตลอด ก่อนหน้านี้มันเองก็ร้องเรียกประสานกับองค์ชายรองผู้นี้อยู่
เมื่อมือขององค์ชายรองกำลังจะคว้ามัน มันเองกับเคลื่อนไหว พริบตาเดียวกลายเป็เส้นแสงพุ่งทะยานไปทางใต้
องค์ชายรองดวงตาเบิกกว้างอย่างตกตะลึง อัจฉริยะที่ไม่เคยหวั่นไหวกับเื่ใดผู้นี้ถึงกับแสดงใบหน้าเช่นนี้ออกมา
วาสนาที่อยู่เพียงแค่เอื้อมมืออยู่ดีๆก็หลุดไป มีผู้ใดจะสามารถสงบสติอารมณ์ได้บ้าง
องค์ชายรองร้องะโด้วยความโกรธพร้อมกับพุ่งตามแสงสว่างสีทองนั้นไป
ในขณะเดียวกันเจียงเฟิงที่นั่งชมเื่ทุกอย่างอยู่ภายในโรงน้ำชา ในตอนนี้ก็หัวเราะลั่น ไม่ต้องบอกก็รู้ว่านี่เป็แผนการของเขาอย่างแน่นอน