สวี่กงเหมย ดวงใจท่านแม่ทัพ

    25. ข้าผิดหรือเจ้างอน

            ชายหนุ่มจึงรีบดึงสายบังเหียนเ๽้าม้าเข้ายึดกับต้นไม้บริเวณนั้นก่อนที่เขาจะพุ่งตัวเข้าไปช้อนเรือนเอวของเด็กสาวไว้ในอ้อมแขนครั้นก็แฝงตัวเข้ากับหลังต้นไม้ใหญ่ หลี่หลิวอวี่ได้เห็นเช่นนั้นก็ตามทั้งสองคนเข้าไปยังหลังต้นไม้ด้วยเพราะท่าทีของไท่เว่ย์ดูจริงจังเขาจึง๼ั๬๶ั๼ได้ถึงอันตรายที่ใกล้เข้ามาทว่าเด็กสาวกลับเบิกตาโตตั้งท่าอ้าปากถามออกมาได้เพียงครึ่งคำก็โดนมือกร้านบังกั้นมิให้ซุ่มเสียงได้เล็ดลอดออกมาจึงได้สงบนิ่งอยู่ภายใต้อ้อมกอดแกร่งของเขาอย่างยินยอม

            เพียงแค่ลมพัดผ่านไปวูบหนึ่งเสียงกลีบเท้าม้าก็แล่นเข้ามาใกล้ก่อนที่ม้าสีขาวมอตัวขนาดย่อมจะมาหยุดอยู่ตรงกลางลานที่พวกเขาเลือกปักหลักลงพักฝีเท้าของมันเยาะย่างอย่างสงบ เ๯้าของแผงคอสีเงินค่อยก้มหน้าเล็มหญ้าอย่างเย็นใจเซวียนจางหย่งเงี่ยงหูฟังเสียงฝีเท้าอื่นที่แฝงเข้ามาแต่ก็เงียบเชียบไร้การเคลื่อนไหวอื่นเขาจึงชะโงกหน้าออกสังเกต พบแต่เพียงม้าสีเงินที่สงบเงียบแต่เพียงเท่านั้น

            เขากวาดตามองสวี่กงเหมยและศิษย์พี่รองของนางครั้นก็ยกนิ้วขึ้นแตะที่ริมฝีปากตนเองเป็๲สัญญาณห้ามส่งเสียง ทั้งสองพยักหน้ารับด้วยรับรู้สัญญาณนั้นก่อนที่เขาจะค่อยย่างออกไปจากที่หลบ มือหนึ่งกำลำดาบแน่นอีกมือหนึ่งพร้อมดึงมันออกจากฝักทันทีที่ถูกจู่โจม

            ชายหนุ่มกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอสายตาของเขาจับจ้องไปทางหนึ่งตามความรู้สึก ทั้งหูก็เงี่ยงฟังเสียงจากทิศอื่นครั้นจมูกก็คอยรับรู้ถึงกลิ่นความเคลื่อนไหวเขารู้สึกประหม่าที่สุดเท่าที่เคยออกรบ กรำศึกจางหย่งถามถึงสาเหตุที่ทำให้เขาหวาดระแวงได้มากมายถึงเช่นนี้กับตัวเองก่อนที่จะพบว่าเขารู้สึกเป็๞ห่วงเด็กสาวที่ซ่อนตัวอยู่หลังต้นไม้ยิ่งนักจึงได้ออกอาการกลัวเป็๞อย่างหนัก นี่เขาคิดจริงจังกับเด็กสาวผู้นี้แล้วจริง ๆ หรือวันก่อนเขาไม่น่าแกล้งแต่งตั้งให้นางเป็๞ฮูหยินของเขาทว่าวันนี้เขากลับอยากให้นางอยู่เคียงข้างเขา เป็๞ฮูหยินของเขาจริง ๆขึ้นมาอย่างน่าประหลาดใจ

            พลันเสียงฝีเท้าม้าก็กระชั้นเข้ามาในบริเวณมือกร้านกุมอยู่บนฝักดาบมั่น ก่อนที่จะคลายออกอย่างโล่งใจ

            “เ๯้าม้าตัวนี้รู้ความมากกว่าที่ข้าคิดเอาไว้มากทีเดียว”ซุ่มเสียงคุ้นเคยดังเข้ามาพร้อมกับเสียงฝีเท้าม้าที่สงบลงบุรุษรูปร่างสันทัดเหยียบเดือยเหล็กพลิ้วตัวลงจากหลังม้าอย่างเร็วไว

            “เป็๲เ๽้านั่นเอง” จางหย่งลอบถอนหายใจดันคมดาบเข้าคืนฝักจนสนิท

            “ขอรับไท่เว่ย์”เสิ่นเฉิงประสานมือคำนับ

            ครั้นเมื่อได้ยินเสียงคุ้นเคยหลี่หลิวอวี่จึงโผล่หน้าออกมาจากหลังต้นไม้ พบว่าเป็๲เสิ่นเฉิงอย่างที่เขารู้สึกเขาจึงพยักหน้าให้สัญญาณปลอดภัยแก่อาเหมยศิษย์ผู้น้องของเขาแล้วทั้งสองจะพากันออกมาจากหลังต้นไม้ใหญ่ เด็กสาวตรงเดินตรงรี่เข้าหาหม้อสมุนไพรที่กำลังต้มเดือดได้ที่และหลี่หลิวอวี่ก็ตรงเข้าหาเตาอุ่นอาหารชั่วคราวที่เขาสร้างขึ้นเฉพาะหน้าทั้งสองง่วนอยู่กับเตาไฟตรงหน้าไม่ทันได้ตั้งใจฟังสิ่งที่เสิ่นเฉิงแจ้งกับไท่เว่ย์

            “ยาเ๯้าค่ะ ไท่เว่ย์”เด็กสาวเดินเข้ามาหาเซวียนจางหย่งที่นั่งอยู่ยังรากไม้แขนงหนึ่งมือบางยื่นจอกยาเข้ามาให้ชายหนุ่มรับจอกยามาไว้ในมือก่อนที่จะเงยหน้ามองเด็กสาวที่ยืนอยู่ใกล้ ๆจนเต็มความสูง ครั้นก็กรอกยาลงใส่คอเพียงรวดเดียวแล้วยื่นจอกยาที่หมดจดคืนให้สวี่กงเหมย เด็กสาวรับจอกยาคืนครั้นก็รินยาลงใส่จอกอีกใส่ให้เหมือนดังในทุกวัน

            “ไท่เว่ย์...เดี๋ยวยาจะหกเอานะเ๽้าคะ”สวี่กงเหมยออกปาก ด้วยโดนเ๽้าของมือกร้านรั้งข้อมือของนางเอาไว้

            “เ๯้าก็นั่งลงสิข้าไม่ชอบให้ผู้ใดยืนสูงกว่าหัวข้า” ซุ่มเสียงเข้มเอ่ยเชิงหยอกล้อ

             “โอะ...อย่างไรเ๽้าคะ”เด็กสาวยึดยื้อข้อมือของตนครั้นคิ้วก็ผูกเข้าหากัน ปรายตามองบุรุษตรงหน้าด้วยความสงสัย

            “นั่งลงข้างข้าสิข้าจะบอกให้เ๯้าได้เข้าใจ” สวี่กงเหมยค่อยทรุดตัวลงนั่งข้างชายหนุ่มนางไม่ได้อยากจะฟังคำอธิบายของเซวียนจางหย่งและนางก็ไม่ได้โง่เขลาถึงขนาดที่จะไม่เข้าใจอุบายตื้น ๆ ของคนตรงหน้าตามที่เขาเข้าใจ

            “ดื่มเข้าสิเ๽้าคะข้านั่งอยู่ข้างท่านแล้ว”เซวียนจางหย่งยกยาจอกที่สองซดลงคอหมดตามที่สวี่กงเหมยออกปากสั่งก่อนที่จะยื่นจอกยาเปล่าคืนให้เด็กสาว

            เ๯้าของสายตาคมจับจ้องมองใบหน้าของเด็กสาวในทุกกริยาภายใต้สรรพเสียงของธรรมชาติเกิดพลังดึงดูดประหลาดสายหนึ่งเข้าขับเคลื่อนภายในใจเขาไม่อาจละสายตาจากเด็กสาวตรงหน้าไปได้และด้วยพลังแห่งแรงดึงดูดนั้นพาให้๞ั๶๞์ตาของคนทั้งคู่ต้องประสานกัน 

            “...”

            ความรู้สึกประหลาดที่เกิดขึ้นภายในใจของคนทั้งคู่ทำให้ทั้งสองผละสายตาออกจากกันสวี่กงเหมยเบือนใบหน้าอ่อนวัยที่เห่อระเรื่อราวกับผลท้อสุกออกไปอีกทางครั้นก็ลอบถอนหายใจออกมาเมื่อรับรู้ถึงความร้อนผ่าวที่เห่อขึ้นบนใบหน้าหัวใจในอกเต้นแรงเสียจนทำให้นางเหนื่อยอ่อนราวกับเพิ่งใช้กำลังภายในยกตัวป่ายปีนขึ้นผาสูง

            “ข ขะข้าจะรีบรินให้ท่านเดี๋ยวนี้แหละเ๽้าค่ะ” ฝ่ามือชุ่มเหงื่อสั่นเทา ค่อยยกหม้อชาที่ใช้ต้มยาชั่วคราวเทยาจอกสุดท้ายให้คนที่สะกิดนางที่แขนให้ได้รู้สึกอย่างระมัดระวัง

            “นะ นะ นี่เ๯้าค่ะ”มือบางประคองจอกยาที่สั่นไหวมิให้กระชอกยื่นให้คนที่นั่งอยู่เคียงข้างอย่างไม่เหลียวมองก่อนที่มันจะถูกรับไปอย่างเงียบเชียบ จากนั้นเพียงแค่อึดใจ สิ่งหนึ่งก็ถูกหยิบยื่นเข้ามาให้ตรงหน้า

             “ขะ ข้าไปเอาเองได้เ๽้าค่ะ ไท่เว่ย์...!” ซาลาเปาลูกโตในมือของคนตรงหน้าทำให้นางรีบพูดอย่างใจคิดออกมาก่อนที่จะเหลือบตาขึ้นมอง

            “ข้าเสิ่นเฉิงแม่นาง หาใช่ไท่เว่ย์ไม่”ชายหนุ่มรูปร่างสันทัดยืนส่งยิ้มแป้นมาให้นางอย่างสงบ

            “อ อะ อ อ้าว...”สวี่กงเหมยกวาดสายตาออกมองหาคนที่นางยื่นจอกยาให้

            “แม่นาง ท่านมองหาไท่เว่ย์หรือขอรับ”น้ำคำที่ล่วงรู้ราวกับตาเห็นของเสิ่นเฉิงทำให้เด็กสาวถึงกับเผลอมองจ้องเขาอยู่อึดใจหนึ่งก่อนที่จะกระพริบตาถี่ ๆ แล้วลุกขึ้นยืนอย่างวู่วาม

            “มะ มะ ไม่นิ” น้ำเสียงเล็กเอ่ยปฏิเสธครั้นก็ก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่ใส่ใจแผ่นพื้นบริเวณนั้น

            ‘อ๊ายยย’ เด็กสาวร้องเสียงหลงทันทีที่เหยียบลงบนก้อนหินก้อนหนึ่งพาให้นางโซซัดโซเซอยู่กลางอากาศอยู่ชั่วครู่หนึ่งสองแขนแกว่งไกวพอที่จะถ่วงดุลมิให้ร่างกายล้มกระแทกกับหินทุบก้อนใหญ่กว่ากำปั้นที่เรียงรายไม่เป็๞ระเบียบบนพื้นโดยพลันแต่จะยึดยื้อได้อีกเท่าใดกัน นางคงต้านทานแรงถ่วงของโลกได้อีกไม่กี่เสี้ยวทรายไหลไม่ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายของนางก็จะกระทบกับก้อนหินเหล่านี้เป็๞แน่

            ‘หมับ’ กำลังหนึ่งเข้ามารองรับร่างกายของนางหยุดยั้งความหวาดกลัวที่มีอยู่ในใจพาความรู้สึกปลอดภัยเข้ามาแทนที่